ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินประกันซ่อมบ้านได้หรือไม่, เจ้าของบ้านมีสิทธิเรียกคืนเงินประกันซ่อมแซมบ้าน, การหักเงินประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง article

ฎีกา 7631/2568 คำถามที่น่าสนใจ 1.	นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีสิทธิหักเงินค้ำประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางได้หรือไม่ เมื่อไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น 2.	มติคณะกรรมการที่กำหนดให้หักเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาร้อยละ 15 สามารถนำมาใช้กับเจ้าของบ้านที่ชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้วได้หรือไม่ 3.	ศาลฎีกาสามารถแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ได้หรือไม่ แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาประเด็นดังกล่าว 

สาระสำคัญที่สุดของคดี

เจ้าของบ้านวางเงินค้ำประกันความเสียหายจากการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านสองครั้ง รวม 20,000 บาท

เมื่อการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยและไม่มีความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหักเงินไว้รวม 3,000 บาท

จำเลยอ้างมติการประชุมที่กำหนดให้หักเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาร้อยละ 15 เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลาง

โจทก์ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือนมาโดยตลอด การหักเงินดังกล่าวจึงเป็นการเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาส่วนกลางซ้ำซ้อน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการหักเงินขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จำเลยต้องคืนเงินค้ำประกันส่วนที่หักไว้พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษา

ศาลฎีกาแก้ไขจำนวนเงินที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

คำถามที่น่าสนใจ

1. นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีสิทธิหักเงินค้ำประกันซ่อมแซมบ้านเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางได้หรือไม่ เมื่อไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น

2. มติคณะกรรมการที่กำหนดให้หักเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาร้อยละ 15 สามารถนำมาใช้กับเจ้าของบ้านที่ชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้วได้หรือไม่

3. ศาลฎีกาสามารถแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ได้หรือไม่ แม้คู่ความไม่ได้ฎีกาประเด็นดังกล่าว

หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากสมาชิก โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างเงินค้ำประกันความเสียหายจากการก่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน กับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคส่วนกลาง

ประการแรก เงินค้ำประกันความเสียหายที่เจ้าของบ้านวางไว้ก่อนดำเนินการซ่อมแซมมีวัตถุประสงค์เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ส่วนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคเป็นค่าใช้จ่ายที่นิติบุคคลเรียกเก็บจากสมาชิกเพื่อใช้ในการดูแลรักษาสาธารณูปโภคและทรัพย์ส่วนกลางตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เงินทั้งสองประเภทจึงมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

เมื่อเจ้าของบ้านชำระค่าส่วนกลางรายเดือนอยู่แล้ว และการซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น การหักเงินค้ำประกันเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางเพิ่มเติมย่อมมีลักษณะเป็นการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ประการที่สอง พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง พ.ศ. 2545 เป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค การดำเนินการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจึงต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติดังกล่าว

แม้ข้อบังคับของนิติบุคคลจะกำหนดให้คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่มีอำนาจกำหนดค่าใช้จ่ายบางประเภทได้ แต่อำนาจดังกล่าวมิใช่อำนาจที่จะใช้เรียกเก็บเงินจากสมาชิกโดยขัดต่อกฎหมาย

ประการที่สาม มติคณะกรรมการเกี่ยวกับการหักเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาต้องพิจารณาตามวัตถุประสงค์และความสัมพันธ์ระหว่างนิติบุคคลกับผู้รับเหมา ไม่อาจนำมติที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมามาใช้เป็นเหตุให้สมาชิกหรือเจ้าของบ้านต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนกลางซ้ำซ้อนโดยขัดต่อกฎหมายได้

การที่เจ้าของบ้านเป็นผู้วางเงินค้ำประกันเอง ไม่ทำให้นิติบุคคลมีสิทธิหักเงินดังกล่าวเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางแล้วผลักภาระให้เจ้าของบ้านไปเรียกเงินคืนจากผู้รับเหมา

ประการที่สี่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินและระเบียบที่เกี่ยวข้องเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร อันเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อวินิจฉัยดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของข้อบังคับหรือมติที่ใช้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากสมาชิก เพราะการมีข้อบังคับหรือมติรองรับมิได้ทำให้การเรียกเก็บเงินที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายกลายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

ประการที่ห้า คดีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินเกินคำขอเพียง 0.10 บาท ศาลฎีกาก็แก้ไขให้ถูกต้อง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

หลักการดังกล่าวสะท้อนว่า การกำหนดจำนวนเงินตามคำพิพากษาต้องเป็นไปตามขอบเขตคำขอของคู่ความ และศาลต้องคำนึงถึงข้อจำกัดในการพิพากษาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้จำนวนเงินที่เกินคำขอจะมีมูลค่าเพียงเล็กน้อยก็ตาม

สาระสำคัญของคำพิพากษานี้จึงอยู่ที่การคุ้มครองสิทธิของสมาชิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจากการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางซ้ำซ้อน และการยืนยันว่าการใช้อำนาจตามข้อบังคับหรือมติคณะกรรมการต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์คุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2568 

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านอยู่ในหมู่บ้าน ล. และเป็นสมาชิกของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าว โจทก์วางเงินค้ำประกันความเสียหายในการขอปรับปรุงห้องน้ำ และรื้อกรงสุนัขครั้งแรก 10,000 บาท และวางเงินค้ำประกันความเสียหายในการขอก่อสร้างลิฟท์ ครั้งที่สอง 10,000 บาท ให้แก่จำเลยรวมเป็นเงิน 20,000 บาท เมื่อโจทก์ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จสิ้น โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลางของหมู่บ้าน จำเลยหักเงินประกันความเสียหายในการขออนุญาตซ่อมแซมบ้านครั้งละ1,500 บาท เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางหมู่บ้าน ซึ่งตามข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ล. ข้อ 5 (14) ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเก็บจากสมาชิก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคและทรัพย์ส่วนกลางรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่เสียงข้างมากมีมติให้เรียกเก็บ และตาม ข้อ 31 กำหนดให้เจ้าของบ้านมีหน้าที่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่ระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดหรือมีมติที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนดเป็นประจำทุกเดือน โดยข้อบังคับการจัดเก็บค่าสาธารธูปโภคต้องอยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ตาม มาตรา 49 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภค ให้จัดเก็บเป็นรายเดือน..." และวรรคท้าย บัญญัติว่า "หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด และตามระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545 หมวด 1 ข้อ 5 และหมวด 2 ข้อ 6 ถึงข้อ 10 โดยให้กำหนดอัตราค่าใช้จ่าย การกำหนดวันเก็บค่าใช้จ่าย การกำหนดวันจัดเก็บ การกำหนดค่าปรับกรณีที่ค้างชำระ การจัดทำบัญชี และการออกใบเสร็จรับเงินที่จำเลย เมื่อจำเลยอ้างวาระการประชุมวิสามัญประจำปี 2560 ข้อ 9.3 ที่กำหนดให้จำเลยเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมาโดยจำเลยมีสิทธิหักเงินค้ำประกันไว้ 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางหมู่บ้านและคืนส่วนที่เหลือให้เมื่องานเสร็จเรียบร้อย และไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลางก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับผู้รับเหมา ไม่เกี่ยวข้องกับสมาชิกหรือเจ้าของบ้าน การที่จำเลยหักเงินค้ำประกันของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางอีก จึงเป็นการเรียกค่าบำรุงรักษาส่วนกลางซ้ำซ้อนกับที่จำเลยเรียกเก็บจากโจทก์เป็นรายเดือน อันเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จำเลยจะถือว่าโจทก์วางเงินค้ำประกันแทนผู้รับเหมา และหักเงินของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางแล้วให้โจทก์ไปเรียกเก็บจากผู้รับเหมาเอง เป็นการผลักภาระความรับผิดค่าในค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคส่วนนี้ไปให้โจทก์หาได้ไม่ จำเลยต้องคืนเงินค้ำประกันเต็มจำนวนให้โจทก์

