ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



บันทึกหย่ามารดาเป็นผู้อุปการะเลี้ยดูบุตร ไม่ได้ตกลงเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครอง-มารดาตาย

ทนายความโทร0859604258

ภาพจากซ้ายไปขวา ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ, ทนายความภคพล มหิทธาอภิญญา, ทนายความเอกชัย อาชาโชติธรรม, ทนายความอภิวัฒน์ สุวรรณ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  (5) ID line  :

         (1) leenont หรือ (2) @leenont หรือ (3)  peesirilaw  หรือ (4) @peesirilaw   (5)   @leenont1

-Line Official Account : เพิ่มเพื่อนด้วย QR CODE

QR CODE

ปรึกษา ทนายความ หัวข้อ - อำนาจปกครองบุตร

บันทึกหย่ามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง-มารดาตาย

ตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ระบุเพียงตกลงกันให้ฝ่ายมารดามีภาระหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรเท่านั้น ไม่ได้ระบุให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ต่อมาทางบิดาต้องคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานฆ่ามารดา อำนาจปกครองตกได้แก่บิดา ด้วยผลของกฎหมาย

ก่อนจดทะเบียนหย่าอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์อยู่กับบิดามารดา แต่กฎหมายเปิดโอกาสให้บิดามารดาตกลงกันเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรในกรณีที่จดทะเบียนหย่า คดีนี้บิดามารดาตกลงกันให้มารดามีภาระหน้าที่ปกครองอุปการะเลี้ยงดูบุตร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อตกลงยังไม่รวมถึงการใช้อำนาจปกครอง ดังนั้นอำนาจปกครองบุตรจึงยังอยู่กับบิดามารดาเช่นเดิม การที่บิดามายื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครองเนื่องจากมารดาตายนั้นเป็นการตั้งผู้ใช้อำนาจปกครองซ้ำอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2460/2539

          ผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 เป็นบิดาและย่าของผู้เยาว์ทั้งสาม ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสามเป็นการชั่วคราว ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1585 และ1586 กำหนดให้บุคคลซึ่งกฎหมายระบุไว้อาจยื่นคำร้องขอ ให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ปกครองให้ผู้เยาว์ได้ เฉพาะกรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดา หรือบิดามารดา ถูกถอนอำนาจปกครอง แต่ข้อเท็จจริงตามคำร้องก่อนที่ผู้ร้องที่ 1 กับ ด. จดทะเบียนหย่าขาดกัน อำนาจปกครองผู้เยาว์อยู่ที่ ผู้ร้องที่ 1 กับ ด. ตามมาตรา 1566 เมื่อคนทั้งสองจดทะเบียนหย่าขาดกันมาตรา1520 วรรคหนึ่ง กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ร้องที่ 1 และ ด. ทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด แต่ตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ผู้ร้องที่ 1 กับ ด. เพียงตกลงกันให้ ด. มีภาระหน้าที่ปกครองอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสามเท่านั้น ไม่มุ่งหมายถึงการใช้อำนาจปกครองและทั้งไม่มีการร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด อำนาจการปกครองผู้เยาว์ทั้งสามคงอยู่กับผู้ร้องที่ 1 และด. ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้เยาว์ทั้งสาม และเมื่อ ด. ตายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1566(1) ก็บัญญัติเป็นพิเศษอีกว่าให้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตกอยู่แก่ผู้ร้องที่ 1 โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นบิดามีกิริยาความประพฤติไม่เหมาะสมเพราะต้องคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ฐานฆ่า ด. และพยายามฆ่า ส. โดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ตราบใดที่ไม่มีการเพิกถอนอำนาจการปกครองเสียทั้งหมด หรือบางส่วน ตามที่ มาตรา 1582 บัญญัติไว้ ผู้ร้องที่ 1 ยังคงมีอำนาจการปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสามอยู่ กรณีจึงไม่อาจจัดให้มีผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1585 ขึ้นอีกได้ เนื่องจากผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นบิดาของผู้เยาว์ทั้งสามยังมีชีวิตอยู่ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมาย ที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ปกครองหรือเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสามซ้ำอีก
 
มาตรา 1520  ในกรณีหย่าโดยความยินยอม ให้สามีภริยาทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
ในกรณีหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ให้ศาลซึ่งพิจารณาคดีฟ้องหย่านั้นชี้ขาดด้วยว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ในการพิจารณาชี้ขาดถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองของคู่สมรสนั้นได้ตามมาตรา 1582 ศาลจะถอนอำนาจปกครองของคู่สมรสและสั่งให้บุคคลภายนอกเป็นผู้ปกครองก็ได้ ทั้งนี้ ให้ศาลคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรนั้นเป็นสำคัญ

มาตรา 1566  บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา
อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาในกรณีดังต่อไปนี้
(1) มารดาหรือบิดาตาย
(2) ไม่แน่นอนว่ามารดาหรือบิดามีชีวิตอยู่หรือตาย
(3) มารดาหรือบิดาถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(4) มารดาหรือบิดาต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะจิตฟั่นเฟือน
(5) ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดา
(6) บิดาและมารดาตกลงกันตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ตกลงกันได้

มาตรา 1582  ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถโดยคำสั่งของศาลก็ดี ใช้อำนาจปกครองเกี่ยวแก่ตัวผู้เยาว์โดยมิชอบก็ดี ประพฤติชั่วร้ายก็ดี ในกรณีเหล่านี้ศาลจะสั่งเอง หรือจะสั่งเมื่อญาติของผู้เยาว์หรืออัยการร้องขอให้ถอนอำนาจปกครองเสียบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้

ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองล้มละลายก็ดี หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ในทางที่ผิดจนอาจเป็นภัยก็ดี ศาลจะสั่งตามวิธีในวรรคหนึ่งให้ถอนอำนาจจัดการทรัพย์สินเสียก็ได้

มาตรา 1585  บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่มีบิดามารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองเสียแล้วนั้น จะจัดให้มีผู้ปกครองขึ้นในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ก็ได้

ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนตามมาตรา 1582 วรรคหนึ่ง ศาลจะตั้งผู้ปกครองในส่วนที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจปกครองนั้นก็ได้ หรือในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองถูกถอนอำนาจจัดการทรัพย์สิน ตามมาตรา 1582 วรรคสอง ศาลจะตั้งผู้ปกครองเพื่อจัดการทรัพย์สินก็ได้

มาตรา 1586  ผู้ปกครองตามมาตรา 1585 นั้น ให้ตั้งโดยคำสั่งศาลเมื่อมีการร้องขอของญาติของผู้เยาว์ อัยการ หรือผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายทีหลังได้ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง
ภายใต้บังคับมาตรา 1590 การตั้งผู้ปกครองนั้นถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม เว้นแต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับหรือบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมนั้นเป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองตามมาตรา 1587
 
          ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นบิดา ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 เป็นป้า และผู้ร้องที่ 3 เป็นย่าของเด็กชายปรัชญา  เด็กชายปวรรัตน์  และเด็กหญิงปรารถนา  อันเกิดกับผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์  ต่อมาผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์ จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน โดยให้ผู้เยาว์ทั้งสามอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของนางดวงรัตน์ ครั้นวันที่ 22 กรกฎาคม 2533 นางดวงรัตน์ถึงแก่ความตาย ผู้เยาว์ทั้งสามไม่มีผู้ปกครองและผู้อุปการะเลี้ยงดู ทั้งไม่สามารถจัดการทรัพย์สินที่มีสิทธิได้รับมรดกของนางดวงรัตน์ นอกจากนี้ผู้เยาว์ทั้งสามยังมีคดีพิพาทกับบุคคลอื่น และบกพร่องในเรื่องความสามารถ ผู้ร้องทั้งสี่ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์มีรายได้เพียงพออุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสามได้ ขอให้ศาลทำการไต่สวนและมีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ร้องทั้งสี่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือปกครองผู้เยาว์ทั้งสาม

          ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นยายของผู้เยาว์ทั้งสาม ผู้ร้องที่ 1 ได้ฆ่านางดวงรัตน์ และลักพาผู้เยาว์ทั้งสามไปจากผู้ดูแลโดยมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์สินของผู้เยาว์ทั้งสาม แล้วผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางดวงรัตน์ การกระทำของผู้ร้องที่ 1 ขัดกับผลประโยชน์ของผู้เยาว์ทั้งสาม และพยายามเข้ายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ จึงไม่สมควรเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ส่วนผู้ร้องที่ 2 ถึงที่ 4 กระทำความประสงค์ของผู้ร้องที่ 1 เพื่อจะได้จัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ ขอให้ศาลยกคำร้อง และมีคำสั่งแต่งตั้งนางสัมพันธ์ อัยการจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับนาวาอากาศเอกหญิงประจวบ  ญาติสนิทของผู้เยาว์ทั้งสามเป็นผู้ปกครองชั่วคราวจนกว่าคดีความจะเสร็จสิ้น โดยนาวาอากาศเอกหญิงประจวบไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสาม

          ระหว่างพิจารณาผู้ร้องที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะผู้ร้องที่ 2 ส่วนผู้ร้องที่ 4 ขอถอนคำร้องขอเป็นผู้ปกครอง ศาลชั้นต้นอนุญาต

          ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งให้นางสนัด ผู้ร้องที่ 3 เป็นผู้ปกครองเด็กชายปรัชญา เด็กชายปวรรัตน์  และเด็กหญิงปรารถนา โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย คำขออื่นให้ยกและยกคำร้องในส่วนขอตั้งผู้ปกครองของผู้คัดค้าน

          ผู้คัดค้าน อุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง คำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านและไม่รับอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน

          ผู้คัดค้าน ฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องขอโดยผู้คัดค้านไม่ได้คัดค้านว่า เดิมผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์ เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 3 คนตามลำดับ คือเด็กชายปรัชญา เด็กชายปวรรัตน์ และเด็กหญิงปราถนา  ส่วนผู้ร้องที่ 3 เป็นย่าของผู้เยาว์ทั้งสาม ต่อมาผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน โดยตกลงให้ผู้เยาว์ทั้งสามอยู่ในความปกครองอุปการะเลี้ยงดูของนางดวงรัตน์ ครั้นวันที่ 22 กรกฎาคม 2533 นางดวงรัตน์ถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้อง ยกคำร้องคัดค้าน และยกคำสั่งศาลชั้นต้นนั้นชอบหรือไม่ โดยผู้คัดค้านฎีกาว่าเมื่อผู้ร้องที่ 1 หย่าขาดจากนางดวงรัตน์ ได้ทำความตกลงไว้ว่า ผู้ร้องที่ 1 ซึ่งปกติชอบเล่นการพนัน ไม่ดูแลอุปการะครอบครัว ไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ตามสัญญาทะเบียนหย่าเอกสารหมาย ร.16 เมื่อนางดวงรัตน์ถึงแก่ความตาย กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566(1) อำนาจปกครองของนางดวงรัตน์จึงไม่ตกแก่ผู้ร้องที่ 1 มิฉะนั้นจะขัดต่อความมุ่งหมายของกฎหมายที่ต้องการคุ้มครองผู้เยาว์ นอกจากนี้ศาลจังหวัดปทุมธานียังได้พิพากษาลงโทษประหารชีวิตผู้ร้องที่ 1 ข้อหาฆ่านางดวงรัตน์และพยายามฆ่านายเสนอ  โดยไตร่ตรองไว้ก่อนอีกด้วย ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดปทุมธานี คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2461/2538 จึงไม่สมควรให้ผู้ร้องที่ 1 หรือผู้ร้องที่ 3 เป็นผู้ปกครอง อันเป็นผลให้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินผู้เยาว์ทั้งสาม ในข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ในการพิจารณาคดีแพ่งในเบื้องแรก ศาลจำเป็นต้องพิเคราะห์คำฟ้องหรือคำร้องขอก่อนว่า มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งหรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาลหรือไม่ ในกรณีแรกโจทก์ต้องเสนอคดีโดยคำฟ้องมีข้อพิพาทคำฟ้องต้องบรรยายใจความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 ในกรณีหลังผู้ร้องขอต้องเสนอคดีโดยทำเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตามมาตรา 188 และต้องเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้สิทธิหรืออำนาจกระทำได้เท่านั้น ในคดีนี้ผู้ร้องที่ 2 ถึงแก่ความตาย และผู้ร้องที่ 4 ขอถอนคำร้องระหว่างพิจารณาตามลำดับ ผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องประสงค์ให้ศาลแต่งตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสามเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1585 และ 1586 กำหนดให้บุคคลซึ่งกฎหมายระบุไว้อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ปกครองให้ผู้เยาว์ได้เฉพาะกรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครอง แต่ข้อเท็จจริงตามคำร้องก่อนที่ผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์จดทะเบียนหย่าขาดกันอำนาจปกครองผู้เยาว์อยู่ที่ผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566 เมื่อคนทั้งสองจดทะเบียนหย่าขาดกัน มาตรา 1520 วรรคแรก กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ร้องและนางดวงรัตน์ทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้ามิได้ตกลงกันหรือตกลงกันไม่ได้ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด แต่ในคดีนี้ตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่าเอกสารหมาย ร.16 ผู้ร้องที่ 1 กับนางดวงรัตน์เพียงตกลงกันให้นางดวงรัตน์มีภาระหน้าที่ปกครองอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสามเท่านั้น ไม่มุ่งหมายถึงการใช้อำนาจปกครอง และทั้งไม่มีการร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด อำนาจการปกครองผู้เยาว์ทั้งสามคงอยู่กับผู้ร้องที่ 1 และนางดวงรัตน์ ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้เยาว์ทั้งสาม และเมื่อนางดวงรัตน์ตายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1566(1) ก็บัญญัติเป็นพิเศษอีกว่าให้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตกอยู่แก่ผู้ร้องที่ 1 ไม่คำนึงถึงว่าผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นบิดามีกิริยาความประพฤติเป็นเช่นดั่งที่ผู้คัดค้านฎีกาหรือไม่ ตราบใดที่ไม่มีการเพิกถอนอำนาจการปกครองเสียทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่มาตรา 1582 บัญญัติไว้ ผู้ร้องที่ 1 ยังคงมีอำนาจการปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสามอยู่ กรณีจึงไม่อาจจัดให้มีผู้ปกครองผู้เยาว์ทั้งสามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1585 ขึ้นอีกได้ เนื่องจากผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นบิดาของผู้เยาว์ทั้งสามยังมีชีวิตอยู่ ด้วยเหตุดังกล่าวผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมายที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ปกครองหรือเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ทั้งสามซ้ำอีก และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาอนุญาตโดยปราศจากอำนาจที่กฎหมายรับรอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ต้องพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้อง ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและไม่รับอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะไม่ปรากฏว่าอุทธรณ์ผู้คัดค้านต้องห้ามตามกฎหมาย หรือศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาหรือว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งแต่อย่างไร ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ให้ถูกต้อง

          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน
 
 
( อากาศ บำรุงชีพ - ชัยนาท พันตาวงศ์ - มหินทร์ สุรดินทร์กูร )
 

กฎหมายกำหนดสิทธิที่เกี่ยวกับบุตรผู้เยาว์ดังนี้คือ
1. สิทธิอำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว
2. สิทธิการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจปกครอง
3. ก่อตั้งอำนาจปกครองตามกฎหมาย
4. เมื่อฟ้องคดีค่าอุปการะเลี้ยงดู
5. สิทธิในการเยี่ยมบุตรผู้เยาว์
6. สิทธิในอำนาจปกครองร่วมกันของบิดามารดา
7. การสิ้นสิทธิของอำนาจปกครอง




อำนาจปกครองบุตร

ไม่มีกฎหมายให้สิทธิผู้ใช้อำนาจปกครองสละการใช้อำนาจปกครองให้ผู้อื่นได้
ศาลมีอำนาจชี้ขาดเรื่องอำนาจปกครองโดยไม่ต้องฟ้องแย้ง
ฟ้องขอให้บิดารับรองบุตร เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์