ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ศาลต้องใช้กฎหมายใหม่ที่เบากว่าหรือไม่? คดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายกับการกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 (1)

คำพิพากษาศาลฎีกา 218/2567, การกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคหนึ่ง, การใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยในคดียาเสพติด, การตีความมาตรา 145 ประมวลกฎหมายยาเสพติด, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับโทษจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน, หลักเกณฑ์การนำกฎหมายใหม่มาใช้ย้อนหลังในทางอาญา, เงื่อนไขการลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษตามมาตรา 152 วรรคสอง, วิเคราะห์พฤติการณ์เพื่อพิสูจน์การแพร่กระจายยาเสพติด, แนวการพิจารณาโทษฐานเสพและผลิตพืชกระท่อม

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญในการกำหนดโทษใหม่ในคดียาเสพติดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคหนึ่ง อันเป็นหลักการใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยย้อนหลัง โดยศาลต้องวินิจฉัยว่าโทษตามกฎหมายใหม่ที่บัญญัติภายหลังนั้นมีความเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิมหรือไม่ และต้องพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีว่าการกระทำเข้าลักษณะตามมาตรา 145 วรรคสองหรือวรรคสามของประมวลกฎหมายยาเสพติดหรือไม่ พร้อมทั้งวินิจฉัยข้ออ้างของจำเลยเกี่ยวกับการขอให้ลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษตามมาตรา 152 วรรคสอง ซึ่งศาลเห็นว่าไม่อยู่ในขอบเขตของการกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง การวินิจฉัยครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อหลักการตีความการใช้กฎหมายใหม่ในทางอาญาและกระบวนการพิจารณาลดโทษในคดียาเสพติด

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1 ศาลจะสามารถกำหนดโทษใหม่ให้จำเลยได้หรือไม่เมื่อกฎหมายภายหลังบัญญัติโทษเบากว่าเดิม

2 พฤติการณ์การครอบครองเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากเข้าลักษณะการแพร่กระจายในประชาชนตามกฎหมายใหม่หรือไม่

3 การอ้างเหตุขอลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษตามมาตราเกี่ยวกับสภาพส่วนตัวของจำเลยสามารถนำมาพิจารณาในชั้นกำหนดโทษใหม่ได้หรือไม่

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับหลักการใช้กฎหมายอาญาที่ย้อนหลังเป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคหนึ่ง และการตีความระหว่างกฎหมายยาเสพติดฉบับเดิมกับบทบัญญัติใหม่ในมาตรา 145 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด รวมถึงข้อจำกัดของการใช้มาตรา 152 วรรคสองซึ่งไม่ใช่เหตุในการ “กำหนดโทษใหม่” ภายหลังคดีถึงที่สุด ทำให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญของการใช้กฎหมายใหม่ในทางอาญาที่เป็นคุณแก่จำเลยและขอบเขตของการลดโทษในคดียาเสพติด

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม

ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1 กฎหมายที่เป็นคุณย้อนหลัง

หมายถึงหลักการตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้ใช้กฎหมายใหม่หากมีโทษเบากว่า ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคดีนี้ เพราะจำเลยร้องขอให้ใช้โทษตามกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่

2 มาตรา 145 วรรคสอง

เป็นบทกฎหมายใหม่ที่ศาลวินิจฉัยว่าเข้าลักษณะความผิดของจำเลย เนื่องจากมีพฤติการณ์การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลให้โทษตามมาตรา 145 วรรคสองเบากว่าโทษเดิมและควรนำมาปรับใช้

3 การกำหนดโทษใหม่

เป็นแก่นคดีและเป็นคำถามหลักว่าโทษเดิมที่ลงไว้ในคำพิพากษาถึงที่สุดสามารถกำหนดใหม่ได้หรือไม่ โดยศาลฎีกายืนยันว่าทำได้เมื่อกฎหมายภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย

4 พฤติการณ์แห่งคดี

ศาลพิจารณาปริมาณยาเสพติดรวม 220.217 กรัม รูปแบบของยาเสพติด และพฤติการณ์ก่อนจับกุม เพื่อวินิจฉัยว่าพฤติการณ์เข้าตามมาตรา 145 วรรคสอง ไม่ใช่วรรคสาม

