
| การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 63(ฎีกา 3486/2568)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายและให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน ซึ่งผลดังกล่าวคือ ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะการล้มละลายและมีสิทธิจัดการทรัพย์สินของตนทั้งหมดได้ และมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายในเรื่องหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ครบตามคำขอแล้ว หนี้ส่วนที่ขาดก็ได้รับการปลดเปลื้องไป ด้านการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นอีกขั้นตอนที่ต่างออกไป ดังนั้นคดีนี้จึงวินิจฉัยว่า แม้ลูกหนี้จะยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายเมื่อยังไม่ได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย (เพียงหนึ่งวันก่อน) ก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้ ข้อเท็จจริง ในคดีนี้ คู่ความไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงหลักที่ว่า • จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เมื่อ 26 กันยายน 2560 และศาลพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อ 11 มกราคม 2562 • ต่อมาจำเลยได้รับการปลดจากล้มละลายในวันที่ 12 มกราคม 2565 • จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งรับคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ลงวันที่ 11 มกราคม 2565 (คือ ก่อนหนึ่งวันจากวันที่ปลดจากล้มละลาย) • ผู้คัดค้าน (เจ้าหนี้/ผู้มีอำนาจคัดค้าน) ไม่รับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยโดยเหตุว่า จำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนที่จะมีการประชุมเจ้าหนี้พิจารณาคำขอประนอมหนี้ • ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ขอให้พับค่าใช้จ่าย ฯลฯ • จำเลยอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้ และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับคำขอประนอมหนี้เพื่อดำเนินการต่อไป • ผู้คัดค้านฎีกาได้รับอนุญาต • สำนักงานศาลล้มละลายกลาง (ศาลล้มละลายกลาง) และ ศาลฎีกา แผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้คัดค้านไม่อาจปฏิเสธคำขอประนอมหนี้ของจำเลยได้ ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้อยู่ที่การตีความและการบังคับใช้ พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 ซึ่งว่าด้วย “การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย” โดยศาลฎีกาได้อธิบายความหมาย ผลทางกฎหมาย และความแตกต่างระหว่างมาตรา 63 กับมาตรา 81/1 (ว่าด้วยการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย) เพื่อวินิจฉัยว่าการยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนวันปลดจากล้มละลายเพียงหนึ่งวันนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ Key Words สำคัญที่สุดของคดีนี้พร้อมขยายความสั้น ๆ 1. มาตรา 63 – การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย เป็นบทบัญญัติหลักที่ศาลฎีกานำมาใช้วินิจฉัย โดยให้อำนาจลูกหนี้ซึ่งถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว สามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ต่อศาลได้ และหากศาลเห็นชอบ ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลายและคืนสิทธิให้ลูกหนี้จัดการทรัพย์สินของตนได้อีกครั้ง 2. มาตรา 81/1 – การปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย เป็นบทกฎหมายที่กำหนดให้บุคคลธรรมดาพ้นจากภาวะล้มละลายโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ซึ่งมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สินส่วนใหญ่ แต่ยังต่างจากการประนอมหนี้ซึ่งเป็นการจัดการหนี้โดยความยินยอมของเจ้าหนี้และศาล 3. ผลของการประนอมหนี้ต่อสิทธิและหน้าที่ของลูกหนี้และเจ้าหนี้ ศาลชี้ว่าเมื่อมีการประนอมหนี้และศาลเห็นชอบแล้ว ลูกหนี้จะได้รับอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนทั้งหมด และเจ้าหนี้ทุกฝ่ายจะถูกผูกพันตามข้อตกลงประนอมหนี้ ถือเป็นการปิดบัญชีหนี้สินในระบบกฎหมาย 4. การยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนการปลดจากล้มละลายไม่เป็นอุปสรรคทางกฎหมาย ศาลวินิจฉัยว่า มาตรา 63 ไม่ได้บัญญัติห้ามไว้ชัดแจ้งว่าหากลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว จะไม่สามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ได้ ดังนั้นแม้จำเลยจะยื่นคำขอเพียงหนึ่งวันก่อนวันปลด ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย 5. ความแตกต่างระหว่าง “การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย” กับ “การปลดจากล้มละลาย” ศาลย้ำว่าทั้งสองกระบวนการมีวัตถุประสงค์ต่างกัน มาตรา 63 เป็นการจัดการหนี้โดยข้อตกลงกับเจ้าหนี้และต้องได้รับความเห็นชอบจากศาล ส่วนมาตรา 81/1 เป็นการปลดโดยผลของกฎหมายโดยไม่ต้องมีข้อตกลง ทั้งสองขั้นตอนจึงไม่ขัดกันและใช้ควบคู่ได้ตามลำดับเวลา สรุปได้ว่า แก่นสำคัญของคดีนี้คือ “การตีความมาตรา 63 ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ว่าลูกหนี้มีสิทธิเสนอคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ แม้จะยื่นก่อนปลดจากล้มละลายเพียงวันเดียวก็ตาม” ซึ่งเป็นแนววินิจฉัยสำคัญที่สร้างความชัดเจนในการใช้กฎหมายล้มละลายในทางปฏิบัติ คำวินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า • บทบัญญัติของ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง วรรคสาม กำหนดว่า เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้สามารถเสนอคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ และถ้าศาลเห็นชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและคืนอำนาจแก่ลูกหนี้ให้จัดการทรัพย์สินของตนได้ โดยให้ใช้บทบัญญัติมาตรา 56 (ซึ่งอยู่ในส่วนที่ 6 ประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย) มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย • ผลของการเห็นชอบประนอมหนี้คือ ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลาย มีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของตนทั้งหมดได้ และคำสั่งนั้นมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายในหนี้ที่อาจขอรับชำระ • ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นกรณีบุคคลธรรมดา เมื่อครบ 3 ปีนับจากคำพิพากษาล้มละลาย โดยผลคือหลุดพ้นจากภาวะบุคคลล้มละลายและหนี้สินทั้งปวงที่ขอรับชำระได้ (เว้นหนี้ตามมาตรา 77) แต่สิทธิจัดการทรัพย์สินที่ได้รับภายหลังการปลดจากล้มละลายเท่านั้น • เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบแล้ว พบว่า มาตรา 63 กับมาตรา 81/1 มีวัตถุประสงค์ต่างกันและเป็นคนละขั้นตอนกัน • บทบัญญัติในมาตรา 63 ไม่ได้กำหนดห้ามว่าหากลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว จะไม่สามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ และไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำขอไว้ • ในคดีนี้ จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย (มาตรา 63) ต่อผู้คัดค้าน ขณะที่ยังไม่ได้รับการปลดจากล้มละลาย (เพียงหนึ่งวันก่อน) แม้จะใกล้ได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 ก็ตาม ถือว่าไม่ใช่เหตุให้ผู้คัดค้านปฏิเสธไม่รับคำขอประนอมหนี้ได้ • ดังนั้น คำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่รับคำขอประนอมหนี้นั้น ไม่ชอบ • ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ประเด็นทางกฎหมาย 1. ความหมายและผลของการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย (มาตรา 63) การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 เป็นมาตรการหนึ่งที่ให้ลูกหนี้ซึ่งถูกพิพากษาล้มละลายแล้ว สามารถเสนอคำขอประนอมหนี้ได้ โดยเมื่อศาลเห็นชอบ ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลาย และให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนได้อีกครั้ง ผลคือ ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและเจ้าหนี้ทั้งหลายมีภาระผูกติดตามหนี้ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อตกลงประนอมหนี้นั้น (มาตรา 63 วรรค หนึ่ง และวรรค สาม) 2. ความแตกต่างระหว่างมาตรา 63 กับมาตรา 81/1 • มาตรา 63 หมายถึง การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ลูกหนี้เสนอขึ้นและได้รับการเห็นชอบจากศาล โดยผลคือ ยกเลิกการล้มละลาย • มาตรา 81/1 เป็นการปลดบุคคลธรรมดาจากการล้มละลายโดยผลของกฎหมายอัตโนมัติ เมื่อครบ 3 ปี นับจากวันที่ศาลพิพากษาล้มละลาย โดยลูกหนี้พ้นจากภาวะบุคคลล้มละลายและหนี้สินทั้งปวง (เว้นหนี้ตามมาตรา 77) และกลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินที่ได้มาหลังปลดจากล้มละลายได้ • จากคำพิพากษา พบว่า ทั้งสองมาตรา “มุ่งหมายแตกต่างกัน” และ “เป็นคนละขั้นตอนกัน” 3. การยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนการปลดจากล้มละลาย จุดที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้คือ จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย (มาตรา 63) ก่อนที่จะได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 โดยผลของกฎหมาย (เพียงหนึ่งวันก่อน) ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ไม่มีผู้คัดค้านในชั้นฎีกา ดังนั้นคำถามคือ “การที่ลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว” เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านปฏิเสธคำขอประนอมหนี้ได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่า ไม่มีบทบัญญัติใดในมาตรา 63 ที่ห้ามยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายในช่วงก่อนหรือใกล้ได้รับการปลดจากล้มละลาย อีกทั้งไม่จำกัดระยะเวลา ยื่นได้แม้ก่อนวันปลดเพียงหนึ่งวัน ก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้คัดค้านปฏิเสธคำขอได้ 4. ผลผูกพันเจ้าหนี้และการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ เมื่อศาลเห็นชอบด้วยคำขอประนอมหนี้ตามมาตรา 63 แล้ว และมีคำสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตน ผลคือ • ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลาย และมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตน ทั้งหมด ได้ต่อไป • เจ้าหนี้ทั้งหลายมีภาระผูกพันตามข้อตกลงประนอมหนี้ และหนี้ที่เจ้าหนี้อาจขอรับชำระได้ จะถูกจำกัดตามข้อตกลงนั้น (มาตรา 63 ประกอบมาตรา 56) • แตกต่างจากการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 ซึ่งลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน เฉพาะที่ได้มาหลังการปลด เท่านั้น 5. บทบาทของผู้คัดค้านและคำสั่งยกคำขอ ในคดีนี้ ผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยโดยเหตุว่า “จำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนที่จะมีการประชุมเจ้าหนี้” ซึ่งศาลเห็นว่าเหตุผลดังกล่าวไม่ใช่ข้ออ้างตามกฎหมายให้ปฏิเสธคำขอได้ เพราะมาตรา 63 ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ วิเคราะห์แนวคำวินิจฉัยและความสำคัญ คำพิพากษานี้มีความสำคัญในเชิงกฎหมายล้มละลายและการประนอมหนี้ โดยเน้นย้ำว่า • กระบวนการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 ควรถูกตีความให้กว้างขึ้น ไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขว่า ลูกหนี้จะต้องได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนการยื่นคำขอ • การยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนวันปลดจากล้มละลาย (แม้เพียงวันเดียว) ไม่ถือเป็นเหตุให้คำขอถูกปฏิเสธ • ลูกหนี้ที่ได้รับการเห็นชอบประนอมหนี้จะได้รับ “อำนาจจัดการทรัพย์สินทั้งหมด” ต่างจากการปลดตามมาตรา 81/1 ซึ่งมีข้อจำกัด • แนววินิจฉัยนี้ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ล้มละลาย และสร้างความชัดเจนให้เจ้าหนี้ทราบถึงผลของการประนอมหนี้ • สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านล้มละลาย (ทนายความ, เจ้าพนักงานล้มละลาย, เจ้าหนี้) เป็นแนวทางที่สำคัญในการพิจารณาว่าจะยื่นคำขอประนอมหนี้หรือต้องรอปลดจากล้มละลาย สรุปข้อคิดทางกฎหมาย • การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 63 เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับลูกหนี้ล้มละลาย และไม่ควรถูกตีความให้แคบ • เงื่อนไข “ลูกหนี้ต้องได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนยื่นคำขอ” ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมาย จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นเหตุปฏิเสธคำขอ • ผลของการประนอมหนี้ตามมาตรา 63 คือ ลูกหนี้ได้รับอำนาจจัดการทรัพย์สิน ทั้งหมด และเจ้าหนี้ถูกผูกพันตามข้อตกลง • ความแตกต่างระหว่างมาตรา 63 กับมาตรา 81/1 ควรถูกทำความเข้าใจอย่างชัดเจน เพราะเป็นคนละขั้นตอน และมีผลทางกฎหมายต่างกัน • เจ้าหนี้ ผู้คัดค้าน และผู้ปฏิบัติงานด้านล้มละลายควรพิจารณาให้รอบคอบเมื่อเห็นลูกหนี้ยื่นคำขอประนอมหนี้ เพราะการปฏิเสธโดยอ้างเงื่อนไขที่ไม่มีในกฎหมายอาจถูกศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบ IRAC Issue (ปัญหาข้อกฎหมาย): ในคดีนี้ ปัญหาที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ “การที่ผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ที่ยื่นภายหลังล้มละลาย (ตามมาตรา 63) เพราะเห็นว่าลูกหนี้จะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนที่จะมีการประชุมเจ้าหนี้ พิจารณาคำขอประนอมหนี้ได้หรือไม่” Rule (กฎกฎหมายที่เกี่ยวข้อง): • พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ลูกหนี้ซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว สามารถเสนอคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ • วรรคสาม บัญญัติว่า “ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ … ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและจะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน …” • มาตรา 56 อยู่ในส่วนที่ 6 (ประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย) ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีมาตรา 63 • พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 81/1 บัญญัติว่า บุคคลธรรมดาที่ได้รับคำพิพากษาล้มละลายแล้ว เมื่อครบเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ให้พ้นจากภาวะล้มละลายโดยผลของกฎหมาย Application (การประยุกต์ใช้): ในกรณีนี้ จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ตามมาตรา 63 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันก่อนที่จำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลาย (12 มกราคม 2565) โดยผลของกฎหมายตามมาตรา 81/1 เรียบร้อยแล้วซึ่งได้ครบ 3 ปีหรือไม่ ข้อเท็จจริงคือ ได้ครบหรือยังไม่ครบไม่ใช่ประเด็นที่โต้แย้ง ผู้คัดค้านอ้างว่า จำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนการประชุมเจ้าหนี้ จึงไม่ควรรับคำขอประนอมหนี้นั้น ศาลวินิจฉัยว่า มาตรา 63 ไม่ได้บัญญัติห้ามยื่นคำขอก่อนการปลดจากล้มละลาย และไม่มีการจำกัดระยะเวลา จึงแม้จำเลยจะยื่นเพียงหนึ่งวันก่อนวันที่ปลดตามมาตรา 