
| การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สินและสิทธิของคู่สมรส(ฎีกา 3714/2548)
การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสและการแบ่งสินสมรส สิทธิของคู่สมรสในการบอกล้างนิติกรรมให้ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการบอกล้างนิติกรรมการให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่ได้ทำขึ้นในระหว่างสมรส ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิใช้สิทธิบอกล้างได้โดยเฉพาะ อันเป็นบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองคู่สมรสไม่ให้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความเสน่หา ความไว้วางใจ หรือเหตุอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม ในคดีนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ได้รับมรดกที่ดินจากบิดามารดาซึ่งเป็นสินส่วนตัว ต่อมาโจทก์ได้ขายที่ดินดังกล่าวและนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินฝากประจำของธนาคาร โดยเปิดบัญชีร่วมกับจำเลยในระหว่างสมรส และได้ตกลงยกเงินสินส่วนตัวจำนวน 7,500,000 บาท ให้แก่จำเลย ภายหลังโจทก์ได้ใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมการให้เงินดังกล่าว โดยอ้างสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญคือ การที่โจทก์ใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมการให้เงินดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตหรือไม่ และสามารถบอกล้างได้เพียงเพราะความไม่พอใจของผู้ให้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ยอมให้จำเลยมีชื่อร่วมในบัญชีเงินฝาก และตกลงยกเงินสินส่วนตัวให้แก่จำเลยในระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากัน ถือเป็น “สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรส” ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 บทบัญญัติดังกล่าวให้สิทธิสามีหรือภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกล้างสัญญานั้นได้ในขณะสมรส หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกสมรส ไม่ว่าการบอกล้างนั้นจะมีสาเหตุใดก็ตาม ทั้งนี้ การบอกล้างจะไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า เหตุแห่งการบอกล้างตามมาตรา 1469 มิได้กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ให้ต้องถูกโกง ถูกบังคับ หรือถูกเอาเปรียบก่อน จึงจะใช้สิทธิบอกล้างได้ หากแต่เป็นสิทธิที่กฎหมายให้ไว้โดยเฉพาะเพื่อคุ้มครองคู่สมรส ซึ่งอาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความสัมพันธ์ฉันสามีภริยา เมื่อผู้ให้ไม่พอใจอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ย่อมมีสิทธิใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมการให้ได้ การใช้สิทธิดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ดังนั้น การที่โจทก์บอกล้างนิติกรรมการให้เงินจำนวน 7,500,000 บาท แก่จำเลยในระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ จึงเป็นการใช้สิทธิตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายโดยชอบ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว หลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยสัญญาที่สามีภริยาทำขึ้นระหว่างสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยมีหลักสำคัญดังนี้ ประการแรก สัญญานั้นต้องเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน และต้องเป็นสัญญาที่สามีภริยาทำต่อกันในระหว่างที่ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ ประการที่สอง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างสัญญาดังกล่าวได้ตลอดเวลาที่สมรสยังคงอยู่ หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกสมรส ไม่ว่าจะเป็นการหย่าหรือการสิ้นสุดสมรสด้วยเหตุอื่น ประการที่สาม การบอกล้างสัญญาดังกล่าวจะไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้กระทำการโดยสุจริต เพื่อคุ้มครองความมั่นคงในการทำธุรกรรมของบุคคลภายนอก เหตุผลสำคัญของบทบัญญัตินี้ คือ การป้องกันไม่ให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจ ความสัมพันธ์ หรือความไว้วางใจในฐานะคู่สมรส เอารัดเอาเปรียบอีกฝ่ายหนึ่งในการทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน และเปิดโอกาสให้คู่สมรสสามารถทบทวนและบอกล้างสัญญาที่อาจก่อให้เกิดความเสียเปรียบได้ แม้สัญญานั้นจะได้ทำไปแล้วก็ตาม สรุปสาระสำคัญทางกฎหมาย สัญญาระหว่างสมรสที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างได้ตามกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เหตุแห่งความไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ ต้องใช้สิทธิบอกล้างในขณะสมรส หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เลิกสมรส และการบอกล้างจะไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3714/2548 โจทก์ยอมให้จำเลยมีชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากของธนาคารซึ่งยื่นคำขอเปิดระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นคู่สมรส โดยโจทก์ตกลงยกเงินฝากที่เป็นสินส่วนตัวของโจทก์ในบัญชีดังกล่าวจำนวน 7,500,000 บาท ให้แก่จำเลย จึงเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่เป็นสามีภริยากัน ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1469 ให้สิทธิสามีหรือภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างสัญญาได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้บอกล้างนิติกรรมการให้เงินต่อจำเลย ซึ่งเป็นการกระทำในระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ จึงเป็นการใช้สิทธิบอกล้างตามบทบัญญัติดังกล่าว อันเป็นบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสโดยทั่วไปที่ได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินกันไว้ในระหว่างสมรส โดยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความเสน่หาหรือเหตุอื่นใดอันทำให้ตนต้องเสียประโยชน์ มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกข่มเหงโดยไม่ชอบธรรม เหตุแห่งการบอกล้างนั้นจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ให้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้ไม่พอใจจำเลย โจทก์ย่อมใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมได้ ไม่ใช่การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต คำถามที่พบบ่อย 1. คำถาม: คำพิพากษาศาลฎีกา 3714/2548 วางหลักเรื่องใดเป็นสาระสำคัญ? คำตอบ: วางหลักว่า การให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาในระหว่างสมรสซึ่งเป็น “สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างได้ในขณะสมรสหรือภายใน 1 ปีนับแต่เลิกสมรส และการใช้สิทธิบอกล้างดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพียงเพราะผู้ให้ “ไม่พอใจ” คู่สมรสอีกฝ่าย 2. คำถาม: ในคดีนี้ “การให้เงิน 7,500,000 บาท” ถือเป็นสัญญาระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 หรือไม่? คำตอบ: ถือเป็นสัญญาระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำขึ้นระหว่างที่โจทก์และจำเลยยังเป็นสามีภริยากัน โดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยมีชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากและตกลงยกเงินสินส่วนตัวจำนวน 7,500,000 บาทให้แก่จำเลย จึงเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันในระหว่างสมรส 3. คำถาม: มาตรา 1469 ให้สิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสได้เมื่อใด? คำตอบ: คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำต่อกันได้ตลอดเวลาที่สมรสยังคงอยู่ หรือภายในกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากัน เช่น การหย่า หรือสมรสสิ้นสุดด้วยเหตุอื่น 4. คำถาม: การบอกล้างตามมาตรา 1469 ต้องมีเหตุหรือเงื่อนไขพิเศษก่อนจึงบอกล้างได้หรือไม่? คำตอบ: ไม่จำเป็นต้องมีเหตุพิเศษ เช่น ถูกบังคับ ถูกฉ้อฉล หรือเสียเปรียบอย่างร้ายแรงก่อน กฎหมายวางหลักให้ “เหตุแห่งการบอกล้างขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ให้” เพื่อคุ้มครองคู่สมรสที่อาจทำสัญญาภายใต้อิทธิพลของความเสน่หาหรือเหตุอื่นอันทำให้เสียประโยชน์ 5. คำถาม: หากผู้รับอ้างว่า ผู้ให้เป็นฝ่ายทิ้งร้างหรือเป็นฝ่ายผิด การบอกล้างจะถือว่าไม่สุจริตหรือไม่? คำตอบ: ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายทิ้งร้าง แต่การที่โจทก์ใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมการให้เงินตามมาตรา 1469 ในระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ เป็นการใช้สิทธิตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่ใช่การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต 6. คำถาม: การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสกระทบสิทธิของบุคคลภายนอกหรือไม่? คำตอบ: มาตรา 1469 บัญญัติให้การบอกล้าง “ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต” กล่าวคือ หากมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือธุรกรรมและได้กระทำโดยสุจริต สิทธิของบุคคลภายนอกยังคงได้รับความคุ้มครอง 7. คำถาม: เหตุผลของกฎหมายที่ให้บอกล้างสัญญาระหว่างสมรสได้ คืออะไร? คำตอบ: เพื่อคุ้มครองคู่สมรสโดยทั่วไปที่อาจทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินกันไว้ในระหว่างสมรสภายใต้อิทธิพลของความเสน่หา ความไว้วางใจ หรือเหตุอื่น ทำให้ต้องเสียประโยชน์ หรืออาจถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกข่มเหงโดยไม่ชอบธรรม จึงให้มีโอกาสทบทวนและบอกล้างได้ ขณะเดียวกันก็ต้องคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ทำการโดยสุจริตเพื่อความมั่นคงของธุรกรรม 8. คำถาม: ข้อสรุปตามคำพิพากษาศาลฎีกา 3714/2548 เกี่ยวกับสิทธิบอกล้างคืออะไร? คำตอบ: ศาลฎีกาสรุปว่า ข้อตกลงยกเงินสินส่วนตัว 7,500,000 บาทให้แก่คู่สมรสอีกฝ่ายในระหว่างสมรสเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินตามมาตรา 1469 ผู้ให้มีสิทธิบอกล้างได้ในระหว่างสมรสหรือภายใน 1 ปีหลังเลิกสมรส และการบอกล้างในคดีนี้เป็นการใช้สิทธิโดยชอบ ไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต |



