ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ความผิดลักทรัพย์ในครอบครัว อายุความคดีอันยอมความได้,ป.อ. มาตรา 71, ป.อ. มาตรา 96,(ฎีกา 4925/2566)

คำพิพากษาศาลฎีกา 4925/2566 ความผิดลักทรัพย์ในครอบครัว, ความผิดฐานลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง, ความผิดอันยอมความได้ในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์, หลักเกณฑ์การนับอายุความการร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องลักทรัพย์ในครอบครัว, ความแตกต่างระหว่างเหตุยกเว้นโทษกับความผิดอันยอมความได้, การฟ้องคดีอาญาภายในสามเดือน, การปรองดองในครอบครัวตามเจตนารมณ์กฎหมายอาญา

     ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ว่าความผิดฐานลักทรัพย์ที่บุตรกระทำต่อบุพการี เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้โจทก์ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีอาจขาดอายุความ ทั้งยังเป็นแนววินิจฉัยสำคัญที่ชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายในการส่งเสริมความปรองดองภายในครอบครัว และการแยกแยะความแตกต่างระหว่างเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวกับความผิดอันยอมความได้

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. ความผิดฐานลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการี ถือเป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่

2. การไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน ส่งผลให้คดีขาดอายุความหรือไม่

3. ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว หรือเป็นบทกำหนดลักษณะความผิด

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความว่าความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างบุคคลในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง โดยเฉพาะกรณีที่บุตรกระทำต่อบุพการี เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง หรือเป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว และผลทางกฎหมายในเรื่องอายุความการร้องทุกข์หรือฟ้องคดีตามมาตรา 96 ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความชอบด้วยกฎหมายของการดำเนินคดีอาญาในคดีนี้

มาตรากฎหมายสำคัญที่สุดที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ประกอบมาตรา 96 และมาตรา 334

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายประเด็นสำคัญโดยสรุป

1. ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง

เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐาน เมื่อเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แม้บทความผิดนั้นจะไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ก็ตาม

2. ความผิดอันยอมความได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความผิดฐานลักทรัพย์ในกรณีบุตรกระทำต่อบุพการี ไม่ใช่เพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว แต่เป็นความผิดอันยอมความได้โดยสภาพ ซึ่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องการร้องทุกข์และอายุความอย่างเคร่งครัด

3. อายุความการร้องทุกข์ตาม ป.อ. มาตรา 96

เมื่อความผิดเป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว คดีจะขาดอายุความ

4. ลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการี

แม้ความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 จะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินโดยทั่วไป แต่เมื่อเกิดขึ้นในบริบทของความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมาตรา 71 วรรคสอง ลักษณะของความผิดและวิธีดำเนินคดีย่อมแตกต่างจากกรณีทั่วไป

5. เจตนารมณ์ของกฎหมายอาญาเกี่ยวกับครอบครัว

ศาลฎีกาเน้นย้ำว่ามาตรา 71 วรรคสอง มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมการปรองดองและการให้อภัยภายในครอบครัว ไม่ให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางประเภทกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงทางอาญา หากคู่กรณีสามารถยุติข้อพิพาทกันได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยมีการกระทำหลายกรรมต่างกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง และเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี

จำเลยอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจึงฎีกาต่อศาลฎีกา

ประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาข้อกฎหมายเพียงประการเดียว คือ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ แม้จำเลยจะมิได้ยกประเด็นนี้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยจึงยกขึ้นฎีกาได้

ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่า จำเลยเป็นบุตรและผู้สืบสันดานของโจทก์ ซึ่งเป็นบุพการี อันอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง

การตีความประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา 71 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐาน เมื่อเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แม้กฎหมายจะมิได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งในบทความผิดนั้นก็ตาม

บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลในครอบครัวสามารถปรองดอง ให้อภัย และกลับมาอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข มิใช่เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวดังเช่นมาตรา 71 วรรคแรก

ผลทางกฎหมายเรื่องอายุความ

เมื่อความผิดฐานลักทรัพย์ในกรณีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์จึงต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 96

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีนี้โจทก์ได้ร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ฟ้องจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น

แนวคิดสำคัญที่ศาลฎีกาวางไว้

ศาลฎีกาได้วางแนวตีความไว้อย่างชัดเจนว่า ความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 71 วรรคสอง เป็นบทกำหนดลักษณะความผิด มิใช่เพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว และต้องบังคับใช้ร่วมกับหลักอายุความการร้องทุกข์อย่างเคร่งครัด

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่นักกฎหมายต้องตระหนักว่า ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในครอบครัว การพิจารณาว่าความผิดเป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่ ย่อมมีผลโดยตรงต่ออายุความ และสิทธิในการฟ้องคดี หากละเลยกำหนดเวลาเพียงเล็กน้อย อาจทำให้คดีขาดอายุความได้ทันที

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2566 

ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับบุคคลที่กระทำความผิดและผู้ถูกกระทำที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง เมื่อมีการกระทำความผิดต่อกัน ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานเกิดขึ้นในครอบครัว กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่โจทก์ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์หลายกรรม ลงโทษจำคุกรวม 12 ปี

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าโทษเหมาะสมแล้ว

3. ศาลฎีกาพิพากษายืน วินิจฉัยว่าความผิดเป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 71 วรรคสอง แต่โจทก์ร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลา คดีไม่ขาดอายุความ


บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายหลักกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว โดยเฉพาะกรณีลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการี ซึ่งกฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะแตกต่างจากคดีอาญาทั่วไป ทั้งในเรื่องลักษณะของความผิด การดำเนินคดี และอายุความการร้องทุกข์ อันเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ

1. ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง กับลักษณะพิเศษของความผิดในครอบครัว

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเฉพาะ โดยมุ่งหมายถึงกรณีที่ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง เช่น ผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี หรือบุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน กฎหมายบัญญัติให้ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้ แม้บทความผิดนั้นจะไม่ได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ก็ตาม

บทบัญญัตินี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายอาญาที่มิได้มุ่งเน้นเพียงการลงโทษผู้กระทำความผิด แต่ยังคำนึงถึงโครงสร้างและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเป็นสำคัญ กฎหมายเห็นว่า ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวมีลักษณะพิเศษ แตกต่างจากการกระทำความผิดระหว่างบุคคลทั่วไป เพราะมักเกิดจากความขัดแย้งภายใน ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ หรือความบกพร่องในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน จึงเปิดโอกาสให้คู่กรณีสามารถปรองดองและยุติข้อพิพาทกันได้

ดังนั้น มาตรา 71 วรรคสอง จึงมิใช่เพียงบทลดหย่อนผลทางอาญา แต่เป็นบทกำหนดลักษณะของความผิดโดยตรง เมื่อเข้าเงื่อนไขตามบทบัญญัตินี้ ความผิดย่อมเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายเป็นความผิดอันยอมความได้ทันที

2. ความผิดอันยอมความได้ มิใช่เหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว

ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาได้วางแนววินิจฉัยไว้อย่างชัดเจน คือ การแยกแยะระหว่าง “เหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว” กับ “ความผิดอันยอมความได้” ซึ่งมีผลทางกฎหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานลักทรัพย์ในกรณีบุตรกระทำต่อบุพการีตามมาตรา 71 วรรคสอง ไม่ใช่เพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวที่ทำให้ศาลอาจไม่ลงโทษหรือบรรเทาโทษแก่จำเลย แต่เป็นการกำหนดลักษณะของความผิดว่าเป็นความผิดอันยอมความได้โดยสภาพ กล่าวคือ การดำเนินคดีอาญาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้เสียหายใช้สิทธิร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในเงื่อนไขและกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติ

การตีความมาตรา 71 วรรคสอง ให้เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว จะขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายและทำให้ระบบกฎหมายเกิดความไม่สอดคล้อง เพราะความผิดอันยอมความได้ย่อมต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เรื่องอายุความการร้องทุกข์โดยเคร่งครัด หากไม่ยอมรับหลักนี้ ย่อมทำให้บทบัญญัติดังกล่าวไร้ผลในทางปฏิบัติ

3. อายุความการร้องทุกข์ตาม ป.อ. มาตรา 96

เมื่อความผิดเป็นความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญเกี่ยวกับอายุความไว้ว่า ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว สิทธิในการดำเนินคดีอาญาจะระงับไปโดยเด็ดขาด

หลักเกณฑ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว เพราะความสัมพันธ์ใกล้ชิดมักทำให้ผู้เสียหายลังเล ไม่แน่ใจ หรือพยายามแก้ไขปัญหากันเองก่อน อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่า หากยังประสงค์จะใช้กลไกทางอาญา ผู้เสียหายต้องแสดงเจตนาให้ชัดภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิในการดำเนินคดี

ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับการนับระยะเวลาอย่างเคร่งครัด โดยยึดวันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นจุดเริ่มต้น มิใช่วันที่เกิดเหตุเสมอไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและรักษาความแน่นอนของกฎหมาย

4. ลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการีกับความแตกต่างจากคดีทั่วไป

ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยทั่วไปถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐมีอำนาจดำเนินคดีโดยไม่ต้องอาศัยการร้องทุกข์จากผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม เมื่อการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างบุตรกับบุพการี ลักษณะของความผิดย่อมเปลี่ยนไปโดยผลของมาตรา 71 วรรคสอง

ในบริบทของครอบครัว กฎหมายเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงเรื่องทรัพย์สิน แต่เกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ ความผูกพัน และความสงบสุขของครอบครัวโดยรวม วิธีดำเนินคดีจึงแตกต่างจากกรณีทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด

แนวคิดนี้สะท้อนถึงนโยบายกฎหมายอาญาที่มุ่งรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคล กับการคุ้มครองสถาบันครอบครัวไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนเกินสมควร อันเป็นหลักการสำคัญที่นักกฎหมายและผู้ปฏิบัติงานด้านคดีอาญาจำเป็นต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง


แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ประเด็นคำถามและคำตอบต่อไปนี้ จัดทำขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2566 โดยตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ตามแนวการออกข้อสอบและการอธิบายของเนติบัณฑิต เพื่อให้ผู้อ่านได้ฝึกคิดแยกแยะประเด็นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลของศาลอย่างเป็นระบบ

ข้อ 1.

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุตรของตนในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดยปรากฏว่าการกระทำความผิดเกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง คือบุตรกระทำต่อบุพการี และจำเลยมิได้ยกประเด็นเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ยกขึ้นฎีกาเป็นครั้งแรก ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยปัญหาเรื่องอายุความหรือไม่ และการกระทำดังกล่าวจะถือเป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง หรือเป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวเท่านั้น มีผลอย่างไรต่อการดำเนินคดีอาญาในคดีนี้

ธงคำตอบ

ปัญหาเรื่องอายุความเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมมีสิทธิยกขึ้นฎีกาได้ แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกาจึงมีอำนาจรับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว

ในประเด็นลักษณะของความผิด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 โดยทั่วไปจะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นบุตรและผู้สืบสันดานของโจทก์ซึ่งเป็นบุพการี ย่อมอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐาน เมื่อผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แม้บทความผิดนั้นจะไม่ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งก็ตาม

บทบัญญัติดังกล่าวมิใช่เพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว แต่เป็นบทกำหนดลักษณะของความผิดโดยตรง กล่าวคือ เมื่อเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 71 วรรคสองแล้ว ความผิดย่อมเปลี่ยนสภาพเป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายว่าด้วยการร้องทุกข์และอายุความอย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ย่อมส่งผลให้คดีขาดอายุความได้

ข้อ 2.

เมื่อความผิดฐานลักทรัพย์ระหว่างบุตรกับบุพการีเป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง โจทก์มีหน้าที่ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในระยะเวลาใด และหากโจทก์ยื่นฟ้องเกินกำหนดเวลาดังกล่าว จะมีผลอย่างไรต่อคดีอาญา อีกทั้งข้อโต้แย้งของโจทก์ที่ว่า มาตรา 71 วรรคสอง เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว มิได้ทำให้ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ จะรับฟังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

เมื่อความผิดเป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ย่อมต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 หากโจทก์ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีจะขาดอายุความโดยเด็ดขาด ไม่อาจนำมาฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาได้อีก

ศาลฎีกาวินิจฉัยโต้แย้งข้ออ้างของโจทก์ว่า การตีความมาตรา 71 วรรคสอง ให้เป็นเพียงเหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวนั้น เป็นการตีความที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปรองดองและการให้อภัยกันภายในครอบครัว มิให้ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานนำไปสู่ความแตกแยกอย่างรุนแรงในครอบครัว หากภายหลังสามารถยุติข้อพิพาทกันได้

ศาลฎีกายังให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า หากยอมรับการตีความตามที่โจทก์อ้าง จะทำให้บทบัญญัติมาตรา 71 วรรคสอง ขัดแย้งกับบทบัญญัติอื่นในกฎหมายอาญาเอง เนื่องจากความผิดฐานฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ และยักยอก ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้โดยชัดแจ้ง ยังต้องอยู่ภายใต้หลักอายุความสามเดือนตามมาตรา 96 ดังนั้น เมื่อกฎหมายบัญญัติให้ความผิดฐานลักทรัพย์ในลักษณะครอบครัวเป็นความผิดอันยอมความได้ ย่อมต้องอยู่ภายใต้หลักอายุความเดียวกัน

ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว ฟ้องจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยในประเด็นนี้จึงฟังไม่ขึ้น และศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์




อายุความฟ้องร้องคดี

ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินให้ตนเองแล้วขายต่อได้หรือไม่ ทายาทฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้หรือไม่ เมื่อผู้รับโอนเป็นบุคคลภายนอกโดยสุจริต
ข้อตกลงทรัพย์สินท้ายทะเบียนหย่าผูกพันผู้รับโอนหรือไม่ และฟ้องบังคับสิทธิขาดอายุความหรือไม่ และสิทธิเรียกร้องจากบันทึกท้ายทะเบียนหย่า
ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนหลังออกจากห้างหุ้นส่วนและข้อตกลงยอมชำระหนี้
ฟ้องเพิกถอนทรัพย์มรดกหลังพ้นอายุความ สิทธิผู้รับโอนยกอายุความมรดก(ฎีกา 14174/2557)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ อายุความเริ่มนับเมื่อใด และเพิกถอนนิติกรรมได้เพียงใดในทรัพย์สินที่เป็นทั้งมรดกและสินสมรส
หนังสือรับสภาพหนี้ทำให้อายุความมูลหนี้เดิมสะดุดหยุดลง(ฎีกาที่ 4557/2566)
กำหนดหนึ่งเดือนในการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ไม่ใช่อายุความ
อายุความร้องทุกข์คดีฉ้อโกงต้องดูวันรู้เรื่องความผิดหรือไม่ และคดีโทษไม่เกินห้าปีฎีกาได้เพียงใด
ฟ้องเรียกค่าบริการส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรรย้อนหลังได้แค่ไหน? ศาลชี้ชัดอายุความ 2 ปี ไม่ใช่ 10 ปี เจ้าของที่ดินต้องรู้
สรุปคดีเรียกจำเลยร่วม อายุความ 10 ปี, ป.ว.พ.ม.57(3) (ฎีกา 1460/2567)
อายุความสินเชื่อ 10 ปี & สิทธิเรียกร้อง, ปรับโครงสร้าง, ม.193/30 (ฎีกา 2542/2567)
(ฎีกา 1174/2568) คดีบัตรเครดิตหรือเงินกู้ & อายุความ 5 ปี
(ฎีกา 2140/2568)คดีทุจริต ป.ป.ช. & อายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกา 1685/2568 – สัญญาประนีประนอม & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 1856/2568) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 3329/2567) ว่าด้วยการชำระหนี้เป็นงวด อายุความ และการรับสภาพหนี้, ป.พ.พ. มาตรา 193/30,
(ฎีกาที่ 3376/2567): ความรับผิดค่ารักษาพยาบาลและอายุความ 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (11)
ฟ้องเรียกค่ากรวดทรายขาดอายุความหรือไม่ และค่าว่าจ้างถมทรายยังฟ้องได้หรือไม่
ซื้อที่ดินแล้วเนื้อที่ขาด ฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่ วิเคราะห์สัญญาซื้อขาย อายุความ 10 ปี และสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายแพ่ง
อายุความฟ้องเรียกหนี้บัตรกดเงินสด และการนับระยะเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30(ฎีกาที่ 6568/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกา 1174/2568 เกี่ยวกับหนี้สินเชื่อ “อายุความ 2  ปี หรือ 5  ปี” วิเคราะห์ครบถ้วน
สิทธิรับมรดก & อายุความมรดก, แบ่งทรัพย์มรดก,เพิกถอน,(ฎีกา 384/2564)
สิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินสินสมรส อายุความ ฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อน
อายุความมูลละเมิด, ฟ้องทายาทผู้ทำละเมิดที่ตายแล้ว, มรดกและความรับผิดของทายาท, การขุดดินและความเสียหายทางสาธารณะ,
คดีเช่าซื้อรถตู้, ยักยอกรถตู้, ฟ้องร้องเกินกำหนด 3 เดือน, คดีขาดอายุความ,
สิทธิในการฟ้องคดีมรดก, อายุความมรดก, การครอบครองที่ดินโดยมิได้จดทะเบียนสมรส
อายุความค่าจ้างว่าความ, อายุความสะดุดลง, ดอกเบี้ยผิดนัด, สัญญาจ้างทำของ,
อายุความ 5 ปี หนี้ตามสัญญา, หนี้ที่ต้องชำระเป็นงวดๆ อายุความ, ฟ้องคดีขาดอายุความ หนี้เงินกู้
การชำระหนี้ซึ่งขาดอายุความแล้วจะเรียกคืนไม่ได้
อายุความฟ้องเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงชู้
สิทธิฟ้องเรียกเงินคืนผิดสัญญาจะซื้อขาย
อายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง
ฟ้องผิดตัวอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง-อำนาจฟ้อง
อายุความรับผิดในฐานะตัวแทนไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ
อายุความตามสัญญาให้บริการทางการแพทย์อันเป็นเอกเทศสัญญา
อายุความคดีความผิดฐานฉ้อโกง ร้องทุกข์เกิน 3 เดือน
วันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคหนึ่ง
อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์
รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องขาดอายุความ
ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้อย่างเจ้าหนี้สามัญ
ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