ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าส่วนกลางได้หรือไม่ เมื่อเจ้าของบ้านชำระค่าส่วนกลางรายเดือนและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น article

นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินประกันซ่อมบ้านได้หรือไม่, เจ้าของบ้านมีสิทธิเรียกคืนเงินประกันซ่อมแซมบ้าน, การหักเงินประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง, การเรียกเก็บค่าส่วนกลางซ้ำซ้อนกับรายเดือน, สิทธิของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร, กฎหมายคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร, พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินมาตรา 49, เงินประกันก่อสร้างบ้านต้องคืนเมื่อใด, นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต้องคืนเงินประกันหรือไม่, มติคณะกรรมการหมู่บ้านขัดต่อกฎหมาย, การเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมา, วางเงินประกัน 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าของบ้านในหมู่บ้านจัดสรรในการเรียกคืนเงินค้ำประกันความเสียหายจากการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน ตลอดจนขอบเขตอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในการหักเงินค้ำประกันดังกล่าวเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง ทั้งที่เจ้าของบ้านชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นรายเดือนอยู่แล้ว และการซ่อมแซมไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลางของหมู่บ้าน

คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าของบ้านและสมาชิกของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ได้วางเงินค้ำประกันความเสียหายสองครั้ง ครั้งละ 10,000 บาท รวม 20,000 บาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงห้องน้ำ รื้อกรงสุนัข และก่อสร้างลิฟต์ภายในบ้าน เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง จำเลยกลับหักเงินค้ำประกันไว้ครั้งละ 1,500 บาท รวม 3,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางตามมติการประชุมวิสามัญประจำปี 2560 ข้อ 9.3

ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่การนำมติซึ่งกำหนดให้หักเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาในอัตราร้อยละ 15 มาใช้กับเจ้าของบ้านที่เป็นสมาชิกของนิติบุคคล และได้ชำระค่าส่วนกลางรายเดือนมาโดยตลอด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางที่เกี่ยวข้อง การหักเงินค้ำประกันของเจ้าของบ้านเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางเพิ่มเติม ทั้งที่ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เป็นการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนกับค่าส่วนกลางรายเดือน อันเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยจึงต้องคืนเงินค้ำประกันส่วนที่หักไว้

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังวินิจฉัยปัญหาการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ โดยแก้ไขจำนวนเงินที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) แม้คู่ความมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2568 อ่านฎีกาฉบับเต็มได้ที่(คลิ๊ก)

1. ข้อเท็จจริงและที่มาของข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินค้ำประกันซ่อมแซมบ้าน

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 191114 พร้อมบ้านเลขที่ 210 ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ล. และเป็นสมาชิกของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

วันที่ 23 กันยายน 2564 โจทก์แสดงความจำนงต่อจำเลยว่าประสงค์จะซ่อมแซมบ้านโดยปรับปรุงห้องน้ำและรื้อกรงสุนัขภายในบริเวณบ้าน จำเลยให้โจทก์วางเงินค้ำประกันความเสียหายจำนวน 10,000 บาท โจทก์จึงโอนเงินดังกล่าวให้จำเลย

ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2564 โจทก์แสดงความจำนงจะก่อสร้างลิฟต์ภายในบ้าน จำเลยให้โจทก์วางเงินค้ำประกันความเสียหายอีก 10,000 บาท โจทก์ได้โอนเงินให้จำเลยตามที่กำหนด รวมเงินค้ำประกันทั้งสองครั้งเป็นเงิน 20,000 บาท

เมื่อโจทก์ดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ปรากฏว่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลางของหมู่บ้าน

วันที่ 31 ตุลาคม 2564 จำเลยคืนเงินค้ำประกันครั้งแรกให้โจทก์จำนวน 8,500 บาท และวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 คืนเงินค้ำประกันครั้งที่สองจำนวน 8,500 บาท โดยจำเลยหักเงินไว้ครั้งละ 1,500 บาท รวม 3,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางหมู่บ้าน

จำเลยอ้างวาระการประชุมวิสามัญประจำปี 2560 ข้อ 9.3 ซึ่งกำหนดให้จำเลยเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมา โดยมีสิทธิหักเงินค้ำประกันไว้ร้อยละ 15 เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง และคืนเงินส่วนที่เหลือเมื่องานเสร็จเรียบร้อยโดยไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง

โจทก์ซึ่งชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือนมาโดยตลอดจึงฟ้องเรียกเงินส่วนที่ถูกหักไว้คืน โดยขอให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยจึงมีว่า จำเลยต้องคืนเงินค้ำประกันความเสียหายในการก่อสร้างพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด

2. หลักกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 เป็นบทบัญญัติสำคัญที่ศาลฎีกานำมาวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการหักเงินค้ำประกันในคดีนี้

มาตรา 49 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคจัดเก็บเป็นรายเดือน ส่วนวรรคท้ายกำหนดให้หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่าย รวมทั้งการจัดทำบัญชี เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด

ระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545 หมวด 1 ข้อ 5 และหมวด 2 ข้อ 6 ถึงข้อ 10 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตราค่าใช้จ่าย การกำหนดวันเก็บค่าใช้จ่าย การกำหนดวันจัดเก็บ ค่าปรับกรณีค้างชำระ การจัดทำบัญชี และการออกใบเสร็จรับเงิน

สำหรับข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ล. ข้อ 5 (14) กำหนดว่า ค่าใช้จ่ายส่วนกลางหมายถึงค่าใช้จ่ายที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเก็บจากสมาชิก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคและทรัพย์ส่วนกลาง รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นที่คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่เสียงข้างมากมีมติให้เรียกเก็บ

ข้อบังคับข้อ 31 กำหนดให้เจ้าของบ้านมีหน้าที่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดหรือมติที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนดเป็นประจำทุกเดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจัดเก็บค่าบริการสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ให้อำนาจจำเลยในฐานะนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่จำเลยมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิกหรือเจ้าของบ้านเป็นรายเดือน โดยต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

ดังนั้น แม้ข้อบังคับของนิติบุคคลจะกำหนดให้คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่มีอำนาจกำหนดค่าใช้จ่าย แต่การจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

3. คำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับการหักเงินค้ำประกันตามมติคณะกรรมการ

จำเลยฎีกาว่า การหักเงินค้ำประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางเป็นไปตามวาระการประชุมวิสามัญประจำปี 2560 ข้อ 9.3 ซึ่งกำหนดให้เก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาและมีสิทธิหักเงินไว้ร้อยละ 15

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วัตถุประสงค์ของมติดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับผู้รับเหมาว่ามีภาระหน้าที่ ความรับผิดและบังคับกันได้หรือไม่อย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับสมาชิกหรือเจ้าของบ้าน

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในทางปฏิบัติมีบางกรณีที่สมาชิกหรือเจ้าของบ้านเป็นผู้วางเงินค้ำประกันดังกล่าว เช่นเดียวกับโจทก์ และโจทก์ได้ชำระค่าบริการส่วนกลางรายเดือนมาโดยตลอด

เมื่องานซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยและไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง หากจำเลยหักเงินค้ำประกันของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางอีก ย่อมเป็นการเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาส่วนกลางซ้ำซ้อนกับที่จำเลยเรียกเก็บจากโจทก์เป็นรายเดือนอยู่แล้ว

การกระทำดังกล่าวขัดหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545

ศาลฎีกาเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

จำเลยจะถือว่าโจทก์วางเงินค้ำประกันแทนผู้รับเหมา แล้วหักเงินของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง โดยให้โจทก์ไปเรียกเก็บเงินจากผู้รับเหมาเองไม่ได้ เพราะเป็นการผลักภาระความรับผิดในค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคส่วนนี้ไปให้โจทก์

เมื่อการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านของโจทก์เสร็จเรียบร้อยและไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง จำเลยจึงต้องคืนเงินค้ำประกันเต็มจำนวนให้โจทก์

ในคดีนี้จำเลยคืนเงินค้ำประกันไปแล้วรวม 17,000 บาท จึงต้องคืนเงินส่วนที่หักไว้จำนวน 3,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา

ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้จำเลยคืนเงินค้ำประกันส่วนที่หักไว้พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

4. การพิพากษาเกินคำขอของโจทก์และอำนาจศาลฎีกาในการแก้ไขคำพิพากษา

คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 3,112.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนดในคำพิพากษา

จำนวนเงินที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจึงเกินคำขอของโจทก์ 0.10 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิพากษาเกินคำขอของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนด แต่รวมแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปีตามคำขอของโจทก์ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลเป็นพับ

3. ศาลฎีกา

วินิจฉัยว่าการหักเงินค้ำประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางซ้ำซ้อนขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 จำเลยต้องคืนเงินส่วนที่หักไว้ แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอ จึงพิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การใช้อำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในการกำหนดและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากสมาชิกต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แม้จะมีข้อบังคับหรือมติคณะกรรมการกำหนดให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายบางประเภทได้ แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องไม่ขัดหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เงินค้ำประกันความเสียหายจากการซ่อมแซมบ้านกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคเป็นเงินที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เมื่อเจ้าของบ้านชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้ว และการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีความเสียหาย การหักเงินค้ำประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางเพิ่มเติมย่อมเป็นการเรียกเก็บซ้ำซ้อนในลักษณะที่ขัดต่อกฎหมาย

