ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การหย่าตามกฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้และผลทางทะเบียน

การหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามในจังหวัดนราธิวาส, การใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489 มาตรา 3, ความแตกต่างระหว่างเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. กับกฎหมายอิสลาม, อำนาจคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในการชี้ขาดหย่า, ผลสมบูรณ์ของคำตัดสินหย่าตามหลักศาสนาอิสลาม, การจดทะเบียนหย่าหลังมีคำชี้ขาดศาสนา, การบังคับใช้กฎหมายพิเศษในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้, สิทธิในครอบครัวของอิสลามศาสนิก, หย่าโดยไม่ต้องฟ้องศาลซ้ำ, แนววินิจฉัยคดีเยาวชนและครอบครัว 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้แทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะกรณีการหย่าระหว่างคู่สมรสที่เป็นอิสลามศาสนิกซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนราธิวาส ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีอยู่ที่การวินิจฉัยว่า เมื่อมีคำชี้ขาดให้หย่าตามหลักกฎหมายอิสลามโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแล้ว คู่สมรสยังจำต้องฟ้องศาลเพื่อขอให้พิพากษาหย่าตามมาตรา 1516 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีกหรือไม่

ศาลฎีกาได้วางหลักสำคัญว่า ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489 มาตรา 3 ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนกฎหมายแพ่งทั่วไป ดังนั้น เมื่อมีการหย่าที่ชอบตามหลักกฎหมายอิสลามแล้ว การหย่าย่อมมีผลสมบูรณ์เช่นเดียวกับการหย่าตามกฎหมายแพ่ง และสามารถนำไปจดทะเบียนหย่าได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่

สรุปข้อเท็จจริง

โจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต่อมาโจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอ้างเหตุหย่าตามมาตรา 1516 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลชั้นต้นจึงให้สืบพยานฝ่ายโจทก์เพียงฝ่ายเดียว ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนฟ้องคดี โจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากจำเลยโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 โดยคำตัดสินระบุว่าเป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาและกฎระเบียบทุกประการ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าการหย่ามีผลสมบูรณ์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา 

ประเด็นที่หนึ่ง ลักษณะคดีเป็นคดีครอบครัวหรือไม่

ศาลเห็นว่า สภาพแห่งข้อหาเป็นเรื่องครอบครัว จึงตกอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489

ประเด็นที่สอง ต้องใช้กฎหมายใดวินิจฉัยเหตุหย่า

เมื่อมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงต้องใช้เหตุหย่าตามหลักกฎหมายอิสลาม ไม่ใช่มาตรา 1516

ประเด็นที่สาม ผลของคำชี้ขาดคณะกรรมการอิสลาม

เมื่อมีคำตัดสินหย่าตามหลักศาสนาอิสลามโดยชอบ การหย่าย่อมมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้เช่นเดียวกับการหย่าตามกฎหมายแพ่ง

ประเด็นที่สี่ จำต้องฟ้องศาลใหม่หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่จำต้องฟ้องคดีใหม่ การหย่ามีผลแล้ว และสามารถนำหลักฐานไปจดทะเบียนหย่าได้เลย

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

หลักสำคัญคือ “กฎหมายพิเศษย่อมใช้บังคับเหนือกฎหมายทั่วไป” พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489 เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีเจตนารมณ์คุ้มครองวิถีชีวิตและหลักศาสนาของอิสลามศาสนิกในพื้นที่เฉพาะ

มาตรา 3 กำหนดชัดเจนว่า ในคดีครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่กำหนด ให้ใช้กฎหมายอิสลามบังคับแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ดังนั้น การตีความมาตรา 1516 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ย่อมต้องหลีกทางให้กฎหมายอิสลามในกรณีที่เข้าเงื่อนไข

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติปี 2489 คือการรับรองระบบกฎหมายครอบครัวอิสลามให้มีสถานะทางกฎหมายในเขตพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเคารพหลักศาสนาและวัฒนธรรม

ศาลฎีกาจึงตีความให้คำชี้ขาดของคณะกรรมการอิสลามมีผลในทางกฎหมายเต็มรูป ไม่ใช่เพียงผลในทางศาสนาเท่านั้น

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาก่อนหน้าได้วางหลักสอดคล้องกันว่า ในคดีครอบครัวของอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดดังกล่าว ต้องใช้กฎหมายอิสลามบังคับ และศาลต้องตรวจสอบก่อนว่ากรณีเข้าองค์ประกอบของกฎหมายพิเศษหรือไม่

คำพิพากษานี้จึงตอกย้ำหลักการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะเหนือกฎหมายทั่วไป และสร้างความชัดเจนด้านผลทางทะเบียนของการหย่า

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง เห็นว่าการหย่ามีผลสมบูรณ์แล้วตามหลักกฎหมายอิสลาม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

2. ศาลอุทธรณ์

ไม่มีการวินิจฉัย เนื่องจากโจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา

3. ศาลฎีกา

พิพากษายืน ให้ถือว่าคู่ความหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามแล้ว และให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนหย่าให้ตามคำพิพากษา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

4. สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คำพิพากษานี้วางหลักชัดเจนว่าการใช้กฎหมายต้องพิจารณาลำดับศักดิ์และลักษณะเฉพาะของกฎหมาย หากเป็นกรณีที่อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ย่อมต้องใช้กฎหมายพิเศษก่อน

ในคดีครอบครัวของอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ การหย่าที่ชอบตามหลักกฎหมายอิสลามมีผลสมบูรณ์ในทางกฎหมายทันที และไม่จำต้องใช้กระบวนการศาลซ้ำอีก การฟ้องซ้ำจึงเป็นการใช้สิทธิที่ไม่มีประโยชน์ทางกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายครอบครัวในกรณีคู่สมรสที่เป็นอิสลามศาสนิกซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489 โดยต้องวินิจฉัยว่า จะใช้เหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 หรือจะต้องใช้หลักกฎหมายอิสลามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อเป็นคดีครอบครัวของอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดนราธิวาส ย่อมต้องใช้กฎหมายอิสลามบังคับแทนกฎหมายแพ่งทั่วไป และเมื่อมีคำชี้ขาดหย่าตามหลักศาสนาอิสลามโดยชอบแล้ว การหย่าย่อมมีผลสมบูรณ์ ไม่จำต้องฟ้องศาลใหม่

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเขตพื้นที่ดังกล่าว อันเป็นหลักกฎหมายเฉพาะที่มีผลเหนือกฎหมายทั่วไป

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. “การใช้กฎหมายอิสลามแทนกฎหมายแพ่ง (มาตรา 3 พ.ร.บ.ใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489)”

หมายถึง หลักที่ว่าคดีครอบครัวของอิสลามศาสนิกในจังหวัดที่กำหนด ต้องใช้กฎหมายอิสลามบังคับแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้จะมีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแพ่งก็ตาม ศาลจึงต้องพิจารณาเหตุหย่าตามหลักศาสนา ไม่ใช่มาตรา 1516

2. “ผลสมบูรณ์ของการหย่าตามหลักศาสนาอิสลามโดยไม่ต้องฟ้องใหม่”

หมายถึง เมื่อมีคำชี้ขาดของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดโดยชอบตามหลักศาสนาแล้ว การหย่าย่อมมีผลทางกฎหมายสมบูรณ์ทันที และสามารถนำไปจดทะเบียนหย่าได้โดยไม่จำต้องยื่นฟ้องศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาหย่าซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. การหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามต้องฟ้องศาลอีกหรือไม่

คำตอบ

ไม่จำเป็น หากมีคำชี้ขาดโดยชอบจากคณะกรรมการอิสลามในเขตที่กฎหมายกำหนด

2. การหย่าอิสลามมีผลเทียบเท่ากฎหมายแพ่งหรือไม่

คำตอบ

มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3. มาตรา 1516 ใช้กับมุสลิมในนราธิวาสหรือไม่

คำตอบ

ไม่ใช้ หากเข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489

4. ต้องจดทะเบียนหย่าหรือไม่

คำตอบ

ต้องนำหลักฐานไปจดทะเบียนเพื่อให้ปรากฏในทางทะเบียน แต่ไม่ต้องฟ้องใหม่

5. คณะกรรมการอิสลามมีอำนาจเพียงใด

คำตอบ

มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดตามหลักศาสนาในเรื่องครอบครัวและมรดก

6. หากฟ้องศาลซ้ำจะเป็นอย่างไร

คำตอบ

ศาลอาจยกฟ้องเนื่องจากสิทธิฟ้องได้สิ้นสุดแล้ว

7. คำพิพากษานี้มีความสำคัญอย่างไร

คำตอบ

เป็นบรรทัดฐานสำคัญในการยืนยันผลทางกฎหมายของการหย่าตามหลักศาสนาอิสลามในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

        เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4230/2558 

โจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์มาฟ้องหย่าจำเลยโดยบรรยายเหตุแห่งการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพแห่งข้อหาจึงเป็นเรื่องครอบครัว ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ที่ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงต้องใช้เหตุฟ้องหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามมาบังคับใช้แทน ป.พ.พ. มาตรา 1516 เมื่อโจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากการเป็นภริยาจำเลยโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส โดยระบุไว้ในหนังสือการหย่าร้างว่า คำตัดสินนี้เป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาและกฎระเบียบทุกประการ จึงเป็นการหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลาม มีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และสามารถนำไปใช้เพื่อจดทะเบียนหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เลย โดยโจทก์ไม่จำต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย แม้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคดีสิทธิในครอบครัวจึงให้สืบพยานฝ่ายโจทก์ และพิพากษายกฟ้อง โดยให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คู่ความเป็นอิสลามศาสนิกมีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลาม พ.ศ.2489 มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้โจทก์จะอ้างเหตุหย่าตามมาตรา 1516 ก็ตาม

ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากจำเลยแล้วโดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งเป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาอิสลามโดยชอบ การหย่าจึงมีผลสมบูรณ์เช่นเดียวกับการหย่าตามกฎหมายแพ่ง และสามารถนำไปจดทะเบียนหย่าได้โดยไม่ต้องฟ้องใหม่

ศาลฎีกาพิพากษายืน และสั่งให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนหย่าให้ตามคำพิพากษา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ศาลชั้นต้นจึงให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีเหตุฟ้องหย่าจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยเป็นอิสลามศาสนิก มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส สมรสกันถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและจดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วโจทก์มาฟ้องหย่าจำเลยโดยบรรยายเหตุแห่งการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพแห่งข้อหาจึงเป็นเรื่องครอบครัว ย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 มาตรา 3 ที่ให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อปัญหาข้อกฎหมายที่ใช้วินิจฉัยคดีนี้เป็นเรื่องเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 จึงต้องใช้เหตุฟ้องหย่าตามหลักกฎหมายอิสลามมาบังคับใช้ คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ถูกตัดสินให้หย่าขาดจากการเป็นภริยาของจำเลยแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 ด้วยเหตุที่จำเลยได้กระทำผิดสัญญาที่ได้กล่าวไว้ในทะเบียนสมรส ซึ่งเหตุฟ้องหย่ากรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสได้พิจารณาไตร่ตรองแล้ว โดยระบุไว้ตอนท้ายเอกสารว่า คำตัดสินนี้เป็นคำชี้ขาดตามหลักศาสนาอิสลามและกฎระเบียบทุกประการ จึงเป็นการหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามนับแต่นั้น การหย่ามีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้เช่นเดียวกับการหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักฐานการหย่าตามกฎหมายอิสลามสามารถนำไปใช้เพื่อจดทะเบียนหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้เลย โดยไม่ต้องนำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์พอแปลได้ว่าโจทก์ฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ก็เพื่อจะนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนการหย่าต่อเจ้าพนักงานให้ปรากฏชัดแจ้งในทางทะเบียน จึงเห็นสมควรมีคำสั่งในส่วนนี้เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติต่อไป

พิพากษายืน โจทก์และจำเลยหย่ากันโดยชอบตามหลักกฎหมายอิสลามแล้ว จึงให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนการหย่าให้โจทก์และจำเลยตามคำพิพากษานี้ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




ฟ้องค่าทดแทน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5579/2567: การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามกรณีชู้สาว และหลักการใช้สิทธิฟ้องโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5856/2567 สิทธิภริยาในการเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง
สิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นตามมาตรา 1523 เมื่อหย่าโดยคำพิพากษาตามยอม
เรียกค่าทดแทนชู้สาว บุคคลที่สามแสดงตนโดยเปิดเผย
ฟ้องหญิงอื่นเรียกค่าทดแทน, สิทธิภริยากับคดีชู้สาว
(ฎีกา 748/2568) คดีฟ้องหญิงอื่นชู้สาว เรียกค่าทดแทน
สิทธิฟ้องค่าทดแทนไม่ต้องอยู่ร่วมกันและอุปการะเลี้ยงดูกันก็ฟ้องชู้สาวได้
การกระทำละเมิดของจำเลยได้เกิดขึ้นและมีอยู่ในขณะฟ้องคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
ทำหนังสือสัญญาหย่าแต่ยังไม่มีการจดทะเบียนหย่า
โจทก์มีภาพถ่ายที่จำเลยนั่งอยู่ในอ้อมกอดของสามีโจทก์