5 ข้อจำกัดของมาตรา 152 วรรคสอง

ศาลชี้ชัดว่า การขอลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษตามมาตรา 152 วรรคสอง ไม่ใช่ประเด็นของการกำหนดโทษใหม่หลังคดีถึงที่สุด จึงไม่อาจนำมาเป็นเหตุพิจารณาในคำร้องครั้งนี้

สรุปข้อเท็จจริง

คดีนี้เริ่มจากการที่จำเลยถูกดำเนินคดีฐานเกี่ยวกับยาเสพติดหลายกรรมหลายบทความผิด ได้แก่ ฐานครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ฐานผลิตพืชกระท่อม และฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาว่าการกระทำเป็นหลายกรรมต่างกัน จึงลงโทษทุกกรรมไปตามมาตรา 91 ของประมวลกฎหมายอาญา โดยในกระทงสำคัญคือการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมีจำนวนมากและมีพยานหลักฐานว่าสามารถนำไปสู่การแพร่กระจายยาเสพติดในกลุ่มประชาชน

ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในกระทงครอบครองเพื่อจำหน่าย และลงโทษจำคุกและปรับในกระทงอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประมวลกฎหมายอาญา เหลือจำคุก 25 ปีในกระทงสำคัญ และเมื่อรวมกับกระทงอื่นแล้วเป็นจำคุกรวม 25 ปี 8 เดือน 15 วัน พร้อมปรับรวมเป็น 1,004,000 บาท คดีถึงที่สุด

ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่โดยอ้างว่ากฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ มาตรา 145 วรรคหนึ่ง มีโทษเบากว่ากฎหมายเดิม จึงควรใช้ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดยกคำร้อง จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดพิจารณาใหม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในกรณีนี้ต้องพิจารณาว่า การมีเมทแอมเฟตามีนของกลางรวม 220.217 กรัม ซึ่งเป็นจำนวนมากและมีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าจำเลยมีการจำหน่ายอย่างต่อเนื่องจนเกิดการแพร่กระจายไปสู่กลุ่มผู้เสพ เป็นความผิดที่เข้าลักษณะตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มีโทษจำคุก 2 ปีถึง 20 ปี และปรับ 200,000 บาทถึง 2,000,000 บาท

เมื่อเทียบกับโทษตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดเดิมซึ่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เห็นได้ชัดว่าโทษตามกฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลย ศาลจึงมีอำนาจกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ยังไม่ถึงขั้นเข้าข่ายมาตรา 145 วรรคสาม (2) ซึ่งเป็นความผิดที่กระทบความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง จึงให้ใช้โทษตามวรรคสองเท่านั้น

ศาลจึงกำหนดโทษจำคุก 20 ปี ปรับ 2,000,000 บาท และลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี ปรับ 1,000,000 บาท และเมื่อรวมกับโทษเดิมในกระทงเสพและกระทงขายยาแผนปัจจุบันแล้ว คงจำคุกรวม 10 ปี 7 เดือน ปรับ 1,002,500 บาท

ส่วนข้อฎีกาที่ขอให้ศาลลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษตามมาตรา 152 วรรคสองนั้น ศาลวินิจฉัยว่าเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาเมื่อศาลกำหนดโทษในครั้งแรก มิใช่เรื่องเกี่ยวกับการกำหนดโทษใหม่ จึงไม่รับวินิจฉัย

การขยายความประเด็นกฎหมายสำคัญ

1 หลักการใช้กฎหมายอาญาที่ย้อนหลังเป็นคุณ

มาตรา 3 วรรคหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญากำหนดว่า หากกฎหมายที่บังคับใช้ภายหลังการกระทำความผิดมีโทษเบากว่า ให้ใช้กฎหมายภายหลัง ถือเป็นหลักสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาและจำเลย

2 เกณฑ์การพิจารณาความร้ายแรงตามมาตรา 145 ประมวลกฎหมายยาเสพติด

การพิจารณาว่าการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนหรือไม่นั้น ไม่ได้พิจารณาแต่เพียงปริมาณของกลาง แต่ต้องรวมถึงพฤติการณ์แห่งคดี เช่น การเตรียมการจำหน่าย การแจ้งเบาะแสก่อนจับกุม การตรวจพบยาเสพติดหลายรูปแบบ เป็นต้น

3 ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรา 3 วรรคหนึ่ง และมาตรา 152 วรรคสอง

มาตรา 152 วรรคสองเป็นดุลพินิจของศาลในการลงโทษต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับหลักการกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ดังนั้นหากจำเลยยื่นคำร้องเพื่อขอลดโทษตามมาตรานี้ภายหลังคดีถึงที่สุด ศาลไม่อาจพิจารณาได้

ข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ยืนยันหลักการสำคัญที่ว่า การใช้กฎหมายย้อนหลังในทางอาญาจะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นคุณแก่จำเลยเท่านั้น และศาลต้องพิจารณาองค์ประกอบ พฤติการณ์ ผลกระทบต่อสาธารณะ ตลอดจนความมุ่งหมายของกฎหมายใหม่อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ คดียังสะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตของมาตรา 152 วรรคสองว่ามิใช่เครื่องมือในการขอลดโทษในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว แต่เป็นดุลพินิจในการกำหนดโทษครั้งแรกเท่านั้น

IRAC

Issue

ในคดีนี้มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า การที่กฎหมายยาเสพติดใหม่มิได้กำหนดโทษหนักเท่ากฎหมายเดิมนั้นเป็นเหตุให้ศาลต้องกำหนดโทษใหม่ให้จำเลยตามมาตรา 3 วรรคหนึ่งหรือไม่ และข้ออ้างของจำเลยเกี่ยวกับมาตรา 152 วรรคสองว่าศาลควรลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษสามารถพิจารณาได้หรือไม่

Rule

มาตรา 3 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้ใช้กฎหมายภายหลังหากโทษเบากว่า

มาตรา 145 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นบทกำหนดโทษใหม่เกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีน

มาตรา 152 วรรคสอง ประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้อำนาจศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษเฉพาะกรณีเมื่อกำหนดโทษครั้งแรก

มาตรา 78 ว่าด้วยการลดโทษกึ่งหนึ่งเมื่อจำเลยรับสารภาพ

มาตรา 91 ว่าด้วยโทษหลายกรรมหลายบท

Application

จากข้อเท็จจริงพบว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากและมีพฤติการณ์นำไปสู่การแพร่กระจาย จึงเข้าบทมาตรา 145 วรรคสอง ซึ่งมีโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นได้ลงโทษไว้ กรณีนี้เข้าหลักการใช้กฎหมายที่เป็นคุณตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ศาลจึงมีอำนาจกำหนดโทษใหม่

สำหรับข้ออ้างเรื่องมาตรา 152 วรรคสอง แม้พฤติการณ์ส่วนตัวของจำเลยอาจเป็นเหตุให้พิจารณาได้ แต่ศาลเห็นว่าข้ออ้างนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของการกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง จึงไม่อาจรับวินิจฉัย

Conclusion

ศาลฎีกาพิพากษากลับให้กำหนดโทษจำเลยใหม่ตามมาตรา 145 วรรคสอง และลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี ปรับ 1,000,000 บาท เมื่อรวมโทษอื่นเป็นจำคุก 10 ปี 7 เดือน ปรับ 1,002,500 บาท และไม่รับวินิจฉัยตามมาตรา 152 วรรคสอง

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

         เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2567 

การขอให้ศาลลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่การกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)

ฎีกาย่อ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในหลายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ ครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย เสพยาเสพติด ผลิตพืชกระท่อม และขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกำหนดโทษรวมจำคุก 25 ปี 8 เดือน 15 วัน และปรับกว่า 1 ล้านบาท ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) อ้างว่ามีกฎหมายใหม่ที่เป็นคุณกว่า แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่าย ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่ากฎหมายเดิม โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยครอบครองยาในปริมาณมากถึง 8,375 เม็ด และมีพฤติการณ์เตรียมจำหน่าย จึงเข้าข่ายความผิดที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายตามมาตรา 145 วรรคสอง (2)

