ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ

-ปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน ไอดีไลน์  ID LINE   :  leenont 

รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ

หนังสือขอชำระหนี้แทน  หนังสือรับสภาพหนี้  ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่?  มูลหนี้เดิมของหนังสือรับสภาพหนี้เป็นหนี้ตามเช็คมีอายุความ 1 ปี โจทก์ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ มีอายุความ 2 ปี แต่หนังสือรับสภาพความรับผิดตาม มาตรา 193/35 ซึ่งมีอายุความ 2 ปี นั้น ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาหนี้ขาดอายุความแล้วลูกหนี้มารับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่กรณีในคดีนี้ ลูกหนี้ไม่เคยเป็นหนี้เจ้าหนี้มาก่อนจึงไม่ใช่กรณีที่ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพความรับผิดซึ่งมีอายุความ 2 ปี แต่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้มีอายุความ 10 ปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  9121/2538

 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ มหานคร ทรัสต์ จำกัด
      โจทก์

          กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้วต่อมาหนี้ขาดอายุความภายหลังจากนั้นลูกหนี้จึงได้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือจำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์มาก่อน การที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ตามมาตรา 193/35 แต่กรณีเป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากบริษัทอื่นมาเป็นจำเลย การฟ้องคดีตาม บันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความสิบปีตามมาตรา 193/30

          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 จำเลยได้ทำหนังสือขอชำระหนี้แทนบริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่งจำกัด ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาขายตั๋วเงินของโจทก์ โดยยอมรับว่า ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2529 บริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่ง จำกัด ยังเป็นหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วเงินอยู่เป็นต้นเงิน 800,000 บาท และดอกเบี้ย 37,304.11 บาท โดยจำเลยตกลงจะชำระหนี้ทั้งหมดแทน ซึ่งจำเลยได้สัญญาว่าจะชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระให้แก่โจทก์ในวันทำสัญญาและยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2529 เป็นต้นไป และจำเลยจะผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ30,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 1 มกราคม 2530 และหากจำเลยผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดยินยอมให้โจทก์ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีได้ทันที หลังจากทำสัญญากันในวันเดียวกันนั้นจำเลยก็ไม่ยอมนำเงินค่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระจำนวน 37,304.11 บาท มาชำระให้แก่โจทก์ และต่อมาเมื่อครบกำหนดที่จำเลยจะต้องชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาดังกล่าว จำเลยก็ไม่เคยนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ติดต่อทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 800,000บาท นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2529 จนถึงวันฟ้องคิดเป็นดอกเบี้ย 696,328.76 บาท เมื่อรวมต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระอยู่ก่อนแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 1,533,632.87 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

          จำเลยให้การว่า มูลหนี้เดิมเป็นหนี้ตามเช็คซึ่งมีอายุความ 1 ปี โจทก์นำหนังสือรับสภาพหนี้มาให้จำเลยลงชื่อเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 โจทก์มาฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปีแล้ว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ อย่างไรก็ดีโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 เมื่อนับถึงวันฟ้องเกิน 2 ปี จึงขาดอายุความเช่นกัน ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
          โจทก์อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 800,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
          จำเลยฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 จำเลยได้ทำหนังสือขอชำระหนี้แทนบริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่ง จำกัด โดยยอมรับว่า ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2529 บริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่ง จำกัด เป็นหนี้โจทก์ในต้นเงิน 800,000 บาท ดอกเบี้ย 37,304.11 บาท จำเลยจะชำระหนี้ดอกเบี้ยให้โจทก์ในวันทำสัญญาและยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2529 และตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนเดือนละ 30,000 บาท เริ่มชำระงวดแรก วันที่ 1 มกราคม 2530 ปรากฏตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.3 จำเลยได้ชำระดอกเบี้ย 37,304.11 บาท ให้ตามที่ตกลงกันแล้ว หลังจากนั้นจำเลยไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์อีกเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งมาจากการนำเช็คไปแลกเงินอายุความต้องถือหนึ่งปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 จึงต้องฟ้องภายในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2530 โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2535 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 อย่างไรก็ดีโจทก์ฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 นับถึงวันฟ้องวันที่ 19 สิงหาคม 2535 จึงเกินสองปี ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 แล้วนั้น เห็นว่า กรณีที่จะต้องด้วยบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 ต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่ก่อนแล้วต่อมาหนี้ขาดอายุความภายหลังจากนั้นลูกหนี้จึงได้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์มาก่อน การที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.3 ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 193/35 ดังที่จำเลยฎีกา แต่กรณีเป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากบริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่งจำกัด มาเป็นจำเลย การฟ้องคดีตามบันทึกข้อตกลงแปลงหนี้ใหม่ดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ฟ้องของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ เมื่อวินิจฉัยดั่งนี้จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า มูลหนี้เดิมที่บริษัทบางกอกแอร์คราฟท์เอ็นยีเนียริ่ง จำกัด ที่มีต่อโจทก์นั้นเป็นมูลหนี้ตามเช็คหรือสัญญาขายลดเช็ค"

          พิพากษายืน

( ชลอ ทองแย้ม - ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ - ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ )

ป.พ.พ.
มาตรา 249  ลูกหนี้จะเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงด้วยหาประกันให้ไว้ตามสมควรก็ได้

มาตรา 193/30  อายุความนั้น  ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี

มาตรา 193/35  ภายใต้บังคับมาตรา 193/27 สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกหนี้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือโดยการให้ประกันตามมาตรา 193/28 วรรคสอง ให้มีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่ได้รับสภาพความรับผิดหรือให้ประกัน                         




อายุความฟ้องร้องคดี

อายุความคดีความผิดฐานฉ้อโกง ร้องทุกข์เกิน 3 เดือน
อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์
ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องขาดอายุความ
ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้อย่างเจ้าหนี้สามัญ-มิใช่ฟ้องบังคับจำนอง อายุความ 1 ปี
ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ
การชำระหนี้ที่ขาดอายุความ
ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนก่อนที่ตนออกสองปีไม่ใช่อายุความ
กำหนดหนึ่งเดือนในการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ไม่ใช่อายุความ
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง
อายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่
อายุความสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความ