ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ผู้ใหญ่บ้านคดียาเสพติด เพิ่มโทษสามเท่า ปรับบทกฎหมายได้ไม่ถือเพิ่มโทษ(ฎีกา 2806/2554)

คำพิพากษาศาลฎีกา 2806/2554, ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายยาเสพติด, การเพิ่มโทษสามเท่าตาม พ.ร.บ.ปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 10, ความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย, หลักการลงโทษเจ้าพนักงานที่กระทำผิดอาญา, การปรับบทกฎหมายในชั้นอุทธรณ์ไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษ, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดียาเสพติดเจ้าหน้าที่รัฐ, อำนาจศาลอุทธรณ์ในการแก้บทกฎหมาย, ความแตกต่างระหว่างการเพิ่มโทษกับการปรับบทกฎหมาย, คดีอาญายาเสพติด

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการกำหนดโทษในคดียาเสพติดกรณีจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง เมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงต้องรับโทษหนักเป็นพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยศาลได้วางหลักการสำคัญเกี่ยวกับการเพิ่มโทษเป็นสามเท่า และยืนยันว่าการที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมายพิเศษ ไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษแก่จำเลยแต่อย่างใด

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยรับสารภาพเฉพาะข้อหาอาวุธปืน แต่ปฏิเสธข้อหายาเสพติด โดยศาลต้องพิจารณาว่าจำเลยมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายพิเศษหรือไม่ และผลทางกฎหมายต่อการกำหนดโทษเป็นอย่างไร

คำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน จึงเพิ่มโทษเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100 และรวมโทษจำคุกและปรับตามที่เห็นสมควร

ประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่บทกฎหมายที่ใช้เพิ่มโทษ ว่าควรเป็นบทใดระหว่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ กับพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และการที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขบทกฎหมายดังกล่าว จะถือเป็นการเพิ่มโทษจำเลยหรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตามกฎหมาย จึงต้องใช้บทเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ไม่ใช่มาตรา 100 ของกฎหมายยาเสพติด และการปรับบทกฎหมายดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษใหม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยย้ำว่าตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษเป็นสามเท่าตามกฎหมายพิเศษ การที่ศาลอุทธรณ์แก้บทกฎหมายจากที่ศาลชั้นต้นใช้ผิด เป็นการแก้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย มิใช่การลงโทษหนักขึ้นโดยไม่ชอบ

หลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาที่ควรศึกษา

คำพิพากษานี้วางหลักชัดเจนว่า

การพิจารณาเพิ่มโทษต้องอาศัยบทกฎหมายที่ถูกต้องตามสถานะของจำเลย

การปรับบทกฎหมายในชั้นอุทธรณ์ หากไม่ทำให้โทษหนักกว่ากรอบกฎหมายเดิม ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิจำเลย

เจ้าพนักงานที่กระทำความผิดยาเสพติดต้องรับโทษหนักเป็นพิเศษตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้บทกฎหมายพิเศษให้ถูกต้อง และยืนยันหลักว่าศาลสามารถแก้ไขบทกฎหมายเพื่อให้ถูกต้องได้โดยไม่กระทบสิทธิของจำเลย หากไม่เป็นการเพิ่มโทษเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเห็นว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน จึงเพิ่มโทษเป็นสามเท่าตามกฎหมายยาเสพติด

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้บทกฎหมาย โดยใช้บทเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 10 และเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษ

3. ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องเป็นไปโดยชอบ ไม่เป็นการลงโทษจำเลยหนักขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2806/2554

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จึงเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 เมื่อจำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยสามเท่าตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100 จึงไม่ถูกต้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบที่จะปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ไม่ถือว่าเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หลายมาตรา รวมทั้งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พร้อมขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษแยกเป็นกระทง ตามฐานมียาเสพติดให้โทษ จำคุก 4 ปี และปรับ 400,000 บาท เพิ่มโทษเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100 เป็นจำคุก 12 ปี และปรับ 1,200,000 บาท ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี และปรับ 800,000 บาท ส่วนความผิดฐานอาวุธปืน ลงโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 8 ปี 6 เดือน และปรับ 800,000 บาท พร้อมริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้บทกฎหมาย โดยเห็นว่าจำเลยต้องรับโทษเพิ่มเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ลงโทษจำคุก 12 ปี และปรับ 1,200,000 บาท ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี และปรับ 800,000 บาท ส่วนความผิดอาวุธปืน ลดโทษคงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 8 ปี 3 เดือน และปรับ 800,000 บาท พร้อมคืนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่เจ้าของ

