ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การตีความหนังสือแบ่งทรัพย์สินตามเจตนาที่แท้จริง ป.พ.พ. มาตรา 171

 

ทนาย ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ปรึกษากฎหมายทางแชทไลน์

การตีความหนังสือแบ่งทรัพย์สินตามเจตนาที่แท้จริง ป.พ.พ. มาตรา 171

ศาลฎีกายืนยันการตีความหนังสือแบ่งทรัพย์สิน โดยพิจารณาตามเจตนาที่แท้จริงของคู่สมรส แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ดินไว้ชัดเจน

คำพิพากษาศาลฎีกานี้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องการแบ่งสินสมรสภายหลังการหย่า โดยคู่สมรสทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดของที่ดินบางแปลงไว้อย่างชัดเจน ศาลวินิจฉัยว่าต้องตีความตามเจตนาที่แท้จริงของคู่สมรสซึ่งประสงค์ให้การแบ่งทรัพย์สินแล้วเสร็จทั้งหมด จึงถือว่าที่ดินและบ้านที่เป็นข้อพิพาทตกเป็นของจำเลยตามข้อตกลงเดิม โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2566

ตามหนังสือแบ่งทรัพย์สินมีข้อความว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 10653 และบ้านเลขที่ 335 ให้ตกเป็นของโจทก์ ส่วนบ้านเลขที่ 426/2 ตกเป็นของจำเลย โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ซึ่งเป็นสินสมรสและเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 426/2 ด้วย แต่เมื่อโจทก์และจำเลยมีบ้าน 2 หลัง เป็นสินสมรสเป็นที่อยู่อาศัย และจำเลยเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรหลังจากจดทะเบียนหย่า ประกอบกับข้อความท้ายหนังสือแบ่งทรัพย์สินระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการเรียกร้องสิทธิใด ๆ หลังจากนี้ไม่ว่าจะกรณีใด เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินโดยมีเจตนาเพื่อแบ่งทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันหรือสินสมรสให้แล้วเสร็จไปทั้งหมด โดยให้โจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าของบ้านคนละหลังรวมถึงการเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์มั่นคงต่อไปในอนาคตด้วย ทั้งที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 มีชื่อ จ. เป็นเจ้าของโดยยังไม่มีการแบ่งแยกเอกสารสิทธิ ทำให้มีเหตุผลน่าเชื่อว่าโจทก์และจำเลยไม่อาจระบุถึงรายละเอียดของที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 426/2 ในหนังสือแบ่งทรัพย์สินได้ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 171 บัญญัติว่า ในการตีความการแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร จึงไม่น่าเชื่อว่า ในการทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินโจทก์และจำเลยจะมีเจตนาให้คงเหลือที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ไว้โดยมิได้ตกลงแบ่งกันให้แล้วเสร็จไปในคราวเดียวโดยไม่มีเหตุผล เชื่อว่าโจทก์และจำเลยตกลงยกบ้านเลขที่ 426/2 รวมถึงที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านให้แก่จำเลยตามหนังสือแบ่งทรัพย์สินแล้ว