81/1 ก็ไม่ถือเป็นเหตุให้คำขอถูกปฏิเสธ นอกจากนี้ ผลของมาตรา 63 คือ เมื่อศาลเห็นชอบ การประนอมหนี้จะทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลาย และมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนทั้งหมด ดังนั้น การปฏิเสธคำขอโดยผู้คัดค้านจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งให้ผู้คัดค้านรับคำขอ และศาลฎีกายืนยันตามนั้น Conclusion (บทสรุป): ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านไม่อาจปฏิเสธคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ได้ เพียงเพราะลูกหนี้จะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนการประชุมเจ้าหนี้ หรือแม้จะยื่นเพียงหนึ่งวันก่อนการปลดก็ตาม ผลคือคำร้องของผู้คัดค้านที่ไม่รับคำขอประนอมหนี้นั้นไม่ชอบ และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ซึ่งให้ผู้คัดค้านรับคำขอต่อไป จึงได้รับการยืนตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2568 การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายและให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน คำสั่งของศาลดังกล่าวย่อมมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป และมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้ ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 โดยลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายครบถ้วนตามคำขอประนอมหนี้แล้ว หนี้ส่วนที่ขาดตามที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระไว้ ลูกหนี้ย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปด้วยผลของการประนอมหนี้ ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้วพ้นจากการล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย ซึ่งมีผลทำให้ลูกหนี้พ้นจากภาวะการเป็นบุคคลล้มละลาย หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวงอันอาจขอรับชำระหนี้ได้ เว้นแต่หนี้ที่กำหนดไว้ตามมาตรา 77 (1) และ (2) และกลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนที่จะได้มาภายหลังการปลดจากล้มละลายอีกครั้ง การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 และการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 จึงมีความมุ่งหมายในการบังคับใช้แตกต่างกันและเป็นคนละขั้นตอนกัน ประกอบกับบทบัญญัติในส่วนที่ 8 การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย มาตรา 63 มิได้บัญญัติห้ามไว้โดยชัดแจ้งว่า หากลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว ห้ามมิให้ยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ทั้งมิได้จำกัดระยะเวลาในการยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายไว้ เมื่อจำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อผู้คัดค้านขณะที่ยังไม่ได้รับการปลดจากล้มละลาย แม้จะกระทำก่อนที่จะได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายเพียงหนึ่งวัน ก็มิใช่เหตุที่ผู้คัดค้านจะปฏิเสธไม่รับคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยได้ คำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่รับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยจึงไม่ชอบ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 และพิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ต่อมาจำเลยได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 จำเลยยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งกลับ แก้ไข หรือเพิกถอนคำสั่งผู้คัดค้าน โดยให้รับคำขอประนอมหนี้ฉบับลงวันที่ 11 มกราคม 2565 และดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ดังกล่าว รวมทั้งให้ผู้คัดค้านดำเนินการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้และกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่รับคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลย ฉบับลงวันที่ 11 มกราคม 2565 และมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยเพื่อดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังยุติได้ว่า วันที่ 11 มกราคม 2565 ก่อนวันปลดจากล้มละลาย 1 วัน จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ ผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้โดยเห็นว่าจำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนที่จะมีการนำเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาคำขอประนอมหนี้ จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า การที่ผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ลูกหนี้จะเสนอคำขอประนอมหนี้ก็ได้ ในกรณีนี้ให้นำบทบัญญัติของส่วนที่ 6 การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายในหมวด 1 กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาใช้บังคับโดยอนุโลม..." และวรรคสาม บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและจะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนหรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้" หมายความว่า เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายและให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน คำสั่งของศาลดังกล่าวย่อมมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป และการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ยอมรับและศาลเห็นชอบแล้วมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้ ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 โดยลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายครบถ้วนตามคำขอประนอมหนี้แล้ว หนี้ส่วนที่ขาดตามที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระไว้ ลูกหนี้ย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปด้วยผลของการประนอมหนี้ ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้วพ้นจากการล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย ซึ่งมีผลทำให้ลูกหนี้พ้นจากภาวะการเป็นบุคคลล้มละลาย หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวงอันอาจขอรับชำระหนี้ได้ เว้นแต่หนี้ที่กำหนดไว้ตามมาตรา 77 (1) และ (2) และกลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนที่จะได้มาภายหลังการปลดจากล้มละลายอีกครั้ง การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 และการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 จึงมีความมุ่งหมายในการบังคับใช้แตกต่างกันและเป็นคนละขั้นตอนกัน กล่าวคือ การขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายเป็นการขอจัดการเกี่ยวกับหนี้สิน โดยลูกหนี้เสนอที่จะชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายโดยอาจนำทรัพย์สินที่มีอยู่ในกองทรัพย์สินและหรือทรัพย์สินที่ได้มาภายหลังหลุดพ้นจากการล้มละลายมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ก็ได้ ซึ่งจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากกว่ากรณีที่ลูกหนี้มิได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ ทั้งลูกหนี้ยังมีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นการปลดบุคคลธรรมดาจากการล้มละลายโดยผลของกฎหมายเมื่อบุคคลนั้นล้มละลายมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งมีผลให้บุคคลดังกล่าวหลุดพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายและหลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวงอันพึงขอรับชำระหนี้ได้ตามมาตรา 77 เว้นแต่หนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้วที่ยังคงต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวอยู่ ซึ่งการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายกรณีได้รับการปลดจากล้มละลายทำได้แต่โดยการนำทรัพย์สินเพียงเท่าที่มีอยู่ในกองทรัพย์สินมาแบ่งชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายเท่านั้น ดังนี้ เมื่อการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 และการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 มีวัตถุประสงค์ในการบังคับใช้แตกต่างกันและเป็นคนละขั้นตอนกัน ประกอบกับบทบัญญัติในส่วนที่ 8 การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย มาตรา 63 มิได้บัญญัติห้ามไว้โดยชัดแจ้งว่า หากลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว ห้ามมิให้ยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ทั้งมิได้จำกัดระยะเวลาในการยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายไว้ และแม้ต่อมาลูกหนี้จะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนการพิจารณาคำขอประนอมหนี้แล้วเสร็จ ซึ่งถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ศาลไม่อาจมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ได้ก็ตาม แต่พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 วรรคสาม ก็บัญญัติให้ศาลสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรได้ด้วย เช่นนี้ หากศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้และมีคำสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนย่อมมีผลให้ลูกหนี้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป แตกต่างจากกรณีการปลดจากล้มละลายที่ลูกหนี้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของตนเฉพาะที่ได้มาภายหลังการปลดจากล้มละลายเท่านั้น ดังนี้ ถ้าศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังจากลูกหนี้ได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว ศาลย่อมมีคำสั่งให้ลูกหนี้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป โดยไม่จำต้องมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ก็ได้ เมื่อคดีนี้จำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อผู้คัดค้านขณะที่ยังไม่ได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย แม้จะกระทำก่อนที่จะได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายเพียงหนึ่งวัน