ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletวิชาชีพทนายความ
bulletอำนาจปกครองบุตร




ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

ทนายความโทร0859604258

ภาพจากซ้ายไปขวา ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ, ทนายความภคพล มหิทธาอภิญญา, ทนายความเอกชัย อาชาโชติธรรม, ทนายความอภิวัฒน์ สุวรรณ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความ นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  (5) ID line  :

 

         (1) leenont หรือ (2) @leenont หรือ (3)  peesirilaw  หรือ (4) @peesirilaw   (5)   @leenont1

-Line Official Account : เพิ่มเพื่อนด้วย  QR CODE

peesirilaw@leenont

 

    หมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาต้องระบุถึงตัวบุคคล

ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา นั้น จะต้องได้ความว่าการใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันแน่นอน หรือหากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะส่วนการใส่ความที่เป็นถ้อยคำหรือข้อความอันจะทำให้ผู้ที่ถูกใส่ความต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังก็มิใช่จะพิจารณาหรือวัดจากความรู้สึกของผู้ถูกใส่ความเป็นสำคัญ เพราะอารมณ์และความรู้สึกของบุคคลจะมีที่มาจากความเห็นของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน

 

                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2545

การพิจารณาว่าถ้อยคำหรือข้อความใดจะเป็นการใส่ความผู้อื่นจนทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจในถ้อยคำหรือข้อความนั้นของวิญญูชนทั่ว ๆ ไปเป็นเกณฑ์ว่าเป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 หรือไม่

