
| นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างแล้วเรียกคืนได้หรือไม่ หลักรับช่วงสิทธิตามกฎหมายตีความอย่างไรในคดีละเมิดแรงงาน
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญเรื่องสิทธิของนายจ้างในการเรียกร้องเงินคืนจากผู้ทำละเมิด ภายหลังจากที่นายจ้างได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือถึงแก่ความตายจากการทำงาน ประเด็นข้อกฎหมายสำคัญอยู่ที่ว่า การจ่ายเงินดังกล่าวของนายจ้างจะก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถนำสิทธิดังกล่าวไปฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดได้เพียงใด ศาลได้วินิจฉัยโดยวางหลักอย่างชัดเจนว่า การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิที่ต้องเกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจอ้างโดยอนุมานหรือโดยความเป็นธรรมได้ หากไม่มีกฎหมายบัญญัติรองรับโดยตรง ดังนั้นแม้นายจ้างจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายแทนลูกจ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิไล่เบี้ยผู้ทำละเมิดได้เสมอไป ข้อเท็จจริงของคดี โจทก์ในฐานะนายจ้างได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงาน โดยอาศัยกฎหมายแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ต่อมาโจทก์เห็นว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลย จึงฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยทั้งหลาย โดยอ้างว่าตนมีสิทธิรับช่วงตามกฎหมายเพื่อไล่เบี้ยผู้ทำละเมิด คำวินิจฉัยของศาล ศาลพิจารณาแยกประเด็นว่า การรับช่วงสิทธิตามกฎหมายจะเกิดขึ้นได้ต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง การจ่ายเงินของโจทก์เป็นการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน มิใช่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความหมายของกฎหมายแพ่ง และกฎหมายแรงงานมิได้บัญญัติให้นายจ้างมีสิทธิรับช่วงสิทธิของลูกจ้างไปเรียกร้องจากผู้ทำละเมิด ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ วิเคราะห์หลักกฎหมาย หลักการสำคัญคือการรับช่วงสิทธิตามมาตรา227 เป็นผลของกฎหมายโดยตรง มิใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยเจตนาของคู่กรณี การจะใช้สิทธินี้ได้ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนคือ มีการชำระหนี้แทนและมีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงได้ กรณีเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานถือเป็นสิทธิหน้าที่เฉพาะระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ใช่การชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิดในความหมายของกฎหมายแพ่ง จึงไม่อาจโยงไปสู่สิทธิรับช่วงได้ เจตนารมณ์ของกฎหมาย กฎหมายแรงงานมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง ส่วนกฎหมายแพ่งว่าด้วยละเมิดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ทำละเมิดรับผิดโดยตรง การไม่ให้นายจ้างรับช่วงสิทธิสะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการแยกความรับผิดสองระบบนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง แนวคำพิพากษาศาลฎีกามีทิศทางเดียวกันว่า สิทธิรับช่วงต้องมีฐานจากกฎหมายโดยชัดแจ้ง หากเป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายพิเศษที่ไม่ได้บัญญัติเรื่องรับช่วงไว้ ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิไล่เบี้ยได้ หลักนี้ถูกย้ำซ้ำในหลายคดีเพื่อป้องกันการขยายสิทธิของผู้จ่ายเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1 ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยบางรายรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ โดยเห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเงินที่ได้จ่ายไปในฐานะผู้รับภาระแทนลูกจ้าง ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง 2 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมดในส่วนของจำเลยที่ถูกอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิรับช่วงตามกฎหมายและไม่มีอำนาจฟ้อง 3 ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่าการรับช่วงสิทธิต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับ การจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับช่วง โจทก์จึงไม่อาจฟ้องเรียกเงินคืนได้ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิพิเศษที่ต้องตีความโดยเคร่งครัด การอ้างสิทธิรับช่วงโดยไม่มีบทบัญญัติรองรับย่อมเป็นการขยายสิทธิทางกฎหมายโดยมิชอบ กฎหมายแรงงานและกฎหมายแพ่งมีขอบเขตหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการควรตระหนักว่าการจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างเป็นภาระตามกฎหมาย ไม่ใช่การเปิดทางให้ไล่เบี้ยบุคคลภายนอก เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้โดยตรง ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้ ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า การจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานจะก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามมาตรา227 หรือไม่ โดยศาลวินิจฉัยว่าไม่เกิดสิทธิรับช่วงเนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติรองรับ มาตรากฎหมายสำคัญคือ มาตรา227 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การรับช่วงสิทธิ หมายถึงสิทธิที่เกิดขึ้นโดยบทบัญญัติกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจอ้างโดยอนุมาน เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน เป็นสิทธิหน้าที่เฉพาะ ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนในความหมายของกฎหมายแพ่ง คำถามที่พบบ่อย FAQ 1 คำถาม นายจ้างที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างสามารถฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดได้หรือไม่ คำตอบ โดยหลักกฎหมาย การที่นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน มิได้ทำให้นายจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการรับช่วงสิทธิต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ตามมาตรา227 ซึ่งกำหนดให้เกิดสิทธิรับช่วงเฉพาะกรณีที่มีการชำระค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายแพ่งเท่านั้น เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานมีลักษณะเป็นสิทธิพิเศษที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกจ้างโดยเฉพาะ ไม่ใช่การชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด ดังนั้นนายจ้างจึงไม่สามารถนำสิทธิดังกล่าวไปไล่เบี้ยจากบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง 2 คำถาม การรับช่วงสิทธิตามกฎหมายต้องมีเงื่อนไขอย่างไร คำตอบ การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยอำนาจของกฎหมาย มิใช่สิทธิที่เกิดจากความสมัครใจของคู่กรณี เงื่อนไขสำคัญคือต้องมีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดไว้โดยตรงว่าผู้ชำระหนี้แทนสามารถรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้เดิมได้ อีกทั้งการชำระนั้นต้องเป็นการชำระหนี้ในความหมายของกฎหมายแพ่ง เช่น ค่าสินไหมทดแทนหรือหนี้ตามสัญญา หากเป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายพิเศษที่มิได้บัญญัติเรื่องรับช่วงไว้ เช่น กฎหมายแรงงาน ย่อมไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ศาลจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดการขยายสิทธิที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด 3 คำถาม เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานแตกต่างจากค่าสินไหมทดแทนอย่างไร คำตอบ เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานเป็นสิทธิที่กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างได้รับโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองแรงงานและเยียวยาความเสียหายอย่างรวดเร็ว ส่วนค่าสินไหมทดแทนเป็นความรับผิดตามกฎหมายแพ่งที่ต้องพิสูจน์การกระทำละเมิดหรือความผิดของคู่กรณี ความแตกต่างนี้มีผลโดยตรงต่อสิทธิรับช่วง เพราะเงินทดแทนไม่ถือเป็นการชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด จึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามมาตรา227 4 คำถาม หากกฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องรับช่วงสิทธิไว้ สามารถอ้างความเป็นธรรมเพื่อฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่ คำตอบ หลักกฎหมายกำหนดให้สิทธิรับช่วงต้องมีฐานจากบทบัญญัติกฎหมายโดยชัดแจ้ง การอ้างความเป็นธรรมเพียงอย่างเดียวไม่อาจก่อให้เกิดสิทธิทางกฎหมายได้ ศาลจะไม่ขยายสิทธิให้เกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ แม้ผู้จ่ายเงินจะได้รับภาระโดยตรงก็ตาม การยอมรับให้ใช้หลักความเป็นธรรมโดยไม่มีฐานกฎหมายจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนและกระทบต่อระบบกฎหมายโดยรวม 5 คำถาม เหตุใดศาลจึงไม่ให้นายจ้างไล่เบี้ยผู้ทำละเมิด คำตอบ ศาลพิจารณาจากโครงสร้างของกฎหมายที่แยกระบบความรับผิดออกเป็นสองส่วน คือระบบแรงงานและระบบละเมิด ระบบแรงงานมุ่งคุ้มครองลูกจ้างโดยตรงโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด ขณะที่ระบบละเมิดมุ่งให้ผู้กระทำผิดรับผิดโดยตรงต่อผู้เสียหาย การไม่ให้นายจ้างไล่เบี้ยสะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ไม่ต้องการให้ภาระความรับผิดซ้ำซ้อนหรือขยายเกินความจำเป็น 6 คำถาม ลูกจ้างหรือทายาทยังสามารถฟ้องผู้ทำละเมิดได้หรือไม่ คำตอบ แม้นายจ้างจะไม่มีสิทธิรับช่วง แต่ลูกจ้างหรือทายาทของลูกจ้างยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้โดยตรงตามกฎหมายแพ่ง สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียหาย มิได้ถูกตัดสิทธิจากการได้รับเงินทดแทนจากนายจ้าง ทั้งสองระบบสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้โดยไม่ขัดกัน 7 คำถาม หลักการตีความกฎหมายในคดีนี้มีความสำคัญอย่างไร คำตอบ คดีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการตีความกฎหมายโดยเคร่งครัดในเรื่องสิทธิรับช่วง ศาลเน้นว่าการให้สิทธิพิเศษต้องมีบทบัญญัติรองรับอย่างชัดเจน มิฉะนั้นจะเป็นการขยายสิทธิที่กฎหมายไม่ได้ตั้งใจให้มี หลักการนี้ช่วยรักษาความแน่นอนของกฎหมายและป้องกันการใช้สิทธิในทางที่เกินขอบเขต 8 คำถาม ผู้ประกอบการควรนำหลักคดีนี้ไปปรับใช้อย่างไร คำตอบ ผู้ประกอบการควรเข้าใจว่าการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานเป็นภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่กลไกในการเรียกคืนจากบุคคลภายนอก เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงควรบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยหรือมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ มากกว่าคาดหวังการไล่เบี้ยจากผู้ทำละเมิด การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายนายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลรับช่วงสิทธิไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย การรับช่วงสิทธิจะมีได้จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่นายจ้างจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้าง กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิแก่นายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้าง ดังนั้นนายจ้างจึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายไปคืนได้ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2554 การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่โจทก์จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานอันเป็นกฎหมายพิเศษซึ่งใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยเฉพาะ มิใช่การจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายและกฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้างโจทก์ได้แต่อย่างใด ดังนั้น โจทก์จึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไปคืนจากจำเลยที่ 7 ได้ มาตรา 227 เมื่อเจ้าหนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเต็มตามราคาทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นแล้ว ท่านว่าลูกหนี้ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้อันเกี่ยวกับทรัพย์หรือสิทธินั้นๆ ด้วยอำนาจกฎหมาย โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 139,664.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,046 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 7 ชำระเงิน 124,046 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 7 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลยที่ 7 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่โจทก์จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานอันเป็นกฎหมายพิเศษซึ่งใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยเฉพาะมิใช่การจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายและกฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้างโจทก์ได้แต่อย่างใด ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไปคืนจากจำเลยที่ 7 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเห็นควรให้เป็นพับ
|



.jpg)