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตามกฎหมาย เมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องรับโทษเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษแก่จำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบแล้ว จึงพิพากษายืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม: ผู้ใหญ่บ้านถือเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมายที่ใช้เพิ่มโทษคดียาเสพติดหรือไม่ และเพราะเหตุใดจึงเข้าข่ายต้องรับโทษหนักขึ้น?

คำตอบ: ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ จึงเข้าลักษณะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จึงต้องรับโทษหนักเป็นพิเศษตามบทเพิ่มโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับเจ้าพนักงาน

2. คำถาม: กรณีเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องเพิ่มโทษ “สามเท่า” ตามกฎหมายใด?

คำตอบ: ต้องเพิ่มโทษเป็นสามเท่าตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (บทเพิ่มโทษสำหรับเจ้าพนักงาน) ไม่ใช่บทเพิ่มโทษตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษที่ศาลชั้นต้นอ้างใช้ในคดีนี้

3. คำถาม: ทำไมศาลชั้นต้นที่เพิ่มโทษสามเท่าตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษจึงถือว่า “ปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง”?

คำตอบ: เพราะกรณีจำเลยมีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน บทเพิ่มโทษสามเท่าที่ถูกต้องต้องอาศัยกฎหมายพิเศษที่กำหนดมาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสำหรับเจ้าพนักงานโดยเฉพาะ การนำบทเพิ่มโทษของกฎหมายยาเสพติดให้โทษมาใช้แทนจึงไม่ตรงกับบทกฎหมายที่ควรบังคับในกรณีเจ้าพนักงาน

4. คำถาม: ศาลอุทธรณ์สามารถแก้ไขบทกฎหมายที่ใช้เพิ่มโทษให้ถูกต้องได้หรือไม่ และจะถือว่าเป็นการ “เพิ่มโทษจำเลย” หรือไม่?

คำตอบ: ศาลอุทธรณ์สามารถปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ หากเป็นการแก้ไขเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะของจำเลย การแก้จากบทเพิ่มโทษที่ศาลชั้นต้นใช้ผิดไปเป็นบทที่ถูกต้อง ไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษจำเลยโดยมิชอบ

5. คำถาม: ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคดีนี้คืออะไร?

คำตอบ: ศาลฎีกายืนว่า ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย และเมื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องรับโทษเพิ่มเป็นสามเท่าตามกฎหมายมาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด นอกจากนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ไม่ใช่การเพิ่มเติมโทษจำเลย

6. คำถาม: คำพิพากษานี้ให้แนวทางอย่างไรเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง “ปรับบทกฎหมาย” กับ “เพิ่มโทษ” ในคดีอาญา?

คำตอบ: แนวทางสำคัญคือ การปรับบทกฎหมายหมายถึงการแก้ไขฐานกฎหมายที่นำมาบังคับให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงและสถานะของผู้กระทำผิด หากยังอยู่ในกรอบโทษที่กฎหมายกำหนดและเป็นการแก้เพื่อความถูกต้อง ย่อมไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษจำเลยในความหมายที่เป็นการลงโทษหนักขึ้นโดยไม่ชอบ

7. คำถาม: หากจำเลยมีความผิดหลายกรรมทั้งยาเสพติดและอาวุธปืน ศาลลงโทษอย่างไรโดยหลักทั่วไป?

คำตอบ: โดยหลักทั่วไปเมื่อการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษแยกเป็นกระทงตามแต่ละฐานความผิด แล้วรวมโทษตามหลักกฎหมายอาญา การเพิ่มโทษตามบทกฎหมายพิเศษจะพิจารณาเฉพาะกรรมที่เข้าหลักเกณฑ์ของบทเพิ่มโทษนั้น




คดียาเสพติดให้โทษ

พนักงานรัฐวิสาหกิจกับโทษคดียาเสพติดสามเท่า การใช้กฎหมายที่เป็นคุณ และการริบโทรศัพท์ของกลาง
การนำยาเสพติดเข้าประเทศ ถือว่าสำเร็จหรือพยายาม
กระบวนการริบทรัพย์ในคดียาเสพติดกับขั้นตอนขอให้รับฎีกาไว้พิจารณาตามกฎหมายพิเศษ
การกำหนดโทษผู้สนับสนุนคดีจำหน่ายยาเสพติดตามบทกฎหมายที่เป็นคุณ(ฎีกา 7422/2568)
กำหนดโทษใหม่คดียาเสพติด อุทธรณ์ได้แค่ไหน ใช้กฎหมายใหม่อย่างไร(ฎีกา 4912/2566)
ประเด็นกำหนดโทษใหม่ในคดียาเสพติด,โทษเป็นคุณ,(ฎีกา 218/2567)
ยกฟ้องฐานผลิต/ครอบครองกัญชา หลัง “พืชกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด”(ฎีกา 1225/2567)
พยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน & สมคบยา, ข้อสันนิษฐาน (ฎีกา 2182/2567)
เปิดบัญชีรับเงินค้ายา = สมคบยาเสพติด, กำหนดโทษใหม่, การแบ่งหน้าที่ (ฎีกา 2306/2567)
(ฎีกา 2682/2567) – คดียาเสพติด ผู้สนับสนุนการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567 : การอุทธรณ์คดียาเสพติดและหลักกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย
การเพิ่มโทษผู้กระทำผิดไม่เข็ดหลาบในคดียาเสพติดและการยื่นคำร้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 434/2568: กำหนดโทษใหม่ตามกฎหมายภายหลังที่เป็นคุณแก่จำเลยในคดียาเสพติด
ศาลฎีกากำหนดโทษใหม่จำเลยคดียาเสพติดตามกฎหมายใหม่ – คำพิพากษาฎีกาที่ 875/2568
บทลงโทษผู้เสพยาเสพติด, เพิ่มโทษจำคุกหนึ่งในสามตามมาตรา 92, รอการลงโทษจำคุกตามมาตรา 56,
คดีถึงที่สุดแล้วเรือนจำเป็นภูมิลำเนาของจำเลย, ภูมิลำเนาผู้ต้องขัง, การส่งสำเนาอุทธรณ์ผิดที่
มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นหลายกรรม
สมคบเพื่อการค้ายาเสพติด มีโทษอย่างไร
เหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้
ธนบัตรที่นำไปล่อซื้อยาเสพติดไม่ใช่สาระสำคัญถึงกับมีข้อสงสัยยกฟ้อง
คำว่า จำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย | ผิดกรรมเดียว
รับฝากยาบ้า 4.013 เม็ด ถูกจำคุก 22 ปี
ริบทรัพย์สินเกี่ยวกับยาเสพติด
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ เมทแอมเฟตามีน 75 เม็ด
ครอบครองยาบ้า 584 เม็ด รับสารภาพจำคุก 25 ปี
ยาเสพติดให้โทษ 600 เม็ด จำคุก 20 ปี
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษ 750 เม็ด โทษ 20 ปี
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 778 เม็ด จำคุก 25 ปี article
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 1,200 เม็ด จำคุก 18 ปี
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ 2,374 เม็ด
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) 3,017 เม็ด
เมทแอมเฟตามีน 5,290 เม็ด จำคุก 20 ปี
ยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า 12,000 เม็ด จำคุก 33 ปี 9 เดือน
ให้บัญชีธนาคารคนอื่นใช้โอนเงินค่ายาเสพติดโทษเท่ากันกับตัวการ
ขอลดโทษคดียาเสพติดตามมาตรา 100/2
การกำหนดโทษใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง
พยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยยกประโยชน์ แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย
ยาบ้า 279 เม็ด โทษจำคุก 7 ปี ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย
ข้อมูลเป็นประโยชน์ตามมาตรา 100/2
ครอบครองเพื่อจำหน่าย ยาบ้า 27 เม็ด
การสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า เมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด
ยาบ้า ยาเสพติดให้โทษ นำเข้า 22 เม็ด