ข้อความที่จำเลยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เป็นข้อความทั่ว ๆ ไป ที่วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุมตามสิทธิที่จะทำได้ในระบอบประชาธิปไตยว่าไม่เหมาะไม่ควรเท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดที่เป็นการกล่าวร้ายใส่ความแม้จะมีคำว่า คนโรคจิตหรือบ้าอำนาจอยู่ด้วยก็เป็นถ้อยคำที่จำเลยกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรกระทำการใด ๆ รุนแรงต่อประชาชนผู้มาชุมนุมเท่านั้น มิได้กล่าวหาถึงขั้นว่าประพฤติชั่วกระทำการขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง นอกจากนี้ถ้อยคำดังกล่าวมิได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ใดถึงแม้จะระบุถึงกองปราบปรามอยู่ด้วย ก็เป็นกล่าวโดยรวม มิได้ระบุตัวเจ้าพนักงานตำรวจในกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หรือตำรวจหน่วยใดในกองปราบปรามที่ระบุได้แน่นอน ดังนั้นเจ้าพนักงานตำรวจที่สังกัดกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหายได้ โจทก์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ถึงแม้จะทำหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามก็ไม่เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยได้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือพิมพ์ข่าวสดทั่วราชอาณาจักร มีจำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา จำเลยที่ 3 เป็นผู้ประพันธ์ข้อความในคอลัมน์ที่มีชื่อว่า "ชกไม่มีมุม"โดยใช้นามปากกาว่า "วงค์ ตาวัน" เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2542 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเขียนและตีพิมพ์โฆษณาข้อความแสดงความคิดเห็น ติชมโจทก์ด้วยความไม่เป็นธรรม ไม่สุจริต ใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ต่อผู้อ่านหนังสือพิมพ์รายวัน "ข่าวสด" ด้วยการตีพิมพ์ลงโฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์"ข่าวสด" ฉบับวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2542 ในคอลัมน์ที่มีชื่อว่า "ชกไม่มีมุม" โดยใช้นามปากกาว่า "วงค์ ตาวัน" มีข้อความว่า "ข้อสำคัญต้องตระหนักว่าเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการในยุคประชาธิปไตย" "ไม่งั้นบรรดาม็อบอาจโดนแจ้งจับกันในเรื่องเผาหุ่น-เผาโลงกันวุ่นแน่ เหมือนกับที่โดนมาแล้ว ถือเป็นรายแรกของโลกเลยก็ว่าได้" "บิล คลินตันผู้นำมหาอำนาจโลกโดนเผาเป็นประจำ ถ้าใจเล็กเป็นอวัยวะมด ก็คงแจ้งจับกันไปแล้วทั่วโลก" "โลกทุกวันนี้พัฒนาไปมาก ทั่วทุกวงการต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างอย่าปิดกั้นโลกทัศน์ตัวเองจนมืดทึบ แคบสั้น" "ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถ้าใจไม่เป็นผู้ใหญ่ เอะอะจะใช้แต่อำนาจจัดการกับคนที่บังอาจมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็คนโรคจิต บ้าอำนาจดี ๆ นี่เอง" "มีคนสงสัยกันไม่น้อยว่ากองปราบฯ ยุคที่ผ่านมากลายเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้ใคร เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่เห็นทำ ดีแต่ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัว..." "... กองกำกับฯ นี้จะเป็นหน่วยงานที่คอยดำเนินคดีกับแกนนำม็อบนักประชาธิปไตย" "กระทั่งมีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องโดนดำเนินคดีมากมายที่สุด" "ความจริงก็ไม่ได้ลับ ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก ก็แค่พวกโรคจิตเท่านั้นแหละ" คำว่า"โรคจิต" หมายความว่า ผู้ที่มีจิตใจไม่ปกติ จิตฟั่นเฟือนวิปลาส พิกลพิการทางจิต ไม่สมประกอบมีความบกพร่องทางจิตใจ มีอาการพิการทางสมอง และขาดสติสัมปชัญญะเป็นบุคคลที่มีจิตใจไม่เหมือนบุคคลปกติธรรมดาทั่วไป ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเยียวยาจากจิตแพทย์ คำว่า "บ้าอำนาจ" หมายความว่า เมื่อมีอำนาจแล้ว ลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจใช้อำนาจในทางที่ผิด หลงระเริงกับยศฐาบรรดาศักดิ์ ถ้าเป็นบุคคลก็คือบุคคลประเภทที่ปฏิบัติตัวอยู่เหนือบุคคลอื่น อยู่เหนือสังคม อยู่เหนือกฎหมายเปรียบตนดั่งผู้มีอำนาจล้นฟ้าเยี่ยงข้าราชการในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ทำตามอำเภอใจตนเองเท่านั้นไม่อาจมีใครมาแตะต้องหรือขัดใจได้ หากบุคคลใดบังอาจทำให้ขุ่นข้องหมองใจ จะต้องได้รับโทษตามอำนาจที่มิชอบด้วยกฎหมายของบุคคลผู้บ้าอำนาจนั้น แม้การกระทำนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม คำว่า "ใจเล็กเป็นอวัยวะมด" หมายความว่า เป็นคนที่ใจแคบขี้น้อยใจ ใจเล็กเป็นอวัยวะมด สมองเล็ก วิสัยทัศน์มุมมองในแง่ต่าง ๆ แคบอยู่ในเฉพาะโลกของตนเองเท่านั้น เปรียบแล้วเสมือนเช่นกบในกะลาไม่รู้ความเป็นไปของสังคม ไม่เปิดใจกว้างเพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน ในประเด็นแห่งความหมายของข้อความข้างต้น หมายถึง ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้มีอำนาจสั่งการ แต่จิตใจคับแคบไม่เป็นผู้ใหญ่ใช้อำนาจจัดการกับคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ตนเองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการผู้ใหญ่ท่านนั้นเป็นคนโรคจิต เป็นคนบ้าอำนาจ เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่ยอมทำ ดีแต่เป็นคนที่ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัวซึ่งข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จำเลยทั้งสามได้แสดงความคิดเห็นติชมนั้น หมายถึงโจทก์ ดังจะเห็นได้จากข้อความที่จำเลยทั้งสามได้ตีพิมพ์ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์"ข่าวสด" ฉบับวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2542 ในคอลัมน์ "ชกไม่มีมุม" ความว่า "มีคนสงสัยกันไม่น้อยกว่า กองปราบยุคที่ผ่านมา กลายเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้ใคร เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่เห็นทำ ดีแต่ใช้อำนาจใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัว..." นั้น ซึ่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางผู้มีหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามปัจจุบันนี้ คือพลตำรวจโทล้วน ปานรศทิพ และผู้บัญชาการสอบสวนกลางซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามยุคที่ผ่านมาคือ โจทก์ เพราะฉะนั้นการที่จำเลยทั้งสามกล่าวในคอลัมน์ดังกล่าว "...กองปราบปรามฯ ยุคที่ผ่านมา..." จึงหมายถึงตัวโจทก์ ในหนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวันฉบับประจำวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2542 ในคอลัมน์ "ชกไม่มีมุม" มีนามปากกาว่า "วงค์ตาวัน" ขึ้นหัวเรื่องว่า "ยุคใครยุคมัน" ความว่า "การรื้อฟื้นคดีหนนี้มีพล.ต.ท.เสรี เตมียเวสผบช.ก.เป็นผู้ลงมือเสียเองด้วย โดยได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูรรอง อ.ตร.ฝ่ายสอบสวน" "เห็นชื่อสนอง-เสรีแล้ว พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค คงร้องไอ๊หยาพร้อมกับเห็นหน้า พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ขึ้นมาทันที" "ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่า พล.ต.มนูญกฤตที่ปรึกษาใหญ่ของเสธ. หนั่น รมว.มหาดไทยนั้นเป็นศูนย์รวมของความเป็นไปในมหาดไทยแทบทั้งหมด" "ถึงแม้จะมองกันว่าเป็นศึกแค้นทางการเมือง มองกันว่า พล.ต.ท.เสรีก็เป็นหนึ่งในอำนาจของมหาดไทยยุคปัจจุบันก็ตาม" ซึ่งข้อความในคอลัมน์ดังกล่าวนี้ได้อธิบายความหมายคำว่า "กองปราบยุคที่ผ่านมา" ชัดเจน กล่าวถึงการทำงานในยุคที่โจทก์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ทำหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามในยุคที่ผ่านมาเพื่อให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสดหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า กองปราบยุคที่ผ่านมานั้น คือ โจทก์ ในหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" ฉบับลงวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2542ในคอลัมน์ที่มีชื่อว่า "ชกไม่มีมุม" อีกเช่นกัน ขึ้นหัวเรื่องว่า "ยุคใคร" มีข้อความว่า"โดยที่ พล.ต.ท.ล้วน ไม่จำเป็นต้องแสดงออกนอกหน้าว่าเป็นตำรวจที่คอยรับใช้นักการเมืองรับใช้เสธ.หนั่น รับใช้พรรคประชาธิปัตย์อย่างสุดจิตสุดใจ" "แตกต่างไปจากนายตำรวจบางคนที่พยายามกระทำก่อนนี่ จนเสียผู้เสียคนไปแล้ววันนี้" "พล.ต.ท.ล้วนเป็นนายตำรวจที่ทำงานดีลีลาอันสุภาพไม่ใช่ก้าวร้าว เอา "ปาก" ทำงาน เอา "ปาก" สร้างชื่อ สร้างภาพแต่พร้อม ๆ กัน พล.ต.ท.ล้วน ก็หนักแน่นในจังหวะที่สำคัญ ไม่ว่าในการทำคดีต่าง ๆ ซึ่งเน้นตามพยานหลักฐานตามเนื้อผ้าจริง ๆ" "นายตำรวจชุดที่พาเหรดเข้ามากุมตำแหน่งหลัก ๆ ในกองปราบฯ ยุคก่อนหน้านี้ ถึงนาทีนี้ก็ต้องพาเหรดออกนอกหน่วยไปตาม ๆ กัน" "ในระดับรองผู้การนั้น พ.ต.อ.วิชัย เย็นสุดใจ คนดังแห่งยุคที่แล้วรู้ชะตาก่อนใครเก็บข้าวของไปล่วงหน้า ก็ต้องไปทำงานที่ใหม่ที่กองตำรวจรถไฟ" คอลัมน์ดังกล่าวนี้ได้เล่าถึงการเปรียบเทียบการทำงานของโจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางซึ่งกำกับดูแลกองปราบปรามยุคที่ผ่านมากับพลตำรวจโทล้วน ปานรศทิพ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งกำกับดูแลกองปราบปรามยุคปัจจุบันเพื่อให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสดหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า กองปราบยุคที่ผ่านมานั้น คือ โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและต่อภาพพจน์ของโจทก์ในฐานะนายตำรวจตงฉินผู้ซื่อสัตย์ มีฝีมือแห่งวงการตำรวจไทย ที่โจทก์ได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดและถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง จากผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ และหรือจากประชาชนทั่วไปผู้อ่านหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เหตุเกิดทั่วทุกตำบล อำเภอ จังหวัด ทั่วราชอาณาจักรไทยทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 83, 90, 91 และพระราชบัญญัติการพิมพ์พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 5, 48 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันตีพิมพ์โฆษณาคำพิพากษาของศาลทั้งหมด และคำขอขมาต่อโจทก์ด้วยตัวอักษรขนาด 14 ปอยท์จำนวนหนึ่งในสี่ส่วนของหน้า หรือ 6 คอลัมน์ 12 นิ้ว ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทยทุกฉบับที่ออกจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 15 วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมด และห้ามมิให้จำเลยทั้งสามประกอบอาชีพเป็นนักหนังสือพิมพ์นักเขียน หรือนักประพันธ์ หรือวิชาชีพโรงพิมพ์ หรือบรรณาธิการ ผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ

              ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
             โจทก์อุทธรณ์

              ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
             โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

              ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยชั้นนี้ว่า คดีโจทก์มีมูลความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามจนทำให้ผู้นั้นต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังอันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 นั้น จะต้องได้ความว่าการใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันแน่นอน หรือหากไม่ระบุถึงผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่าหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะส่วนการใส่ความที่เป็นถ้อยคำหรือข้อความอันจะทำให้ผู้ที่ถูกใส่ความต้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังก็มิใช่จะพิจารณาหรือวัดจากความรู้สึกของผู้ถูกใส่ความเป็นสำคัญแต่อย่างใด เพราะอารมณ์และความรู้สึกของบุคคลจะมีที่มาจากความเห็นแก่ตนเองของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ดังนั้น การพิจารณาว่าถ้อยคำหรือข้อความใดจะเป็นการใส่ความผู้อื่นจนทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ จึงต้องพิจารณาจากการรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกและความเข้าใจในถ้อยคำหรือข้อความนั้นของวิญญูชนทั่ว ๆ ไป เป็นเกณฑ์ที่จะให้รับฟังว่าเป็นหมิ่นประมาทตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 หรือไม่ ข้อความที่จำเลยทั้งสามตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2542 ตามเอกสารหมาย จ.1 ที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ความว่า"ข้อสำคัญต้องตระหนักว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นข้าราชการในยุคประชาธิปไตย ไม่งั้นบรรดาม็อบอาจโดนแจ้งจับกันในเรื่องเผาหุ่นเผาโลงกันวุ่นแน่ เหมือนกับที่โดนมาแล้ว ถือเป็นรายแรกของโลกเลยก็ว่าได้ บิล คลินตัน ผู้นำมหาอำนาจโลกโดนเผาเป็นประจำ ถ้าใจเล็กเป็นอวัยวะมด ก็คงแจ้งจับกันไปแล้วทั้งโลก" โลกทุกวันนี้พัฒนาไปมาก ทั่วทุกวงการต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้าง อย่าปิดกั้นโลกทัศน์ตัวเองจนมืดทึบ แคบสั้น" ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ถ้าใจไม่เป็นผู้ใหญ่ เอะอะจะใช้แต่อำนาจจัดการกับคนที่บังอาจมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็คนโรคจิตบ้าอำนาจดี ๆ นี่เอง" "มีคนสงสัยกันไม่น้อยกว่ากองปราบฯยุคที่ผ่านมากลายเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้ใคร เรื่องปราบปรามโจรผู้ร้ายไม่เห็นทำดีแต่ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายในมือมาสนองอารมณ์ส่วนตัว..." "...กองกำกับฯ นี้จะเป็นหน่วยงานที่คอยดำเนินคดีกับแกน ม็อบนักประชาธิปไตย" "กระทั่งมีบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องโดยดำเนินคดีมากมายที่สุด" "ความจริงก็ไม่ได้ลับ ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก ก็แค่พวกโรคจิตเท่านั้นแหละ" นั้น ก็เป็นข้อความทั่ว ๆ ไป ที่วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติต่อประชาชนที่มาร่วมชุมนุมตามสิทธิที่จะทำได้ในระบอบประชาธิปไตยว่าไม่เหมาะไม่ควรเท่านั้น ดังเช่นศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาชอบแล้ว ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่มีตอนใดที่จะให้รับฟังว่าเป็นการกล่าวร้ายใส่ความ แม้จะมีคำว่า คนโรคจิตหรือบ้าอำนาจอยู่ด้วยก็เป็นถ้อยคำที่จำเลยที่ 3 กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรกระทำการใด ๆ รุนแรงต่อประชาชนผู้มาชุมนุมเท่านั้น มิได้กล่าวหาถึงขั้นว่าประพฤติชั่วกระทำการขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงแต่อย่างใด นอกจากนี้ถ้อยคำดังกล่าวคงกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยทั่ว ๆ ไปที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับประชาชนที่มาชุมนุมกันเท่านั้น มิได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ใด ถึงแม้จะมีระบุถึงกองปราบปรามอยู่ด้วย ก็เป็นกล่าวโดยธรรม มิได้ระบุตัวเจ้าพนักงานตำรวจในกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หรือตำรวจหน่วยใดในกองปราบปรามที่ระบุได้แน่นอน ดังนั้น เจ้าพนักงานตำรวจที่สังกัดกองปราบปรามคนใดคนหนึ่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหายได้ โจทก์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสอบสวนกลางถึงแม้จะทำหน้าที่กำกับดูแลกองปราบปรามก็ไม่เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสามได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลความผิดและพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

