ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการเพิกถอนมติที่ประชุม(ฎีกาที่ 6555/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 6555/2567, สิทธิผู้ถือหุ้นเรียกร้องเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195, การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1172, บริษัทจำกัด การประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมผู้ถือหุ้น, ข้อบังคับบริษัท ข้อ 11, มติคณะกรรมการเสียงข้างมากตาม มาตรา 1161, กรณีหนังสือลงมติกรรมการไม่ใช่การประชุมจริง, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น, วิเคราะห์กฎหมายบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้น, แนวทางปฏิบัติของกรรมการบริษัทในการเรียกประชุม

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่จัดขึ้นโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 ซึ่งกำหนดให้การเรียกประชุมวิสามัญต้องผ่านการประชุมของคณะกรรมการก่อน ศาลวินิจฉัยให้เพิกถอนการประชุมและมติผู้ถือหุ้นดังกล่าว พร้อมวิเคราะห์ถึงหลักเกณฑ์การประชุมที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ประกอบธุรกิจและนักกฎหมาย

สรุปข้อเท็จจริง

•บริษัท จ. มีผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการ และถือหุ้นรวมกันครบทั้งหมด 50,000 หุ้น

•วันที่ 15 มกราคม 2563 ผู้คัดค้านที่ 1 ส่งหนังสือให้กรรมการลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่ โดยไม่ได้มีการนัดประชุมกรรมการจริง

•วันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้คัดค้านทั้งสองลงมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563

•วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 มีการประชุม และมีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากตำแหน่งกรรมการ

•ผู้ร้องยื่นคำร้องเพิกถอนการประชุมและมติผู้ถือหุ้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาเพิกถอน ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษา

ประเด็นสำคัญที่สุดของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 อยู่ที่การตีความ “การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างละเอียดว่า การเรียกประชุมดังกล่าวต้องเกิดจาก “มติของคณะกรรมการบริษัท” ที่ได้มีการประชุมร่วมกันจริง ไม่ใช่เพียงการลงมติผ่านหนังสือเวียนหรือการตอบกลับโดยไม่ประชุมร่วมกัน ดังนั้น มติที่ไม่ได้เกิดจากการประชุมจริงจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสามารถเพิกถอนได้

กฎหมายที่ศาลฎีกาใช้ในการอธิบายและวินิจฉัยคดีนี้ คือ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 (เรื่องการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น)

มาตรา 1161 (มติคณะกรรมการต้องถือเสียงข้างมาก)

มาตรา 1162 (องค์ประชุมของคณะกรรมการ)

มาตรา 1195 (สิทธิของผู้ถือหุ้นในการขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัท)

คำสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ 5 ข้อความ พร้อมขยายความสั้น ๆ มีดังนี้

1. “การประชุมคณะกรรมการบริษัทต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกันจริง”

หมายความว่า การตัดสินใจสำคัญของบริษัท เช่น การเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ต้องเกิดจากการประชุมที่กรรมการเข้าร่วมจริง ไม่ใช่เพียงการลงมติผ่านเอกสารหรืออีเมล

2. “หนังสือเวียนให้ลงมติไม่ถือเป็นการประชุม”

การส่งหนังสือให้กรรมการลงชื่อเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการประชุมจริง ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะขาดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกรรมการ

3. “คำว่า ‘กรรมการ’ ตามมาตรา 1172 หมายถึงคณะกรรมการทั้งหมด”

ศาลฎีกาย้ำว่า กรรมการคนเดียวไม่มีอำนาจเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ต้องเป็นมติของคณะกรรมการที่ประชุมร่วมกันเท่านั้น

4. “มติคณะกรรมการที่ไม่ชอบ ทำให้มติผู้ถือหุ้นภายหลังเป็นโมฆะ”

เมื่อมติเรียกประชุมผู้ถือหุ้นไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น การประชุมผู้ถือหุ้นและมติที่ประชุมที่ตามมา ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น

5. “ผู้ถือหุ้นมีสิทธิร้องเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น”

ตามมาตรา 1195 ผู้ถือหุ้นคนใดที่ได้รับผลกระทบจากมติที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัท สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้เพิกถอนมติดังกล่าวได้

โดยสรุป คดีนี้ย้ำหลักนิติธรรมสำคัญในกฎหมายบริษัท คือ การดำเนินกิจการต้องเป็นไปตามขั้นตอนการประชุมที่ถูกต้องของคณะกรรมการ เพื่อให้มติที่ออกมาชอบด้วยกฎหมายและคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกฝ่าย.

คำวินิจฉัยของศาล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

•แม้กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดรูปแบบการประชุมกรรมการเพื่อพิจารณาเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น แต่ต้องมีการประชุมหารือร่วมกันก่อนเสมอ

•การส่งหนังสือให้ลงมติทางเอกสารโดยไม่มีการนัดประชุมกรรมการ ไม่ถือว่าเป็นการประชุมกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมาย

•การอ้างว่ามีการประชุมกรรมการทุกวันที่ 23 ของเดือนเป็นเพียงการกำหนดไว้ล่วงหน้าและอาจเลื่อนหรือยกเลิกได้ ไม่อาจนับรวมเป็นการประชุมเพื่อมติเรียกประชุมวิสามัญ

•มติเรียกประชุมวิสามัญครั้งนี้ไม่ชอบ การประชุมและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นจึงเป็นโมฆะ และให้เพิกถอนทั้งหมด

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

1.หลักเกณฑ์การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น

oตาม ป.พ.พ. มาตรา 1172 และข้อบังคับบริษัท กรรมการมีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญได้ แต่ต้องผ่านมติจากการประชุมคณะกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมาย

oการใช้วิธีส่งหนังสือให้ลงมติโดยไม่จัดการประชุมกรรมการ ถือว่าขาดขั้นตอนสำคัญที่กฎหมายต้องการ

2.ความสำคัญของกระบวนการประชุมกรรมการ

oมาตรา 1161 และ 1162 กำหนดให้การตัดสินใจของคณะกรรมการต้องเกิดจากการประชุมร่วมกันและใช้เสียงข้างมาก

oการปรึกษาหารือร่วมกันเป็นสาระสำคัญ เพื่อให้กรรมการทุกฝ่ายมีโอกาสเสนอความเห็นและปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น

3.ผลของการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

oเมื่อมติเรียกประชุมวิสามัญไม่ชอบ การประชุมและมติของผู้ถือหุ้นที่ตามมาจะเป็นโมฆะตามหลักกฎหมายบริษัท

oศาลสามารถเพิกถอนการประชุมและมติได้เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นที่เสียหาย

ข้อคิดทางกฎหมาย

•ผู้บริหารและกรรมการบริษัทควรปฏิบัติตามขั้นตอนการประชุมอย่างเคร่งครัด ไม่ควรข้ามขั้นตอนแม้เพื่อความรวดเร็ว

•ควรบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นหลักฐานว่าการตัดสินใจเป็นไปตามกฎหมาย

•การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนอาจนำไปสู่การเพิกถอนมติและความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท

IRAC Analysis

Issue (ประเด็นปัญหา)

การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยไม่มีการประชุมคณะกรรมการตามขั้นตอน ถือว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Rule (บทกฎหมายที่ใช้บังคับ)

•ป.พ.พ. มาตรา 1172: กรรมการอาจเรียกประชุมวิสามัญได้ แต่หมายถึงคณะกรรมการต้องมีมติร่วมกัน

•มาตรา 1161 และ 1162: มติคณะกรรมการต้องได้จากการประชุมร่วมกันและใช้เสียงข้างมาก

Application (การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง)

ในคดีนี้ ไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการจริงก่อนเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น แต่ใช้วิธีส่งหนังสือให้ลงมติแทน ซึ่งขัดกับหลักการประชุมกรรมการและกฎหมายที่กำหนดว่าต้องมีการหารือร่วมกัน มติเรียกประชุมจึงไม่ชอบ การประชุมผู้ถือหุ้นและมติที่ตามมาจึงเป็นโมฆะ

Conclusion (ข้อสรุป)

มติเรียกประชุมวิสามัญและการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนทั้งหมด

สรุปภาษาอังกฤษ 

The Supreme Court Decision No. 6555/2567 concerns the invalidity of an extraordinary shareholders' meeting called without following the proper legal procedure under Section 1172 of the Civil and Commercial Code. The Court held that the board must first hold a formal meeting to resolve on calling an extraordinary meeting. Since this procedure was not followed, the meeting and all resolutions made were void and ordered to be revoked.

สรุปย่อฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัท จ. มีผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการร่วมกัน การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ผู้คัดค้านที่ 1 ส่งหนังสือให้ลงมติทางเอกสารโดยไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการเพื่อหารือร่วมกัน ซึ่งขัดต่อหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1172, 1161 และ 1162 ที่กำหนดให้ต้องมีการประชุมคณะกรรมการและใช้เสียงข้างมาก การประชุมกรรมการที่กำหนดไว้ทุกวันที่ 23 ของเดือนเป็นเพียงการประชุมบริหารทั่วไป ไม่ใช่การประชุมเพื่อมติเรียกประชุมวิสามัญ มติเรียกประชุมครั้งนี้จึงไม่ชอบ การประชุมและมติผู้ถือหุ้นวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นโมฆะ ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดรูปแบบในการประชุมของคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไว้ แต่เมื่อต้องมีการประชุมย่อมต้องหมายความว่า เป็นกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องร่วมกันในการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมก่อนลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่ ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 15 มกราคม 2563 แจ้งให้คณะกรรมการบริษัทลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 และให้แจ้งกลับไปภายในวันที่ 22 มกราคม 2563 เพื่อสรุปผลการลงมติคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 23 มกราคม 2563 ซึ่งใช้เกณฑ์นับคะแนนในการลงมติ 1 เสียง ต่อกรรมการ 1 คน โดยหนังสือดังกล่าวไม่ได้ระบุให้มีการนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อขอมติที่ประชุมคณะกรรมการเสียงข้างมากให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันดังกล่าวด้วย กรณีจึงมิใช่เป็นการนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้มีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งไม่มีการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว เช่นนี้ แม้ผู้ร้องจะได้รับหนังสือแจ้งให้ลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 และผู้คัดค้านทั้งสองจะเบิกความว่า มีการประชุมคณะกรรมการในวันที่ 23 มกราคม 2563 ด้วย ก็ไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการนัดเรียกประชุม การประชุม และการลงมติของคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 โดยชอบ ส่วนประกาศให้ประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 23 ของทุกเดือน ประกาศกำหนดวันนัดดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการวันนัดประชุมคณะกรรมการเท่านั้น เพราะยังอาจมีการเลื่อนหรืองดประชุมได้ ทั้งเป็นการประชุมเกี่ยวกับการบริหารงานทั่ว ๆ ไปของบริษัท ไม่อาจหมายความรวมถึงการประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 1172 วรรคหนึ่ง ด้วย ดังนั้น เมื่อมติคณะกรรมการเสียงข้างมากที่ให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทแล้ว ย่อมทำให้การนัดเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ตลอดจนการประชุมและการลงมติที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นการไม่ชอบด้วยเช่นกัน กรณีจึงมีเหตุให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ของบริษัท จ.

ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง (ที่ถูก มีคำสั่งให้ยกคำร้อง) ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ของบริษัท จ. ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า บริษัท จ. เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการบริษัท โดยผู้ร้องถือหุ้น 25,000 หุ้น ผู้คัดค้านที่ 1 ถือหุ้น 24,999 หุ้น และผู้คัดค้านที่ 2 ถือหุ้น 1 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 50,000 หุ้น วันที่ 15 มกราคม 2563 ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือแจ้งผู้ร้องซึ่งเป็นกรรมการบริษัทให้ลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 โดยให้กากบาทในช่องเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และส่งคืนผู้คัดค้านที่ 1 ภายในวันที่ 22 มกราคม 2563 เพื่อสรุปผลการลงมติคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้ร้องได้รับหนังสือแล้วแต่ไม่ได้ตอบกลับ วันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้คัดค้านทั้งสองในฐานะผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท จ. มีมติเสียงข้างมากสองในสามให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 กำหนดนัดประชุมในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 และประกาศหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ ต่อมามีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมมีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากการเป็นกรรมการบริษัท จ. คงเหลือผู้คัดค้านทั้งสองเป็นกรรมการบริษัท

