ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นตามมาตรา 1523 เมื่อหย่าโดยคำพิพากษาตามยอม

ค่าทดแทนจากหญิงอื่นตามมาตรา1523, สิทธิเรียกค่าทดแทนชู้สาว, เหตุหย่ามาตรา1516(1), ประนีประนอมยอมความกับคู่สมรส, การหย่าตามคำพิพากษาตามยอม, ข้อจำกัดสิทธิคู่สมรส, คดีชู้สาวในศาลเยาวชนและครอบครัว, หลักเกณฑ์พิสูจน์เหตุหย่า, คำพิพากษาศาลฎีกาคดีชู้สาว, องค์ประกอบสิทธิค่าทดแทน, คดีฟ้องหญิงอื่น, การแสดงตัวโดยเปิดเผยว่ามีชู้, ความรับผิดของหญิงอื่น, องค์ประกอบมาตรา1523วรรคสอง, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหย่า

           ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของภริยาในการเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นในคดีชู้สาวตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า การหย่าที่เกิดขึ้นโดยการทำสัญญาประนีประนอมและมีคำพิพากษาตามยอม จะถือเป็น “ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)” หรือไม่ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเรียกค่าทดแทน อีกทั้งยังพิจารณาว่าคำฟ้องได้อ้างถึงการแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้สาวตามวรรคสองหรือไม่ คดีนี้จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนถึงขอบเขตการใช้สิทธิเรียกค่าทดแทนในคดีครอบครัวและหลักการตีความบทบัญญัติว่าด้วยเหตุหย่าและพฤติการณ์แห่งความรับผิดของหญิงอื่นโดยเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ข้อเท็จจริงโดยสรุป

โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนายนพดล อยู่กินกันมานานกว่า 16 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาทราบว่าสามีมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยและร่วมประเวณีกันเป็นอาจิณ โจทก์จึงฟ้องหย่าต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ สามียอมรับว่ามีความสัมพันธ์ดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยยินยอมหย่ากัน ศาลมีคำพิพากษาตามยอม ภายหลังจดทะเบียนหย่าตามข้อตกลง โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าทดแทนรวม 500,000 บาท โดยอ้างความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และจิตใจ

จำเลยให้การปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา

ประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย

ประเด็นหลักคือ โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยตามมาตรา 1523 หรือไม่ โดยต้องวินิจฉัยว่า

1. การหย่าที่เกิดจากสัญญาประนีประนอมและคำพิพากษาตามยอม ถือเป็นการ “ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)” หรือไม่

2. คำฟ้องของโจทก์ได้ยกพฤติการณ์ตามมาตรา 1523 วรรคสอง คือ การที่หญิงอื่น “แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว” หรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1 มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง – เงื่อนไข “ศาลพิพากษาให้หย่ากัน”

ศาลฎีกาชี้ว่า แม้คู่สมรสจะมีข้อพิพาทว่ามีการชู้สาวจริง แต่เมื่อจบลงด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลมีคำพิพากษาตามยอม การยอมความไม่ใช่การที่ศาลวินิจฉัยตามเหตุหย่า แต่เป็นผลของความสมัครใจคู่ความ

ดังนั้น การหย่าตามคำพิพากษาตามยอม ไม่ใช่การหย่าที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)

โจทก์จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง

2 มาตรา 1523 วรรคสอง – การแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้สาว

ศาลตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว ตามเงื่อนไขของมาตรา 1523 วรรคสอง

เมื่อจำเลยไม่ถูกกล่าวหาว่าแสดงตนต่อสาธารณะในลักษณะดังกล่าว โจทก์ย่อมไม่อาจนำสืบประเด็นนี้

ศาลจึงไม่อาจให้ความคุ้มครองตามวรรคสองได้เช่นกัน

วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์

บทบัญญัติมาตรา 1523 มีเจตนารมณ์สองประการสำคัญ

1. คุ้มครองความมั่นคงของครอบครัว โดยเปิดช่องให้คู่สมรสผู้เสียหายเรียกค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกที่ก่อเหตุชู้สาว

2. ไม่ขยายความรับผิดเกินสมควร โดยกำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่า จะรับผิดเฉพาะกรณี

มีคำพิพากษาหย่าเพราะเหตุชู้สาว (วรรคหนึ่ง) หรือ

หญิงอื่นแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว (วรรคสอง)

ศาลใช้การตีความโดยเคร่งครัด เนื่องจากเป็นเรื่องความรับผิดทางแพ่งที่มีลักษณะเป็นข้อจำกัดสิทธิของบุคคลภายนอก ศาลจึงไม่อาจขยายความเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ

การที่คู่สมรสยินยอมหย่าโดยสัญญาประนีประนอม มิใช่การที่ศาลวินิจฉัยและรับรองเหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) เพราะศาลไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องชู้สาว ศาลเพียงรับข้อตกลงของคู่ความ

ดังนั้น จึงไม่เข้าเงื่อนไขของมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีถือในทำนองเดียวกันว่า

การหย่าโดยสัญญาประนีประนอมไม่ใช่การหย่าที่ศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุชู้สาว

ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ต้องตีความอย่างเคร่งครัด

การบรรยายฟ้องต้องอ้างเหตุให้ครบองค์ประกอบตามบทบัญญัติ มิฉะนั้นไม่เกิดประเด็นให้ศาลวินิจฉัย

แนววินิจฉัยนี้สะท้อนเจตนารมณ์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่รักษาความสมดุลระหว่างสิทธิของภริยาและการจำกัดความรับผิดของบุคคลภายนอก

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น วินิจฉัยว่า การหย่าของคู่สมรสเกิดจากสัญญาประนีประนอมและคำพิพากษาตามยอม มิใช่เหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) และคำฟ้องไม่อ้างพฤติการณ์ตามวรรคสอง พิพากษายกฟ้อง

2. ศาลอุทธรณ์ เห็นพ้องว่าการหย่าดังกล่าวไม่ถือว่าศาลพิพากษาให้หย่าตามเหตุชู้สาว และคำฟ้องไม่เข้าองค์ประกอบของวรรคสอง พิพากษายืน

3. ศาลฎีกา วินิจฉัยเหมือนศาลล่างว่าไม่มีองค์ประกอบตามมาตรา 1523 ทั้งสองวรรค โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลย พิพากษายืน

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1. การหย่าโดยการทำสัญญาประนีประนอมและคำพิพากษาตามยอม ไม่ถือเป็นการที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุชู้สาว ตามมาตรา 1516(1) และไม่เปิดช่องให้เรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง

2. สิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคสองต้องมีการบรรยายฟ้องชัดแจ้งว่า “หญิงอื่นแสดงตนต่อสาธารณะว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว” มิฉะนั้นย่อมไม่เกิดประเด็นข้อพิสูจน์

3. การตีความมาตรา 1523 ต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด เนื่องจากเป็นข้อจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่สมรส

4. คู่สมรสที่ประสงค์เรียกค่าทดแทนควรวางถ้อยคำในฟ้องให้ครบองค์ประกอบบทบัญญัติ มิฉะนั้นจะทำให้ไม่อาจนำสืบหรือขยายเหตุแห่งความรับผิดได้

5. แนวฎีกายืนยันว่าการอ้างเหตุชู้สาวเพื่อเรียกค่าทดแทนต้องมีคำพิพากษาหย่าโดยอาศัยเหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) เท่านั้น การหย่าด้วยข้อตกลงไม่อาจแทนที่ได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. หย่าด้วยสัญญาประนีประนอมถือเป็นเหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) หรือไม่?

ไม่ถือเป็นเหตุหย่าตามมาตรา 1516(1) เนื่องจากศาลไม่ได้วินิจฉัยว่ามีการชู้สาว แต่เป็นเพียงการรับรองข้อตกลงของคู่สมรสตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น

2. ภริยามีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้เมื่อใดตามมาตรา 1523?

ภริยามีสิทธิเรียกค่าทดแทนได้เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุชู้สาวตามมาตรา 1516(1) หรือเมื่อหญิงอื่นแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวตามมาตรา 1523 วรรคสอง

3. หากคำฟ้องไม่ได้กล่าวถึงการแสดงตนโดยเปิดเผยในทำนองชู้สาว ภริยายังเรียกค่าทดแทนได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะการเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 วรรคสองต้องมีการบรรยายฟ้องถึงพฤติการณ์ดังกล่าว มิฉะนั้นไม่เกิดประเด็นให้ศาลวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8943/2557

  ภริยามีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีได้โดยอาศัยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น" ดังนั้น การที่โจทก์จะได้รับค่าทดแทนจากจำเลยได้จึงต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาให้โจทก์และ น. หย่ากันและเหตุที่ น. อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องจำเลยฉันภริยา มีชู้ หรือร่วมประเวณีกับจำเลยเป็นอาจิณ เมื่อปรากฏว่าโจทก์กับ น. หย่ากันโดยทำสัญญาประนีประนอมต่อศาล แม้ศาลมีคำพิพากษาตามยอม การทำสัญญาประนีประนอมกันนั้นหาใช่การที่คู่ความยอมรับตามคำฟ้องและคำให้การกันไม่ จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะมีเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากจำเลยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวได้และแม้บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง จะให้สิทธิภริยาเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยไม่ต้องฟ้องหย่าสามีโดยอาศัยเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1) ก็ตาม แต่ตามคำฟ้องของโจทก์หาได้บรรยายฟ้องโดยอ้างพฤติการณ์ว่าจำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับ น. สามีโจทก์ในทำนองชู้สาวไม่ จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นที่โจทก์จะนำสืบเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนายนพดลโดยชอบด้วยกฎหมาย อยู่กินกันราว 16 ปี มีบุตร 2 คน เมื่อต้นเดือนเมษายน 2554 ทราบว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและร่วมประเวณีกับนายนพดลเป็นอาจิณ จึงฟ้องหย่าต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ นายนพดลรับว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยจริง คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้หย่าขาดจากกัน ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าทดแทนจากการเป็นชู้ อ้างว่าเสียชื่อเสียง อับอาย และเดือดร้อนทรมานจิตใจ เรียกค่าเสื่อมเสียชื่อเสียง 400,000 บาท ค่าเสื่อมเสียสุขภาพกายและใจ 100,000 บาท รวม 500,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงยุติว่าโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายนพดล มีบุตร 2 คน และเคยฟ้องหย่าโดยอ้างเหตุชู้สาวกับจำเลย ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 215/2554 แล้วจดทะเบียนหย่าตามนั้น มีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยตามมาตรา 1523 หรือไม่ โจทก์ฎีกาอ้างว่าการหย่าตามสัญญาประนีประนอมให้ถือเป็นการที่ศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1) เมื่อจำเลยเป็นเหตุแห่งการหย่า โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทน

ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ให้สิทธิภริยาหรือสามีเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสและจากบุคคลผู้เป็นเหตุหย่าได้ต่อเมื่อ “ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)” ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ศาลวินิจฉัยยืนยันเหตุชู้สาว แต่กรณีนี้คู่ความเพียงทำสัญญาประนีประนอม ศาลมีคำพิพากษาตามยอม หาใช่การที่ศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะมีเหตุหย่าตามมาตราดังกล่าวไม่ จึงไม่เข้าเงื่อนไขวรรคหนึ่ง อีกทั้งมาตรา 1523 วรรคสอง แม้จะให้สิทธิภริยาเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว โดยไม่ต้องฟ้องหย่าก็ตาม แต่คำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยแสดงตนโดยเปิดเผยเช่นนั้น จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นให้โจทก์นำสืบ ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ศาลฎีกาเห็นพ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




ฟ้องค่าทดแทน

เรียกค่าทดแทนชู้สาว บุคคลที่สามแสดงตนโดยเปิดเผย
ฟ้องหญิงอื่นเรียกค่าทดแทน, สิทธิภริยากับคดีชู้สาว
(ฎีกา 748/2568) คดีฟ้องหญิงอื่นชู้สาว เรียกค่าทดแทน article
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5579/2567: การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามกรณีชู้สาว และหลักการใช้สิทธิฟ้องโดยสุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5856/2567 สิทธิภริยาในการเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง
สิทธิฟ้องค่าทดแทนไม่ต้องอยู่ร่วมกันและอุปการะเลี้ยงดูกันก็ฟ้องชู้สาวได้
การกระทำละเมิดของจำเลยได้เกิดขึ้นและมีอยู่ในขณะฟ้องคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
ทำหนังสือสัญญาหย่าแต่ยังไม่มีการจดทะเบียนหย่า
โจทก์มีภาพถ่ายที่จำเลยนั่งอยู่ในอ้อมกอดของสามีโจทก์