                 พิพากษายืน
     ( พินิจ เพชรรุ่ง - โนรี จันทร์ทร - ทวีวัฒน์ แดงทองดี )

 

ประมวลกฎหมายอาญา

     มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำ
     ความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 




เกี่ยวกับคดีอาญา

ฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน ข่มขืนใจผู้อื่น หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น article
กระทำชำเราเด็กและพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีจำคุก 48 ปี article
"อนาจาร" มีความหมายว่า การกระทำที่ไม่สมควรทางเพศ
พาเด็กหญิงจากที่เปิดเผยเข้าไปในจุดลับตาผู้คน
หมิ่นประมาทกับดูหมิ่นซึ่งหน้า-ความผิดอาญามีโทษหนักเบาแตกต่างกัน
พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย
ความผิดอันยอมความได้ | คดีหมิ่นประมาท | ร้องทุกข์ภายในสามเดือน
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า
มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแต่จำเลยหลบหนีขาดอายุความอย่างไร
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร,เต็มใจไปด้วย
ขู่เข็ญให้จ่ายเงิน มิฉะนั้นเปิดเผยความลับวีดีโอ-ความสัมพันธ์ทางเพศ รีดเอาทรัพย์
ความผิดตามมาตรา 149 บทเฉพาะและมาตรา 157 บททั่วไป
พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
งดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือเล็งเห็นผลว่าอาจถึงแก่ความตายเป็นพยายามฆ่า
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
ลักทรัพย์นายจ้าง ปลอมเอกสารสิทธิ การกระทำกรรมเดียว
ศาลยุติธรรมย่อมไม่มีอำนาจเหนือศาลทหาร
ล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครอง
พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การกระทำโดยพลาด | พยายามฆ่า
รอการลงโทษ,ให้การรับสารภาพ
เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
การกระทำชำเราที่ไม่ต้องรับโทษ
คำร้องทุกข์ | อำนาจพนักงานสอบสวน
ขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ-มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด
ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร
พาไปเพื่อการอนาจาร -บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี
ความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
รอการกำหนดโทษ | รอการลงโทษ | พรบ.ล้างมลทิน
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
บันดาลโทสะเพราะเหตุยั่วยุให้โมโห
หมิ่นประมาท | เข้าใจโดยสุจริต
ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เป็นอันตรายแก่จิตใจ - ใช้ยาสลบใส่กาแฟ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร | รับส่งเด็กนักเรียน
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
หมิ่นประมาท | หนังสือพิมพ์ลงพิมพ์โฆษณา
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา
บิดาบันดาลโทสะ | ผู้เสียหายด่าจำเลย(บิดา)หยาบคาย
เจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร
การริบทรัพย์สิน | ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา
หลบหนีไปจากความควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน
พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
กระทำอนาจารต่อศิษย์นอกเวลาเรียน
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ยังคงเป็นป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว 7 คน
ผู้สนับสนุนให้จำเลยกระทำความผิด
ทวงหนี้ลักษณะข่มขู่ว่าไม่จ่ายจะเดือดร้อนจำคุก 3 ปี
การทำนากุ้งไม่ใช่การประกอบอาชีพกสิกรรม
ลักทรัพย์นายจ้าง, ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
รวบรวมฎีกาเรื่องเบิกความเท็จ
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา
แม้ผู้ตายยิงจำเลยก่อนอ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กต่ำ15 ปี ไปเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี
ซื้อเสียงเลือกตั้งไม่รอลงอาญา
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบ
การเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
กระทำชำเราต่างวันต่างเวลาและต่างสถานที่ผิดหลายกรรม