เมื่อโทษตามกฎหมายใหม่เบากว่า ศาลต้องกำหนดโทษใหม่ให้จำเลยตามมาตรา 3 (1) แม้คดีจะถึงที่สุดแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ยังไม่ถึงขั้นกระทบความปลอดภัยสาธารณะร้ายแรงตามวรรคสาม

ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ กำหนดโทษใหม่ให้จำคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท และลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 10 ปี ปรับ 1 ล้านบาท เมื่อรวมกับความผิดอื่น คงโทษจำคุก 10 ปี 7 เดือน และปรับ 1,002,500 บา

ฎีกาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26/2, 26/3 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคสาม, 75 วรรคสาม, 76 วรรคสอง, 91 พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12, 101 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานผลิตพืชกระท่อมและฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตพืชกระท่อม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือน และปรับ 3,000 บาท ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน และปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 25 ปี และปรับ 1,000,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 3 เดือน ฐานผลิตพืชกระท่อม จำคุก 1 เดือน 15 วัน และปรับ 1,500 บาท ฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน และปรับ 2,500 บาท รวมจำคุก 25 ปี 8 เดือน 15 วัน และปรับ 1,004,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง คดีถึงที่สุด

จำเลยยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องกำหนดโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในภายหลังการกระทำความผิด และเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายเดิม โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยมีพฤติการณ์การกระทำที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสองและวรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องจำเลย ไม่ถูกต้อง นั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 มีจำนวน 8,375 เม็ด ชนิดผงสีส้ม 1 กล่อง และชนิดเกล็ดสีขาว 10 ถุง มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้รวม 220.217 กรัม ประกอบกับก่อนเกิดเหตุ มีผู้แจ้งว่าจำเลยมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด เจ้าพนักงานตำรวจจึงขอหมายค้นและตรวจค้นจับกุมจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของกลาง ตามพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่า หากจำเลยไม่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้เสียก่อน ย่อมก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเมทแอมเฟตามีนไปในกลุ่มผู้เสพอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วรับฟังได้ว่าเป็นการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท โทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับความผิดฐานนี้จึงหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง กรณีมีเหตุต้องกำหนดโทษให้จำเลยใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) แต่การกระทำความผิดของจำเลยยังไม่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อพิเคราะห์ฐานะเศรษฐกิจ การศึกษา อายุ สภาพครอบครัว และพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยแล้ว กรณีมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายที่ศาลจะลงโทษจำคุกหรือปรับจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง นั้น เห็นว่า กรณีมิใช่ปัญหาในการกำหนดโทษใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้กำหนดโทษจำเลยเสียใหม่สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสอง (2) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) โดยให้จำคุก 20 ปี และปรับ 2,000,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 10 ปี และปรับ 1,000,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 10 ปี 7 เดือน และปรับ 1,002,500 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด รวมถึงฐานมีเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย เสพเมทแอมเฟตามีน ผลิตและครอบครองพืชกระท่อม และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษทุกกรรมตามมาตรา 91 รวมจำคุก 25 ปี 8 เดือน 15 วัน และปรับ 1,004,000 บาท หลังลดโทษกึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพ

2 ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้กำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง

3 ศาลฎีกาพิพากษากลับ โดยวินิจฉัยว่ากฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มาตรา 145 วรรคสองเป็นคุณแก่จำเลย จึงกำหนดโทษใหม่ให้จำคุก 10 ปี และปรับ 1,000,000 บาท เมื่อรวมโทษอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 10 ปี 7 เดือน และปรับ 1,002,500 บาท พร้อมไม่รับพิจารณาคำขอให้ลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษตามมาตรา 152 วรรคสอง

