
| มาตรา 1562 ห้ามบุตรฟ้องบุพการี | ตีความเคร่งครัด บุตรชอบด้วยกฎหมาย
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ ต้องตีความโดยเคร่งครัด ซึ่งหมายความว่าห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น 1. บทนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรไว้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งคุ้มครองสถาบันครอบครัว ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน หนึ่งในบทบัญญัติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในหมวดความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ซึ่งกำหนดข้อห้ามมิให้บุตรฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา อย่างไรก็ดี บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็น การจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของบุคคล อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักกฎหมายทั่วไป จึงจำเป็นต้องพิจารณาตีความบทบัญญัตินี้โดยเคร่งครัด ไม่ขยายความให้เกินเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการลิดรอนสิทธิของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในการบังคับใช้มาตรา 1562 คือ คำว่า “บุตร” ตามบทบัญญัตินี้ หมายถึงบุตรประเภทใด และข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์โดยละเอียดว่า มาตรา 1562 ห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่รวมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นผลโดยตรงจากหลักการตีความบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ 2. ข้อความของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 บัญญัติว่า “บุตรจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้” ข้อความดังกล่าวดูเหมือนมีลักษณะเป็นข้อห้ามทั่วไปโดยไม่จำแนกประเภทของบุตร อย่างไรก็ดี การตีความบทบัญญัติกฎหมายมิอาจพิจารณาเพียงถ้อยคำตามตัวอักษรเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาร่วมกับโครงสร้างของกฎหมาย เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ และหลักกฎหมายทั่วไปประกอบกัน 3. ลักษณะของมาตรา 1562 ในฐานะบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ สิทธิในการฟ้องคดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม การที่กฎหมายบัญญัติห้ามบุคคลฟ้องคดีบุคคลอื่นย่อมเป็นการจำกัดสิทธิดังกล่าวโดยตรง ดังนั้น มาตรา 1562 จึงมีลักษณะเป็น บทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ ตามหลักการตีความกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป บทบัญญัติที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจขยายความให้ครอบคลุมบุคคลหรือกรณีที่ไม่ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง หลักการดังกล่าวมีรากฐานจากแนวคิดเรื่องความเป็นธรรมและความได้สัดส่วนของการจำกัดสิทธิ เมื่อมาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิ การตีความคำว่า “บุตร” จึงต้องตีความอย่างแคบ โดยพิจารณาว่ากฎหมายประสงค์จะจำกัดสิทธิของบุตรประเภทใดเท่านั้น 4. ความหมายของ “บุตร” ตามโครงสร้างของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แบ่งสถานะของบุตรออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย 2. บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงบุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือบุตรที่บิดาได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือบุตรที่ศาลพิพากษาให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือบุตรที่ยังไม่ได้รับการรับรองหรือไม่ได้รับการทำให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด โครงสร้างของกฎหมายครอบครัวในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างบิดามารดากับบุตร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างบุตรทั้งสองประเภท 5. เหตุผลเชิงหลักการของมาตรา 1562 เจตนารมณ์สำคัญของมาตรา 1562 คือการคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีในครอบครัว โดยป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีระหว่างบุตรกับบุพการีซึ่งอาจทำลายความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และกระทบต่อโครงสร้างของสถาบันครอบครัวโดยรวม อย่างไรก็ดี เจตนารมณ์ดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีความสัมพันธ์ทางกฎหมายและทางครอบครัวอย่างสมบูรณ์ระหว่างบุตรกับบุพการี กล่าวคือ เป็นกรณีของ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบสิทธิหน้าที่ซึ่งกันและกันตามกฎหมาย ในทางกลับกัน บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมิได้อยู่ในฐานะเดียวกันกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายในหลายประการ ทั้งในด้านสิทธิ หน้าที่ และความผูกพันทางกฎหมาย การนำข้อห้ามตามมาตรา 1562 ไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นการขยายขอบเขตของบทบัญญัติออกไปเกินเจตนารมณ์ของกฎหมาย 6. การตีความโดยเคร่งครัดของบทบัญญัติจำกัดสิทธิ หลักการตีความโดยเคร่งครัดกำหนดว่า เมื่อกฎหมายมีบทบัญญัติจำกัดสิทธิของบุคคล จะต้องตีความเฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเท่านั้น ไม่อาจนำไปใช้โดยอนุมานหรือขยายความไปยังกรณีอื่น เมื่อนำหลักการนี้มาพิจารณากับมาตรา 1562 จะเห็นได้ว่า กฎหมายมิได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าข้อห้ามดังกล่าวครอบคลุมถึงบุตรทุกประเภทโดยไม่คำนึงถึงสถานะความชอบด้วยกฎหมาย การตีความให้ครอบคลุมถึงบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นการตีความขยาย ซึ่งขัดต่อหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิ 7. ผลทางกฎหมายจากการตีความมาตรา 1562 เมื่อยึดหลักการตีความโดยเคร่งครัด ผลทางกฎหมายย่อมปรากฏชัดเจนว่า • มาตรา 1562 ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่โจทก์เป็น บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ของจำเลยเท่านั้น • หากโจทก์เป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้ • การฟ้องคดีของบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อบุพการีจึงไม่เป็นคดีต้องห้ามตามกฎหมาย การตีความเช่นนี้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาค หลักการคุ้มครองสิทธิ และหลักการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 8. ความสำคัญในทางปฏิบัติ การวินิจฉัยสถานะของบุตรว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาว่าคดีเป็นคดีต้องห้ามตามมาตรา 1562 หรือไม่ หากศาลพบว่าโจทก์มิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่อาจยกมาตรา 1562 มาเป็นเหตุจำหน่ายคดีได้ ประเด็นนี้มีผลโดยตรงต่อคดีแพ่งและคดีอาญาหลายประเภท เช่น คดีละเมิด คดีเรียกทรัพย์สิน คดีอาญาเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย หรือคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างบุตรกับบุพการี 9. บทสรุป ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็นการจำกัดสิทธิในการฟ้องคดีของบุคคล จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดตามหลักกฎหมายทั่วไป เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างของกฎหมายครอบครัว เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ และหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิแล้ว ย่อมเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ใช้บังคับเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจนำไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ การตีความเช่นนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับหลักกฎหมายเท่านั้น หากยังเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล และรักษาความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสถาบันครอบครัวกับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง คำถามที่พบบ่อย 1. คำถาม: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 คืออะไร คำตอบ: มาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดข้อห้ามมิให้บุตรฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีภายในครอบครัว และลดความขัดแย้งที่อาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร 2. คำถาม: มาตรา 1562 ห้ามบุตรฟ้องบุพการีในคดีประเภทใดบ้าง คำตอบ: มาตรา 1562 วางหลักห้ามบุตรฟ้องบุพการีของตนทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา กล่าวคือห้ามดำเนินคดีโดยให้บุพการีเป็นคู่ความฝ่ายถูกฟ้องในฐานะจำเลยหรือผู้ต้องหา ทั้งนี้การจะนำมาตราดังกล่าวมาใช้ต้องพิจารณาองค์ประกอบตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีประกอบด้วย 3. คำถาม: เหตุใดมาตรา 1562 จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด คำตอบ: เพราะมาตรา 1562 เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในการฟ้องคดีของบุคคล การตีความจึงต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่ขยายความให้เกินกว่าที่บทบัญญัติและเจตนารมณ์ของกฎหมายกำหนด เพื่อมิให้เป็นการลิดรอนสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเกินสมควร 4. คำถาม: คำว่า “บุตร” ในมาตรา 1562 หมายถึงบุตรประเภทใด คำตอบ: เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างกฎหมายครอบครัวและหลักการตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิ คำว่า “บุตร” ในมาตรา 1562 หมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับบุพการีโดยสมบูรณ์ตามที่กฎหมายรับรอง 5. คำถาม: มาตรา 1562 ใช้บังคับกับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คำตอบ: โดยหลักการ มาตรา 1562 ต้องตีความโดยเคร่งครัดในฐานะบทจำกัดสิทธิ จึงหมายความว่าใช้บังคับเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่ควรขยายไปใช้กับบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่มีสถานะความเป็นบุตรโดยชอบในทางกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด 6. คำถาม: หากเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถฟ้องบิดาหรือมารดาได้หรือไม่ คำตอบ: หากบุคคลยังมีสถานะเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 โดยแนวทางการตีความเคร่งครัดย่อมไม่อาจนำมาใช้ปิดกั้นสิทธิในการฟ้องคดีได้ ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะเรื่องและข้อเท็จจริงในแต่ละคดีประกอบ 7. คำถาม: ศาลต้องพิจารณาประเด็นใดก่อนวินิจฉัยว่าคดีต้องห้ามตามมาตรา 1562 หรือไม่ คำตอบ: ศาลต้องพิจารณาสถานะของโจทก์เป็นลำดับแรกว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำมาตรา 1562 มาปรับใช้ หากไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามตามมาตรา 1562 ย่อมไม่อาจนำมาใช้ได้ 8. คำถาม: มาตรา 1562 เป็นข้อห้ามเกี่ยวกับอำนาจฟ้องหรือเป็นข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิฟ้อง คำตอบ: มาตรา 1562 มีลักษณะเป็นข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิในการฟ้องคดีของบุตรต่อบุพการี ซึ่งกระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของคู่ความในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดและใช้เฉพาะกรณีที่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายอย่างชัดเจน 9. คำถาม: วัตถุประสงค์ของมาตรา 1562 คืออะไร คำตอบ: วัตถุประสงค์สำคัญของมาตรา 1562 คือการคุ้มครองความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว โดยป้องกันมิให้เกิดการฟ้องร้องกันระหว่างบุตรกับบุพการีซึ่งอาจกระทบต่อความผาสุกและความมั่นคงของครอบครัว 10. คำถาม: หลักการตีความเคร่งครัดส่งผลอย่างไรต่อขอบเขตการใช้มาตรา 1562 คำตอบ: หลักการตีความเคร่งครัดทำให้การใช้มาตรา 1562 ต้องจำกัดอยู่เฉพาะกรณีที่กฎหมายมุ่งหมายอย่างชัดแจ้ง คือกรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบุพการีของตนเท่านั้น และไม่อาจขยายไปตัดสิทธิของบุคคลในกรณีที่สถานะความเป็นบุตรโดยชอบยังไม่เกิดขึ้นตามกฎหมาย 11. คำถาม: หากจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องต้องห้ามตามมาตรา 1562 โจทก์ควรโต้แย้งอย่างไร คำตอบ: โจทก์ควรโต้แย้งโดยชี้ให้เห็นว่า มาตรา 1562 เป็นบทจำกัดสิทธิ ต้องตีความโดยเคร่งครัด และต้องตรวจสอบก่อนว่าโจทก์เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ หากโจทก์ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อห้ามดังกล่าวย่อมไม่อาจนำมาใช้ตัดสิทธิการฟ้องคดีได้ |