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรส ได้แก่ บ้านเลขที่ 335 ที่ดินโฉนดเลขที่ 10653 ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 เนื้อที่ 1 งาน พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 426/2 รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า และรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากไม่สามารถแบ่งได้ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ 1,863,000 บาท หรือนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 เนื้อที่ 1 งาน อันเป็นสินสมรสของโจทก์และจำเลย ให้โจทก์และจำเลยได้ส่วนเท่ากัน โดยให้แบ่งระหว่างโจทก์และจำเลย หากการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ก็ให้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวโดยวิธีประมูลราคากันระหว่างโจทก์และจำเลย ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้นำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้นำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 เนื้อที่ 1 งาน มาแบ่งให้แก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 120 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า เมื่อปี 2548 โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยาและจดทะเบียนสมรสกันวันที่ 8 มกราคม 2552 มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิง พ. โจทก์และจำเลยมีสินสมรส คือ บ้านเลขที่ 335 ที่ดินโฉนดเลขที่ 10653 บ้านเลขที่ 426/2 ปลูกสร้างบนที่ดินเนื้อที่ 1 งาน เป็นที่ดินส่วนหนึ่งตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2226 ซึ่งมีชื่อนาย จ. เป็นเจ้าของ และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า 1 คัน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 โจทก์และจำเลยจดทะเบียนหย่า และวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โจทก์และจำเลยทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวพร้อมลงลายมือชื่อในหนังสือแบ่งทรัพย์สิน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ขอให้นำที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 มาแบ่งให้แก่โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า หนังสือแบ่งทรัพย์สินมีข้อความว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 10653 บ้านเลขที่ 335 และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ให้ตกเป็นของโจทก์ ส่วนบ้านเลขที่ 426/2 ตกเป็นของจำเลยโดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินเนื้อที่ 1 งานตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ซึ่งเป็นสินสมรสและเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 426/2 ด้วย แต่เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์ที่โจทก์เบิกความว่า หลังจากจดทะเบียนหย่าแล้ว โจทก์และจำเลยเคยพูดคุยเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรสโดยจำเลยบอกว่าจะแบ่งบ้านที่จังหวัดน่าน รถและที่ดินให้แก่โจทก์สอดคล้องกับที่ระบุไว้ตามหนังสือแบ่งทรัพย์สินประกอบกับข้อความท้ายหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวระบุว่าหนังสือแบ่งทรัพย์สินฉบับนี้ร่างขึ้นโดยทั้งสองฝ่ายยินยอมตามรายการที่บันทึกข้างต้นและจะไม่มีการเรียกร้องสิทธิใด ๆ หลังจากนี้ไม่ว่าจะกรณีใด โดยโจทก์และจำเลยมีบ้าน 2 หลังอันเป็นสินสมรสเป็นที่อยู่อาศัยและตามหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวระบุเพียงว่าให้บ้านเลขที่บ้านเลขที่ 335 ตกเป็นของโจทก์ ส่วนบ้านเลขที่ 426/2 ตกเป็นของจำเลย โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านทั้งสองหลัง ทั้งได้ความจากจำเลยว่า จำเลยเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรหลังจากจดทะเบียนหย่า ทำให้เชื่อได้ว่าโจทก์และจำเลยทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวโดยมีเจตนาเพื่อแบ่งทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันหรือสินสมรสให้แล้วเสร็จไปทั้งหมดโดยให้โจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าของบ้านคนละหลังรวมถึงการเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์มั่นคงต่อไปในอนาคตด้วย การที่บ้านเลขที่ 426/2 ที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 1 งาน อันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ยังมีชื่อนาย จ. เป็นเจ้าของโดยยังไม่มีการแบ่งแยกเอกสารสิทธิออกมาว่าที่ดินเนื้อที่ 1 งานดังกล่าวเป็นที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่เท่าไร ทำให้มีเหตุผลน่าเชื่อว่าโจทก์และจำเลยไม่อาจระบุถึงรายละเอียดของที่ดินเนื้อที่ 1 งานซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 426/2 ในหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171 บัญญัติว่าในการตีความการแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร จึงไม่น่าเชื่อว่า ในการทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวโจทก์และจำเลยจะมีเจตนาให้คงเหลือที่ดินเนื้อที่ 1 งานตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ไว้โดยมิได้ตกลงแบ่งกันให้แล้วเสร็จไปในคราวเดียวโดยไม่มีเหตุผล ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าโจทก์และจำเลยตกลงยกบ้านเลขที่ 426/2 รวมถึงที่ดินเนื้อที่ 1 งาน เป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2226 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านให้แก่จำเลยตามหนังสือแบ่งทรัพย์สินแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้นำที่ดินเนื้อที่ 1 งาน ดังกล่าวมาแบ่งให้แก่โจทก์อีก ที่ศาลอุทธรณ์คดีชํานัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

*ประเด็นทางกฎหมายในคดีนี้

หลักการตีความการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 171

มาตรา 171 บัญญัติว่า "ในการตีความการแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร" หมายความว่า หากข้อความในเอกสารมีความกำกวม ศาลต้องพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อม ความสัมพันธ์ของคู่กรณี และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาเจตนาที่แท้จริงในการทำสัญญา มากกว่าการยึดติดกับถ้อยคำเพียงอย่างเดียว

ประเด็นสำคัญของคดีนี้

•คู่สมรสได้ทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินหลังหย่า โดยระบุการแบ่งบ้านและที่ดินบางส่วน แต่ไม่ได้ระบุชัดถึงที่ดิน 1 งานซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 426/2

•ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่า คู่สมรสมีบ้าน 2 หลัง และต่างต้องการแยกครอบครองบ้านคนละหลังเพื่อความมั่นคง

•แม้ที่ดินดังกล่าวยังมีชื่อบุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและยังไม่ได้แยกเอกสารสิทธิ แต่พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายมีเจตนาให้บ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวตกเป็นของจำเลย

เหตุผลทางกฎหมายที่ศาลใช้วินิจฉัย

•ศาลตีความว่า ข้อความท้ายหนังสือแบ่งทรัพย์สินที่ระบุว่าจะไม่มีการเรียกร้องสิทธิใด ๆ หลังจากนี้ แสดงถึงเจตนาที่จะให้การแบ่งทรัพย์สินแล้วเสร็จทั้งหมด

