ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




คดีล่วงละเมิดเด็กในความดูแล ความผิดทางเพศเด็ก, กระทำชำเราเด็ก, ป.อ. มาตรา 285 (ฎีกา 5524/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 5524/2567, ความผิดพยายามกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี, การล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด, การตีความประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285, ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของผู้ปกครองโดยพฤตินัย, มาตรา 277 เกี่ยวกับการกระทำชำเราเด็ก, การบังคับใช้บทลงโทษหลายกรรมตามมาตรา 91, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับความผิดทางเพศเด็ก, การรับฟังพฤติการณ์ผู้เสียหายที่อยู่ในความดูแล, การใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 279

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

สรุปคำพิพากษาทั้งสามศาล

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรม ทั้งพยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด และกระทำอนาจารโดยใช้อวัยวะอื่นล่วงล้ำ พร้อมทั้งทำร้ายร่างกายเด็ก จึงลงโทษทุกกรรมตามมาตรา 91 รวมจำคุก 50 ปี หลังลดโทษจากการรับสารภาพบางส่วน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แก้โทษให้ลงเฉพาะความผิดตามมาตรา 277 ประกอบมาตรา 80 และเพิ่มโทษหนักขึ้นตามมาตรา 285 รวมจำคุก 35 ปี 15 วัน ส่วนข้อหาอื่นให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น ส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยเลิกร้างกับมารดาผู้เสียหายแล้ว แต่เด็กยังถูกฝากให้อยู่ภายใต้การดูแลของจำเลยและเคยอยู่ในความอุปการะมาก่อน จึงถือว่าอยู่ใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดตามมาตรา 285 ลงโทษหนักขึ้นตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา พิพากษายืน

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความว่า การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะ “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 หรือไม่ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นบิดาเลี้ยงหรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย แต่ผู้เสียหายเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลยหลายปี และมารดายังนำเด็กกลับมาฝากให้จำเลยดูแล จึงถือว่าเด็กอยู่ใต้อำนาจของจำเลยตามมาตรา 285 ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ มาตรา 277, 279, 285 และมาตรา 91 และมาตรา 78 ของประมวลกฎหมายอาญา

ด้านล่างนี้คือ 5 key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. ผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด

หมายถึง เด็กไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจตามกฎหมาย แต่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจหรือการดูแลควบคุม เช่น เด็กเคยอยู่ในความอุปการะหรือถูกฝากให้ดูแล ทำให้ต้องเชื่อฟังจำเลย

2. บิดาเลี้ยงหรือผู้ดูแลโดยพฤตินัย

แม้ไม่ใช่ผู้ปกครองตามกฎหมาย แต่จำเลยเคยดูแลเด็กเสมือนบิดา ศาลถือว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือเด็ก ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มโทษตามมาตรา 285

3. มาตรา 285 (โทษหนักขึ้น)

เป็นกฎหมายที่บัญญัติให้เพิ่มโทษในคดีความผิดทางเพศ หากเหยื่อเป็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของผู้กระทำ ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้

4. ความผิดพยายามกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี

เป็นความผิดตามมาตรา 277 ประกอบมาตรา 80 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามองค์ประกอบนี้ก่อนพิจารณาเพิ่มโทษตามมาตรา 285

5. ความน่าเชื่อถือของพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ

ศาลให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงว่าเด็กเคยอาศัยอยู่กับจำเลยหลายปี และมารดายังนำเด็กกลับไปฝากดูแลอีกครั้ง ทำให้เกิดสถานะ “อยู่ใต้อำนาจ” ซึ่งเป็นแก่นคดีที่นำไปสู่การลงโทษหนักขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5524/2567 

แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของ ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยพักอาศัยอยู่กับจําเลยหลายปี โดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา เช่นนี้ พฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายจึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลย และขณะเกิดเหตุ ก. ได้ฝากให้ผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายต้องมีความเคารพยำเกรงและเชื่อฟังจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 285 แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายในระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้น