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1

หากจำเลยถูกพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษจำคุกในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายยาเสพติดฉบับเดิม ต่อมามีกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่คือประมวลกฎหมายยาเสพติดที่บัญญัติอัตราโทษตามมาตรา 145 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งมีโทษเบากว่ากฎหมายเดิม แล้วจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอให้กำหนดโทษใหม่โดยอ้างว่าต้องใช้กฎหมายภายหลังที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคหนึ่ง ให้ศาลกำหนดโทษใหม่ให้เบากว่าเดิมได้หรือไม่ โดยที่โทษเดิมเคยลงไว้เป็นจำคุกตลอดชีวิต ให้พิจารณาจากปริมาณเมทแอมเฟตามีนรวม 220.217 กรัม และพฤติการณ์ที่เจ้าพนักงานได้รับแจ้งว่าจำเลยจำหน่ายยาเสพติดมาก่อนจับกุม

ธงคำตอบ

การยื่นคำร้องของจำเลยเข้าลักษณะการขอใช้กฎหมายภายหลังต่อการกระทำซึ่งมีโทษเบากว่าเดิม อันเป็นหลักการตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง ศาลต้องตรวจสอบว่าความผิดของจำเลยเข้าบทตามมาตรา 145 วรรคใด และโทษตามกฎหมายใหม่เบากว่าโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมาก รวม 220.217 กรัม และมีพฤติการณ์บ่งชี้ว่าหากไม่ถูกจับกุมจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายแก่กลุ่มผู้เสพ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าการกระทำเข้าลักษณะตามมาตรา 145 วรรคสอง ซึ่งมีโทษจำคุก 2 ปีถึง 20 ปี เป็นโทษที่เบากว่าโทษเดิมที่ลงไว้เป็นจำคุกตลอดชีวิต กรณีจึงมีเหตุให้กำหนดโทษใหม่ ศาลฎีกากำหนดโทษจำคุก 20 ปีและปรับ 2,000,000 บาท ก่อนลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุก 10 ปีและปรับ 1,000,000 บาท

ข้อ 2

ในกรณีที่จำเลยนำสืบว่าเจ้าพนักงานไม่ได้พิสูจน์หรือบรรยายฟ้องว่าจำเลยมีพฤติการณ์ร้ายแรงถึงขั้น “ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ตามมาตรา 145 วรรคสาม และจำเลยอ้างว่าเมื่อกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว ศาลต้องใช้มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นโทษเบาที่สุด ศาลต้องพิจารณาอย่างไร และความแตกต่างระหว่างวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมีผลต่อการกำหนดโทษอย่างไร

ธงคำตอบ

การวินิจฉัยว่าการกระทำเข้าบทใดไม่ขึ้นอยู่กับการบรรยายฟ้องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีตามพยานหลักฐานทั้งหมด ศาลฎีกาตรวจสอบแล้วพบว่าการกระทำของจำเลยแม้ไม่ถึงระดับเข้าข่ายวรรคสามซึ่งต้องเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยในวงกว้าง แต่มีพฤติการณ์บ่งชี้ถึงความร้ายแรงระดับก่อให้เกิดการแพร่กระจายยาเสพติดแก่ประชาชนตามมาตรา 145 วรรคสอง จึงไม่อาจใช้วรรคหนึ่งที่มีโทษเบากว่าได้ การจัดลำดับความร้ายแรงระหว่างวรรคทั้งสามมีผลโดยตรงต่อโทษสูงสุดและต่ำสุดที่ศาลกำหนดได้ ศาลฎีกาจึงยึดวรรคสองซึ่งมีโทษกลางและเป็นคุณแกจำเลยมากกว่าโทษเดิมที่เป็นจำคุกตลอดชีวิต

ข้อ 3

เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดโดยอ้างประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 152 วรรคสอง ซึ่งให้อำนาจศาลลดโทษได้หากมีเหตุสมควรเป็นกรณีเฉพาะราย เช่น ฐานะเศรษฐกิจ การศึกษา อายุ หรือสภาพครอบครัวของจำเลย ให้วินิจฉัยว่าคำขอดังกล่าวสามารถนำมาพิจารณาได้หรือไม่ในกระบวนการ “กำหนดโทษใหม่” ตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง

ธงคำตอบ

แม้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวจำเลยอาจเป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจลดโทษตามมาตรา 152 วรรคสองได้ในการกำหนดโทษครั้งแรก แต่เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว การยื่นคำร้องภายหลังมิใช่การกำหนดโทษครั้งแรก จึงไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรา 152 วรรคสอง มาตรา 3 วรรคหนึ่งมีขอบเขตจำกัดเพื่อใช้เฉพาะการเปลี่ยนบทกฎหมายที่ใช้ลงโทษเท่านั้น ไม่ใช่เหตุให้ศาลกลับไปใช้ดุลพินิจใหม่ในการประเมินสภาพส่วนตัวของจำเลย ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยข้ออ้างมาตรา 152 วรรคสอง และพิจารณาเฉพาะประเด็นผลของกฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลย

ข้อ 4

ในคดีนี้จำเลยถูกพิพากษาลงโทษหลายกรรมหลายกระทง ได้แก่ ฐานครอบครองเพื่อจำหน่าย ฐานเสพ ฐานผลิตและครอบครองพืชกระท่อม และฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยคำร้องขอกำหนดโทษใหม่ยื่นเฉพาะในกระทงครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้วิเคราะห์ว่าหลักกฎหมายตามมาตรา 91 และหลักหลายกรรมมีผลต่อการกำหนดโทษใหม่เฉพาะกระทงเดียวอย่างไร และเมื่อศาลกำหนดโทษใหม่เฉพาะกระทงนั้นแล้วต้องรวมโทษเดิมอย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา 91 ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป หลักหลายกรรมแยกโทษแต่ละกระทงจากกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอกำหนดโทษใหม่เฉพาะกระทงครอบครองเพื่อจำหน่าย การพิจารณาของศาลจำกัดเฉพาะกระทงนั้นเท่านั้น ศาลฎีกาจึงกำหนดโทษใหม่ตามมาตรา 145 วรรคสองแล้วลดโทษตามมาตรา 78 เหลือจำคุก 10 ปีและปรับ 1,000,000 บาท ส่วนกระทงอื่นยังคงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเดิม เมื่อรวมโทษทั้งหมดแล้วจึงเป็นจำคุก 10 ปี 7 เดือน และปรับ 1,002,500 บาท แสดงให้เห็นว่าหลักหลายกรรมไม่ทำให้โทษกระทงอื่นเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการกำหนดโทษใหม่ในกระทงหนึ่ง

ข้อ 5

เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งก่อนจับกุมว่าจำเลยมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด และเมื่อค้นพบของกลางเป็นเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากในหลายรูปแบบ รวมปริมาณสารบริสุทธิ์ 220.217 กรัม ให้วินิจฉัยว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีผลต่อการตีความว่าเป็นการ “ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ตามมาตรา 145 วรรคสองหรือไม่ และเหตุใดศาลฎีกาจึงยอมรับพฤติการณ์ดังกล่าวแม้ไม่มีการบรรยายฟ้องไว้โดยละเอียด

ธงคำตอบ

แม้ฟ้องไม่ได้บรรยายโดยละเอียดว่าจำเลยจำหน่ายยาเสพติดจนก่อให้เกิดผลกระทบ แต่ศาลสามารถวินิจฉัยจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์โดยรวมได้ เมื่อพบว่าของกลางมีจำนวนมากหลากหลายรูปแบบ บวกกับการที่มีผู้แจ้งข้อมูลการจำหน่ายมาก่อนจับกุม ศาลย่อมมีเหตุผลเชื่อว่าหากไม่ถูกจับกุมจะมีการแพร่กระจายยาเสพติดสู่กลุ่มผู้เสพอย่างแน่นอน พฤติการณ์จึงเข้าลักษณะตามมาตรา 145 วรรคสอง ศาลฎีกายอมรับพฤติการณ์ดังกล่าวเพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับลักษณะความร้ายแรงของการกระทำ ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญที่ต้องบรรยายในฟ้องให้ครบถ้วน การวินิจฉัยจึงสอดคล้องกับหลักการพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีเพื่อกำหนดโทษตามบทกฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลย 