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองว่า มีเหตุให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ของบริษัท จ. หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร และตามข้อบังคับของบริษัท จ. ข้อ 11 กำหนดว่า คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็สุดแต่จะเห็นสมควร ซึ่งคำว่า กรรมการ ตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมหมายถึง คณะกรรมการ และการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญหรือไม่ กรรมการคนใดคนหนึ่งชอบที่จะนัดเรียกประชุมกรรมการเพื่อพิจารณากันในเบื้องต้นเสียก่อนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1162 มติของคณะกรรมการต้องถือเอาเสียงข้างมากเป็นใหญ่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1161 ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 จึงต้องมีการประชุมตกลงกันในระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทในขณะนั้นเสียก่อนว่า จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่ แม้มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของบริษัทดังกล่าวมิได้กำหนดรูปแบบในการประชุมของคณะกรรมการเพื่อมีมติดังกล่าวไว้ แต่เมื่อต้องมีการประชุมย่อมต้องหมายความว่า เป็นกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องร่วมกันในการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมก่อนลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่ ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 15 มกราคม 2563 แจ้งให้คณะกรรมการบริษัทลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ไปยังผู้คัดค้านที่ 2 และผู้ร้องให้ลงนามเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 และให้แจ้งกลับไปภายในวันที่ 22 มกราคม 2563 เพื่อสรุปผลการลงมติคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 23 มกราคม 2563 ซึ่งใช้เกณฑ์นับคะแนนในการลงมติ 1 เสียง ต่อกรรมการ 1 คน โดยหนังสือดังกล่าวไม่ได้ระบุให้มีการนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อขอมติที่ประชุมคณะกรรมการเสียงข้างมากให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันดังกล่าวด้วย กรณีจึงมิใช่เป็นการนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้มีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งไม่มีการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว เช่นนี้ แม้ผู้ร้องจะได้รับหนังสือแจ้งให้ลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 และผู้คัดค้านทั้งสองจะเบิกความตอบทนายผู้ร้องถามค้านว่า มีการประชุมคณะกรรมการในวันที่ 23 มกราคม 2563 ด้วย ก็ไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการนัดเรียกประชุม การประชุม และการลงมติของคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 โดยชอบ ส่วนที่ผู้คัดค้านทั้งสองฎีกาว่า วันที่ 23 มกราคม 2563 เป็นวันนัดประชุมคณะกรรมการบริษัทซึ่งมีการนัดประชุมทุกวันที่ 23 ของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป จึงเป็นการแจ้งกำหนดนัดประชุมคณะกรรมการให้ผู้ร้องทราบแล้วนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 ก็เบิกความตอบทนายผู้ร้องขออนุญาตศาลถามว่า การประชุมคณะกรรมการในวันที่ 23 ของทุกเดือนเป็นการประชุมเพื่อบริหารกิจการของบริษัทและการตัดสินใจต่าง ๆ ของบริษัท เห็นว่า ประกาศกำหนดวันนัดดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการวันนัดประชุมคณะกรรมการเท่านั้น เพราะยังอาจมีการเลื่อนหรืองดประชุมได้ ทั้งเป็นการประชุมเกี่ยวกับการบริหารงานทั่ว ๆ ไปของบริษัท ไม่อาจหมายความรวมถึงการประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 1172 วรรคหนึ่ง ด้วย ดังนั้น เมื่อมติคณะกรรมการเสียงข้างมากที่ให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทแล้ว ย่อมทำให้การนัดเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ตลอดจนการประชุมและการลงมติที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นการไม่ชอบด้วยเช่นกัน กรณีจึงมีเหตุให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1. บริษัท จ. จำกัด มีกรรมการรวมสามคน คือ ผู้ร้อง และผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 15 มกราคม 2563 ไปยังผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 เพื่อให้ลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 หรือไม่ โดยให้กากบาทช่องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วส่งกลับภายในวันที่ 22 มกราคม 2563 เพื่อสรุปผลในวันที่ 23 มกราคม 2563 ซึ่งผู้ร้องไม่ได้ตอบกลับ แต่ผู้คัดค้านทั้งสองมีมติเห็นชอบและต่อมาได้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อถอดถอนผู้ร้องออกจากตำแหน่งกรรมการ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการประชุมดังกล่าว

ให้วินิจฉัยว่า การที่ผู้คัดค้านที่ 1 ส่งหนังสือให้กรรมการลงมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยไม่จัดประชุมคณะกรรมการร่วมกัน จะถือว่าเป็นการประชุมคณะกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของบริษัท จ. ข้อ 11 กำหนดว่า “กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร” คำว่า “กรรมการ” หมายถึง “คณะกรรมการ” มิใช่กรรมการคนใดคนหนึ่ง การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจึงต้องเป็นมติของคณะกรรมการที่ประชุมร่วมกันโดยมีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก่อน การที่ผู้คัดค้านที่ 1 ส่งหนังสือให้ลงมติทางเอกสารโดยไม่มีการประชุมจริง จึงไม่ถือเป็นการประชุมคณะกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมาย การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่เกิดจากมติดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 2. ผู้คัดค้านทั้งสองอ้างว่า วันที่ 23 มกราคม 2563 เป็นวันนัดประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีการประชุมเป็นประจำทุกวันที่ 23 ของเดือนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา จึงถือว่าได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการอยู่แล้ว การลงมติในวันดังกล่าวย่อมเป็นการประชุมคณะกรรมการที่ชอบด้วยกฎหมาย

ให้วินิจฉัยว่า การนัดประชุมคณะกรรมการตามวันที่กำหนดไว้ประจำเดือนสามารถถือเป็นการประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การประกาศนัดประชุมคณะกรรมการในวันที่ 23 ของทุกเดือนเป็นเพียงการกำหนดวันประชุมโดยประมาณสำหรับการบริหารงานทั่วไปของบริษัท ยังอาจมีการเลื่อนหรืองดได้ และไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ให้เป็นการประชุมเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะ การนัดประชุมดังกล่าวจึงไม่อาจถือเป็นการประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ การประชุมในวันที่ 23 มกราคม 2563 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและมติที่ออกมาจากการประชุมดังกล่าวย่อมเป็นโมฆะ

ข้อ 3. ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการเสียงข้างมากได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 และที่ประชุมมีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าว

ให้วินิจฉัยว่า เมื่อมติของคณะกรรมการที่ใช้ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้นภายหลังจะมีผลสมบูรณ์หรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อมติของคณะกรรมการบริษัทที่ให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท การเรียกประชุมและการประชุมผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาจากมติที่ไม่ชอบดังกล่าว ย่อมเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่มีผลถอดถอนผู้ร้องออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติดังกล่าวได้ตามมาตรา 1195 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อ 4. ผู้ร้องเป็นกรรมการซึ่งถูกถอดถอนโดยมติของผู้ถือหุ้นที่ประชุมวิสามัญ ซึ่งเรียกประชุมโดยกรรมการเสียงข้างมากโดยมิชอบ ผู้ร้องมีสิทธิทางกฎหมายที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวหรือไม่ และอาศัยบทบัญญัติมาตราใด

