ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




มาตรา 1562 ห้ามบุตรฟ้องบุพการี | ตีความเคร่งครัด บุตรชอบด้วยกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562, การห้ามบุตรฟ้องบุพการีเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา, บทบัญญัติจำกัดสิทธิในการฟ้องคดี ต้องตีความโดยเคร่งครัด, ความหมายของบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายแพ่ง, บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสามารถฟ้องบิดามารดาได้หรือไม่, หลักการตีความกฎหมายที่จำกัดสิทธิของบุคคล, ความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบิดามารดากับบุตร, ขอบเขตการใช้มาตรา 1562 ตามหลักกฎหมายครอบครัว, คดีห้ามฟ้องบุพการี, สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ ต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งหมายความว่าห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น

1. บทนำ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรไว้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งคุ้มครองสถาบันครอบครัว ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน หนึ่งในบทบัญญัติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหมวดความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ซึ่งกำหนดข้อห้ามมิให้บุตรฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา

อย่างไรก็ดี บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็น การจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของบุคคล อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักกฎหมายทั่วไป จึงจำเป็นต้องพิจารณาตีความบทบัญญัตินี้โดยเคร่งครัด ไม่ขยายความให้เกินเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการลิดรอนสิทธิของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ

ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในการบังคับใช้มาตรา 1562 คือ คำว่า “บุตร” ตามบทบัญญัตินี้ หมายถึงบุตรประเภทใด และข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์โดยละเอียดว่า มาตรา 1562 ห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่รวมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นผลโดยตรงจากหลักการตีความบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ

2. ข้อความของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 บัญญัติว่า

“บุตรจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้”

ข้อความดังกล่าวดูเหมือนมีลักษณะเป็นข้อห้ามทั่วไปโดยไม่จำแนกประเภทของบุตร อย่างไรก็ดี การตีความบทบัญญัติกฎหมายมิอาจพิจารณาเพียงถ้อยคำตามตัวอักษรเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาร่วมกับโครงสร้างของกฎหมาย เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ และหลักกฎหมายทั่วไปประกอบกัน

3. ลักษณะของมาตรา 1562 ในฐานะบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ

สิทธิในการฟ้องคดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม การที่กฎหมายบัญญัติห้ามบุคคลฟ้องคดีบุคคลอื่นย่อมเป็นการจำกัดสิทธิดังกล่าวโดยตรง ดังนั้น มาตรา 1562 จึงมีลักษณะเป็น บทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ 

ตามหลักการตีความกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป บทบัญญัติที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจขยายความให้ครอบคลุมบุคคลหรือกรณีที่ไม่ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง หลักการดังกล่าวมีรากฐานจากแนวคิดเรื่องความเป็นธรรมและความได้สัดส่วนของการจำกัดสิทธิ

เมื่อมาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ การตีความคำว่า “บุตร” จึงต้องตีความอย่างแคบ โดยพิจารณาว่ากฎหมายประสงค์จะจำกัดสิทธิของบุตรประเภทใดเท่านั้น

4. ความหมายของ “บุตร” ตามโครงสร้างของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แบ่งสถานะของบุตรออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

2. บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงบุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือบุตรที่บิดาได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือบุตรที่ศาลพิพากษาให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือบุตรที่ยังไม่ได้รับการรับรองหรือไม่ได้รับการทำให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด

โครงสร้างของกฎหมายครอบครัวในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบิดามารดากับบุตร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างบุตรทั้งสองประเภท

5. เหตุผลเชิงหลักการของมาตรา 1562

เจตนารมณ์สำคัญของมาตรา 1562 คือการคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีในครอบครัว โดยป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างบุตรกับบุพการีซึ่งอาจทำลายความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และกระทบต่อโครงสร้างของสถาบันครอบครัวโดยรวม

อย่างไรก็ดี เจตนารมณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีความสัมพันธ์ทางกฎหมายและทางครอบครัวอย่างสมบูรณ์ระหว่างบุตรกับบุพการี กล่าวคือ เป็นกรณีของ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบสิทธิหน้าที่ซึ่งกันและกันตามกฎหมาย

ในทางกลับกัน บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมิได้อยู่ในฐานะเดียวกันกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายในหลายประการ ทั้งในด้านสิทธิ หน้าที่ และความผูกพันทางกฎหมาย การนำข้อห้ามตามมาตรา 1562 ไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นการขยายขอบเขตของบทบัญญัติออกไปเกินเจตนารมณ์ของกฎหมาย

