ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ปฏิบัติหรือละเว้นตามมาตรา 157(ฎีกา 4639/2566)

คำพิพากษาศาลฎีกา 4639/2566, ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, การทุจริตงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล, การจัดทำเอกสารตรวจรับพัสดุอันเป็นเท็จ, ความผิดตามมาตรา 157 และมาตรา 162, บทบาทผู้บังคับบัญชาในการสนับสนุนการทุจริต, แนววินิจฉัยศาลฎีกาคดีทุจริตท้องถิ่น, ความรับผิดของรองนายก อบต., การแสวงหาประโยชน์จากเงินงบประมาณโดยมิชอบ, หลักกฎหมายผู้สนับสนุนการกระทำผิดอาญา, คดีตรวจรับพัสดุเท็จ

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความรับผิดทางอาญาของบุคคลซึ่งมิได้มีหน้าที่โดยตรงในโครงการของรัฐ แต่เข้าไปมีบทบาทสนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำการทุจริต โดยศาลวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง แต่การใช้อำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อเร่งรัด โน้มน้าว และสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารตรวจรับพัสดุอันเป็นเท็จ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบล ย่อมเข้าข่ายความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และต้องรับโทษอาญาเช่นเดียวกัน

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. บุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่โดยตรงในโครงการของรัฐ อาจต้องรับผิดอาญาในคดีทุจริตได้เพียงใด

2. การใช้อำนาจผู้บังคับบัญชาเร่งรัดให้จัดทำเอกสารเท็จ เข้าข่ายเป็นการสนับสนุนการกระทำผิดหรือไม่

3. ขอบเขตความรับผิดของผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริตตามมาตรา 86 ควรตีความอย่างไร

ข้อเท็จจริงโดยสรุป

คดีนี้เกิดจากโครงการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากทางราชการ แต่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่า ไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหรือดำเนินกิจกรรมตามโครงการจริง จำเลยที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล แม้จะมิได้มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลโครงการดังกล่าว แต่ได้เข้าไปมีบทบาทในการจัดการเอกสารและใช้อำนาจบังคับบัญชาให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารตรวจรับพัสดุและเอกสารทางการเงินอันเป็นเท็จ เพื่อให้มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ

ประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่โดยตรง จะถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 และมาตรา 162 หรือไม่

หลักกฎหมายว่าด้วยผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ศาลฎีกาวางหลักว่า ความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนต้องประกอบด้วย

มีการกระทำความผิดของตัวการเกิดขึ้น

ผู้สนับสนุนกระทำการใด ๆ ทั้งทางกายภาพหรือจิตใจ เพื่อช่วยเหลือหรือเอื้ออำนวยให้เกิดการกระทำผิด

กระทำโดยเจตนา

กระทำก่อนหรือขณะเกิดการกระทำผิด

การประยุกต์หลักกฎหมายกับข้อเท็จจริง

ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 1 ใช้อำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชาโน้มน้าวและเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารตรวจรับพัสดุอันเป็นเท็จ ทั้งที่ทราบดีว่าไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจริง การกระทำดังกล่าวเป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่กระทำความผิดหนักแน่นยิ่งขึ้น จึงเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง

แนวคำพิพากษาที่ศาลฎีกาวางไว้

ศาลฎีกายืนยันหลักว่า ความรับผิดของผู้สนับสนุนมิได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมาย หากแต่ครอบคลุมถึงบุคคลที่ใช้อำนาจหรืออิทธิพลในทางปกครองเพื่อเอื้อให้เกิดการทุจริต แม้จะอยู่ภายนอกโครงสร้างหน้าที่ของโครงการนั้นโดยตรงก็ตาม

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การทุจริตภาครัฐมิได้พิจารณาเพียงตำแหน่งหน้าที่ตามตัวบท แต่ต้องพิจารณาบทบาทและพฤติการณ์ในการสนับสนุนการกระทำผิดโดยรวม ผู้ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อให้เกิดการเบิกจ่ายงบประมาณเท็จ ย่อมต้องรับผิดอาญาเช่นเดียวกับตัวการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4639/2566  

จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีฐานะหรือคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงในการดูแลและประสานโครงการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านบ่อน้ำใส ประจำปีงบประมาณ 2557 อันจะร่วมกระทำความผิดเป็นตัวการหรือเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลตรึม และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตได้ แต่การที่จำเลยที่ 1 ให้ ว. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทำบันทึกตกลงซื้อบั้งไฟและบันทึกตกลงจ้างเหมาวงดนตรีกลองยาวนำขบวนแห่เสนอให้ ร. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตรึมลงนามในเอกสารดังกล่าว และให้ ว. ทำสัญญายืมเงินอันเป็นเท็จแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเงินงบประมาณดังกล่าวไปจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากเงินงบประมาณ และจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชามีอำนาจเหนือสามารถให้คุณให้โทษแก่จำเลยที่ 2 ว. และ ป. ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ได้พูดจาว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเองเพื่อเร่งรัดให้จำเลยที่ 2 ว. และ ป. ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในใบตรวจรับพัสดุ ได้จัดทำใบตรวจรับพัสดุว่าผู้ขายส่งมอบบั้งไฟตามบันทึกตกลงซื้อคุณภาพถูกต้องครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้รับบั้งไฟซึ่งตรวจรับถูกต้องสมควรจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างอันเป็นเท็จ และทำใบตรวจรับพัสดุว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานจ้างเหมาวงดนตรีกลองยาวนำขบวนแห่งวดสุดท้ายถูกต้องและครบถ้วน จึงสมควรจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างอันเป็นเท็จนั้น เป็นการกระตุ้นส่งเสริมเร่งเร้าหรือโน้มน้าวชักจูงใจจำเลยที่ 2 ว. และ ป. มุ่งกระทำให้หนักแน่นยิ่งขึ้น จนจำเลยที่ 2 ว. และ ป. ยินยอมลงชื่อในใบตรวจรับพัสดุดังกล่าวทั้งสองฉบับ เพื่อรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าจำเลยที่ 2 ว. และ ป. อันเป็นเท็จและรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 2 ว. และ ป. กระทำความผิดดังกล่าวก่อนหรือขณะกระทำความผิดซึ่งครบองค์ประกอบความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 2 ว. และ ป. เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลตรึม และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากเงินงบประมาณในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและรับรองเอกสารเท็จ ให้ลงโทษจำคุกและปรับ โดยรอการลงโทษ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ลงโทษจำคุกตามกฎหมาย

3. ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ครบองค์ประกอบความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา ฎีกาฟังไม่ขึ้น


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 157, 162 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 157 และมาตรา 162 ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทหนักที่สุด จำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้รอการลงโทษจำคุก 3 ปี คุมความประพฤติ 2 ปี ให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และทำงานบริการสังคม 48 ชั่วโมง ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 157 และมาตรา 162 ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุน ให้ลงโทษตามบทหนักที่สุด จำคุก 8 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยสรุปว่า โครงการจัดงานบุญบั้งไฟของ อบต. ได้รับงบประมาณ 150,000 บาท แต่ปรากฏว่ามีการจัดทำเอกสารเบิกจ่ายและใบตรวจรับพัสดุอันเป็นเท็จ ทั้งที่ไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจริง แม้จำเลยที่ 1 มิได้มีหน้าที่โดยตรงในโครงการ แต่ได้สั่งการและใช้อำนาจเหนือผู้ใต้บังคับบัญชาให้จัดทำเอกสารเท็จ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทำสัญญายืมเงินอันเป็นเท็จ และมิได้นำงบประมาณไปจัดงานจริง เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ศาลฎีกาเห็นว่า การสนับสนุนต้องมีการช่วยเหลือหรือเอื้ออำนวยแก่การกระทำผิดโดยเจตนาก่อนหรือขณะกระทำผิด ซึ่งในคดีนี้การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระตุ้นเร่งรัดและโน้มน้าวให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุลงชื่อรับรองข้อความอันเป็นเท็จ จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 และ 162 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษมาชอบแล้ว ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน


จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานโดยตรงอันจะร่วมกระทำความผิดเป็นตัวการหรือเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ แต่การที่จำเลยที่ 1 ให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกตกลงซื้อบั้งไฟและบันทึกตกลงจ้างเหมาวงดนตรีกลองยาวนำขบวนแห่เสนอให้นายก อบต. ลงนามในเอกสารโดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้นำเงินงบประมาณไปจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บังคับบัญชามีอำนาจเหนือสามารถให้คุณให้โทษแก่จำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่อื่นซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ได้พูดจาว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเองเพื่อเร่งรัดให้จำเลยที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกรอกข้อความลงในใบตรวจรับพัสดุว่าผู้ขายส่งมอบบั้งไฟตามบันทึกตกลงซื้อคุณภาพถูกต้องครบถ้วนสมควรจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างอันเป็นเท็จเป็นการกระตุ้นส่งเสริมเร่งเร้าหรือโน้มน้าวชักจูงใจจำเลยที่ 2 และเจ้าหน้าที่อื่นยินยอมลงชื่อในใบตรวจรับพัสดุดังกล่าวอันเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่คนอื่นๆกระทำความผิดซึ่งครบองค์ประกอบความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ อบต. ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากเงินงบประมาณที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

 




เกี่ยวกับคดีอาญา

คำร้องทุกข์ไม่สมบูรณ์ในความผิดหมิ่นประมาทและผลต่ออำนาจฟ้องคดีอาญา
มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแต่จำเลยหลบหนีขาดอายุความอย่างไร
คดีรื้อถอนกุฏิวัดและอำนาจเจ้าหน้าที่ป่าไม้(ฎีกา 599/2567)
คดีล่วงละเมิดเด็กในความดูแล ความผิดทางเพศเด็ก, กระทำชำเราเด็ก, ป.อ. มาตรา 285 (ฎีกา 5524/2567)
ขอคืนรถของกลาง & เงื่อนไขริบและคืน,ริบทรัพย์, เจ้าของทรัพย์, (ฎีกา 9090/2549)
คดีโฆษณาแอลกอฮอล์ & เครื่องหมายการค้า, โฆษณาผิดกฎหมาย, (ฎีกา 3139/2568)
คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว & การยกฟ้อง ตรวจสอบคุณภาพข้าว, (ฎีกา 3555/2568)
ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง & การบรรเทาโทษ,มาตรา 335, มาตรา 352, (ฎีกา 5658/2567)
คดีโฉนดมรดก & ป.อ. มาตรา 188, ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, (ฎีกา 842/2568)
คดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ & ค่าเสียหายสิ่งแวดล้อม (ฎีกา 6009/2567)
คดีพยายามฆ่า, คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย,(ฎีกา 2813/2568, )
คดีพยายามฆ่า & บุกรุกทำร้ายร่างกาย, บุกรุกเคหสถาน (ฎีกา 2813/2568)
คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายและอาวุธ, ป.อ. มาตรา 364, (ฎีกาที่ 5613/2550)
คดีบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายและอาวุธ,มาตรา 364, (ฎีกา 5613/2550)
ฎีกา 1044/2568 – คดีฟอกเงิน & นับโทษจำคุกต่อ
(ฎีกาที่ 3710/2567): คดีพยายามฆ่า การวินิจฉัยเจตนาและข้อจำกัดในการยกฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567: การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและข้อจำกัดในการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567: คดีช่วยซ่อนเร้นสินค้านำเข้าไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและภาษีสรรพสามิต ศาลฎีกายกฎีกาจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4770/2567: ผู้เสียหายโดยตรงในคดีลักทรัพย์จากบัญชีเงินฝากและสิทธิฟ้องคดีอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5492/2567: คดีพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธปืน บุกรุกเคหสถานกลางคืน และการห้ามฎีกาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567: คดีลักทรัพย์และการเพิ่มโทษตามมาตรา 93 พร้อมข้อจำกัดการฎีกาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและหมิ่นประมาท — ศาลชี้ขาดเจตนากับการกระทำโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5854/2567: ริบรถยนต์ใช้ซ่อนเร้นบุหรี่เถื่อนตาม พ.ร.บ. ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567 ป้องกันเกินกว่าเหตุและสำคัญผิดจนยิงผู้อื่น ศาลปรับโทษเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6190/2567 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไม่เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่เข้าข่ายฆ่าโดยทารุณโหดร้าย
ความรับผิดฐานควบคุมสัตว์ดุร้ายตาม ป.อ. มาตรา 377 และกฎหมายโรคระบาดสัตว์(ฎีกาที่ 8040/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567 – พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารและสิทธิของผู้ปกครองตามกฎหมาย
ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบากว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ลักทรัพย์โดยสุจริต, ความผิดลักทรัพย์ vs การเข้าใจผิด, คดีลักทรัพย์ในเครือญาติ,
การกระทำของจำเลยเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมาตรา 289 (4), โทษประหารชีวิตในคดีอาญา
ป.อ. มาตรา 54 ในการคำนวณการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลง
คดีอั้งยี่พนันออนไลน์ & ฟ้องครบองค์ประกอบ (ฎีกา 980/2567)
กระทำชำเราผู้เยาว์ในบ้านไม่ถือว่าแยกเด็กจากอำนาจปกครองดูแล
จำเลยไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี
ผู้ปกครองอนุญาตให้ไปดูโทรทัศน์ที่บ้านของจำเลยเท่านั้น
การกระทำโดยพลาด
รอการลงโทษ,ให้การรับสารภาพ
รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะซุกซ่อนและขนส่งบุหรี่ซิกาแรตในการกระทำความผิด(ฎีกา 5155/2566)
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้นั้นสภาพความเป็นลูกหนี้เจ้าหนี้เกิดขึ้นทันที
การกระทำความผิดระหว่างผู้บุพการีต่อผู้สืบสันดานหรือผู้สืบสันดานต่อผู้บุพการี
พาไปเพื่อการอนาจาร -บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี
ความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
จำเลยฉ้อโกงหลอกลวงเอาทรัพย์ขณะที่ผู้เสียหายป่วยทางจิต
รอการกำหนดโทษ | รอการลงโทษ | พรบ.ล้างมลทิน
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล
จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาใดไม่แน่ชัด
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ-ป้องกันเกินกว่าเหตุ
บันดาลโทสะเพราะเหตุยั่วยุให้โมโห
หมิ่นประมาท | เข้าใจโดยสุจริต
ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เป็นอันตรายแก่จิตใจ - ใช้ยาสลบใส่กาแฟ
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
หมิ่นประมาท | หนังสือพิมพ์ลงพิมพ์โฆษณา
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา
ผู้เสียหายด่าจำเลย(บิดา)หยาบคายกรณีจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ
เจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร
การริบทรัพย์สิน | ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา
หลบหนีไปจากความควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร | รับส่งเด็กนักเรียน
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
กระทำอนาจารต่อศิษย์นอกเวลาเรียน
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ยังคงเป็นป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้
เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว 7 คน
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นตาม ป.อาญา มาตรา 188
ผู้สนับสนุนให้จำเลยกระทำความผิด
ทวงหนี้ลักษณะข่มขู่ว่าไม่จ่ายจะเดือดร้อนจำคุก 3 ปี
การทำนากุ้งไม่ใช่การประกอบอาชีพกสิกรรม
ลักทรัพย์นายจ้าง, ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา
แม้ผู้ตายยิงจำเลยก่อนอ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กต่ำ15 ปี ไปเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี
ซื้อเสียงเลือกตั้งไม่รอลงอาญา
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบ
การเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
กระทำชำเราต่างวันต่างเวลาและต่างสถานที่ผิดหลายกรรม
เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
การพรากเด็กไม่ว่าเด็กจะออกจากบ้านเองก็ย่อมเป็นความผิดทั้งสิ้น
ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมและฐานฉ้อโกง
พิพากษาจำคุกจำเลยศาลฎีกายกฟ้องเพราะคำฟ้องไม่ได้ลงชื่อ
หมิ่นประมาทกับดูหมิ่นซึ่งหน้า-ความผิดอาญามีโทษหนักเบาแตกต่างกัน
พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย
พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า
ความผิดอันยอมความได้ | คดีหมิ่นประมาท | ร้องทุกข์ภายในสามเดือน
พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การสมรสในต่างประเทศระหว่างหญิงไทยกับหญิงไทย
การกระทำชำเราที่ไม่ต้องรับโทษ
การสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายอิสลามจำเลยไม่ต้องรับโทษ
กระทำโดยประมาทไม่อาจอ้างเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจสอบสวนไม่มีอำนาจฟ้อง
ให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราถูกจำคุก 48 เดือน
ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุดคดีอาญาระงับ
บุตรติดมารดาไม่อยู่ในความปกครองของบิดาเลี้ยง