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดที่เห็นว่าการประชุมใหญ่หรือมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายลักษณะหุ้นส่วนบริษัทหรือข้อบังคับของบริษัท ย่อมมีสิทธิตามมาตรา 1195 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติดังกล่าวได้ ในคดีนี้ผู้ร้องเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทจึงมีสิทธิตามกฎหมายที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ได้อย่างชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 5. การตีความคำว่า “กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร” ตามมาตรา 1172 วรรคหนึ่ง ควรตีความอย่างไร และในกรณีนี้ผู้คัดค้านที่ 1 มีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยลำพังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า “กรรมการ” ในมาตรา 1172 มิได้หมายถึงกรรมการคนใดคนหนึ่ง หากแต่หมายถึง “คณะกรรมการบริษัท” โดยรวม การจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจึงต้องเป็นมติของคณะกรรมการทั้งคณะ ไม่ใช่มติของกรรมการเพียงคนเดียว การที่ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการเพียงคนเดียวดำเนินการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยมิได้มีมติของคณะกรรมการร่วมกันก่อน ถือว่าการกระทำดังกล่าวเกินขอบอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมาย มติและการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่เกิดขึ้นภายหลังย่อมเป็นโมฆะ ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการประชุมและมติของผู้ถือหุ้นดังกล่าวตามกฎหมาย.

ทนาย ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ปรึกษากฎหมายทางแชทไลน์

 

1.ภาพโลโก้สำนักงานพีสิริ ทนายความ alt=สำนักงานพีสิริ ทนายความ ให้บริการปรึกษากฎหมายและคดีความ  2.ภาพหัวบทความ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 alt=คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการเพิกถอนมติที่ประชุม 3.ภาพย่อหน้าบทนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 alt=บทนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 อธิบายการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1172 และข้อบังคับบริษัท พร้อมวิเคราะห์หลักเกณฑ์ทางกฎหมาย 4.ภาพสรุปข้อเท็จจริงคดีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 alt=สรุปข้อเท็จจริงคดีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567 การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท จ. วันที่ 15 มกราคม 2563 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2563 การเพิกถอนมติถอดถอนกรรมการ

 



เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน บริษัท

เพิกถอนการโอนหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องคืนสถานะผู้ถือหุ้นเดิมหรือไม่ วินิจฉัยขอบเขตคำพิพากษาห้ามเกินคำขอ
คดีหุ้นส่วนซื้อที่ดินขายทำกำไร ต้องชำระบัญชีตามกฎหมายก่อนแบ่งกำไรหรือไม่
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิร้องทุกข์หรือฟ้องคดีได้เพียงใด เมื่อกรรมการยักยอกเงินของบริษัท
การกระทำนอกวัตถุประสงค์ของบริษัทไม่ผูกพันนิติบุคคล(ฎีกาที 1418/2554)
การเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมอาคารชุด กรณีไม่มีการประชุมกันจริง(ฎีกาที่ 4469/2566)
บริษัทร้าง สิ้นสภาพนิติบุคคล และอำนาจศาลตั้งผู้ชำระบัญชี(ฎีกา 4538/2566)
คดีบังคับให้โอนหุ้น & เปลี่ยนรายชื่อผู้ถือหุ้น,สัญญาซื้อขายหุ้น, (ฎีกา 2017/2567)
ความรับผิดกรรมการแข่งขันทางการค้า,ป.พ.พ.1168, ป.พ.พ.420, (ฎีกา 2359/2567)
(ฎีกาที่ 3118/2567) การเลิกจ้างครูโรงเรียนเอกชน ผู้รับใบอนุญาตไม่ต้องร่วมรับผิดส่วนตัว, ค่าชดเชยเลิกจ้าง, ครูเอกชน, คดีแรงงาน,
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4295/2567 การเลิกบริษัทและการชำระบัญชีในคดีผู้บริโภค
ผู้จัดการมรดกและการจัดการหุ้นมรดก, การเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น, การเปลี่ยนแปลงสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น, สิทธิของผู้จัดการมรดกในการประชุมผู้ถือหุ้น
หลักเกณฑ์การนัดประชุมสมาคม, กฎข้อบังคับสมาคมและการเพิกถอนมติ,
ผู้ถือหุ้นฟ้องร้องกรรมการบริษัท
กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลไม่ผูกพันรับผิดเป็นส่วนตัว
กิจการของสามีภริยาซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด
ทนายความมีอำนาจดำเนินคดีแม้เลิกบริษัทแล้ว
หนี้เงินค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ส่งใช้ของผู้ถือหุ้นที่ถึงแก่ความตายแล้ว
อำนาจกระทำการของผู้แทนนิติบุคคล