ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างแล้วเรียกคืนได้หรือไม่ หลักรับช่วงสิทธิตามกฎหมายตีความอย่างไรในคดีละเมิดแรงงาน

การรับช่วงสิทธิของนายจ้างในคดีแรงงาน การจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างเรียกคืนได้หรือไม่ หลักกฎหมายมาตรา227 ใช้กับเงินทดแทนหรือไม่ ความแตกต่างระหว่างเงินทดแทนกับค่าสินไหมทดแทน สิทธิของนายจ้างในการฟ้องผู้ทำละเมิด แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องรับช่วงสิทธิ กฎหมายแรงงานกับกฎหมายแพ่งสัมพันธ์กันอย่างไร การฟ้องเรียกค่าเสียหายแทนลูกจ้าง ขอบเขตสิทธิเรียกร้องของนายจ้าง การตีความกฎหมายพิเศษกับกฎหมายทั่วไป เงื่อนไขการเกิดสิทธิรับช่วง คดีละเมิดแรงงาน

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญเรื่องสิทธิของนายจ้างในการเรียกร้องเงินคืนจากผู้ทำละเมิด ภายหลังจากที่นายจ้างได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือถึงแก่ความตายจากการทำงาน ประเด็นข้อกฎหมายสำคัญอยู่ที่ว่า การจ่ายเงินดังกล่าวของนายจ้างจะก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามกฎหมายหรือไม่ และสามารถนำสิทธิดังกล่าวไปฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดได้เพียงใด ศาลได้วินิจฉัยโดยวางหลักอย่างชัดเจนว่า การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิที่ต้องเกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจอ้างโดยอนุมานหรือโดยความเป็นธรรมได้ หากไม่มีกฎหมายบัญญัติรองรับโดยตรง ดังนั้นแม้นายจ้างจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายแทนลูกจ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิไล่เบี้ยผู้ทำละเมิดได้เสมอไป

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ในฐานะนายจ้างได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงาน โดยอาศัยกฎหมายแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ต่อมาโจทก์เห็นว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลย จึงฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยทั้งหลาย โดยอ้างว่าตนมีสิทธิรับช่วงตามกฎหมายเพื่อไล่เบี้ยผู้ทำละเมิด

คำวินิจฉัยของศาล

ศาลพิจารณาแยกประเด็นว่า การรับช่วงสิทธิตามกฎหมายจะเกิดขึ้นได้ต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง การจ่ายเงินของโจทก์เป็นการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน มิใช่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความหมายของกฎหมายแพ่ง และกฎหมายแรงงานมิได้บัญญัติให้นายจ้างมีสิทธิรับช่วงสิทธิของลูกจ้างไปเรียกร้องจากผู้ทำละเมิด ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้รับช่วงสิทธิ

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

หลักการสำคัญคือการรับช่วงสิทธิตามมาตรา227 เป็นผลของกฎหมายโดยตรง มิใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยเจตนาของคู่กรณี การจะใช้สิทธินี้ได้ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนคือ มีการชำระหนี้แทนและมีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงได้ กรณีเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานถือเป็นสิทธิหน้าที่เฉพาะระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ใช่การชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิดในความหมายของกฎหมายแพ่ง จึงไม่อาจโยงไปสู่สิทธิรับช่วงได้

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

กฎหมายแรงงานมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง ส่วนกฎหมายแพ่งว่าด้วยละเมิดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ทำละเมิดรับผิดโดยตรง การไม่ให้นายจ้างรับช่วงสิทธิสะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการแยกความรับผิดสองระบบนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกามีทิศทางเดียวกันว่า สิทธิรับช่วงต้องมีฐานจากกฎหมายโดยชัดแจ้ง หากเป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายพิเศษที่ไม่ได้บัญญัติเรื่องรับช่วงไว้ ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิไล่เบี้ยได้ หลักนี้ถูกย้ำซ้ำในหลายคดีเพื่อป้องกันการขยายสิทธิของผู้จ่ายเงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้น

พิพากษาให้จำเลยบางรายรับผิดชำระเงินแก่โจทก์ โดยเห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเงินที่ได้จ่ายไปในฐานะผู้รับภาระแทนลูกจ้าง ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง

2 ศาลอุทธรณ์

พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมดในส่วนของจำเลยที่ถูกอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิรับช่วงตามกฎหมายและไม่มีอำนาจฟ้อง

3 ศาลฎีกา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่าการรับช่วงสิทธิต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับ การจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับช่วง โจทก์จึงไม่อาจฟ้องเรียกเงินคืนได้ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิพิเศษที่ต้องตีความโดยเคร่งครัด การอ้างสิทธิรับช่วงโดยไม่มีบทบัญญัติรองรับย่อมเป็นการขยายสิทธิทางกฎหมายโดยมิชอบ กฎหมายแรงงานและกฎหมายแพ่งมีขอบเขตหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการควรตระหนักว่าการจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างเป็นภาระตามกฎหมาย ไม่ใช่การเปิดทางให้ไล่เบี้ยบุคคลภายนอก เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้โดยตรง

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า การจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานจะก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามมาตรา227 หรือไม่ โดยศาลวินิจฉัยว่าไม่เกิดสิทธิรับช่วงเนื่องจากไม่มีกฎหมายบัญญัติรองรับ

มาตรากฎหมายสำคัญคือ มาตรา227 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การรับช่วงสิทธิ หมายถึงสิทธิที่เกิดขึ้นโดยบทบัญญัติกฎหมายเท่านั้น ไม่อาจอ้างโดยอนุมาน

เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงาน เป็นสิทธิหน้าที่เฉพาะ ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนในความหมายของกฎหมายแพ่ง

คำถามที่พบบ่อย FAQ

1 คำถาม นายจ้างที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนลูกจ้างสามารถฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดได้หรือไม่

คำตอบ

โดยหลักกฎหมาย การที่นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน มิได้ทำให้นายจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้ทำละเมิดโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการรับช่วงสิทธิต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ตามมาตรา227 ซึ่งกำหนดให้เกิดสิทธิรับช่วงเฉพาะกรณีที่มีการชำระค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายแพ่งเท่านั้น เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานมีลักษณะเป็นสิทธิพิเศษที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกจ้างโดยเฉพาะ ไม่ใช่การชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด ดังนั้นนายจ้างจึงไม่สามารถนำสิทธิดังกล่าวไปไล่เบี้ยจากบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง

2 คำถาม การรับช่วงสิทธิตามกฎหมายต้องมีเงื่อนไขอย่างไร

คำตอบ

การรับช่วงสิทธิเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยอำนาจของกฎหมาย มิใช่สิทธิที่เกิดจากความสมัครใจของคู่กรณี เงื่อนไขสำคัญคือต้องมีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดไว้โดยตรงว่าผู้ชำระหนี้แทนสามารถรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้เดิมได้ อีกทั้งการชำระนั้นต้องเป็นการชำระหนี้ในความหมายของกฎหมายแพ่ง เช่น ค่าสินไหมทดแทนหรือหนี้ตามสัญญา หากเป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายพิเศษที่มิได้บัญญัติเรื่องรับช่วงไว้ เช่น กฎหมายแรงงาน ย่อมไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ศาลจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดการขยายสิทธิที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด

3 คำถาม เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานแตกต่างจากค่าสินไหมทดแทนอย่างไร

คำตอบ

เงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานเป็นสิทธิที่กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างได้รับโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของนายจ้าง มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองแรงงานและเยียวยาความเสียหายอย่างรวดเร็ว ส่วนค่าสินไหมทดแทนเป็นความรับผิดตามกฎหมายแพ่งที่ต้องพิสูจน์การกระทำละเมิดหรือความผิดของคู่กรณี ความแตกต่างนี้มีผลโดยตรงต่อสิทธิรับช่วง เพราะเงินทดแทนไม่ถือเป็นการชำระหนี้แทนผู้ทำละเมิด จึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับช่วงตามมาตรา227

4 คำถาม หากกฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องรับช่วงสิทธิไว้ สามารถอ้างความเป็นธรรมเพื่อฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่

คำตอบ

หลักกฎหมายกำหนดให้สิทธิรับช่วงต้องมีฐานจากบทบัญญัติกฎหมายโดยชัดแจ้ง การอ้างความเป็นธรรมเพียงอย่างเดียวไม่อาจก่อให้เกิดสิทธิทางกฎหมายได้ ศาลจะไม่ขยายสิทธิให้เกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ แม้ผู้จ่ายเงินจะได้รับภาระโดยตรงก็ตาม การยอมรับให้ใช้หลักความเป็นธรรมโดยไม่มีฐานกฎหมายจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนและกระทบต่อระบบกฎหมายโดยรวม

5 คำถาม เหตุใดศาลจึงไม่ให้นายจ้างไล่เบี้ยผู้ทำละเมิด

คำตอบ

ศาลพิจารณาจากโครงสร้างของกฎหมายที่แยกระบบความรับผิดออกเป็นสองส่วน คือระบบแรงงานและระบบละเมิด ระบบแรงงานมุ่งคุ้มครองลูกจ้างโดยตรงโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด ขณะที่ระบบละเมิดมุ่งให้ผู้กระทำผิดรับผิดโดยตรงต่อผู้เสียหาย การไม่ให้นายจ้างไล่เบี้ยสะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ไม่ต้องการให้ภาระความรับผิดซ้ำซ้อนหรือขยายเกินความจำเป็น

6 คำถาม ลูกจ้างหรือทายาทยังสามารถฟ้องผู้ทำละเมิดได้หรือไม่

คำตอบ

แม้นายจ้างจะไม่มีสิทธิรับช่วง แต่ลูกจ้างหรือทายาทของลูกจ้างยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดได้โดยตรงตามกฎหมายแพ่ง สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียหาย มิได้ถูกตัดสิทธิจากการได้รับเงินทดแทนจากนายจ้าง ทั้งสองระบบสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้โดยไม่ขัดกัน

7 คำถาม หลักการตีความกฎหมายในคดีนี้มีความสำคัญอย่างไร

คำตอบ

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการตีความกฎหมายโดยเคร่งครัดในเรื่องสิทธิรับช่วง ศาลเน้นว่าการให้สิทธิพิเศษต้องมีบทบัญญัติรองรับอย่างชัดเจน มิฉะนั้นจะเป็นการขยายสิทธิที่กฎหมายไม่ได้ตั้งใจให้มี หลักการนี้ช่วยรักษาความแน่นอนของกฎหมายและป้องกันการใช้สิทธิในทางที่เกินขอบเขต

8 คำถาม ผู้ประกอบการควรนำหลักคดีนี้ไปปรับใช้อย่างไร

คำตอบ

ผู้ประกอบการควรเข้าใจว่าการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายแรงงานเป็นภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่กลไกในการเรียกคืนจากบุคคลภายนอก เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงควรบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยหรือมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ มากกว่าคาดหวังการไล่เบี้ยจากผู้ทำละเมิด

การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายนายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลรับช่วงสิทธิไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย การรับช่วงสิทธิจะมีได้จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่นายจ้างจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้าง กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิแก่นายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้าง ดังนั้นนายจ้างจึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายไปคืนได้

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7630/2554

การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่โจทก์จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานอันเป็นกฎหมายพิเศษซึ่งใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยเฉพาะ มิใช่การจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายและกฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้างโจทก์ได้แต่อย่างใด ดังนั้น โจทก์จึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไปคืนจากจำเลยที่ 7 ได้

มาตรา 227  เมื่อเจ้าหนี้ได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเต็มตามราคาทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นแล้ว  ท่านว่าลูกหนี้ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้อันเกี่ยวกับทรัพย์หรือสิทธินั้นๆ ด้วยอำนาจกฎหมาย

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 139,664.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,046 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

  จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 7 ชำระเงิน 124,046 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

 จำเลยที่ 7 อุทธรณ์

 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 7 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลยที่ 7

โจทก์ฎีกา

 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับช่วงสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมาย จึงต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้รับช่วงสิทธิได้ การที่โจทก์จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นเงินทดแทนแก่ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานอันเป็นกฎหมายพิเศษซึ่งใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยเฉพาะมิใช่การจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายและกฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเรียกเอาเงินทดแทนที่จ่ายไปนั้นคืนจากผู้ทำละเมิดต่อลูกจ้างโจทก์ได้แต่อย่างใด ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจอ้างการรับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไปคืนจากจำเลยที่ 7 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง

 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเห็นควรให้เป็นพับ

คุณรู้หรือไม่ว่า การรับช่วงสิทธิ สามารถทำให้คุณเรียกร้องสิทธิแทนผู้อื่นได้โดยชอบด้วยกฎหมาย การรับช่วงสิทธิ คือ การที่บุคคลหนึ่งชำระหนี้แทนลูกหนี้ แล้วกฎหมายให้สิทธินั้นโอนมาอยู่กับผู้ชำระแทน ผู้รับช่วงสิทธิสามารถใช้สิทธิเรียกร้องหนี้จากลูกหนี้ได้เหมือนเจ้าหนี้เดิม แต่ต้องเป็นกรณีที่กฎหมายรับรอง เช่น ชำระหนี้เพื่อประโยชน์ของตน หรือมีสิทธิหน้าที่เกี่ยวข้องกับหนี้นั้น หากเข้าใจผิด อาจเสียสิทธิในการไล่เบี้ยหรือเรียกเงินคืนได้ 




รับช่วงสิทธิ

สิทธิไล่เบี้ยของผู้ค้ำประกันในคดีเช่าซื้อรถยนต์ เมื่อคืนรถแล้วบังคับราคาแทนไม่ได้
การรับช่วงสิทธิคืออะไร? สิทธิเรียกร้องเปลี่ยนมือจากเจ้าหนี้คนเดิม
สิทธิการรับช่วงสิทธิ มาตรา 880, การไล่เบี้ยของผู้รับประกันภัย,