6. การตีความโดยเคร่งครัดของบทบัญญัติจำกัดสิทธิ

หลักการตีความโดยเคร่งครัดกำหนดว่า เมื่อกฎหมายมีบทบัญญัติจำกัดสิทธิของบุคคล จะต้องตีความเฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเท่านั้น ไม่อาจนำไปใช้โดยอนุมานหรือขยายความไปยังกรณีอื่น

เมื่อนำหลักการนี้มาพิจารณากับมาตรา 1562 จะเห็นได้ว่า กฎหมายมิได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมถึงบุตรทุกประเภทโดยไม่คำนึงถึงสถานะความชอบด้วยกฎหมาย การตีความให้ครอบคลุมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นการตีความขยาย ซึ่งขัดต่อหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิ

7. ผลทางกฎหมายจากการตีความมาตรา 1562

เมื่อยึดหลักการตีความโดยเคร่งครัด ผลทางกฎหมายย่อมปรากฏชัดเจนว่า

มาตรา 1562 ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่โจทก์เป็น บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ของจำเลยเท่านั้น

หากโจทก์เป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้

การฟ้องคดีของบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อบุพการีจึงไม่เป็นคดีต้องห้ามตามกฎหมาย

การตีความเช่นนี้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาค หลักการคุ้มครองสิทธิ และหลักการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

8. ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การวินิจฉัยสถานะของบุตรว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาว่าคดีเป็นคดีต้องห้ามตามมาตรา 1562 หรือไม่ หากศาลพบว่าโจทก์มิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่อาจยกมาตรา 1562 มาเป็นเหตุจำหน่ายคดีได้

ประเด็นนี้มีผลโดยตรงต่อคดีแพ่งและคดีอาญาหลายประเภท เช่น คดีละเมิด คดีเรียกทรัพย์สิน คดีอาญาเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย หรือคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างบุตรกับบุพการี

9. บทสรุป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของบุคคล จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดตามหลักกฎหมายทั่วไป เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างของกฎหมายครอบครัว เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ และหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิแล้ว ย่อมเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ใช้บังคับเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจนำไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้

การตีความเช่นนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับหลักกฎหมายเท่านั้น หากยังเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล และรักษาความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสถาบันครอบครัวกับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

คำถามที่พบบ่อย

1. คำถาม: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 คืออะไร

คำตอบ: มาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดข้อห้ามมิให้บุตรฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีภายในครอบครัว และลดความขัดแย้งที่อาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร

2. คำถาม: มาตรา 1562 ห้ามบุตรฟ้องบุพการีในคดีประเภทใดบ้าง

คำตอบ: มาตรา 1562 วางหลักห้ามบุตรฟ้องบุพการีของตนทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา กล่าวคือห้ามดำเนินคดีโดยให้บุพการีเป็นคู่ความฝ่ายถูกฟ้องในฐานะจำเลยหรือผู้ต้องหา ทั้งนี้การจะนำมาตราดังกล่าวมาใช้ต้องพิจารณาองค์ประกอบตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีประกอบด้วย

3. คำถาม: เหตุใดมาตรา 1562 จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด

คำตอบ: เพราะมาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในการฟ้องคดีของบุคคล การตีความจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่ขยายความให้เกินกว่าที่บทบัญญัติและเจตนารมณ์ของกฎหมายกำหนด เพื่อมิให้เป็นการลิดรอนสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเกินสมควร

4. คำถาม: คำว่า “บุตร” ในมาตรา 1562 หมายถึงบุตรประเภทใด

คำตอบ: เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างกฎหมายครอบครัวและหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิ คำว่า “บุตร” ในมาตรา 1562 หมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับบุพการีโดยสมบูรณ์ตามที่กฎหมายรับรอง

5. คำถาม: มาตรา 1562 ใช้บังคับกับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คำตอบ: โดยหลักการ มาตรา 1562 ต้องตีความโดยเคร่งครัดในฐานะบทจำกัดสิทธิ จึงหมายความว่าใช้บังคับเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่ควรขยายไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่มีสถานะความเป็นบุตรโดยชอบในทางกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด

6. คำถาม: หากเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถฟ้องบิดาหรือมารดาได้หรือไม่

คำตอบ: หากบุคคลยังมีสถานะเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 โดยแนวทางการตีความเคร่งครัดย่อมไม่อาจนำมาใช้ปิดกั้นสิทธิในการฟ้องคดีได้ ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะเรื่องและข้อเท็จจริงในแต่ละคดีประกอบ

7. คำถาม: ศาลต้องพิจารณาประเด็นใดก่อนวินิจฉัยว่าคดีต้องห้ามตามมาตรา 1562 หรือไม่

คำตอบ: ศาลต้องพิจารณาสถานะของโจทก์เป็นลำดับแรกว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำมาตรา 1562 มาปรับใช้ หากไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้

8. คำถาม: มาตรา 1562 เป็นข้อห้ามเกี่ยวกับอำนาจฟ้องหรือเป็นข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิฟ้อง

คำตอบ: มาตรา 1562 มีลักษณะเป็นข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิในการฟ้องคดีของบุตรต่อบุพการี ซึ่งกระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของคู่ความในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดและใช้เฉพาะกรณีที่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายอย่างชัดเจน

9. คำถาม: วัตถุประสงค์ของมาตรา 1562 คืออะไร

คำตอบ: วัตถุประสงค์สำคัญของมาตรา 1562 คือการคุ้มครองความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว โดยป้องกันมิให้เกิดการฟ้องร้องกันระหว่างบุตรกับบุพการีซึ่งอาจกระทบต่อความผาสุกและความมั่นคงของครอบครัว

10. คำถาม: หลักการตีความเคร่งครัดส่งผลอย่างไรต่อขอบเขตการใช้มาตรา 1562

คำตอบ: หลักการตีความเคร่งครัดทำให้การใช้มาตรา 1562 ต้องจำกัดอยู่เฉพาะกรณีที่กฎหมายมุ่งหมายอย่างชัดแจ้ง คือกรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น และไม่อาจขยายไปตัดสิทธิของบุคคลในกรณีที่สถานะความเป็นบุตรโดยชอบยังไม่เกิดขึ้นตามกฎหมาย

11. คำถาม: หากจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องต้องห้ามตามมาตรา 1562 โจทก์ควรโต้แย้งอย่างไร

คำตอบ: โจทก์ควรโต้แย้งโดยชี้ให้เห็นว่า มาตรา 1562 เป็นบทจำกัดสิทธิ ต้องตีความโดยเคร่งครัด และต้องตรวจสอบก่อนว่าโจทก์เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ หากโจทก์ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามดังกล่าวย่อมไม่อาจนำมาใช้ตัดสิทธิการฟ้องคดีได้




