
| ทางจำเป็นครอบคลุมไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์หรือไม่ และเหตุใดต้องเสนอค่าทดแทนก่อนฟ้องขอวางสาธารณูปโภคผ่านที่ดินผู้อื่น
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการแยกสิทธิใช้ทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ออกจากสิทธิในการวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า ท่อประปา สายโทรศัพท์ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของบุคคลอื่น โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การวางสาธารณูปโภคดังกล่าวไม่ใช่เรื่องทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 และมาตรา 1350 แต่เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 1352 ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญว่าผู้ประสงค์จะวางท่อหรือสายต่าง ๆ ต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดินก่อน หากยังไม่ได้เสนอค่าทดแทน เจ้าของที่ดินมีสิทธิปฏิเสธ และผู้ขอใช้สิทธิไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้เจ้าของที่ดินยอมให้ดำเนินการได้ คดียังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนทางจำเป็น โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธิใช้ทางเดินและทางรถยนต์เป็นทางจำเป็นเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินที่เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น ผู้มีสิทธิทางจำเป็นก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางดังกล่าวอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้เจ้าของที่ดินไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน สาระสำคัญที่สุดของคดี สิทธิทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์กับสิทธิวางสาธารณูปโภคเป็นสิทธิที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน การวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกัน ไม่ถือเป็นทางจำเป็นตามมาตรา 1349 และมาตรา 1350 สิทธิดังกล่าวต้องพิจารณาตามมาตรา 1352 ผู้ประสงค์จะวางท่อหรือสายผ่านที่ดินผู้อื่นต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดินก่อน หากยังไม่ได้เสนอค่าทดแทน เจ้าของที่ดินมีสิทธิปฏิเสธ และผู้ขอใช้สิทธิไม่มีอำนาจฟ้องบังคับ ส่วนทางเดินและทางรถยนต์ที่เป็นทางจำเป็นเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น สิทธิทางจำเป็นก็ยังคงอยู่และไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้สิทธิดังกล่าวคงอยู่ คำถามที่น่าสนใจ 1. ทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์รวมถึงไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และท่อระบายน้ำด้วยหรือไม่ 2. ผู้ประสงค์จะวางท่อน้ำหรือสายไฟฟ้าผ่านที่ดินผู้อื่นต้องเสนอค่าทดแทนก่อนฟ้องหรือไม่ 3. ทางจำเป็นที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมายต้องจดทะเบียนไว้ในโฉนดที่ดินหรือไม่ ข้อเท็จจริงและที่มาของข้อพิพาท จำเลยเดิมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงหนึ่ง ต่อมาจำเลยจดทะเบียนให้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมโดยมีค่าตอบแทน หลังจากนั้นจำเลยแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยหลายแปลง และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์ ส่วนที่ดินแปลงอื่นยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ภายหลังการแบ่งแยก ที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นที่แบ่งแยกออกมาปิดล้อมจนไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ ขณะที่จำเลยใช้ที่ดินอีกแปลงหนึ่งเป็นทางเดินและทางรถยนต์เพื่อออกสู่ถนนสาธารณะ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นสำหรับทางเดิน ทางรถยนต์ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำ และสาธารณูปโภคอื่น โดยขอให้จำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น หากจำเลยไม่ดำเนินการก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นสำหรับทางเดิน ทางรถยนต์ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำและสาธารณูปโภคอื่น และให้จำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานตามคำขอของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ โดยยกคำขอของโจทก์ในส่วนไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่น รวมทั้งยกคำขอที่ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน ส่วนสิทธิทางเดินและทางรถยนต์ยังคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยเห็นว่าทางจำเป็นตามกฎหมายควรรวมถึงไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำและสาธารณูปโภคอื่น และเห็นว่าควรมีการจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นไว้เพื่อให้บุคคลภายนอกทราบ การวินิจฉัยเรื่องทางจำเป็นและสาธารณูปโภค ศาลฎีกาแยกประเด็นสิทธิทางจำเป็นออกจากสิทธิในการวางสาธารณูปโภคอย่างชัดเจน การวางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ท่อประปา สายโทรศัพท์ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันในที่ดินติดต่อ ไม่ใช่เรื่องทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 และมาตรา 1350 สิทธิในเรื่องดังกล่าวอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 