ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




(ฎีกา 2802/2567) – ปืนแบลงค์กันไม่ใช่อาวุธปืน, ยกฟ้องจำเลย อ่านสรุปง่าย

โลโก้สำนักงานพีสิริ ทนายความ พร้อมข้อความสรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567 กรณีปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่อาวุธปืน แต่เป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และมีคำพิพากษายกฟ้อง

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ


บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความทางกฎหมายว่าปืน “แบลงค์กัน” (Blank Gun) จะถือเป็น “อาวุธปืน” ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ หรือไม่ โดยแม้จำเลยจะรับสารภาพว่าครอบครองและพกพาปืนดังกล่าว แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แบลงค์กันไม่มีอานุภาพส่งกระสุนจริงออกจากลำกล้อง จึงไม่ใช่อาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) แต่เป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และมีคำพิพากษา


ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ฟ้องจำเลยว่าครอบครอง พกพา และยิงปืนแบลงค์กันโดยไม่ได้รับอนุญาต อ้างว่าปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนตามกฎหมาย

จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิด ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน 10 วัน ก่อนลดโทษเหลือ 9 เดือน 5 วัน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าควรมีการไต่สวนเพิ่มเติมเรื่องลักษณะปืนแบลงค์กันว่าจัดเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่

ผลการตรวจพบว่าแบลงค์กันไม่สามารถยิงกระสุนจริงได้ เพียงก่อให้เกิดเสียงและเปลวไฟ จึงไม่ใช่อาวุธปืน แต่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา แต่ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์


ประเด็นปัญหากฎหมาย

1. ปืนแบลงค์กันเข้าข่าย “อาวุธปืน” ตามมาตรา 4 (1) หรือไม่

2. หากไม่ใช่อาวุธปืน จะถือเป็น “สิ่งเทียมอาวุธปืน” ตามมาตรา 4 (5) ได้หรือไม่

3. การรับสารภาพของจำเลยมีผลต่อการวินิจฉัยคดีหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม


คำวินิจฉัยของศาล

ศาลฎีกาเห็นว่า:

ปืนแบลงค์กันไม่สามารถบรรจุกระสุนจริงหรือส่งหัวกระสุนออกจากลำกล้องได้

มีเพียงแรงระเบิด เปลวไฟ และเสียงจากดินปืนเท่านั้น จึงไม่เข้าบทนิยาม “อาวุธปืน” ตามมาตรา 4 (1)

ด้วยลักษณะภายนอกที่เหมือนปืนจริง จึงเป็นเพียง “สิ่งเทียมอาวุธปืน” ตามมาตรา 4 (5)

ดังนั้น จำเลยไม่ผิดฐานมีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืน หรือยิงปืนโดยใช่เหตุ

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลย


การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

การตีความคำว่า “อาวุธปืน”: ศาลเน้นว่าต้องสามารถส่ง “หัวกระสุน” ออกจากลำกล้องได้ ไม่ใช่เพียงทำให้เกิดเสียงหรือไฟ

ความสำคัญของ “สิ่งเทียมอาวุธปืน”: แม้จะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียง แต่ถ้าไม่สามารถทำอันตรายจริงในลักษณะอาวุธปืน ก็ไม่ถือเป็นอาวุธปืน

ผลทางคดีอาญา: หากจัดเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน ผู้ครอบครองไม่ต้องรับโทษตามข้อหามีหรือพกพาอาวุธปืน แต่หากใช้ในทางข่มขู่ผู้อื่น อาจเป็นความผิดฐานอื่นได้

แนววินิจฉัย: คดีนี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ช่วยแยกความต่างระหว่างอาวุธปืนจริงกับปืนจำลอง/แบลงค์กัน


IRAC Analysis

Issue (ประเด็นปัญหา):

ปืนแบลงค์กันเข้าข่าย “อาวุธปืน” ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 4 (1) หรือเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5)

Rule (บทกฎหมายที่ใช้):

มาตรา 4 (1) พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ – “อาวุธปืน” หมายถึง อาวุธที่สามารถส่งเครื่องกระสุนปืนโดยพลังงาน เช่น การระเบิดหรือแก๊ส

มาตรา 4 (5) – “สิ่งเทียมอาวุธปืน” หมายถึง สิ่งที่มีลักษณะทำให้เข้าใจว่าเป็นอาวุธปืน แต่ไม่สามารถยิงกระสุนได้

Application (การปรับใช้):

ปืนแบลงค์กันไม่สามารถยิงหัวกระสุนจริงได้ มีเพียงเปลวไฟและเสียง

จึงไม่เข้าข่ายอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1)

แต่ด้วยลักษณะเหมือนปืนจริง ศาลจึงจัดว่าเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5)

Conclusion (ข้อสรุป):

ปืนแบลงค์กันไม่ใช่อาวุธปืน จำเลยจึงไม่ผิดตามข้อหามีและพกพาอาวุธปืน พิพากษายกฟ้อง


สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

•การตีความ “อาวุธปืน” ต้องยึดที่อานุภาพจริง ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์

•แบลงค์กัน แม้เหมือนปืนจริง แต่ไม่สามารถยิงหัวกระสุนได้ จึงไม่ใช่อาวุธปืน

•คดีนี้สะท้อนให้เห็นการตีความกฎหมายที่รอบคอบ เพื่อไม่ให้บุคคลถูกลงโทษโดยไม่เข้าหลักกฎหมาย


English Summary 

The Supreme Court Decision No. 2802/2024 ruled that a “blank gun” is not a firearm under Thai law. Although it resembles a real gun and produces noise and flame, it cannot fire live bullets. Therefore, it is only considered a firearm imitation under Section 4 (5) of the Firearms Act, and the defendant was acquitted.

ภาพปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ประกอบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567 ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่อาวุธปืนตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืน แม้มีลักษณะคล้ายปืนจริงแต่ไม่สามารถยิงหัวกระสุนได้ คดีสะท้อนหลักการตีความกฎหมายอาวุธปืนเพื่อไม่ให้ลงโทษโดยไม่เข้าหลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567


แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ แล้วส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (1) เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ศาลฎีกาย่อมรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้


เมื่อปืนแบลงค์กันของกลางไม่มีการดัดแปลงลำกล้อง สภาพภายในลำกล้องมีเหล็กแกนขวางไม่อาจส่งกระสุนออกมาจากลำกล้องได้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ เมื่อยิงกับกระสุนปืนแบลงค์กันมีผลเพียงเกิดเสียง เปลวไฟ แรงระเบิด แรงดัน จากการเผาไหม้ดินดอกไม้เพลิงพุ่งออกมาจากปลายลำกล้องเท่านั้น ไม่มีหัวกระสุนปืนออกจากปากลำกล้อง แสดงให้เห็นจุดประสงค์ในการทำหรือประกอบปืนแบลงค์กันขึ้นโดยมิได้ให้เป็นอาวุธปืนที่ใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน โดยประสงค์ใช้ยิงให้เกิดเสียงดังและมีเปลวไฟจากการยิงเท่านั้น หากไม่ได้ยิงในระยะประชิดหรือเป็นรัศมีแรงระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิง ก็ไม่มีอานุภาพรุนแรงที่สามารถทำอันตรายแก่กาย ชีวิต หรือวัตถุได้ ดังเช่นอาวุธปืนทั่วไป จึงไม่เข้าตามบทนิยามคำว่า "อาวุธปืน" ตามมาตรา 4 (1) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ การมีรูปร่างลักษณะอันน่าจะทำให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนโดยสภาพ จึงเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 371, 376 ริบอาวุธปืน ซองกระสุนปืน กระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ


ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน 5 วัน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์


ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนยังไม่เพียงพอแก่การพิจารณาคดีว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จึงมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว โดยให้หมายเรียกนายทะเบียนอาวุธปืนท้องที่ที่เกิดเหตุมาไต่สวน และให้หมายเรียกปืนแบลงก์กันของกลางมาประกอบการไต่สวนด้วย เสร็จแล้วให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2

ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมแล้วนำส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องและคืนของกลางแก่จำเลย

โจทก์ฎีกา


ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามบทนิยามของคำว่า "อาวุธปืน" ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุปืน พ.ศ. 2490 หรือไม่ แม้โจทก์ฟ้องว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนและจำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แล้วส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมายต่อไป อันเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (1) และศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ศาลฎีกาย่อมรับฟังพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบการวินิจฉัยว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามบทนิยามของกฎหมายหรือไม่ได้ เห็นว่า จากสภาพปืนแบลงค์กันและผลการตรวจสภาพปืนแบลงค์กันของนายทะเบียนอาวุธปืนและผู้เชี่ยวชาญทั้งสองปาก ทำให้ฟังข้อเท็จจริงได้เป็นยุติว่า ปืนแบลงค์กันของกลางไม่มีการดัดแปลงลำกล้อง ยังมีเหล็กแกนที่แข็งแรงปิดกั้นอยู่ภายในลำกล้อง ตามสภาพของปืนแบลงค์กันของกลางดังกล่าวไม่สามารถบรรจุกระสุนปืนจริงเข้าไปและใช้ยิงได้ จึงเป็นเพียงแค่มีรูปแบบและหลักการทำงานมาจากอาวุธปืนจริง แต่ไม่สามารถส่งกระสุนปืนออกมาจากลำกล้องได้ จะมีเพียงรูระบายแก๊สขนาดเล็กออกจากปลายกระบอก ไม่มีอานุภาพความรุนแรงทำอันตรายถึงชีวิตได้ อันเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีวัตถุประสงค์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ การกีฬา การปล่อยตัวนักกีฬา การสะสมและการฝึกซ้อมก่อนมีอาวุธปืนจริงเท่านั้น จึงไม่เข้าตามบทนิยามคำว่า "อาวุธปืน" ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ที่ว่า "อาวุธปืน" หมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแก๊สหรืออัดลมหรือเครื่องกลไกอย่างใด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงาน และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้น ๆ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ปืนแบลงค์กันของกลางใช้วัสดุไม่แข็งแรงคงทนเหมือนอาวุธปืนจริง สภาพภายในลำกล้องมีแกนเหล็กขวางไม่อาจใช้ส่งหัวกระสุนปืนออกมาทางลำกล้องปืนตามบทนิยามได้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ เมื่อยิงกับกระสุนปืนแบลงค์กันมีผลเพียงเกิดเสียง เปลวไฟ แรงระเบิดและแรงดันจากการเผาไหม้ดินดอกไม้เพลิงพุ่งออกมาทางปลายลำกล้องเท่านั้น ไม่มีหัวกระสุนปืนออกจากปากลำกล้องด้วย แม้เครื่องกระสุนปืนจะประกอบด้วยหลาย ๆ ส่วนตามบทนิยาม แต่หัวกระสุนปืนเป็นสาระสำคัญของเครื่องกระสุนปืนที่ทำอันตรายได้ แสดงให้เห็นว่าจุดประสงค์ในการทำหรือประกอบปืนแบลงค์กันขึ้นโดยมิได้ให้เป็นอาวุธปืนซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน เพียงแต่เป็นการทำประกอบขึ้นโดยประสงค์ใช้ยิงให้เกิดเสียงดังและมีเปลวไฟจากการยิงเท่านั้น ส่วนเมื่อมีการยิงแล้วเกิดการระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิง ไม่ได้เกิดจากหัวกระสุนปืน ผลจากการยิงในระยะประชิดก็ไม่แตกต่างกับการจุดประทัดหรือดอกไม้เพลิงในระยะประชิดซึ่งสามารถทำอันตรายได้เช่นกัน แต่หากไม่ได้ยิงในระยะประชิดหรือเกินรัศมีแรงระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิงก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายได้ และหากใช้ปืนแบลงค์กันโดยวิธีปกติ ไม่มีเจตนาจ่อยิงในระยะประชิด เปลวไฟ แรงระเบิดหรือแรงดันที่เกิดจากการยิงก็ไม่มีอานุภาพหรือความรุนแรงที่สามารถทำอันตรายแก่กาย ชีวิต หรือวัตถุได้ดังเช่นอาวุธปืนทั่วไป ปืนแบลงค์กันของกลางจึงไม่เป็นอาวุธปืน แต่เมื่อโดยสภาพของปืนแบลงค์กันของกลางประกอบไปด้วยลำกล้อง เครื่องลูกเลื่อน ชุดลั่นไก มีรูปร่างลักษณะภายในและภายนอกเช่นเดียวกับอาวุธปืนทั่วไป คงแตกต่างกันที่ไม่สามารถส่งหัวกระสุนปืนออกไปได้ การมีรูปร่างลักษณะอันน่าจะทำให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนโดยสภาพ จึงเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เมื่อปืนแบลงค์กันของกลางไม่ใช่อาวุธปืน การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนตามฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

 

พิพากษายืน



ภาพสรุปการวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567 ประเด็นปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่อาวุธปืนตามกฎหมาย เพราะไม่สามารถส่งหัวกระสุนได้ จัดเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืน คดีนี้เป็นแนววินิจฉัยใหม่ในการตีความระหว่างอาวุธปืนจริงกับปืนจำลอง
 



อาวุธปืน

การบังคับใช้กฎหมายภายหลังที่เป็นคุณแก่จำเลยในคดีอุทยานแห่งชาติและอาวุธปืน
ผู้จัดการมรดก, คดีอาวุธปืนกับการรู้เห็นเป็นใจของผู้จัดการมรดก, ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิร้องขอคืนอาวุธปืนของกลาง
อาวุธปืนมีทะเบียนจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้เป็นความผิด
เครื่องกระสุนปืนใช้ผิดกระบอก