ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน 2568 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง? วิเคราะห์กฎหมายใหม่ สิทธิผู้ซื้อ ภาระจำยอม และหน้าที่ผู้จัดสรรแบบครบถ้วน

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน 2568 มีอะไรเปลี่ยน, ภาระจำยอมในโครงการจัดสรรคืออะไร, สิทธิผู้ซื้อบ้านจัดสรรตามกฎหมายใหม่, ผู้จัดสรรต้องรับผิดอะไรบ้างตามกฎหมาย, ระบบค้ำประกันสาธารณูปโภคคืออะไร, การตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทำอย่างไร, สาธารณูปโภคหมู่บ้านเป็นของใคร, ผู้ซื้อมีสิทธิในพื้นที่ส่วนกลางหรือไม่, โครงการจัดสรรทิ้งงานฟ้องได้ไหม, กฎหมายใหม่คุ้มครองผู้ซื้อบ้านอย่างไร, การโอนสาธารณูปโภคให้รัฐหรือเอกชน, หน้าที่ผู้จัดสรรหลังขายที่ดิน, กฎหมายอสังหาล่าสุด 

บทนำ

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 เป็นกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมโครงการจัดสรรที่ดินให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป 

กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเดิมที่พบในทางปฏิบัติ เช่น

* โครงการจัดสรรทิ้งงาน

* สาธารณูปโภคไม่ได้มาตรฐาน

* ผู้ซื้อไม่ได้รับสิทธิอย่างแท้จริง

* ขาดกลไกบังคับผู้ประกอบการ

ดังนั้น การแก้ไขครั้งนี้จึงมุ่งเน้น **“คุ้มครองผู้ซื้อ + ควบคุมผู้จัดสรร + แก้ปัญหาโครงสร้างระยะยาว”**

1. ความหมายของ “การจัดสรรที่ดิน”

การจัดสรรที่ดิน หมายถึง

การแบ่งที่ดินออกเป็นแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป เพื่อจำหน่ายหรือให้สิทธิแก่บุคคลอื่น โดยมีค่าตอบแทน 

รวมถึงกรณีแบ่งน้อยกว่า 10 แปลง แต่แบ่งเพิ่มภายใน 3 ปีจนรวมเกิน 10 แปลงด้วย

นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ “โครงการหมู่บ้านจัดสรร” ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้

2. วัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับใหม่

กฎหมายปี 2568 มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่

(1) คุ้มครองผู้ซื้อ

* ป้องกันการเอาเปรียบจากผู้พัฒนาโครงการ

* รับประกันสาธารณูปโภคและสิทธิการใช้ประโยชน์

(2) ควบคุมผู้จัดสรร

* เพิ่มมาตรฐานการดำเนินโครงการ

* บังคับความรับผิดชอบระยะยาว

(3) ลดข้อพิพาท

* วางระบบการจัดการหมู่บ้านจัดสรรให้ชัดเจน

* ลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างลูกบ้านกับผู้ประกอบการ

กล่าวโดยสรุป:

กฎหมายนี้เน้น “ความยั่งยืนของโครงการ” มากกว่าการอนุญาตเพียงอย่างเดียว

3. การเปลี่ยนแปลงสำคัญในกฎหมาย 2568

3.1 การคุ้มครองสาธารณูปโภค (ประเด็นสำคัญที่สุด)

กฎหมายกำหนดให้

* ถนน สวน สนามเด็กเล่น

* ระบบน้ำ ไฟฟ้า

  ต้องอยู่ภายใต้ “ภาระจำยอม” เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อ 

หมายความว่า

ผู้ซื้อมีสิทธิใช้ตลอดไป ไม่สามารถถูกยึดคืนหรือเปลี่ยนแปลงโดยพลการ

3.2 การบังคับค้ำประกันสาธารณูปโภค

ผู้จัดสรรต้อง

* ทำสัญญาค้ำประกันกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน

* เพื่อรับรองการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค

ผลทางกฎหมาย:

* หากผู้จัดสรรไม่ดูแล → ใช้เงินค้ำประกันได้

* ลดปัญหา “โครงการทิ้งร้าง” อย่างมีนัยสำคัญ

3.3 การกำหนดหน้าที่ดูแลโครงการ

ผู้จัดสรรต้อง

* ดูแลสาธารณูปโภคให้ได้มาตรฐาน

* ห้ามปล่อยเสื่อมสภาพ

จนกว่าจะเกิดเงื่อนไขต่อไปนี้

1. มีการตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน

   หรือ

2. โอนเป็นสาธารณประโยชน์

3.4 การตั้ง “นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร”

กฎหมายใหม่ให้สิทธิผู้ซื้อ

สามารถรวมตัวจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านได้เอง

เงื่อนไขสำคัญ:

* ต้องมีผู้ซื้อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลง

ความสำคัญ:

* ลูกบ้านมีอำนาจบริหาร

* ไม่ต้องพึ่งผู้จัดสรรตลอดไป

3.5 การโอนภาระหน้าที่จากผู้จัดสรร

เมื่อมีนิติบุคคลแล้ว

ผู้จัดสรรจะพ้นหน้าที่ได้ต่อเมื่อ

* โอนสาธารณูปโภคครบ

* ส่งมอบเงินค้ำประกัน

* ส่งมอบเอกสารทั้งหมด

ทำให้การ “หนีความรับผิด” ทำได้ยากขึ้นมาก

3.6 การปรับโครงสร้างคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน

มีการปรับองค์ประกอบ เช่น

* เพิ่มผู้แทนด้านสิ่งแวดล้อม

สะท้อนแนวคิดใหม่:

“การจัดสรรที่ดินต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม”

4. ผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง

4.1 ผู้ซื้อบ้าน/ที่ดิน

ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน

* ได้สิทธิในพื้นที่ส่วนกลางจริง

* มีหลักประกันทางการเงิน

* ลดความเสี่ยงโครงการล้ม

ถือเป็น “กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้านอสังหาริมทรัพย์”

4.2 ผู้จัดสรร

มีภาระเพิ่มขึ้น

* ต้องมีเงินค้ำประกัน

* ต้องดูแลโครงการระยะยาว

* ต้องโปร่งใสมากขึ้น

แต่ข้อดีคือ

* เพิ่มความน่าเชื่อถือของโครงการ

4.3 ภาครัฐ

* มีเครื่องมือควบคุมที่เข้มขึ้น

* ลดข้อร้องเรียน

* ลดคดีความ

5. วิเคราะห์เชิงกฎหมาย

5.1 แนวคิด “ภาระจำยอม” ถูกนำมาใช้เชิงระบบ

กฎหมายกำหนดให้

สาธารณูปโภค = ภาระจำยอม

ส่งผลให้

สิทธิของลูกบ้านมีลักษณะ “ติดกับที่ดิน”

เป็นการแก้ปัญหาที่เคยเกิด เช่น

* ถนนถูกปิด

* สวนถูกขาย

5.2 การใช้ “กลไกทางการเงิน” บังคับเอกชน

การให้มีเงินค้ำประกัน

= ใช้ระบบการเงินแทนการฟ้องร้อง

ทำให้

* บังคับใช้ได้จริง

* ลดภาระศาล

5.3 การกระจายอำนาจให้ประชาชน

การตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านเอง

= ลดการพึ่งพาผู้พัฒนา

7. ปัญหาที่กฎหมายพยายามแก้

1. หมู่บ้านไม่มีคนดูแล

2. ถนน-ไฟ-น้ำเสื่อม

3. ผู้ประกอบการทิ้งโครงการ

4. ลูกบ้านฟ้องร้องกันเอง

กฎหมายใหม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

8. ตัวอย่างสถานการณ์จริง

กรณีที่ 1

ผู้จัดสรรไม่ซ่อมถนน

ใช้เงินค้ำประกันได้

กรณีที่ 2

ผู้จัดสรรเลิกกิจการ

นิติบุคคลหมู่บ้านรับช่วง

กรณีที่ 3

ต้องการบริหารหมู่บ้านเอง

ตั้งนิติบุคคลได้ทันที

9. ประเด็นที่ต้องติดตามในอนาคต

* การบังคับใช้จริง

* ความพร้อมของนิติบุคคลหมู่บ้าน

* การตีความคำว่า “มาตรฐานสาธารณูปโภค”

10. สรุปภาพรวม

พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568

เป็นกฎหมายที่ “เปลี่ยนโครงสร้าง” การจัดสรรที่ดินในไทย

โดยมีแกนสำคัญคือ

* คุ้มครองผู้ซื้อ

* บังคับผู้จัดสรร

* สร้างความยั่งยืนของชุมชน

หากสรุปให้สั้นที่สุด:

“จากกฎหมายควบคุม → สู่กฎหมายคุ้มครองและบริหารชุมชน”

ข้อคิดทางกฎหมาย 

1. ผู้ซื้อมีสิทธิเหนือพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น

2. ผู้จัดสรรต้องรับผิดจริง ไม่ใช่แค่ในสัญญา

3. การจัดตั้งนิติบุคคลคือหัวใจของการบริหารระยะยาว

4. ระบบค้ำประกันคือเครื่องมือใหม่ที่สำคัญ

5. กฎหมายนี้ลดความเสี่ยงในการซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม-ภาระจำยอมในโครงการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายใหม่หมายความว่าอย่างไร

คำตอบ

ภาระจำยอมในโครงการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2568 เป็นกลไกทางกฎหมายที่กำหนดให้สาธารณูปโภค เช่น ถนน สวน ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำประปา ต้องตกอยู่ภายใต้สิทธิใช้ประโยชน์ของผู้ซื้อโดยถาวร โดยมีลักษณะเป็นสิทธิที่ผูกติดกับที่ดิน ไม่ใช่เพียงสิทธิส่วนบุคคล ส่งผลให้ผู้จัดสรรหรือบุคคลภายนอกไม่สามารถเพิกถอนหรือจำกัดการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้โดยพลการ หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ส่วนกลางหรือการยึดคืนโดยมิชอบ และสร้างความมั่นคงในสิทธิของผู้ซื้อในระยะยาว

2. คำถาม-ผู้จัดสรรมีหน้าที่ต้องดูแลสาธารณูปโภคจนถึงเมื่อใด

คำตอบ

ตามกฎหมายใหม่ ผู้จัดสรรมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาสาธารณูปโภคให้มีสภาพใช้งานได้อย่างเหมาะสมและได้มาตรฐาน จนกว่าจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือมีการโอนสาธารณูปโภคให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยสมบูรณ์ การละเลยหน้าที่ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางปกครอง รวมถึงอาจถูกบังคับใช้เงินค้ำประกันที่ผู้จัดสรรต้องจัดเตรียมไว้ตามกฎหมายเพื่อดำเนินการซ่อมแซมแทน

3. คำถาม-ระบบค้ำประกันสาธารณูปโภคมีผลทางกฎหมายอย่างไร

คำตอบ

ระบบค้ำประกันสาธารณูปโภคเป็นมาตรการใหม่ที่กำหนดให้ผู้จัดสรรต้องจัดให้มีหลักประกันทางการเงิน เช่น หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร เพื่อรองรับความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หากผู้จัดสรรไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ หน่วยงานรัฐหรือผู้มีสิทธิสามารถนำเงินดังกล่าวมาใช้แก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องรอการฟ้องร้อง ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและลดภาระของผู้ซื้อ

4. คำถาม-ผู้ซื้อสามารถจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้เองหรือไม่

คำตอบ

กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถรวมตัวกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ โดยต้องมีผู้ซื้อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงทั้งหมด การจัดตั้งดังกล่าวมีผลทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง เช่น การจัดเก็บค่าส่วนกลาง การดูแลสาธารณูปโภค และการกำหนดกฎระเบียบภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจจากผู้จัดสรรไปสู่ผู้อยู่อาศัยโดยตรง

5. คำถาม-หากผู้จัดสรรเลิกกิจการ ผู้ซื้อจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

คำตอบ

แม้ผู้จัดสรรจะเลิกกิจการ ผู้ซื้อยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เนื่องจากมีระบบค้ำประกันสาธารณูปโภคและกลไกการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านรองรับ สิทธิในภาระจำยอมยังคงมีผลต่อไป และสามารถใช้เงินค้ำประกันเพื่อบำรุงรักษาโครงการได้ จึงลดความเสี่ยงที่ผู้ซื้อจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

6. คำถาม-ผู้จัดสรรสามารถพ้นความรับผิดได้เมื่อใด

คำตอบ

ผู้จัดสรรจะพ้นจากความรับผิดเกี่ยวกับโครงการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการโอนสาธารณูปโภคครบถ้วน ส่งมอบเงินค้ำประกัน และส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่นิติบุคคลหมู่บ้านหรือหน่วยงานที่รับโอนแล้วอย่างสมบูรณ์ หากยังไม่ครบถ้วน ผู้จัดสรรยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายและอาจถูกเรียกร้องให้รับผิดได้

7. คำถาม-สิทธิในพื้นที่ส่วนกลางของผู้ซื้อมีลักษณะอย่างไร

คำตอบ

สิทธิในพื้นที่ส่วนกลางของผู้ซื้อมีลักษณะเป็นสิทธิร่วมที่ผูกติดกับกรรมสิทธิ์ในแปลงที่ดิน และได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายในลักษณะภาระจำยอม ส่งผลให้ผู้ซื้อมีสิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องและไม่อาจถูกจำกัดโดยผู้จัดสรรหรือบุคคลอื่นโดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย

8. คำถาม-กฎหมายใหม่ช่วยลดข้อพิพาทในหมู่บ้านจัดสรรได้อย่างไร

คำตอบ

กฎหมายฉบับนี้วางโครงสร้างที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการกำหนดภาระจำยอม การค้ำประกัน และการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้าน ซึ่งช่วยลดความคลุมเครือในทางปฏิบัติและลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อกับผู้จัดสรร รวมถึงข้อพิพาทระหว่างลูกบ้านด้วยกันเอง




พระราชบัญญัติ ต่าง ๆ

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม}โครงสร้างศาลยุติธรรม อำนาจศาลทั้งสามชั้น และบทบาทผู้พิพากษาตามกฎหมาย
โทษการเล่นพนันไพ่บาการา, โทษจัดให้มีการเล่นพนันสล๊อทแมชีน
คดีชักชวนเล่นพนันออนไลน์ กรรมเดียวหลายบท ไม่รอการลงโทษ(ฎีกา 910/2567)
พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478
พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติโรงรับจำนำพ.ศ. 2505
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560