คดียาเสพติดให้โทษ

พนักงานรัฐวิสาหกิจกับโทษคดียาเสพติดสามเท่า การใช้กฎหมายที่เป็นคุณ และการริบโทรศัพท์ของกลาง
การนำยาเสพติดเข้าประเทศ ถือว่าสำเร็จหรือพยายาม
กระบวนการริบทรัพย์ในคดียาเสพติดกับขั้นตอนขอให้รับฎีกาไว้พิจารณาตามกฎหมายพิเศษ
การกำหนดโทษผู้สนับสนุนคดีจำหน่ายยาเสพติดตามบทกฎหมายที่เป็นคุณ(ฎีกา 7422/2568)
ผู้ใหญ่บ้านคดียาเสพติด เพิ่มโทษสามเท่า ปรับบทกฎหมายได้ไม่ถือเพิ่มโทษ(ฎีกา 2806/2554)
กำหนดโทษใหม่คดียาเสพติด อุทธรณ์ได้แค่ไหน ใช้กฎหมายใหม่อย่างไร(ฎีกา 4912/2566)
ยกฟ้องฐานผลิต/ครอบครองกัญชา หลัง “พืชกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด”(ฎีกา 1225/2567)
พยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน & สมคบยา, ข้อสันนิษฐาน (ฎีกา 2182/2567)
เปิดบัญชีรับเงินค้ายา = สมคบยาเสพติด, กำหนดโทษใหม่, การแบ่งหน้าที่ (ฎีกา 2306/2567)
(ฎีกา 2682/2567) – คดียาเสพติด ผู้สนับสนุนการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567 : การอุทธรณ์คดียาเสพติดและหลักกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย
การเพิ่มโทษผู้กระทำผิดไม่เข็ดหลาบในคดียาเสพติดและการยื่นคำร้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568: กำหนดโทษใหม่ตามกฎหมายภายหลังที่เป็นคุณแก่จำเลยในคดียาเสพติด
ศาลฎีกากำหนดโทษใหม่จำเลยคดียาเสพติดตามกฎหมายใหม่ – คำพิพากษาฎีกาที่ 875/2568
บทลงโทษผู้เสพยาเสพติด, เพิ่มโทษจำคุกหนึ่งในสามตามมาตรา 92, รอการลงโทษจำคุกตามมาตรา 56,
คดีถึงที่สุดแล้วเรือนจำเป็นภูมิลำเนาของจำเลย, ภูมิลำเนาผู้ต้องขัง, การส่งสำเนาอุทธรณ์ผิดที่
มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นหลายกรรม
สมคบเพื่อการค้ายาเสพติด มีโทษอย่างไร
เหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้
ธนบัตรที่นำไปล่อซื้อยาเสพติดไม่ใช่สาระสำคัญถึงกับมีข้อสงสัยยกฟ้อง
คำว่า จำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย | ผิดกรรมเดียว
รับฝากยาบ้า 4.013 เม็ด ถูกจำคุก 22 ปี
ริบทรัพย์สินเกี่ยวกับยาเสพติด
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ เมทแอมเฟตามีน 75 เม็ด
ครอบครองยาบ้า 584 เม็ด รับสารภาพจำคุก 25 ปี
ยาเสพติดให้โทษ 600 เม็ด จำคุก 20 ปี
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษ 750 เม็ด โทษ 20 ปี
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 778 เม็ด จำคุก 25 ปี article
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 1,200 เม็ด จำคุก 18 ปี
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 2,374 เม็ด
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) 3,017 เม็ด
เมทแอมเฟตามีน 5,290 เม็ด จำคุก 20 ปี
ยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า 12,000 เม็ด จำคุก 33 ปี 9 เดือน
ให้บัญชีธนาคารคนอื่นใช้โอนเงินค่ายาเสพติดโทษเท่ากันกับตัวการ
ขอลดโทษคดียาเสพติดตามมาตรา 100/2
การกำหนดโทษใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง
พยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย
ยาบ้า 279 เม็ด โทษจำคุก 7 ปี ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย
ข้อมูลเป็นประโยชน์ตามมาตรา 100/2
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาบ้า 27 เม็ด
การสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า เมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ นำเข้า 22 เม็ด