ซึ่งกำหนดหลักเกี่ยวกับการที่เจ้าของที่ดินต้องยอมให้เจ้าของที่ดินติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของตนเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินติดต่อ ในกรณีที่หากไม่ยอมให้ผ่านก็ไม่มีทางวางได้ หรือถ้าจะวางได้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเกินสมควร เงื่อนไขสำคัญของสิทธิตามมาตรา 1352 คือเจ้าของที่ดินผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับค่าทดแทนตามสมควร ดังนั้น ผู้ที่ประสงค์จะวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของผู้อื่นจึงต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดินเสียก่อน หากผู้ประสงค์จะวางท่อหรือสายต่าง ๆ ไม่จ่ายค่าทดแทนตามสมควร เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิปฏิเสธไม่ยอมให้วางท่อหรือสายดังกล่าวในที่ดินของตน ในคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งประสงค์จะวางท่อน้ำ สายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคที่จะต้องบอกกล่าวและเสนอจำนวนค่าทดแทนแก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินก่อน เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคผ่านที่ดินของจำเลย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ยกคำขอในส่วนนี้ชอบแล้ว และฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น หลักกฎหมายสำคัญจากประเด็นนี้จึงอยู่ที่การไม่อาจนำคำว่า “ทางจำเป็น” ไปครอบคลุมสิทธิในการใช้ที่ดินของผู้อื่นทุกลักษณะ แม้สิ่งที่จะดำเนินการนั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินติดต่อก็ตาม เมื่อกฎหมายมีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับการวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกัน ก็ต้องใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามบทบัญญัตินั้น มาตรา 1349 และมาตรา 1350 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับทางจำเป็น ส่วนมาตรา 1352 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินติดต่อ โดยมีค่าทดแทนตามสมควรเป็นเงื่อนไขสำคัญ การเสนอค่าทดแทนจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิตามมาตรา 1352 จะฟ้องบังคับเจ้าของที่ดินได้ เมื่อยังไม่ได้เสนอค่าทดแทน เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิปฏิเสธ และผู้ประสงค์จะใช้สิทธิไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับเจ้าของที่ดินยอมให้วางท่อหรือสายดังกล่าว การวินิจฉัยเรื่องการจดทะเบียนทางจำเป็น โจทก์ยังฎีกาว่า แม้ทางพิพาทจะเป็นทางจำเป็นตามกฎหมาย แต่หากไม่มีการจดทะเบียนไว้ในโฉนดที่ดิน บุคคลภายนอกย่อมไม่อาจทราบถึงสิทธิดังกล่าว และอาจทำให้ผู้รับโอนที่ดินซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งดังกล่าว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิใช้ทางเดินและทางรถยนต์ในที่ดินของจำเลยเป็นทางจำเป็นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย เมื่อสิทธิเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ต่อมาที่ดินแปลงที่เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปเป็นของบุคคลอื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางจำเป็นในที่ดินนั้นต่อไป จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นตามคำขอของโจทก์ ในคดีนี้ สิทธิทางจำเป็นที่โจทก์มีอยู่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย มิได้ขึ้นอยู่กับการที่จำเลยยินยอมก่อตั้งสิทธิให้แก่โจทก์ ด้วยเหตุนี้ การโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นทางจำเป็นไปยังบุคคลอื่นจึงไม่ทำให้สิทธิทางจำเป็นที่โจทก์มีอยู่ตามกฎหมายต้องสิ้นสุดลง แนววินิจฉัยดังกล่าวแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิทธิทางจำเป็นที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมายกับสิทธิในการวางสาธารณูปโภคตามมาตรา 1352 ซึ่งผู้ประสงค์จะใช้สิทธิต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องค่าทดแทนก่อน หลักกฎหมายที่ได้จากคดี ประการแรก ทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์กับสิทธิในการวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และสิ่งอื่นที่คล้ายกันเป็นเรื่องที่ต้องแยกพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายคนละส่วน แม้ที่ดินจะไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะและเจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ทางเดินหรือทางรถยนต์ผ่านที่ดินข้างเคียงเป็นทางจำเป็น ก็ไม่ได้หมายความว่าสิทธิดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการวางระบบสาธารณูปโภคโดยอัตโนมัติ ประการที่สอง การใช้สิทธิวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าหรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของบุคคลอื่น ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 1352 โดยผู้ขอใช้สิทธิต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดิน ประการที่สาม ก่อนนำคดีขึ้นฟ้องเพื่อขอให้ศาลบังคับเจ้าของที่ดินยอมให้วางท่อหรือสายต่าง ๆ ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิต้องบอกกล่าวเสนอจำนวนค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินก่อน หากยังไม่มีการเสนอค่าทดแทน ผู้ฟ้องย่อมไม่มีอำนาจฟ้องบังคับในส่วนดังกล่าว ประการที่สี่ สิทธิทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ในคดีนี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นทางจำเป็นจะเปลี่ยนมือ ผู้มีสิทธิทางจำเป็นก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางดังกล่าวตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัย จึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้เจ้าของที่ดินไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นเพื่อให้สิทธิดังกล่าวคงอยู่ สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1. ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นสำหรับทางเดิน ทางรถยนต์ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำและสาธารณูปโภคอื่น และให้จำเลยไปจดทะเบียนทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา พร้อมให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ 2. ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกคำขอในส่วนที่ขอให้เป็นทางจำเป็นสำหรับไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่น รวมทั้งยกคำขอให้จำเลยไปจดทะเบียนทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน ส่วนสิทธิทางเดินและทางรถยนต์ยังคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 3. ศาลฎีกา พิพากษายืน โดยเห็นว่าการวางท่อน้ำ สายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคไม่ใช่ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 และมาตรา 1350 แต่เป็นเรื่องตามมาตรา 1352 ซึ่งผู้ประสงค์จะใช้สิทธิต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดิน เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนทางเดินและทางรถยนต์เป็นทางจำเป็นที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางจำเป็น จึงไม่จำเป็นต้องให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็น สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คดีนี้แสดงหลักสำคัญว่าการใช้สิทธิเหนือที่ดินของบุคคลอื่นต้องพิจารณาบทบัญญัติกฎหมายให้ตรงกับลักษณะของสิทธิที่ขอใช้ การที่เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้ทางเดินหรือทางรถยนต์เป็นทางจำเป็น ไม่ทำให้สิทธิขยายไปถึงการวางไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำหรือสาธารณูปโภคอื่นโดยอัตโนมัติ หากประสงค์จะวางท่อหรือสายต่าง ๆ ผ่านที่ดินของผู้อื่น ต้องพิจารณาหลักตามมาตรา 1352 และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องค่าทดแทนก่อน ในคดีนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคผ่านที่ดินของจำเลย ในส่วนทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิใช้ทางดังกล่าวด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินที่เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางจำเป็นอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 มาตรา 1350 และมาตรา 1352 โดยต้องแยกสิทธิทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ออกจากสิทธิในการวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของบุคคลอื่น สาระสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ทางจำเป็น สิทธิทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ในคดีนี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินซึ่งใช้เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น ผู้มีสิทธิทางจำเป็นก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางดังกล่าว และไม่จำเป็นต้องบังคับให้เจ้าของที่ดินไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน ค่าทดแทนก่อนวางสาธารณูปโภค การวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของผู้อื่นเป็นเรื่องตามมาตรา 1352 ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดินก่อน หากยังไม่ได้เสนอค่าทดแทน เจ้าของที่ดินมีสิทธิปฏิเสธ และผู้ประสงค์จะใช้สิทธิไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้เจ้าของที่ดินยอมให้ดำเนินการดังกล่าว คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 1. คำถาม ทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์รวมถึงการวางไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และท่อระบายน้ำด้วยหรือไม่ คำตอบ ไม่รวมโดยอัตโนมัติ การวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า ท่อประปา สายโทรศัพท์หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันไม่ใช่เรื่องทางจำเป็นตามมาตรา 1349 และมาตรา 1350 แต่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามมาตรา 1352 ซึ่งมีหลักเกณฑ์เฉพาะเกี่ยวกับการวางสิ่งดังกล่าวผ่านที่ดินติดต่อ 2. คำถาม ผู้ที่ต้องการวางท่อน้ำหรือสายไฟฟ้าผ่านที่ดินผู้อื่นต้องจ่ายค่าทดแทนหรือไม่ คำตอบ ต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรแก่เจ้าของที่ดินตามเงื่อนไขของมาตรา 1352 หากผู้ประสงค์จะวางท่อหรือสายต่าง ๆ ไม่จ่ายค่าทดแทนตามสมควร เจ้าของที่ดินมีสิทธิปฏิเสธไม่ยอมให้ดำเนินการผ่านที่ดินของตน 3. คำถาม สามารถฟ้องศาลทันทีเพื่อบังคับให้เจ้าของที่ดินยอมให้วางไฟฟ้าหรือประปาได้หรือไม่ คำตอบ ตามแนววินิจฉัยในคดีนี้ ผู้ประสงค์จะวางท่อน้ำ สายไฟฟ้าหรือสาธารณูปโภคต้องบอกกล่าวเสนอจำนวนค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินก่อน เมื่อไม่ปรากฏว่าได้เสนอค่าทดแทน ผู้ฟ้องย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับเจ้าของที่ดินยินยอมให้ดำเนินการดังกล่าว 4. คำถาม ทางจำเป็นต้องจดทะเบียนไว้ในโฉนดที่ดินจึงจะยังคงมีสิทธิเมื่อที่ดินถูกโอนไปยังบุคคลอื่นหรือไม่ คำตอบ ตามแนววินิจฉัยในคดีนี้ สิทธิใช้ทางเดินและทางรถยนต์เป็นทางจำเป็นเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินที่เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น ผู้มีสิทธิทางจำเป็นก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางนั้นอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดให้เจ้าของที่ดินไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย ข้อควรสังเกตของคดีนี้คือ สิทธิใช้ทางจำเป็นสำหรับทางเดินหรือทางรถยนต์กับสิทธิวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันผ่านที่ดินของผู้อื่น เป็นสิทธิที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน การมีสิทธิใช้ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 หรือมาตรา 1350 จึงไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิวางสาธารณูปโภคผ่านที่ดินนั้นโดยอัตโนมัติ การวางท่อหรือสายสาธารณูปโภคต้องพิจารณาตามมาตรา 1352 โดยในคดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ประสงค์จะวางท่อน้ำ สายไฟฟ้าและสิ่งอื่นในลักษณะดังกล่าวต้องบอกกล่าวเสนอจำนวนค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินก่อน เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้ดำเนินการ ส่วนสิทธิทางจำเป็นสำหรับทางเดินและทางรถยนต์ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นสิทธิที่โจทก์มีอยู่ด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้ที่ดินที่ใช้เป็นทางจำเป็นจะถูกโอนไปยังบุคคลอื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางดังกล่าวอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7775/2552 การวางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ท่อประปา สายโทรศัพท์ หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกันในที่ดินติดต่อ หาใช่เป็นเรื่องทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350 ไม่ แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้เจ้าของที่ดินติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกับผ่านที่ดินของตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1352 การใช้สิทธิวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ในที่ดินของผู้อื่น ผู้ที่จะวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ จะต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรให้แก่เจ้าของที่ดินเสียก่อน หากผู้ที่จะวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ไม่จ่ายค่าทดแทนตามสมควรแล้ว เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ยอมให้วางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ในที่ดินของตนได้ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งเป็นผู้วางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ที่จะต้องบอกกล่าวเสนอจำนวนค่าทดแทนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินทราบก่อน มิฉะนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ในที่ดินของจำเลย เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ในที่ดินของจำเลยได้ โจทก์มีสิทธิใช้ทางเดินและทางรถยนต์ในที่ดินเป็นทางจำเป็นด้วยอำนาจแห่งกฎหมาย แม้มีการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวไปเป็นของผู้อื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางจำเป็นในที่ดินดังกล่าวอยู่นั่นเอง จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็น โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเรื่องทางเดิน ทางรถยนต์ ไฟฟา ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำ และสาธารณูปโภคอื่นๆ โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นในเรื่องดังกล่าว มีความกว้าง 4 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร ตลอดแนวเขตที่ดินของโจทก์ออกไปสู่ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสามแยกริมคลองประปาไปคลองสะเทิน หมู่ที่ 1 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทตามแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 เป็นทางจำเป็นเรื่องทางเดิน ทางรถยนต์ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำและสาธารณูปโภคอื่นๆ โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นในเรื่องดังกล่าว มีความกว้าง 4 เมตร และยาวประมาณ 200 เมตร ตลอดแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 62061 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีของโจทก์ออกไปสู่ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสามแยกริมคลองประปาไปคลองสะเทินหมู่ที่ 1 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้เป็นทางจำเป็นเรื่องไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่น และในส่วนที่ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนทางจำเป็นต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3812 ตำบลบางใหญ่ (บ้านใหญ่) อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 ต่อมาปี 2543 จำเลยจดทะเบียนให้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมโดยมีค่าตอบแทน ครั้นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3812 ออกเป็นแปลงย่อยหลายแปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 62060, 62061, 62062 และ 62064 ตำบลบางใหญ่ (บ้านใหญ่) อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยคงเหลือโฉนดเลขที่ 3812 อยู่และจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 62061 ให้โจทก์ในวันเดียวกัน ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.3 ส่วนที่ดินแปลงอื่นที่แบ่งแยกยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยจำเลยใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ 62060 ตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นทางเดินและทางรถยนต์เพื่อออกสู่ถนนสาธารณะสามแยกริมคลองประปาไปคลองสะเทิน หมู่ที่ 1 ที่ดินโฉนดเลขที่ 62060 ของจำเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 62061 ของโจทก์ จากการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 3812 ของจำเลย ทำให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 62061 ของโจทก์ถูกที่ดินที่แบ่งแยกแปลงอื่นๆ ปิดล้อมจนไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ ตามแผนที่เอกสารหมาย จ.4 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้เป็นทางจำเป็นเรื่องไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 มิใช่โจทก์ได้ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 โดยผลของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 โจทก์ย่อมได้ทางจำเป็นเรื่องไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อระบายน้ำ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ด้วยนั้น เห็นว่า การวางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ท่อประปา สายโทรศัพท์ หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกันในที่ดินติดต่อ หาใช่เป็นเรื่องทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 และ 1350 ไม่ แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้เจ้าของที่ดินติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกันผ่านที่ดินของตนตามประมวลกฎหมายแห่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 ซึ่งบัญญัติว่า ...ถ้าเจ้าของที่ดินได้รับค่าทดแทนตามสมควรแล้ว ต้องยอมให้ผู้อื่นวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าหรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกันผ่านที่ดินของตนเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินติดต่อ ซึ่งถ้าไม่ยอมให้ผ่านก็ไม่มีทางจะวางได้ หรือถ้าจะวางได้ก็เปลืองเงินมากเกินควร... ตามบทบัญญัติดังกล่าวการใช้สิทธิวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ในที่ดินของผู้อื่น ผู้ที่จะวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ จะต้องยอมจ่ายค่าทดแทนตามสมควรให้แก่เจ้าของที่ดินเสียก่อน หากผู้ที่จะวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ไม่จ่ายค่าทดแทนตามสมควรแล้ว เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ยอมให้วางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ ฯลฯ ในที่ดินของตนได้ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ที่จะวางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ที่จะต้องบอกกล่าวเสนอจำนวณค่าทดแทนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินทราบก่อน มิฉะนั้นโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ในที่ดินของจำเลยเมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยยินยอมให้โจทก์วางท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ในที่ดินของจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำขอข้อนี้ของโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อสุดท้ายมีว่า จำเลยต้องจดทะเบียนทางจำเป็นตามคำขอของโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า แม้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 แต่บุคคลภายนอกไม่อาจทราบได้หากไม่จดทะเบียนไว้ในโฉนดที่ดินเลขที่ 62060 จะทำให้ผู้รับโอนที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตได้รับความเสียหายนั้น เห็นว่า โจทก์มีสิทธิใช้ทางเดินและทางรถยนต์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 62060 เป็นทางจำเป็นด้วยอำนาจแห่งกฎหมายแม้มีการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวไปเป็นของผู้อื่น โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิใช้ทางจำเป็นในที่ดินดังกล่าวอยู่นั่นเอง จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิทางจำเป็นตามที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำขอของโจทก์ในข้อนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
|





