ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




อำนาจปกครองบุตรเมื่อบิดาถึงแก่กรรม & การจำหน่ายคดี,ป.พ.พ. มาตรา 1566,(ฎีกา 3902/2568)

คำพิพากษาศาลฎีกา 3902/2568, การพิจารณาอำนาจปกครองเมื่อบิดาถึงแก่กรรม, สิทธิของมารดาตาม ปพพ มาตรา 1566, หลักเกณฑ์การจำหน่ายคดีตาม ปวิพ มาตรา 42 วรรคสอง, การประยุกต์ใช้ พรบ ศาลเยาวชนและครอบครัว มาตรา 182/1, การขอถอนอำนาจปกครองของอีกฝ่าย, สิทธิขอหนังสือเดินทางและสัญชาติของผู้เยาว์, การเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีครอบครัว, เงื่อนไขการเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้สืบสิทธิแทนคู่ความ

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผลแห่งการถึงแก่กรรมของบิดาผู้ร้องในระหว่างพิจารณาคดีอำนาจปกครองบุตร โดยศาลวินิจฉัยว่าเมื่อบิดาถึงแก่กรรม อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาตามกฎหมาย และเมื่อไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิของผู้ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายในหนึ่งปี คดีจึงต้องจำหน่ายเสียจากสารบบความตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายศาลเยาวชนและครอบครัว

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1 เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรมระหว่างพิจารณา อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้ใดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

2 ในกรณีที่ไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิเข้าแทนคู่ความผู้มรณะภายในหนึ่งปี ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปหรือไม่

3 คำขอเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูและประเด็นในฟ้องแย้งยังต้องวินิจฉัยต่อไปหรือไม่เมื่อคดีต้องจำหน่ายตามมาตรา 42 ประกอบมาตรา 182/1

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับผลทางกฎหมายเมื่อคู่ความฝ่ายผู้ร้องถึงแก่กรรมระหว่างพิจารณาคดีอำนาจปกครองบุตร และไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนภายในกำหนดเวลา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าอำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตามกฎหมาย และคดีต้องถูกจำหน่ายออกจากสารบบความตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายคดีเยาวชนและครอบครัว

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่

1 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1)

2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง

3 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พศ 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1 อำนาจปกครองบุตร

เมื่อบิดาซึ่งเป็นผู้ร้องถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 1566 (1) โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นอำนาจปกครองต่อไปอีก

2 ผู้สืบสิทธิแทนคู่ความผู้มรณะ

เมื่อคู่ความตาย กระบวนพิจารณาจะดำเนินต่อได้ก็ต่อเมื่อมีผู้สืบสิทธิยื่นคำขอเข้าเป็นคู่ความแทน แต่ในคดีนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามาแทนภายในหนึ่งปี

3 การจำหน่ายคดีตามมาตรา 42 วรรคสอง

หากไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิเข้าแทนคู่ความที่ถึงแก่กรรมภายในหนึ่งปี ศาลต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโดยผลของกฎหมาย

4 การบังคับใช้มาตรา 182/1 ในคดีเยาวชนและครอบครัว

มาตรานี้ทำให้บทบัญญัติมาตรา 42 ปวิพ ใช้ได้โดยตรงในคดีเยาวชนและครอบครัว จึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกันเมื่อเกิดกรณีผู้ร้องถึงแก่กรรม

5 สิทธิและประโยชน์ของผู้เยาว์ในกระบวนพิจารณา

แม้คดีเกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและค่าอุปการะเลี้ยงดูของผู้เยาว์ แต่กระบวนวิธีพิจารณาต้องเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย เมื่อไม่มีผู้สืบสิทธิ คดีจึงไม่อาจดำเนินต่อไปได้และต้องถูกจำหน่าย

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

ผู้ร้องบิดาของผู้เยาว์ทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ถอนอำนาจปกครองของผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดา และให้ผู้ร้องใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว โดยมีคำขอเพิ่มเติมให้ศาลมีคำสั่งให้มารดาลงลายมือชื่อหรืออนุญาตให้ผู้เยาว์ได้รับสัญชาติเบลเยียม หนังสือเดินทางไทยและเบลเยียม รวมถึงบัตรประจำตัวประชาชน หากมารดาไม่ยินยอมให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนเจตนาของมารดา

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้งขอให้ศาลถอนอำนาจปกครองของผู้ร้อง และให้ผู้คัดค้านใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว พร้อมเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายจริงจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ

ศาลชั้นต้นสั่งให้มารดาลงลายมือชื่อเพื่อให้ผู้เยาว์ได้รับสัญชาติและเอกสารประจำตัว หากไม่ยินยอมให้บิดาลงลายมือชื่อแทน และกำหนดสิทธิพบปะผู้เยาว์ของทั้งสองฝ่าย ส่วนฟ้องแย้งของมารดาถูกยก

ต่อมา ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้ ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมเป็นเงิน 5,000,000 บาท รวมทั้งให้สิทธิพบปะผู้เยาว์ตามสมควร

ผู้ร้องฎีกา แต่ระหว่างพิจารณาในศาลฎีกา ผู้ร้องถึงแก่กรรม และไม่มีผู้ใดยื่นขอเข้าเป็นคู่ความแทนภายในหนึ่งปี

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลพิเคราะห์ว่า เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) จึงไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้อีก

ในส่วนของคำขอเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดู เมื่อศาลชั้นต้นได้แจ้งให้ทนายผู้ร้องตามหาทายาทเพื่อเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง แต่ไม่สามารถหาบุคคลเข้ามาแทนภายในหนึ่งปีตามที่กฎหมายกำหนด จึงต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว มาตรา 182/1 วรรคสอง

ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

1 อำนาจปกครองบุตรเมื่อบิดาถึงแก่กรรม

มาตรา 1566 (1) วางหลักชัดเจนว่า ในกรณีที่บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองย่อมตกแก่บิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่ ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในส่วนคำขอถอนอำนาจปกครองอีกต่อไป

2 การเป็นคู่ความแทนผู้มรณะในคดีครอบครัว

มาตรา 42 วรรคสอง แห่ง ปวิพ กำหนดให้คดีต้องถูกจำหน่ายหากไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิแทนคู่ความภายในหนึ่งปี แม้คดีเกี่ยวกับครอบครัวมีความสำคัญต่อผู้เยาว์ แต่กฎหมายยังต้องรักษาระบบวิธีพิจารณาเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

3 ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรา 42 ปวิพ กับมาตรา 182/1 แห่ง พรบ ศาลเยาวชนและครอบครัว

มาตรา 182/1 วรรคสอง ตอกย้ำให้ใช้หลักเดียวกันในคดีเยาวชนและครอบครัว ซึ่งศาลฎีกายึดเป็นบรรทัดฐานในคดีนี้

4 ผลทางคดีของการจำหน่าย

การจำหน่ายมิใช่การยกคำร้องหรือยกฟ้อง แต่เป็นผลทางวิธีพิจารณาที่ทำให้คดีสิ้นสุดลงโดยไม่มีคำวินิจฉัยเนื้อหา และคู่ความอาจยื่นใหม่ได้หากยังมีสิทธิตามกฎหมาย

ข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญว่า ในคดีครอบครัว แม้ข้อพิพาทเกี่ยวกับอำนาจปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดูจะมีผลกระทบต่อผู้เยาว์ แต่กระบวนพิจารณาต้องดำเนินไปตามบทบัญญัติกฎหมาย วิธีพิจารณามีผลต่อความสมบูรณ์ของคดีอย่างยิ่ง หากคู่ความถึงแก่กรรมและไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิแทนภายในกำหนดเวลา คดีย่อมต้องถูกจำหน่าย แม้ข้อพิพาทแท้จริงจะยังไม่ได้รับการพิจารณา

IRAC 

Issue

เมื่อผู้ร้องผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณา อำนาจปกครองตกแก่ฝ่ายใด และคดีควรถูกจำหน่ายหรือไม่ในเมื่อไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิแทนผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความภายในหนึ่งปี

Rule

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) กำหนดว่า เมื่อบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง บัญญัติว่า หากคู่ความตาย และไม่มีผู้สืบสิทธิแทนเข้ามาเป็นคู่ความภายในหนึ่งปี คดีต้องถูกจำหน่ายจากสารบบความ

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว มาตรา 182/1 วรรคสอง ให้ใช้หลักตามมาตรา 42 ปวิพ ในคดีเยาวชนและครอบครัว

Application

เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาโดยอาศัยบทบัญญัติมาตรา 1566 (1) โดยปริยาย

ศาลแจ้งให้ทนายผู้ร้องติดตามหาผู้สืบสิทธิ แต่ปรากฏว่าภายในหนึ่งปีนับแต่บิดาถึงแก่กรรม ไม่มีผู้ใดแสดงตนขอเข้าเป็นคู่ความแทน จึงเข้าหลักการตามมาตรา 42 วรรคสอง ประกอบมาตรา 182/1 วรรคสอง ส่งผลให้ศาลไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปในส่วนของค่าอุปการะเลี้ยงดูและคำขออื่น

Conclusion

ศาลฎีกาวินิจฉัยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ อำนาจปกครองตกแก่ผู้คัดค้านโดยผลของกฎหมาย และคู่ความไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้ในเมื่อไม่มีผู้เข้ามาแทนผู้ร้องผู้มรณะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568 

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน และให้ผู้ร้องเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว แต่หากศาลไม่เห็นชอบให้ถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่ออนุญาตให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนของไทยและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้แม้ผู้คัดค้านไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้งขอให้มีคำสั่งถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองของผู้ร้องและให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว กับให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรนับแต่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้บังคับตามคำร้องขอของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่อหรือดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทย หากผู้คัดค้านไม่ยินยอมดำเนินการหรือลงลายมือชื่อ ให้ผู้ร้องมีอำนาจลงลายมือชื่อ จัดการ และดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม ได้รับหนังสือเดินทางของประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม และได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทยได้แต่เพียงฝ่ายเดียวต่อไป และให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านยินยอมให้อีกฝ่ายพบเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามปกติสมควร ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียม (ที่ถูก ในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้ง) ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชาย อ. และเด็กหญิง บ. ผู้เยาว์ทั้งสอง แต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องมีสิทธิพบปะและเยี่ยมเยียนผู้เยาว์ทั้งสองได้ตามสมควร ให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองแก่ผู้คัดค้าน โดยในส่วนของเด็กชาย อ. เป็นเงิน 2,000,000 บาท ในส่วนของเด็กหญิง บ. เป็นเงิน 3,000,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนคำร้องขอและฟ้องแย้งชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย โดยไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องผู้มรณะ

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เห็นว่า สำหรับประเด็นเกี่ยวกับอำนาจปกครองบุตรเมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนประเด็นเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น เห็นว่า ทนายผู้คัดค้านยื่นคำแถลงลงวันที่ 22 ธันวาคม 2566 ต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องทราบเพื่อหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะแล้ว ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่กรรม กรณีจึงต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง

ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านลงลายมือชื่อหรือดำเนินการเพื่อให้ผู้เยาว์ทั้งสองได้รับสัญชาติเบลเยียม หนังสือเดินทาง และบัตรประจำตัวประชาชนไทย หากผู้คัดค้านไม่ยินยอมให้ผู้ร้องดำเนินการแทน พร้อมกำหนดสิทธิพบเยี่ยมของทั้งสองฝ่าย และยกฟ้องแย้งเกี่ยวกับอำนาจปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดู

2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูรวม 5,000,000 บาท ส่วนอื่นเป็นไปตามศาลชั้นต้น

3 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านตามกฎหมาย และเมื่อไม่ปรากฏผู้สืบสิทธิเข้าแทนผู้ร้องภายในหนึ่งปี คดีต้องจำหน่ายออกจากสารบบความตามมาตรา 42 ประกอบมาตรา 182/1

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1

ในกรณีที่ผู้ร้องเป็นบิดายื่นคำร้องขอให้ถอนอำนาจปกครองผู้คัดค้านผู้เป็นมารดา และต่อมาผู้ร้องถึงแก่กรรมระหว่างการพิจารณา โดยไม่มีผู้ใดยื่นขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะภายในหนึ่งปี ทั้งศาลชั้นต้นได้แจ้งทนายผู้ร้องให้ติดตามหาทายาทแล้วไม่พบ บุคคลใดควรเป็นผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสองต่อไป และศาลต้องดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างไรภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ธงคำตอบ

เมื่อผู้ร้องผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกแก่ผู้คัดค้านผู้เป็นมารดาโดยผลแห่งกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 (1) ซึ่งบัญญัติให้บิดาหรือมารดาที่มีชีวิตอยู่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่จำต้องวินิจฉัยคำร้องขอถอนอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนประเด็นเกี่ยวกับคำร้องที่ยังค้างอยู่ เมื่อศาลชั้นต้นได้แจ้งให้ทนายผู้ร้องดำเนินการหาบุคคลเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องผู้มรณะแล้วแต่ไม่พบผู้ใดมาภายในหนึ่งปี ศาลต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว มาตรา 182/1 วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้ใช้หลักเดียวกันในคดีเยาวชนและครอบครัว ดังนั้น เมื่อไม่มีผู้สืบสิทธิเข้ามาแทนผู้ร้อง กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินต่อไป ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ข้อ 2

ในคดีที่ผู้คัดค้านยื่นฟ้องแย้งขอให้ถอนอำนาจปกครองผู้ร้องและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่ภายหลังผู้ร้องถึงแก่กรรมก่อนที่ศาลฎีกาจะพิจารณาวินิจฉัย และไม่มีผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ คำขอเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูจำต้องถูกพิจารณาอย่างไร และศาลมีอำนาจวินิจฉัยคำขอของมารดาต่อไปหรือไม่

ธงคำตอบ

คำขอเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นสิทธิเรียกร้องในทางทรัพย์สินที่ย่อมมีทายาทผู้สืบสิทธิได้ แต่กระบวนพิจารณาคดีต้องดำเนินไปตามขั้นตอนซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นได้แจ้งให้ทนายผู้ร้องดำเนินการหาผู้สืบสิทธิมาเป็นคู่ความแทน แต่ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่ผู้ร้องถึงแก่กรรม ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน กรณีจึงเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง ประกอบมาตรา 182/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลจึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แม้ว่าคำขอของผู้คัดค้านเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูจะยังไม่ถูกวินิจฉัยถึงเนื้อหา แต่คดีต้องถูกจำหน่ายโดยผลของกฎหมาย ดังนั้น ศาลไม่อาจเข้าไปพิจารณาในเนื้อหาฟ้องแย้งหรือคำขออื่นที่ยังค้างอยู่

ข้อ 3

ในกรณีที่ผู้ร้องมีคำขอให้มารดาลงลายมือชื่อเพื่อให้ผู้เยาว์ได้รับสัญชาติเบลเยียม หนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนไทย โดยขอให้ศาลมีคำสั่งแทนมารดาหากไม่ยินยอม แต่ภายหลังผู้ร้องถึงแก่กรรมก่อนคดีถึงที่สุด คำขอนี้ยังคงต้องได้รับการวินิจฉัยหรือไม่ และเหตุใดศาลจึงไม่ดำเนินการต่อ

ธงคำตอบ

คำขอของผู้ร้องเกี่ยวกับการให้ผู้เยาว์ได้รับสัญชาติและหนังสือเดินทางเป็นคำขอที่ตั้งอยู่บนฐานของการใช้อำนาจปกครองของบิดาเหนือผู้เยาว์ แต่เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม อำนาจปกครองย่อมตกสู่ผู้คัดค้านผู้เป็นมารดาตามมาตรา 1566 (1) ซึ่งเป็นผลของกฎหมายโดยตรง ทำให้สถานะของผู้ร้องในคดีสิ้นสุดลงโดยเด็ดขาด อีกทั้งศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสในการหาผู้สืบสิทธิเข้ามาแทนผู้ร้องแล้วแต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดเข้ามาแทนภายในกำหนดหนึ่งปี กระบวนพิจารณาจึงต้องยุติลงตามมาตรา 42 วรรคสอง ประกอบมาตรา 182/1 วรรคสอง เมื่อกระบวนพิจารณาสิ้นสุดโดยการจำหน่ายคดี ศาลจึงไม่อาจพิจารณาคำขอใด ๆ ที่ยังค้างอยู่ เพราะไม่มีคู่ความฝ่ายผู้ร้องที่ชอบด้วยกฎหมายดำรงอยู่ แม้คำขอเกี่ยวกับเอกสารประจำตัวผู้เยาว์จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่กฎหมายวิธีพิจารณาย่อมมีผลจำกัดศาลไม่ให้พิจารณาต่อไป

ข้อ 4

ในกรณีที่ผู้คัดค้านยื่นฟ้องแย้งโดยขอให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองในจำนวนรวม 5,000,000 บาท โดยอ้างเหตุจากการใช้อำนาจปกครองไม่ถูกต้องของผู้ร้อง แต่ภายหลังผู้ร้องถึงแก่กรรม คำขอในฟ้องแย้งจะยังคงดำเนินได้หรือไม่ และมีหลักเกณฑ์ใดควบคุม

ธงคำตอบ

ฟ้องแย้งเป็นส่วนหนึ่งของคดีเดียวกันที่ต้องเข้าสู่กระบวนพิจารณาตามกฎหมาย เมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม ผู้สืบสิทธิต้องยื่นคำขอเข้าเป็นคู่ความแทนเพื่อให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ซึ่งสอดคล้องตามมาตรา 42 วรรคสอง แต่เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรมและไม่มีผู้ใดเข้ามาแทนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ถึงแก่กรรม แม้ว่าฟ้องแย้งของผู้คัดค้านจะมีประเด็นเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูซึ่งเป็นสิทธิในทางทรัพย์สินที่อาจมีทายาทสืบสิทธิได้ แต่การดำเนินกระบวนพิจารณาต้องมีคู่ความที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคู่ความฝ่ายผู้ร้องสิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้แทนเข้ามาแทน กระบวนพิจารณาทั้งหมดรวมถึงฟ้องแย้งย่อมต้องถูกจำหน่ายไปด้วย ดังนั้น แม้ผู้คัดค้านจะยังมีสิทธิเรียกร้องโดยเนื้อหา แต่กระบวนพิจารณาในคดีนี้ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ และศาลจำต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ข้อ 5

กรณีที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับอำนาจปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดู และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว พร้อมกำหนดให้ผู้ร้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ภายหลังผู้ร้องฎีกาและถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาศาลฎีกา ศาลฎีกายังมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์และฎีกานั้นต่อไปหรือไม่

ธงคำตอบ

การที่ผู้ร้องถึงแก่กรรมในระหว่างพิจารณาศาลฎีกาย่อมทำให้สถานะทางคดีของผู้ร้องในฐานะคู่ความสิ้นสุดลง กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคสอง กำหนดให้ศาลต้องระงับกระบวนพิจารณาชั่วคราวเพื่อรอผู้สืบสิทธิเข้าแทนผู้ตาย แต่หากภายในหนึ่งปีไม่ปรากฏผู้ใดเข้ามาแทน คู่ความฝ่ายผู้ร้องย่อมสิ้นสุดลงโดยปราศจากผู้สืบสิทธิที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อได้ และคดีต้องถูกจำหน่ายออกจากสารบบความ การอุทธรณ์และฎีกาที่ผู้ร้องยื่นจึงไม่อาจพิจารณาต่อไปได้ แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้เยาว์ แต่กฎหมายวิธีพิจารณาย่อมมีผลเหนือกว่า ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยไม่พิจารณาถึงเนื้อหาฎีกา




อำนาจปกครองบุตร

ตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ได้เมื่อใด? เจาะลึกกฎหมายไทย มาตรา 1585 และคำพิพากษาศาล article
คดีหย่า & อำนาจปกครองบุตร, ศาลชี้ขาดสิทธิเลี้ยงดูบุตร (ฎีกา 5535/2558)
สิทธิเลี้ยงดูบุตร & สวัสดิภาพเด็ก, ศาลชี้ขาดสิทธิอำนาจปกครองบุตร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7407/2556: สิทธิผู้ใช้อำนาจปกครองไม่อาจสละให้ผู้อื่น และบทบาทของ “บิดามิชอบด้วยกฎหมาย” ในคดีเยาวชน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2460/2539: บิดายังมีอำนาจปกครอง แม้ถูกพิพากษาประหารชีวิตจากการฆ่ามารดาผู้เยาว์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7547/2561: การเพิ่มชื่อสกุลของบิดาเป็นชื่อรองของบุตร แม้ไม่มีอำนาจปกครอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8308/2561: อำนาจของผู้ใช้อำนาจปกครองในการยื่นข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการโดยไม่ขออนุญาตศาล
ศาลฎีกาวินิจฉัยอำนาจปกครองบุตรหลังหย่า: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8087/2543
ศาลฎีกา 7072/2559: สิทธิขอค่าเลี้ยงชีพ-อำนาจปกครองบุตรหลังหย่าในบริบทสามีใหม่