มติที่เกี่ยวกับการเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาไม่อาจนำมาใช้เป็นเหตุผลให้สมาชิกหรือเจ้าของบ้านต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางเพิ่มเติมโดยขัดต่อกฎหมายได้ และนิติบุคคลไม่อาจผลักภาระให้เจ้าของบ้านไปเรียกเงินคืนจากผู้รับเหมาเองในกรณีดังกล่าว

นอกจากนี้ การพิพากษาให้คู่ความชำระเงินต้องไม่เกินคำขอของโจทก์ หากศาลพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้เมื่อเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และการพิพากษาเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

แก่นสำคัญของคดี

1. การหักเงินค้ำประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าส่วนกลางซ้ำซ้อน

เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของบ้านเป็นรายเดือนอยู่แล้ว การหักเงินค้ำประกันความเสียหายจากการซ่อมแซมบ้านเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางอีก ทั้งที่การซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น เป็นการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนที่ขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2. การพิพากษาเกินคำขอและการแก้ไขคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ขอให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ชำระเงิน 3,112.50 บาท ย่อมเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขจำนวนเงินให้ถูกต้องได้ แม้คู่ความไม่ได้ยกปัญหาขึ้นฎีกา เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินค้ำประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าส่วนกลางได้หรือไม่

คำตอบ

ในกรณีที่เจ้าของบ้านชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้ว และดำเนินการซ่อมแซมบ้านเสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง การหักเงินค้ำประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางเพิ่มเติมย่อมเป็นการเรียกเก็บซ้ำซ้อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางที่เกี่ยวข้อง นิติบุคคลจึงต้องคืนเงินค้ำประกันส่วนที่หักไว้แก่เจ้าของบ้าน

2. คำถาม

มติคณะกรรมการหมู่บ้านที่ให้หักเงินค้ำประกันร้อยละ 15 มีผลผูกพันเจ้าของบ้านหรือไม่

คำตอบ

ในคดีนี้มติที่จำเลยอ้างเป็นเรื่องการเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาและการหักเงินไว้เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างนิติบุคคลกับผู้รับเหมา ไม่เกี่ยวข้องกับสมาชิกหรือเจ้าของบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านเป็นผู้วางเงินค้ำประกันเองและชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้ว นิติบุคคลจึงไม่อาจอาศัยมติดังกล่าวหักเงินค้ำประกันเป็นค่าส่วนกลางซ้ำซ้อนโดยขัดต่อกฎหมายได้

3. คำถาม

หากเจ้าของบ้านวางเงินค้ำประกันแทนผู้รับเหมา นิติบุคคลสามารถให้เจ้าของบ้านไปเรียกเงินคืนจากผู้รับเหมาเองได้หรือไม่

คำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไม่อาจถือว่าเจ้าของบ้านวางเงินค้ำประกันแทนผู้รับเหมา แล้วหักเงินของเจ้าของบ้านเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง โดยให้เจ้าของบ้านไปเรียกเก็บเงินจากผู้รับเหมาเอง เพราะเป็นการผลักภาระความรับผิดเกี่ยวกับค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคไปให้เจ้าของบ้าน เมื่อการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีความเสียหายและเจ้าของบ้านชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้ว นิติบุคคลต้องคืนเงินค้ำประกันเต็มจำนวน

4. คำถาม

ศาลฎีกาสามารถแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่กำหนดจำนวนเงินเกินคำขอได้หรือไม่

คำตอบ

ศาลฎีกาสามารถแก้ไขได้เมื่อเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ในคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 3,112.40 บาท แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,112.50 บาท ซึ่งเกินคำขอ 0.10 บาท ศาลฎีกาจึงแก้ไขจำนวนเงินให้ตรงตามคำขอ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกา โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนดในคำพิพากษา

ค่าส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรร(ฎีกาที่ 7631/2568) นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าส่วนกลางซ้ำซ้อน อาจขัดต่อกฎหมาย  เจ้าของบ้านวางเงินประกันซ่อมแซมบ้านรวม 20000 บาท เมื่องานเสร็จและไม่มีความเสียหาย นิติบุคคลกลับหักเงินไว้ 3000 บาท โดยอ้างมติให้หักเงินประกันร้อยละ 15 เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง




พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน กฎหมายหมู่บ้านจัดสรร