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 285, 391

จําเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน จําเลยแก้ไขคําให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 จําเลยใช้นิ้วมือของจําเลยสอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย และจำเลยใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง, 80, 279 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ประกอบมาตรา 285, 391 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานพยายามกระทําชําเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อํานาจด้วยประการอื่นใด และความผิดฐานกระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยใช้อวัยวะอื่น ซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อํานาจประการอื่นใด เป็นการกระทํากรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อํานาจประการอื่นใด อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จําคุกกระทงละ 16 ปี รวม 4 กระทง เป็นจําคุก 64 ปี ฐานทําร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จําคุก 1 เดือน จําเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานกระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อํานาจประการอื่นใด 1 กระทง และฐานใช้กำลังทําร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้สําหรับความผิดฐานดังกล่าวกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้น โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อํานาจประการอื่นใด คงจําคุก 56 ปี ฐานใช้กำลังทําร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ คงจําคุก 15 วัน รวมจําคุก 56 ปี 15 วัน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จําคุกจําเลย 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80 ซึ่งต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 จำคุกกระทงละ 10 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 40 ปี ลดโทษให้ในความผิดกระทงแรก กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 35 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เป็นจำคุก 35 ปี 15 วัน ไม่ปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เด็กหญิง ศ. ผู้เสียหาย ขณะเกิดเหตุอายุ 11 ปี เป็นบุตรของนาย พ. กับนางสาว ก. ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาเมื่อผู้เสียหายอายุประมาณ 2 ถึง 3 ปี นาย พ. กับนางสาว ก. แยกทางกัน นางสาว ก. มีจำเลยเป็นคนรักใหม่ จึงพาผู้เสียหายไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านของจําเลย ผู้เสียหายพักอาศัยกับจําเลยหลายปี โดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา ต่อมาประมาณเดือนตุลาคม 2564 นางสาว ก. มีคนรักใหม่ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จึงพาผู้เสียหายไปอยู่ด้วย ครั้นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 นางสาว ก. พาผู้เสียหายกลับไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจําเลยที่ อําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่เกิดเหตุ แล้วนางสาว ก. เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ขณะที่ผู้เสียหายกับจำเลยอยู่ภายในห้องพักโดยนอนคนละเตียง จําเลยเดินไปหาผู้เสียหายแล้วถอดกางเกงของผู้เสียหายออกและใช้นิ้วมือของจําเลยสอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยพยายามสอดใส่อวัยวะเพศของจําเลยเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายแต่ไม่สามารถสอดใส่ได้ จำเลยจึงเลิกทำ ครั้นเวลาประมาณ 18 นาฬิกา ของวันที่ 4 ธันวาคม 2564 จำเลยใช้มือตบศีรษะของผู้เสียหาย 1 ครั้ง และใช้ขาเตะที่แขนข้างซ้ายของผู้เสียหาย 1 ครั้ง ทําให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนข้างซ้ายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ความผิดฐานพยายามกระทำชำเราแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายเป็นการกระทำต่อผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้เป็นบิดาเลี้ยงของผู้เสียหาย เนื่องจากนางสาว ก. และจำเลยได้เลิกร้างกันแล้ว อำนาจปกครองของผู้เสียหายจึงอยู่กับนางสาว ก. กรณีของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 นั้น เห็นว่า แม้ขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางสาว ก. แล้ว และอำนาจปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายเป็นของนางสาว ก. ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุนางสาว ก. พาผู้เสียหายไปฝากให้พักอาศัยอยู่กับจำเลยซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเคยพักอาศัยอยู่กับจําเลยหลายปี โดยจำเลยอุปการะเลี้ยงผู้เสียหายเสมือนเป็นบิดา เช่นนี้ พฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศที่จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายจึงมีลักษณะเป็นการกระทำที่จำเลยมีอำนาจบังคับเหนือผู้เสียหาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุเคยอยู่ในความอุปการะของจำเลย และขณะเกิดเหตุนางสาว ก. ได้ฝากให้ผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายต้องมีความเคารพยำเกรงและเชื่อฟังจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายในระหว่างที่ผู้เสียหายอยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใดของจำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องรับโทษหนักขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

 




เกี่ยวกับคดีอาญา

คดีรื้อถอนกุฏิวัดและอำนาจเจ้าหน้าที่ป่าไม้(ฎีกา 599/2567)
ขอคืนรถของกลาง & เงื่อนไขริบและคืน,ริบทรัพย์, เจ้าของทรัพย์, (ฎีกา 9090/2549)
คดีโฆษณาแอลกอฮอล์ & เครื่องหมายการค้า, โฆษณาผิดกฎหมาย, (ฎีกา 3139/2568)
คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว & การยกฟ้อง ตรวจสอบคุณภาพข้าว, (ฎีกา 3555/2568)
ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง & การบรรเทาโทษ,มาตรา 335, มาตรา 352, (ฎีกา 5658/2567)
คดีโฉนดมรดก & ป.อ. มาตรา 188, ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, (ฎีกา 842/2568)
คดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ & ค่าเสียหายสิ่งแวดล้อม (ฎีกา 6009/2567)
คดีพยายามฆ่า, คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย,(ฎีกา 2813/2568, )
คดีพยายามฆ่า & บุกรุกทำร้ายร่างกาย, บุกรุกเคหสถาน (ฎีกา 2813/2568)
คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายและอาวุธ, ป.อ. มาตรา 364, (ฎีกาที่ 5613/2550)
คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายและอาวุธ,มาตรา 364, (ฎีกา 5613/2550)
ฎีกา 1044/2568 – คดีฟอกเงิน & นับโทษจำคุกต่อ
(ฎีกาที่ 3710/2567): คดีพยายามฆ่า การวินิจฉัยเจตนาและข้อจำกัดในการยกฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567: การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและข้อจำกัดในการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567: คดีช่วยซ่อนเร้นสินค้านำเข้าไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและภาษีสรรพสามิต ศาลฎีกายกฎีกาจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4770/2567: ผู้เสียหายโดยตรงในคดีลักทรัพย์จากบัญชีเงินฝากและสิทธิฟ้องคดีอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5492/2567: คดีพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธปืน บุกรุกเคหสถานกลางคืน และการห้ามฎีกาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567: คดีลักทรัพย์และการเพิ่มโทษตามมาตรา 93 พร้อมข้อจำกัดการฎีกาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและหมิ่นประมาท — ศาลชี้ขาดเจตนากับการกระทำโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5854/2567: ริบรถยนต์ใช้ซ่อนเร้นบุหรี่เถื่อนตาม พ.ร.บ. ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567 ป้องกันเกินกว่าเหตุและสำคัญผิดจนยิงผู้อื่น ศาลปรับโทษเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6190/2567 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไม่เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่เข้าข่ายฆ่าโดยทารุณโหดร้าย
ความรับผิดฐานควบคุมสัตว์ดุร้ายตาม ป.อ. มาตรา 377 และกฎหมายโรคระบาดสัตว์(ฎีกาที่ 8040/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567 – พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารและสิทธิของผู้ปกครองตามกฎหมาย
ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบากว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ลักทรัพย์โดยสุจริต, ความผิดลักทรัพย์ vs การเข้าใจผิด, คดีลักทรัพย์ในเครือญาติ,
การกระทำของจำเลยเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมาตรา 289 (4), โทษประหารชีวิตในคดีอาญา
ป.อ. มาตรา 54 ในการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลง
คดีอั้งยี่พนันออนไลน์ & ฟ้องครบองค์ประกอบ (ฎีกา 980/2567)
กระทำชำเราผู้เยาว์ในบ้านไม่ถือว่าแยกเด็กจากอำนาจปกครองดูแล
จำเลยไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี
ผู้ปกครองอนุญาตให้ไปดูโทรทัศน์ที่บ้านของจำเลยเท่านั้น
การกระทำโดยพลาด
รอการลงโทษ,ให้การรับสารภาพ
รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะซุกซ่อนและขนส่งบุหรี่ซิกาแรตในการกระทำความผิด
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้นั้นสภาพความเป็นลูกหนี้เจ้าหนี้เกิดขึ้นทันที
ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ปฏิบัติหรือละเว้นตามมาตรา 157
การกระทำความผิดระหว่างผู้บุพการีต่อผู้สืบสันดานหรือผู้สืบสันดานต่อผู้บุพการี
พาไปเพื่อการอนาจาร -บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี
ความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
จำเลยฉ้อโกงหลอกลวงเอาทรัพย์ขณะที่ผู้เสียหายป่วยทางจิต
รอการกำหนดโทษ | รอการลงโทษ | พรบ.ล้างมลทิน
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล
จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาใดไม่แน่ชัด
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ-ป้องกันเกินกว่าเหตุ
บันดาลโทสะเพราะเหตุยั่วยุให้โมโห
หมิ่นประมาท | เข้าใจโดยสุจริต
ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เป็นอันตรายแก่จิตใจ - ใช้ยาสลบใส่กาแฟ
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
หมิ่นประมาท | หนังสือพิมพ์ลงพิมพ์โฆษณา
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา
ผู้เสียหายด่าจำเลย(บิดา)หยาบคายกรณีจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ
เจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร
การริบทรัพย์สิน | ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา
หลบหนีไปจากความควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร | รับส่งเด็กนักเรียน
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
กระทำอนาจารต่อศิษย์นอกเวลาเรียน
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ยังคงเป็นป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้
เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว 7 คน
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นตาม ป.อาญา มาตรา 188
ผู้สนับสนุนให้จำเลยกระทำความผิด
ทวงหนี้ลักษณะข่มขู่ว่าไม่จ่ายจะเดือดร้อนจำคุก 3 ปี
การทำนากุ้งไม่ใช่การประกอบอาชีพกสิกรรม
ลักทรัพย์นายจ้าง, ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา
แม้ผู้ตายยิงจำเลยก่อนอ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กต่ำ15 ปี ไปเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี
ซื้อเสียงเลือกตั้งไม่รอลงอาญา
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบ
การเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
กระทำชำเราต่างวันต่างเวลาและต่างสถานที่ผิดหลายกรรม
เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
การพรากเด็กไม่ว่าเด็กจะออกจากบ้านเองก็ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น
ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมและฐานฉ้อโกง
พิพากษาจำคุกจำเลยศาลฎีกายกฟ้องเพราะคำฟ้องไม่ได้ลงชื่อ
หมิ่นประมาทกับดูหมิ่นซึ่งหน้า-ความผิดอาญามีโทษหนักเบาแตกต่างกัน
พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย
พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า
ความผิดอันยอมความได้ | คดีหมิ่นประมาท | ร้องทุกข์ภายในสามเดือน
พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การสมรสในต่างประเทศระหว่างหญิงไทยกับหญิงไทย
การกระทำชำเราที่ไม่ต้องรับโทษ
การสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายอิสลามจำเลยไม่ต้องรับโทษ
กระทำโดยประมาทไม่อาจอ้างเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจสอบสวนไม่มีอำนาจฟ้อง
ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราถูกจำคุก 48 เดือน
ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุดคดีอาญาระงับ
บุตรติดมารดาไม่อยู่ในความปกครองของบิดาเลี้ยง
การชวนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีเข้าไปในห้องนอนไม่ผิดพรากผู้เยาว์
กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีจำคุก 50 ปี