บิดามารดา กับ บุตร

ถอนอำนาจปกครองบิดามารดาเกี่ยวกับการกำหนดที่อยู่ของบุตร(ฎีกา 515/2560)
(ฎีกาที่ 3013/2568) – ฟ้องบุพการีอุทลุมต้องห้าม ป.พ.พ. มาตรา 1562
ไม่มีกฎหมายให้บิดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรนอกกฎหมาย แม้บิดาจะรับรองแล้วก็ตาม
การจดทะเบียนรับรองบุตร: ขั้นตอน กฎหมาย และคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
ขอบเขตการขอเป็นคู่ความแทนในคดีหย่าและแบ่งสินสมรส(ฎีกา 3927/2562)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2563 : ศาลฎีกายืนให้บิดาจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรตามศาลชั้นต้น
เปลี่ยนสิทธิดูแลบุตรจากมารดาเป็นบิดา
สิทธิและหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตร, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร,
การเลี้ยงดูบุตรหลังการหย่า, การอุปการะเลี้ยงดูบุตร มาตรา 1564, ข้อตกลงการเลี้ยงดูบุตรในกรณีหย่าร้าง
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร, การคำนวณค่าเลี้ยงดูบุตร, สิทธิเลี้ยงดูบุตร หลังการหย่า,
การจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร, การรับรองบุตร, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
การเปลี่ยนแปลงอำนาจการปกครองบุตร, การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสิทธิเลี้ยงดูบุตร
เปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง
สิทธิการตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์เมื่อมารดาเสียชีวิตและบิดายังมีชีวิต(ฎีกา 2563/2544)
บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองบุตร
กฎหมายเรื่อง,ฟ้องร้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร, ฟ้องหย่า, อำนาจปกครองบุตร,
ขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว
ค่าอุปการะเลี้ยงดูกับค่าเลี้ยงชีพ, การใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร-มารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องแทนได้
สิทธิอำนาจปกครองบุตรหลังหย่า และเงื่อนไขการ ‘ตั้งผู้ปกครอง’(ฎีกา 2960/2548)
ส่วนแบ่งสินสมรสและความรับผิดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
อำนาจศาลเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับการให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน
ให้ใช้นามสกุลในสูติบัตรยังไม่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรยุติไปด้วยความตายไม่ตกทอดเป็นมรดก
โจทก์ฟ้องขอให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว
หน้าที่ตามกฎหมายบิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร
อายุความฟ้องขอเลิกรับบุตรบุญธรรม
ถอนข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า เรียกค่าเลี้ยงชีพ อำนาจปกครองบุตร(ฎีกา 8596/2559)
อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวมีได้ในกรณีใดบ้าง
รับสมอ้างว่าเป็นบุตรในการแจ้งเกิด, บิดาในสูติบัตร
ทำสัญญาประนีประนอมแทนผู้เยาว์ต้องขออนุญาตศาล
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรแต่บิดาปฏิเสธว่าเป็นบุตร
เรียกบุตรคืนจากสามีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย, บิดานอกกฎหมายไม่มีสิทธิที่จะกำหนดที่อยู่ของบุตร
บิดาลงชื่อในใบแต่งทนายความแทนบุตรที่บรรละนิติภาวะแล้ว
การจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร (เด็กและมารดาของเด็กถึงแก่ความตายแล้ว)
บุตรนอกกฎหมายเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้หรือไม่?
บุตรนอกกฎหมาย สิทธิประกันสังคม
บุตรจำต้องเลี้ยงดูบิดามารดา เรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยได้
ข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าให้บิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร
ผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว
เพิกถอนผู้จัดการทรัพย์สินผู้เยาว์ & ส่งมอบทรัพย์สิน(ฎีกา 458/2547)
ฟ้องบุพการี,คดีอุทลุม,การใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์จากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือได้
อำนาจศาลสั่งให้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว(ฎีกา 2668/2556)
ศาลชอบที่จะสั่งให้แก้ไขความบกพร่องเรื่องความสามารถเสียก่อนยกฟ้อง
การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรต้องพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร (คดีขาดอายุความ)
ใช้สิทธิทางศาลขอเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย
บิดาขอจดทะเบียนรับรองบุตรกรณีเด็กถึงแก่ความตายแล้ว
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร (บิดาถึงแก่ความตาย)
อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
ฟ้องให้บิดารับรองบุตร เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์
การนับอายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เยาว์
จำเลยตั้งครรภ์ด้วยวิธีการผสมเทียมโดยไม่ใช่อสุจิของโจทก์
ละเมิดเรียกค่าขาดแรงงานในครัวเรือนของบิดามารดา
ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามสัญญายอมความได้
ผู้เยาว์บรรลุนิติภาวะได้ทั้งการสมรสหรือมีอายุครบ 20 ปี
คำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
สามีภริยาสมัครใจมีบุตรร่วมกันโดยการทำกิ๊ฟท์
การอุปการะเลี้ยงดูบุตรต้องกระทำจนถึงบุตรบรรลุนิติภาวะ
เงินที่มีผู้ช่วยทำศพผู้ตายนำมาบรรเทาความรับผิดไม่ได้
โจทก์เป็นบุตรมีอำนาจฟ้องบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้
ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา
บุตรขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้ตายในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้ถือหุ้นฟ้องปู่ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทไม่เป็นคดีอุทลุม
คดีอุทลุมคือการห้ามฟ้องบุพการี
ฟ้องให้รับรองบุตรเมื่อเด็กอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์แล้ว
กฎหมายไม่บังคับว่าบุตรจะต้องใช้ชื่อสกุลของบิดาหรือมารดา
สิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร
ฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรเนื่องจากไม่ใช่บุตรที่แท้จริง
เด็กหรือมารดาเด็กไม่ให้ความยินยอมจดทะเบียนรับรองบุตรได้หรือไม่
ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเป็นบุตรเพราะมิใช่บิดาแท้จริง
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว
บุตรนอกสมรสตาย บิดามารดาจดทะเบียนสมรสภายหลังการตาย
เมื่อศาลได้พิพากษาแล้วไม่จำต้องบังคับจำเลยให้ไปจดทะเบียนรับเป็นบุตรอีก
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน