
| 10 คำศัพท์กฎหมายแรงงานจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31063109/2567 พร้อมตัวอย่างแปลไทย
1. clarified – อธิบายให้ชัดเจน 2. business suspension – การหยุดกิจการชั่วคราว 3. force majeure – เหตุสุดวิสัย 4. Section – มาตรา (ของกฎหมาย) 5. Labor Protection Act – พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 6. Employers – นายจ้าง 7. wages – ค่าจ้าง/เงินเดือน 8. suspension period – ระยะเวลาหยุดงาน 9. reaffirmed – ยืนยันอีกครั้ง 10. authority – อำนาจหน้าที่
ตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในประโยค 1. clarified – อธิบายให้ชัดเจน The judge clarified the meaning of the law so that both sides could understand. He wanted to avoid any confusion during the trial. • Literal: ผู้พิพากษาได้อธิบายความหมายของกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ เขาต้องการหลีกเลี่ยงความสับสนใด ๆ ในระหว่างการพิจารณาคดี • Natural: ผู้พิพากษาอธิบายกฎหมายให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายไม่งง เขาอยากให้การพิจารณาคดีราบรื่นไม่มีความสับสน
2. business suspension – การหยุดกิจการชั่วคราว The company announced a business suspension because of financial problems. During that time, many workers were worried about their future. • Literal: บริษัทประกาศการหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ในช่วงเวลานั้น ลูกจ้างจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตน • Natural: บริษัทหยุดกิจการชั่วคราวเพราะการเงินมีปัญหา ช่วงนั้นพนักงานหลายคนกลัวว่าจะไม่มีอนาคตที่มั่นคง
3. force majeure – เหตุสุดวิสัย The contract included a force majeure clause for natural disasters. It protected both the seller and the buyer from unexpected events. • Literal: สัญญามีข้อกำหนดเรื่องเหตุสุดวิสัยสำหรับภัยธรรมชาติ ข้อกำหนดนี้คุ้มครองทั้งผู้ขายและผู้ซื้อจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด • Natural: สัญญามีข้อยกเว้นเหตุสุดวิสัยถ้าเกิดภัยธรรมชาติ ข้อนี้ช่วยป้องกันทั้งคนขายและคนซื้อจากเรื่องที่ไม่มีใครควบคุมได้
4. Section – มาตรา (ของกฎหมาย) The lawyer pointed to Section 75 to support his argument. He explained that this part of the law was directly related to the case. • Literal: ทนายความชี้ไปที่มาตรา 75 เพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของตน เขาอธิบายว่าส่วนนี้ของกฎหมายเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดี • Natural: ทนายหยิบมาตรา 75 มาอ้างเพื่อช่วยในคดี เขาบอกว่าส่วนนี้ของกฎหมายตรงกับเรื่องที่กำลังพิจารณา
5. Labor Protection Act – พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน The judge said the Labor Protection Act guaranteed workers’ basic rights. This law was designed to prevent unfair treatment by employers. • Literal: ผู้พิพากษากล่าวว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง กฎหมายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการปฏิบัติไม่เป็นธรรมหรือเอาเปรียบจากนายจ้าง • Natural: ผู้พิพากษาบอกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานช่วยให้ลูกจ้างมีสิทธิขั้นพื้นฐาน กฎหมายนี้ป้องกันไม่ให้นายจ้างเอาเปรียบลูกจ้าง
6. Employers – นายจ้าง Employers must follow the law when deciding to suspend work. If they don’t, workers can bring the case to court. • Literal: นายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อจะตัดสินใจหยุดงาน ถ้าไม่ทำ ลูกจ้างสามารถนำคดีไปสู่ศาลได้ • Natural: นายจ้างต้องทำตามกฎหมายถ้าจะหยุดงาน ถ้าไม่ทำ พนักงานสามารถฟ้องศาลได้
7. wages – ค่าจ้าง/เงินเดือน The law requires employers to pay at least 75% of wages during suspension. This rule helps workers survive even when business slows down. • Literal: กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายอย่างน้อย 75% ของค่าจ้างในระหว่างการหยุดงาน กฎข้อนี้ช่วยให้ลูกจ้างยังคงอยู่ได้แม้ธุรกิจจะชะลอตัว • Natural: กฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนอย่างน้อย 75% ตอนหยุดงาน กฎนี้ช่วยให้พนักงานยังพออยู่ได้แม้กิจการจะไม่ดี
8. suspension period – ระยะเวลาหยุดงาน The suspension period was set for three months by the company. During this time, workers received reduced pay but kept their jobs. • Literal: บริษัทกำหนดระยะเวลาหยุดงานเป็นสามเดือน ในช่วงเวลานั้น ลูกจ้างได้รับค่าจ้างลดลงแต่ยังคงมีงานทำ • Natural: บริษัทหยุดงานไว้สามเดือน ระหว่างนั้นพนักงานได้เงินเดือนน้อยลง แต่ยังไม่ถูกเลิกจ้าง
9. reaffirmed – ยืนยันอีกครั้ง The Supreme Court reaffirmed that workers’ rights cannot be ignored. This decision gave workers more confidence in the justice system. • Literal: ศาลฎีกายืนยันอีกครั้งว่าสิทธิของลูกจ้างไม่สามารถละเลยได้ คำพิพากษานี้ทำให้ลูกจ้างมั่นใจมากขึ้นในระบบยุติธรรม • Natural: ศาลฎีกาย้ำอีกครั้งว่าสิทธิของลูกจ้างต้องได้รับการคุ้มครอง คำตัดสินนี้ทำให้คนงานเชื่อมั่นในศาลมากขึ้น
10. authority – อำนาจหน้าที่ The Labor Court has the authority to decide beyond the original claims. It ensures that both workers and employers are treated fairly. • Literal: ศาลแรงงานมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินเกินกว่าข้อเรียกร้องเดิม สิ่งนี้ทำให้มั่นใจว่าลูกจ้างและนายจ้างจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม • Natural: ศาลแรงงานมีอำนาจตัดสินเกินกว่าที่คู่ความร้องขอ เพื่อให้ทั้งพนักงานและนายจ้างได้รับความยุติธรรม
"English Summary The Supreme Court Decisions No. 3106 - 3109/2024 clarified that business suspension during COVID-19 is not considered “force majeure” under Section 75 of the Labor Protection Act. Employers must still pay at least 75% of employees’ wages during the suspension period. The Court also reaffirmed the Labor Court’s authority to rule beyond the claims to ensure fairness for both parties."
สรุปภาษาอังกฤษ (English Summary) — ฉบับแปลไทย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3106 - 3109/2567 ได้วินิจฉัยชัดเจนว่า การหยุดกิจการในช่วงโควิด-19 ไม่ถือเป็น “เหตุสุดวิสัย” ตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างระหว่างการหยุดกิจการ ทั้งนี้ ศาลยังได้ยืนยันอำนาจของศาลแรงงานในการพิพากษาเกินกว่าคำขอของคู่ความ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย |





