
| คดีแพ่งเรื่องสิทธิไถ่ถอนจำนอง, การยอมรับโดยปริยายในคดีจำนอง-ฎีกา 3553/2568
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิการไถ่ถอนจำนองที่ผู้รับโอนทรัพย์จากการบังคับคดีได้ใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยผู้รับโอนเสนอเงินตามราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อขอไถ่ถอนจำนอง แต่เจ้าหนี้ผู้รับจำนองปฏิเสธโดยอ้างว่ามูลหนี้สูงกว่านั้นและมีการประเมินราคาทรัพย์โดยบริษัทเอกชนที่สูงกว่า เมื่อเจ้าหนี้ไม่ยอมรับข้อเสนอ กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องฟ้องต่อศาลภายใน 1 เดือนเพื่อขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาด แต่หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด จะถือว่าเป็นการยอมรับข้อเสนอโดยปริยาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่เจ้าหนี้ไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด แม้จะเคยมีหนังสือปฏิเสธ ก็ต้องตีความว่าเป็นการยอมรับเงินที่ผู้รับโอนเสนอ และจำเป็นต้องจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้ การวินิจฉัยนี้ชี้ให้เห็นถึงหลักการคุ้มครองสิทธิของผู้รับโอนและการตีความ "ราคาสมควร" โดยศาลถือเอาราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือ (อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3553/2568 ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้อยู่ที่การตีความและการบังคับใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการไถ่ถอนจำนอง กฎหมายที่ใช้เป็นหลักสำคัญในคดีนี้ • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738, 739 และ 741 (ว่าด้วยสิทธิในการไถ่ถอนจำนอง การเสนอราคาสมควร การฟ้องร้องของเจ้าหนี้หากไม่ยอมรับ และผลของการไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลา อันนำไปสู่การตีความว่าเจ้าหนี้ยอมรับโดยปริยาย) Keywords หลัก(แก่นของคดีนี้) 1. การไถ่ถอนจำนอง (Mortgage Redemption) o โจทก์ในฐานะผู้รับโอนทรัพย์ที่ติดจำนองมีสิทธิแสดงความประสงค์ไถ่ถอนจำนองโดยเสนอราคาสมควรตามมาตรา 738 2. ราคาสมควร (Reasonable Price) o จำนวนเงินที่เสนอไม่จำเป็นต้องเท่ากับหนี้คงค้าง แต่ต้องเป็นราคาที่สอดคล้องกับราคาทรัพย์จริง กรณีนี้ศาลรับฟังราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี (300,000 บาท) 3. การปฏิเสธของเจ้าหนี้ (Creditor’s Refusal) o หากเจ้าหนี้เห็นว่าเงินที่เสนอไม่สมควร มีสิทธิฟ้องศาลให้สั่งขายทอดตลาดภายใน 1 เดือน ตามมาตรา 739 4. การยอมรับโดยปริยาย (Implied Acceptance) o เมื่อเจ้าหนี้ไม่ใช้สิทธิฟ้องศาลภายในกำหนด กฎหมายถือว่าได้ยอมรับคำเสนอของลูกหนี้หรือผู้ไถ่ถอนโดยปริยาย แม้จะเคยปฏิเสธเป็นหนังสือมาก่อน ตามมาตรา 741 5. สิทธิของผู้รับโอน (Transferee’s Right) o ผู้ซื้อทรัพย์ที่ติดจำนองได้รับความคุ้มครองสิทธิให้ไถ่ถอนจำนองได้จริง หากปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย แม้เจ้าหนี้จะไม่เต็มใจ กฎหมายยังบังคับให้ต้องจดทะเบียนไถ่ถอน ✅ ดังนั้น ประเด็นแก่นของคดีนี้ คือ การตีความสิทธิของผู้รับโอนในการไถ่ถอนจำนองกับหน้าที่ของเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง หากปฏิเสธข้อเสนอแต่ไม่ฟ้องศาลภายใน 1 เดือน จะถูกตีความว่า "ยอมรับโดยปริยาย"
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. มาตรา 738 "ผู้รับโอนซึ่งประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง ต้องส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ผู้รับจำนองว่า จะใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น" ใจความสำคัญ • ผู้ที่รับโอนทรัพย์ซึ่งยังติดจำนองอยู่ มีสิทธิที่จะไถ่ถอนจำนองได้ • การเสนอไถ่ถอนต้องเป็น "ราคาสมควร" (reasonable price) ซึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากับหนี้ทั้งหมด แต่ต้องสัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินที่แท้จริง เช่น ราคาประเมินราชการ
2. มาตรา 739 "ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับคำเสนอ ต้องฟ้องคดีต่อศาลภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันมีคำเสนอ เพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้น" ใจความสำคัญ • หากเจ้าหนี้เห็นว่าเงินที่เสนอไม่สมควร มีหน้าที่ต้องฟ้องศาลภายใน 1 เดือน • จุดประสงค์เพื่อให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดราคาสมควร โดยสั่งขายทอดตลาด • หากเจ้าหนี้นิ่งเฉย จะส่งผลกระทบต่อสิทธิของตนเอง
3. มาตรา 741 "ถ้าเจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีภายในกำหนด เจ้าหนี้ต้องถือว่ายอมรับคำเสนอของผู้ประสงค์จะไถ่ถอนแล้ว" ใจความสำคัญ • แม้เจ้าหนี้จะเคยปฏิเสธ แต่หากไม่ฟ้องศาลภายใน 1 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด จะถือว่า "ยอมรับโดยปริยาย" • ส่งผลให้ต้องยอมรับเงินที่เสนอและดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง 📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2540 • ข้อเท็จจริง: ผู้รับโอนเสนอชำระเงินตามราคาประเมินเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อไถ่ถอนจำนอง แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับและไม่ฟ้องศาลภายใน 1 เดือน • ศาลฎีกาวินิจฉัย: เมื่อเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการฟ้องตามมาตรา 739 ต้องถือว่ายอมรับข้อเสนอโดยปริยายตามมาตรา 741 และต้องดำเนินการไถ่ถอนให้แก่ผู้รับโอน • หลักการ: ยืนยันว่า "การเพิกเฉยของเจ้าหนี้" ทำให้สิทธิคัดค้านสิ้นไป กฎหมายถือว่าต้องยอมรับโดยปริยาย 📖 อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2540, ฎีกาออนไลน์ ศูนย์นิติศาสตร์ มธ.
📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5638/2550 • ข้อเท็จจริง: ผู้รับโอนเสนอใช้เงินไถ่ถอนจำนอง แต่เจ้าหนี้อ้างว่ามูลหนี้สูงกว่าที่เสนอ และเพิกเฉยไม่ดำเนินการฟ้องศาล • ศาลฎีกาวินิจฉัย: การที่เจ้าหนี้ไม่ฟ้องศาลภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 739 ต้องถือว่ามีผลตามมาตรา 741 คือ ยอมรับข้อเสนอโดยปริยายแล้ว • หลักการ: การนิ่งเฉยของเจ้าหนี้ถือเป็นการตัดสิทธิขัดขวางผู้รับโอน และยืนยันความคุ้มครองสิทธิของผู้ประสงค์จะไถ่ถอน 📖 อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5638/2550, ฐานข้อมูลกฎหมายฎีกา
สรุปหลักกฎหมาย • ผู้รับโอนมีสิทธิไถ่ถอนจำนองโดยเสนอราคาสมควร (ม.738) • หากเจ้าหนี้ไม่ยอมรับ ต้องฟ้องศาลภายใน 1 เดือน (ม.739) • หากไม่ฟ้องในกำหนดเวลา ถือว่ายอมรับโดยปริยาย (ม.741)
• หลักการนี้คุ้มครองผู้รับโอน ลดปัญหาการใช้สิทธิคัดค้านโดยไม่สุจริต และทำให้กระบวนการไถ่ถอนจำนองมีความแน่นอน |




.jpg)