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นบวกด้วยอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ตามที่กระทรวงการคลังตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติในเบื้องต้นได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 191114 ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ล. พร้อมบ้านเลขที่ 210 บนที่ดิน และเป็นสมาชิกของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร จำเลยมอบอำนาจให้นายวัฒนิตย์ ดำเนินคดีนี้แทน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 โจทก์แสดงความจำนงต่อจำเลยว่า โจทก์มีความประสงค์จะซ่อมแซมบ้านเลขที่ 210 โดยปรับปรุงห้องน้ำและรื้อกรงสุนัขในบริเวณบ้าน จำเลยให้โจทก์วางเงินค้ำประกันความเสียหาย 10,000 บาท โจทก์โอนเงินดังกล่าวให้จำเลย และเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 โจทก์แสดงความจำนงต่อจำเลยว่า โจทก์มีความประสงค์จะซ่อมแซมบ้านเลขที่ 210 โดยดำเนินการก่อสร้างลิฟต์ จำเลยให้โจทก์วางเงินค้ำประกันความเสียหาย 10,000 บาท โจทก์โอนเงินดังกล่าวให้จำเลย โจทก์ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลางของหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 จำเลยคืนเงินประกันความเสียหายในการขออนุญาตซ่อมแซมบ้านครั้งแรกเป็นเงิน 8,500 บาท ให้แก่โจทก์ และเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 จำเลยคืนเงินประกันความเสียหายในการขออนุญาตซ่อมแซมบ้านครั้งที่สองเป็นเงิน 8,500 บาทให้แก่โจทก์ โดยจำเลยหักเงินไว้ครั้งละ 1,500 บาท เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางหมู่บ้าน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องคืนเงินประกันความเสียหายในการก่อสร้างพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า สมาชิกหรือเจ้าของบ้านมีหน้าที่ชำระค่าบริการสาธารณูปโภคตามที่คณะกรรมการหมู่บ้านกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกมีมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากให้จัดเก็บ ซึ่งจำเลยก็มีข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ล. ข้อ 5 (14) ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเก็บจากสมาชิก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคและทรัพย์ส่วนกลาง รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่คณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่เสียงข้างมากมีมติให้เรียกเก็บ และตามข้อ 31 กำหนดให้เจ้าของบ้านมีหน้าที่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่ระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดหรือมติที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนดเป็นประจำทุกเดือน การจัดเก็บค่าสาธารณูปโภคของจำเลยจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับ พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เมื่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการการสาธารณูปโภค ให้จัดเก็บเป็นรายเดือน..." และวรรคท้ายบัญญัติว่า "หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด และตามระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545 หมวด 1 ข้อ 5 และหมวด 2 ข้อ 6 ถึงข้อ 10 ล้วนแต่กำหนดให้การกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย การกำหนดวันเก็บค่าใช้จ่าย การกำหนดวันจัดเก็บ การกำหนดค่าปรับในกรณีที่ค้างชำระ การจัดทำบัญชี และการออกใบเสร็จรับเงินซึ่งจำเลยก็มีข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ดังนั้น ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าการจัดเก็บค่าบริการสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ให้อำนาจจำเลยในฐานะนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคในส่วนที่จำเลยมีหน้าที่บำรุงรักษาจากสมาชิกหรือเจ้าของบ้านเป็นรายเดือน โดยต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ที่จำเลยต่อสู้ว่าตามวาระการประชุมวิสามัญ ประจำปี 2560 เป็นการประชุมคณะกรรมการดำเนินการของจำเลย ข้อ 9.3 กำหนดให้จำเลยเก็บเงินค้ำประกันจากผู้รับเหมา โดยจำเลยมีสิทธิหักเงินค้ำประกันไว้ 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางหมู่บ้านและคืนส่วนที่เหลือให้เมื่องานเสร็จเรียบร้อย และไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง ซึ่งวัตถุประสงค์เป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับผู้รับเหมาว่ามีภาระหน้าที่ ความรับผิดและบังคับกันได้หรือไม่อย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับสมาชิกหรือเจ้าของบ้าน เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าในทางปฏิบัติมีบางกรณีที่สมาชิกหรือเจ้าของบ้านเป็นผู้วางเงินค้ำประกันดังกล่าว เช่นเดียวกับโจทก์ และโจทก์ก็ได้ชำระค่าบริการส่วนกลางรายเดือนมาโดยตลอด ดังนั้น ในกรณีนี้เมื่องานเสร็จเรียบร้อยและไม่ปรากฏความเสียหาย หากจำเลยหักเงินค้ำประกันของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางอีก ก็เป็นการเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาส่วนกลางซ้ำซ้อนกับที่จำเลยเรียกเก็บเป็นรายเดือนจากโจทก์อยู่แล้ว อันเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคและการจัดทำบัญชี พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จำเลยจะถือว่าโจทก์วางเงินค้ำประกันแทนผู้รับเหมา และหักเงินของโจทก์เป็นค่าบำรุงรักษาส่วนกลางแล้วให้โจทก์ไปเรียกเก็บจากผู้รับเหมาเอง เป็นการผลักภาระความรับผิดในค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคส่วนนี้ไปให้โจทก์หาได้ไม่ ดังนั้น เมื่องานซ่อมแซมปรับปรุงบ้านของโจทก์เสร็จเรียบร้อย และไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง จำเลยต้องคืนเงินค้ำประกันเต็มจำนวนให้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยคืนเงินค้ำประกันส่วนที่จำเลยหักไว้พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ขอให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี จากต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จึงเกินคำขอของโจทก์ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 3,112.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ฎีกา 7631/2568 เจ้าของบ้านปรับปรุงห้องน้ำและรื้อกรงสุนัขภายในบ้าน ต่อมาได้ดำเนินการก่อสร้างลิฟต์ภายในบ้านอีกครั้ง โดยวางเงินค้ำประกันความเสียหายสองครั้งรวม 20000 บาท เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไม่ปรากฏความเสียหายต่อสาธารณูปโภคส่วนกลาง นิติบุคคลคืนเงินให้เพียง 17000 บาท และหักไว้ 3000 บาท 




พระราชบัญญัติ ต่าง ๆ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลายนายจ้างฟ้องคดีได้หรือไม่ เมื่อกองทุนเฉพาะส่วนของนายจ้างไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและผู้แทนไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลสามารถใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีเยาวชนได้หรือไม่ แม้ผู้เสียหายคัดค้าน หลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจของศาลและสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน
ศาลมีอำนาจสั่งให้คู่ความชำระเงินในคดีเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน 2568 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? วิเคราะห์กฎหมายใหม่ สิทธิผู้ซื้อ ภาระจำยอม และหน้าที่ผู้จัดสรรแบบครบถ้วน
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม}โครงสร้างศาลยุติธรรม อำนาจศาลทั้งสามชั้น และบทบาทผู้พิพากษาตามกฎหมาย
โทษการเล่นพนันไพ่บาการา, โทษจัดให้มีการเล่นพนันสล๊อทแมชีน
คดีชักชวนเล่นพนันออนไลน์ กรรมเดียวหลายบท ไม่รอการลงโทษ(ฎีกา 910/2567)
พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478
พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติโรงรับจำนำพ.ศ. 2505
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560