ก็มิใช่เหตุที่ผู้คัดค้านจะปฏิเสธไม่รับคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยได้ คำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่รับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยจึงไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ แนวคำถาม - ธงคำตอบ ข้อ 1 จำเลยในคดีล้มละลายได้ถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ต่อมาถูกปลดจากล้มละลายในวันที่ 12 มกราคม 2565 แต่ก่อนวันปลดจากล้มละลายเพียงหนึ่งวัน คือวันที่ 11 มกราคม 2565 จำเลยได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อผู้คัดค้าน ซึ่งผู้คัดค้านไม่รับคำขอโดยให้เหตุผลว่า จำเลยจะได้รับการปลดจากล้มละลายก่อนที่จะมีการประชุมเจ้าหนี้ จึงไม่สมควรรับคำขอดังกล่าว การที่ผู้คัดค้านไม่รับคำขอของจำเลยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ธงคำตอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ลูกหนี้ซึ่งถูกพิพากษาให้ล้มละลายแล้วสามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และไม่มีบทบัญญัติใดห้ามมิให้ลูกหนี้ยื่นคำขอดังกล่าวแม้จะอยู่ในช่วงใกล้ปลดจากล้มละลาย ดังนั้น แม้จำเลยจะยื่นคำขอเพียงหนึ่งวันก่อนการปลดจากล้มละลายก็ไม่เป็นอุปสรรคทางกฎหมาย ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจปฏิเสธไม่รับคำขอ คำสั่งของผู้คัดค้านจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อ 2 การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 และการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 81/1 มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันหรือไม่ และผลทางกฎหมายของทั้งสองมาตรานี้มีลักษณะอย่างไร ธงคำตอบ ศาลฎีกาอธิบายว่า การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 เป็นการให้ลูกหนี้ที่ถูกพิพากษาให้ล้มละลายสามารถเสนอขอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายและได้รับความเห็นชอบจากศาล เมื่อศาลเห็นชอบ ศาลอาจสั่งยกเลิกการล้มละลายและคืนอำนาจให้ลูกหนี้จัดการทรัพย์สินของตนได้ ผลคือ ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและเจ้าหนี้ทุกคนผูกพันตามข้อตกลงดังกล่าว ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นการให้ลูกหนี้บุคคลธรรมดาพ้นจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายเมื่อครบสามปี ซึ่งลูกหนี้จะกลับมีอำนาจจัดการเฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาหลังการปลดจากล้มละลายเท่านั้น จึงเห็นได้ว่าทั้งสองมาตรามีวัตถุประสงค์และผลทางกฎหมายต่างกัน ข้อ 3 เมื่อศาลเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 แล้ว ผลทางกฎหมายต่อสิทธิของลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นอย่างไร ธงคำตอบ เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและคืนสิทธิให้ลูกหนี้กลับมาจัดการทรัพย์สินของตนทั้งหมดได้ ผลของการประนอมหนี้ย่อมทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลาย และเจ้าหนี้ทั้งหลายที่อยู่ในกระบวนการล้มละลายจะถูกผูกพันด้วยข้อตกลงการประนอมหนี้ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 เมื่อลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามข้อตกลงครบถ้วนแล้ว หนี้ส่วนที่เหลือย่อมระงับโดยผลของการประนอมหนี้ ถือเป็นการปลดเปลื้องภาระหนี้โดยชอบตามกฎหมาย ข้อ 4 กรณีที่ลูกหนี้ได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 แล้ว การยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายยังคงมีผลหรือไม่ และศาลสามารถสั่งอย่างไรได้บ้าง ธงคำตอบ แม้ลูกหนี้จะได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 81/1 แล้ว ศาลก็ยังมีอำนาจพิจารณาคำขอประนอมหนี้ที่ยื่นไว้ก่อนวันปลดจากล้มละลายได้ เพราะมาตรา 63 วรรคสาม ให้อำนาจศาลสั่งประการใดตามที่เห็นสมควร เช่น สั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนทั้งหมดต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องสั่งยกเลิกการล้มละลายอีก ดังนั้น การปลดจากล้มละลายไม่ตัดสิทธิหรือไม่ทำให้คำขอประนอมหนี้ที่ยื่นไว้ก่อนหน้านั้นเป็นโมฆะ ข้อ 5 การที่ผู้คัดค้านไม่รับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้โดยอ้างว่าเป็นช่วงใกล้ปลดจากล้มละลาย ส่งผลต่อสิทธิของลูกหนี้และแนวทางปฏิบัติของเจ้าพนักงานล้มละลายในอนาคตอย่างไร ธงคำตอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การไม่รับคำขอประนอมหนี้ของผู้คัดค้านนั้นไม่ชอบ เพราะไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานล้มละลายหรือผู้คัดค้านปฏิเสธคำขอเพียงเพราะลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลาย การวินิจฉัยนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานล้มละลายในอนาคต ว่าควรรับคำขอของลูกหนี้ไว้พิจารณาแม้อยู่ในช่วงใกล้ปลดจากล้มละลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ได้โดยชอบ และส่งเสริมกระบวนการคืนความสามารถทางเศรษฐกิจแก่ลูกหนี้โดยไม่ต้องรอให้พ้นจากล้มละลายก่อน |