•แม้ไม่มีการระบุรายละเอียดที่ดินไว้ แต่พฤติการณ์และคำให้การของคู่กรณีสอดคล้องกันว่ามีการตกลงเรื่องบ้านและที่ดินโดยครบถ้วน

•ศาลจึงเห็นว่าโจทก์ไม่อาจฟ้องเรียกร้องขอแบ่งที่ดินดังกล่าวอีก เนื่องจากถือว่าได้ตกลงยกให้จำเลยไปแล้วตามหนังสือแบ่งทรัพย์สิน

หลักที่ได้จากคดีนี้

•ในการแบ่งสินสมรส ศาลไม่พิจารณาเพียงถ้อยคำในเอกสาร แต่คำนึงถึงเจตนาร่วมกันของคู่สมรสเป็นสำคัญ

•หากพฤติการณ์บ่งชี้ว่าคู่สมรสมีเจตนาทำให้การแบ่งทรัพย์สินแล้วเสร็จทั้งหมด คู่สมรสฝ่ายหนึ่งไม่สามารถอ้างถ้อยคำที่ขาดตกบกพร่องเพื่อฟ้องเรียกร้องแบ่งทรัพย์สินเพิ่มได้

•คดีนี้จึงยืนยันหลักการตีความเจตนาอันแท้จริงตามมาตรา 171 และเป็นแนวทางสำหรับกรณีการทำหนังสือแบ่งทรัพย์สินที่มีความกำกวม




สินสมรส

“หย่าโดยคำพิพากษาแล้วทรัพย์สินได้มาหลังวันฟ้องหย่าเป็นสินสมรสหรือไม่ ภาระการพิสูจน์เมื่ออ้างถือกรรมสิทธิ์แทนผู้อื่น และผลของข้อสันนิษฐานตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายครอบครัว”
แยกสินสมรสจากกิจการบริษัทที่เป็นนิติบุคคลและเงื่อนไขตามกฎหมาย
บ้านมรดกเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส สิทธิร้องขัดทรัพย์ของคู่สมรส(ฎีกา 2467/2549)
เงินประกันชีวิตเป็นสินสมรสหรือมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 4239/2558)
สินสมรส & ดอกผล มาตรา 148, คุ้มครองชั่วคราว,(ฎีกา 10361/2557)
(ฎีกาที่ 1319/2568)การแบ่งสินสมรส บ้านและที่ดินหลังหย่า
สามีมีชู้เสียชีวิตระหว่างฎีกา สิทธิฟ้องหย่าและค่าทดแทนยังคงอยู่หรือไม่(ฎีกา4977/2565)
ฎีกาที่ 4837/2567: สิทธิเรียกคืนสินสมรสและทรัพย์มรดกจากการโอนโดยมิชอบ พร้อมข้อวินิจฉัยเรื่องอาวุธปืนเป็นสินสมรส
สิทธิแบ่งสินสมรสตามสัญญาประนีประนอมยอมความ กับข้อจำกัดการบังคับคดีและขั้นตอนตามกฎหมายแพ่งที่ต้องปฏิบัติก่อน
คดีที่ดินมรดกและผลผูกพันของคำพิพากษาในคดีเดิม ผู้สืบสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนและจำนองที่ดินได้หรือไม่ เมื่อประเด็นสิทธิได้ยุติไปแล้ว
เงินประกันชีวิตระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ต้องคืนส่วนครึ่งหนึ่งให้อดีตคู่สมรส
บันทึกท้ายทะเบียนการหย่าเรื่องแบ่งสินสมรส, การแบ่งสินสมรสในการหย่า, ส่วนควบ
ข้อตกลงตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่าให้คู่หย่าฝ่ายชายจัดการสินสมรสและภาระหนี้สิน
ภริยายินยอมให้ใส่ชื่อสามีฝ่ายเดียวในที่ดินสินสมรสเป็นการให้ความยินยอมไว้ล่วงหน้า
สามีโจทก์ได้สมยอมแกล้งเป็นหนี้พี่สาวแล้วทำสัญญายอมความยึดสินสมรส
เงินสินส่วนตัวซื้อที่ดินและปลูกบ้านระหว่างสมรส ทรัพย์เป็นของใคร
ทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประกอบอาชีพเพียงอย่างเดียวเป็นสินสมรส
ข้อตกลงเรื่องการหย่าและข้อตกลงเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน(สินสมรส)
ฟ้องแบ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างสินสมรสระหว่างคนไทยและคนต่างด้าว
ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสมีชื่อภรรยาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คนเดียว
ขณะทำพินัยกรรมจดทะเบียนหย่ากันแล้วพินัยกรรมไม่เป็นโมฆะ