ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544 : สิทธิของเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 95 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย

ทนาย ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ปรึกษากฎหมายทางแชทไลน์

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ สิทธิของเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ว่าสามารถเลือกใช้สิทธิเหนือทรัพย์สินตามมาตรา 95 หรือขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 ได้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง หากใช้สิทธิตามมาตรา 96 แล้ว ย่อมหมดสิทธิเหนือทรัพย์สินตามมาตรา 95 ศาลยังวินิจฉัยถึงอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการเพิกถอนคำสั่งเดิม พร้อมวิเคราะห์หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการใช้สิทธิในคดีล้มละลาย


สรุปข้อเท็จจริง

•ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่ดิน 16 โฉนดของจำเลย

•หนี้แบ่งเป็น 4 ประเภท (เงินกู้ไทย, เงินกู้สหรัฐ, ค่าปรับสัญญาซื้อขายเงินตรา, หนี้อาวัลตั๋ว)

•ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้บางส่วนตาม มาตรา 96(3) และอีกบางส่วนตาม มาตรา 95

•ศาลอุทธรณ์อนุญาตชำระหนี้ตามมาตรา 96(3)

•ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิกถอนสิทธิตามมาตรา 95 อ้างว่าผู้ร้องเลือกใช้สิทธิมาตรา 96 แล้ว


คำวินิจฉัยของศาล

•เจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิเลือกใช้ได้เพียง วิธีเดียว คือ

oมาตรา 95: ถือสิทธิเหนือทรัพย์สินโดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่จะไม่ได้ส่วนที่ขาดจากทรัพย์สินอื่น

oมาตรา 96: ขอรับชำระหนี้ภายใต้เงื่อนไข 4 ประการ และต้องยื่นภายใน 2 เดือน

•เมื่อผู้ร้องเลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96(3) แล้ว จึง หมดสิทธิตามมาตรา 95

•คำสั่งเดิมของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่อนุญาตสิทธิตามมาตรา 95 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการเพิกถอนจึงไม่มีผลเปลี่ยนสิทธิของผู้ร้อง

•พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์


วิเคราะห์กฎหมาย 

9.1 ความแตกต่างระหว่างมาตรา 95 และ 96

•มาตรา 95 เป็นสิทธิพิเศษของเจ้าหนี้มีประกันที่จะยึดทรัพย์ค้ำประกันโดยไม่เกี่ยวกับกระบวนการแบ่งทรัพย์ในคดีล้มละลาย

•มาตรา 96 เปิดช่องให้เจ้าหนี้มีประกันเข้าร่วมกระบวนการล้มละลายเพื่อรับส่วนแบ่ง แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและกำหนดเวลา

9.2 ผลของการเลือกใช้สิทธิ

•การเลือกใช้สิทธิมาตรา 96 เท่ากับสละสิทธิพิเศษตามมาตรา 95

•หลักนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อนและรักษาความเป็นธรรมต่อเจ้าหนี้รายอื่น

9.3 อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

•ไม่มีอำนาจออกคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา 95

•การเพิกถอนคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรกย่อมไม่กระทบสิทธิ


1. มาตรา 91 – กำหนดเวลาในการยื่นคำขอรับชำระหนี้

มาตรา 91 ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 กำหนดให้เจ้าหนี้ที่ประสงค์จะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด สองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่ศาลเห็นสมควรให้ขยายเวลา หากพ้นกำหนดเวลานี้โดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าหนี้จะถูกตัดสิทธิในการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายนั้น การกำหนดระยะเวลาเช่นนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้กระบวนการล้มละลายดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวบรวมเจ้าหนี้ทั้งหมดให้เข้ามาในกระบวนการพร้อมกัน และสามารถจัดการแบ่งทรัพย์สินได้โดยไม่ล่าช้า

ตัวอย่าง: นาย ก. เป็นเจ้าหนี้ของบริษัท ข. และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2567 หากยื่นหลังจากนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลจะไม่รับพิจารณาคำขอ

2. มาตรา 95 – สิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน (Secured Creditor) ที่จะบังคับทรัพย์สินโดยไม่ต้องเข้าร่วมในคดีล้มละลาย

มาตรา 95 บัญญัติว่า เจ้าหนี้มีประกัน (เช่น ผู้รับจำนองหรือจำนำ) มีสิทธิบังคับเอาจากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้โดยตรง โดย ไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบทรัพย์สินนั้น สิทธิในมาตรานี้ถือเป็น “สิทธิพิเศษเฉพาะทรัพย์” ที่มีอยู่แล้วก่อนลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหนี้ใช้สิทธิตามมาตรา 95 และบังคับขายทรัพย์สินแล้ว ได้เงินไม่เพียงพอชำระหนี้ทั้งหมด เจ้าหนี้จะ ไม่มีสิทธิ ขอรับชำระส่วนที่เหลือจากทรัพย์สินอื่นในกองทรัพย์สินล้มละลาย เว้นแต่จะเลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96 แทนตั้งแต่แรก

ตัวอย่าง: นาย ข. เป็นเจ้าหนี้จำนองที่ดินของนาย ค. มูลหนี้ 5 ล้านบาท เมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด นาย ข. อาจเลือกบังคับขายที่ดินจำนองตามมาตรา 95 โดยไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ หากขายแล้วได้เพียง 4 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 1 ล้านบาทจะไม่สามารถไปรับจากกองทรัพย์สินล้มละลายได้


3. มาตรา 96 – สิทธิของเจ้าหนี้มีประกันที่จะเข้าร่วมในคดีล้มละลาย (มี 4 เงื่อนไข)

มาตรา 96 เปิดช่องให้เจ้าหนี้มีประกันสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้ ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 91 ภายใต้เงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจาก 4 ข้อดังนี้

1.ยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหมด และขอรับชำระหนี้เต็มจำนวนจากกองทรัพย์สิน

2.บังคับเอาจากหลักประกันแล้วแต่ได้เงินไม่พอ จึงขอรับชำระส่วนที่ขาดจากกองทรัพย์สิน

3.ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดหลักประกัน และเมื่อได้เงินไม่พอ จึงขอรับส่วนที่ขาด

4.ตีราคาทรัพย์สินหลักประกัน และเมื่อมูลค่าที่ตีไม่พอชำระหนี้ ก็ขอรับส่วนที่ขาด

การเลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96 มีข้อแตกต่างจากมาตรา 95 อย่างชัดเจน เพราะแม้จะทำให้เจ้าหนี้ได้รับส่วนที่ขาดจากกองทรัพย์สิน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญคือ หากเลือกใช้มาตรา 96 แล้ว จะ หมดสิทธิ ใช้มาตรา 95

ตัวอย่าง: บริษัท ง. เป็นเจ้าหนี้จำนองโรงงานของบริษัท จ. มูลหนี้ 10 ล้านบาท เลือกใช้มาตรา 96(3) โดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดโรงงาน ได้เงิน 7 ล้านบาท จึงสามารถขอรับส่วนที่ขาดอีก 3 ล้านบาทจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้


 ประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญ

1.สิทธิเลือกเพียงวิธีเดียว – เจ้าหนี้มีประกันต้องเลือกว่าจะใช้มาตรา 95 หรือ 96 ไม่สามารถใช้ทั้งสองมาตราพร้อมกัน เพราะหากใช้ทั้งคู่จะทำให้เกิดการเรียกร้องซ้ำซ้อนและไม่เป็นธรรมต่อเจ้าหนี้รายอื่น

2.ผลของการเลือกใช้สิทธิ – การเลือกใช้มาตรา 96 ทำให้สิทธิตามมาตรา 95 สิ้นสุดลงทันที แม้ว่าจะยังไม่ได้บังคับหลักประกันจนเสร็จสิ้น

3.กำหนดเวลาที่เคร่งครัด – หากจะใช้มาตรา 96 ต้องยื่นคำขอภายใน 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หากพ้นกำหนดจะเสียสิทธิ

4.อำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ – ในกรณีมาตรา 95 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีอำนาจสั่งให้ได้รับหรือไม่ได้รับชำระหนี้ เพราะเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองโดยตรง


สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1.เจ้าหนี้มีประกันต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนเลือกใช้สิทธิ เพราะการเลือกวิธีหนึ่งอาจตัดสิทธิอีกวิธีหนึ่งโดยสิ้นเชิง

2.การใช้สิทธิตามมาตรา 96 ต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลา เพื่อป้องกันการถูกตัดสิทธิ

3.คำสั่งที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ออกเกินอำนาจ แม้ดำเนินไปนาน ก็ไม่ทำให้เกิดหรือเสียสิทธิตามกฎหมาย


 IRAC 

Issue (ประเด็น)

ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกัน เลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96(3) แล้ว ยังสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 95 ได้อีกหรือไม่ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งเดิมหรือไม่

Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ)

•พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91, 95, 96

•หลักการเลือกสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน ใช้ได้เพียงวิธีเดียว

Application (การปรับใช้ข้อเท็จจริงกับกฎหมาย)

•ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้บางส่วนตามมาตรา 96(3) ภายในคดีล้มละลาย

•การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกใช้สิทธิวิธีที่สอง ทำให้สิทธิตามมาตรา 95 สิ้นสุดลง

•คำสั่งเดิมของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่อนุญาตตามมาตรา 95 ไม่ชอบตั้งแต่ต้น การเพิกถอนจึงไม่มีผลต่อสิทธิของคู่ความ

Conclusion (ข้อสรุป)

เมื่อเลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96 แล้ว ย่อมหมดสิทธิตามมาตรา 95 และคำสั่งเพิกถอนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีผลกระทบสิทธิ เนื่องจากคำสั่งเดิมออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย


English Summary 

Supreme Court Decision No. 6722/2544 concerns the rights of secured creditors under Thailand’s Bankruptcy Act. The Court held that a secured creditor may choose either to enforce their security under Section 95 or to file a claim under Section 96, but not both. Once Section 96 rights are exercised, Section 95 rights are extinguished. The Court also clarified that the Official Receiver has no authority to grant or withdraw rights under Section 95, and any such order is legally ineffective.


สรุปย่อฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิเลือกใช้เพียงวิธีเดียว คือ มาตรา 95 บังคับทรัพย์ประกันโดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย หรือ มาตรา 96 ขอรับชำระหนี้ภายใต้เงื่อนไข 4 ประการและต้องยื่นภายใน 2 เดือนตามมาตรา 91 เมื่อผู้ร้องใช้สิทธิตามมาตรา 96(3) แล้ว ย่อมหมดสิทธิตามมาตรา 95 จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้ในส่วนอื่นโดยอ้างมาตรา 95 ได้

ในส่วนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่เคยอนุญาตสิทธิตามมาตรา 95 นั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น เนื่องจากมาตรา 95 ไม่ให้อำนาจออกคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต การเพิกถอนในภายหลังแม้ล่วงเวลาหลายปีก็ไม่ทำให้สิทธิเปลี่ยนแปลง สรุปว่าผู้ร้องหมดสิทธิตามมาตรา 95 หลังจากเลือกใช้มาตรา 96 และฎีกาอื่นไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544

ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ เจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ 2 วิธี วิธีแรก เจ้าหนี้มีประกันใช้สิทธิตามมาตรา 95 โดยถือสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันโดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินนั้น และหากบังคับชำระหนี้เหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้เจ้าหนี้มีประกันย่อมหมดสิทธิขอรับชำระหนี้ที่ขาดอยู่จากทรัพย์สินอื่นวิธีที่สอง เจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใต้เงื่อนไข 4 ประการ ประการใดประการหนึ่งตามมาตรา 96ภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 และในคดีนี้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ขาดอยู่ได้ ซึ่งเจ้าหนี้มีประกันชอบที่จะเลือกใช้สิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 95 หรือมาตรา 96 มาตราใดมาตราหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผู้ร้องเลือกใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) แล้ว ผู้ร้องย่อมหมดสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามมาตรา 95อีกต่อไป


การใช้สิทธิตามมาตรา 95 เจ้าหนี้มีประกันไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เพียงแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบว่าจะถือเอาสิทธิเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน และจะต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าตรวจดูทรัพย์สินเท่านั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าหนี้มีประกันผู้เลือกใช้สิทธิตามมาตรา 95 ได้รับชำระหนี้หรือไม่ คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่เคยอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 จึงไม่ถูกต้อง

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 19พฤศจิกายน 2530 คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง


ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่ดินจำนวน16 โฉนด ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ในขณะทำสัญญาจำนองจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ 4 ประเภท คือ1. หนี้เงินกู้ (เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินไทยและเงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐ)2. หนี้เงินกู้ระยะสั้น 3. หนี้ค่าปรับในการยกเลิกสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ 4. หนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทสยามราษฎร์ จำกัดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อผู้คัดค้านในมูลหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินไทย หนี้เงินกู้ระยะสั้นและหนี้ค่าปรับในการยกเลิกสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96(3) และเมื่อวันที่ 16มิถุนายน 2531 ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อผู้คัดค้านในมูลหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ และหนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทสยามราษฎร์ จำกัด อย่างเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 สำหรับคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 95นั้น ผู้คัดค้านมีหมายแจ้งคำสั่งลงวันที่ 13 กันยายน 2532 ให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ ส่วนคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534 อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 9 มิถุนายน 2541 ผู้ร้องได้รับหมายนัดลงวันที่ 2มิถุนายน 2541 จากผู้คัดค้านแจ้งว่าผู้ร้องเลือกใช้สิทธิตามมาตรา 96แล้ว ย่อมหมดสิทธิที่จะถือสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามมาตรา 95 อีกต่อไป ผู้คัดค้านจึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 95 เสียทั้งสิ้นซึ่งผู้คัดค้านไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านและให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95


ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 แล้ว ย่อมหมดสิทธิที่จะถือสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันอีกต่อไป ผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันในมูลหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ และหนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลาที่ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 91 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้อีกต่อไป คงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 96(3) เท่านั้น คำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้เพิกถอนคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้เป็นคำสั่งที่ชอบ ส่วนคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) นั้น ได้พิจารณาแต่เพียงสิทธิในการได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) มิได้พิจารณาถึงสิทธิในการได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง


ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้มีประกัน มีสิทธิที่จะเลือกใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 หรือมาตรา 96 เหนือทรัพย์อันเป็นหลักประกันเพียงมาตราเดียว คือหากใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 แล้วก็ย่อมหมดสิทธิที่จะถือสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามมาตรา 95 อีกต่อไป ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ส่วนที่เหลือภายในกำหนดเวลา 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 เมื่อผู้ร้องยื่นคำขอครั้งที่ 2 หลังจากการยื่นครั้งแรกถึง 4 เดือน ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้อีก ผู้คัดค้านอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้โดยเข้าใจข้อกฎหมายผิดหลงก็ย่อมมีสิทธิที่จะเพิกถอนได้คำสั่งของผู้คัดค้านชอบแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา


ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินไทย หนี้เงินกู้ระยะสั้น และหนี้ค่าปรับในการยกเลิกสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ 3 รายการ อย่างเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96(3) แล้วผู้ร้องจะใช้สิทธิขอรับชำระหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐ และหนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินอีก 2 รายการ อย่างเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้หรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันซึ่งลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินนั้น"มาตรา 96 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ภายในเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) เมื่อยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายแล้วขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวน(2) เมื่อได้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ (3) เมื่อได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ (4) เมื่อตีราคาทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่..." บทบัญญัติของมาตราทั้งสองนี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ 2 วิธี วิธีแรก เจ้าหนี้มีประกันใช้สิทธิตามมาตรา 95 โดยถือสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันโดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินนั้น ดังนี้ กำหนดเวลาให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 จึงไม่มี และหากบังคับชำระหนี้เหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้มีประกันย่อมหมดสิทธิขอรับชำระหนี้ที่ยังขาดอยู่จากทรัพย์สินอื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายวิธีที่สอง โดยเจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายภายใต้เงื่อนไขมาตรา 96 ซึ่งมีอยู่ 4 ประการ ในประการใดประการหนึ่งกล่าวโดยเฉพาะผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันในคดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) ในกรณีนี้หากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วได้เงินมายังไม่พอชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้และการขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96ต้องยื่นภายใน 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 91 บทบัญญัติทั้งสองมาตราแยกให้เห็นข้อแตกต่างในวิธีการขอรับชำระหนี้และข้อแตกต่างในผลของการใช้สิทธิมาตราใดมาตราหนึ่ง ดังนั้น เจ้าหนี้มีประกันชอบที่จะเลือกใช้สิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 95 หรือมาตรา 96 มาตราใดมาตราหนึ่งเท่านั้นเมื่อผู้ร้องเลือกใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) แล้ว ผู้ร้องย่อมหมดสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามมาตรา 95 อีกต่อไปที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐและหนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินตามมาตรา 95 นั้น ชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น


ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการต่อไปมีว่า การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 95 แล้วผู้คัดค้านจะเพิกถอนคำสั่งเดิมนี้ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ โดยมีหมายแจ้งคำสั่งลงวันที่ 13 กันยายน 2532 ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 96(3) ตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 50/2534 ของศาลอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2541 ผู้คัดค้านจึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 นั้นเสียซึ่งผู้ร้องฎีกาในข้อนี้ว่า คำสั่งที่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 ล่วงเลยมานานเกือบ 10 ปี และคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งเดิมนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 เจ้าหนี้มีประกันไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย เพียงแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบว่าจะถือเอาสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและจะต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าตรวจดูทรัพย์สินเท่านั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งว่าให้ได้รับชำระหนี้หรือไม่แต่ประการใด ดังนั้น คำสั่งของผู้คัดค้านในคดีนี้ที่เคยอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 95 เมื่อวันที่ 13กันยายน 2532 จึงไม่ถูกต้อง แม้จะกลับมามีคำสั่งใหม่เป็นว่าไม่อนุญาตในภายหลังซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี คำสั่งของผู้คัดค้านในครั้งก่อนและในครั้งหลังจึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงสิทธิของผู้ร้องตามกฎหมาย เพราะไม่ทำให้ผู้ร้องได้สิทธิหรือเสียสิทธิแต่ประการใดเมื่อผู้ร้องได้ใช้สิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันโดยขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายตามมาตรา 96 แล้วผู้ร้องย่อมหมดสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันสำหรับหนี้เงินกู้ส่วนที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐ และหนี้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินตามมาตรา 95ดังที่วินิจฉัยไว้ข้างต้น เมื่อวินิจฉัยมาดังนี้แล้ว ฎีกาของผู้ร้องในปัญหาอื่นนอกจากนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีและไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย"

พิพากษายืน

 

1."คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544 สิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน มาตรา 95 และ มาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย วิเคราะห์ประเด็นกฎหมาย" 2."บทนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544 อธิบายสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน เลือกใช้มาตรา 95 หรือ มาตรา 96 และผลของการใช้สิทธิในคดีล้มละลาย" 3."สรุปข้อเท็จจริงคดีล้มละลาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนอง ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 และผลกระทบต่อสิทธิตามมาตรา 95"




เกี่ยวกับคดีล้มละลาย

กฎหมายล้มละลายยื่นคำขอรับชำระหนี้พ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ได้หรือไม่ ศาลตีความสิทธิและข้อจำกัดอย่างไรตามหลักกฎหมาย
กระบวนการฟ้องล้มละลายจากคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศและอำนาจเจ้าหนี้ article
การเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน
การบังคับคดีหลังพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด กฎหมายล้มละลายกับสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน(ฎีกา 593/2538)
กองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย (ฎีกาที่ 627/2542)
ศาลฎีกาวินิจฉัยเงื่อนไขการฟื้นฟูกิจการ: ลูกหนี้ขาดทุนต่อเนื่อง หนี้สินเพิ่มขึ้น และแผนฟื้นฟูไม่มีความเป็นรูปธรรม ศาลอาจยกคำร้องได้
ลูกหนี้พ้นล้มละลายแล้ว บังคับคดีได้หรือไม่? อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และมติเจ้าหนี้มีผลอย่างไรตามกฎหมาย
ผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการยังมีสิทธิค่าตอบแทนหรือไม่หลังศาลยกเลิกฟื้นฟู วิเคราะห์อำนาจศาลและหลักเกณฑ์กำหนดค่าตอบแทนตามกฎหมายล้มละลาย
เจ้าหนี้มีประกัน “พลั้งเผลอ” ตาม มาตรา 97 พ.ร.บ.ล้มละลาย(ฎีกา 6390/2567)
การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 63(ฎีกา 3486/2568)
(ฎีกา 368/2568)สิทธิบริหารหนี้ & การสวมสิทธิ (มาตรา 7 พ.ร.ก.บริหารสินทรัพย์)
(ฎีกาที่ 3440/2567) การเพิกถอนรายงานความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับอำนาจร้องต่อศาล
การถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการคิดค่าธรรมเนียม(ฎีกาที่ 6391/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8084/2567: หนี้ขาดอายุความหรือไม่? วิเคราะห์ข้อกฎหมายค้ำประกัน สัญญาสินเชื่อ และผลกระทบในคดีล้มละลาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568: การหักกลบลบหนี้ของลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ
หนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางอาคารชุด, สิทธิบุริมสิทธิของนิติบุคคลอาคารชุด, การจัดลำดับเจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย
ขาดนัดพิจารณาแล้วศาลพิจารณาฝ่ายเดียวได้หรือไม่? การสืบพยานผ่านระบบออนไลน์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และสิทธิจำเลยในคดีล้มละลายเป็นอย่างไร
สิทธิตามสัญญาที่ลูกหนี้จะพึงได้รับมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้(ฎีกาที่ 5220/2566)
หนี้สินล้นพ้นตัว, ฟ้องล้มละลายบุคคลธรรมดาหนี้สองล้านบาท, คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด, (ฎีกาที่ 212/2567)
การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย, ขั้นตอนการพิสูจน์หนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์(ฎีกาที่ 213/2567)
คดีล้มละลายยื่นคำขอรับชำระหนี้ล่าช้า, เหตุสุดวิสัยในการยื่นคำร้อง, การขยายเวลายื่นคำขอของเจ้าหนี้
การฟื้นฟูกิจการ, แผนฟื้นฟูกิจการล้มละลาย, การยกเลิกฟื้นฟูกิจการ,
เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งก่อน, การพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็กขาด
การแก้ไขคำขอรับชำระหนี้, เจ้าหนี้มีประกันและไม่มีประกัน
ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ดินในคดีล้มละลาย, ข้อกำหนดการตรวจสอบทรัพย์สินก่อนประมูล
ความผิดทางกฎหมายในการปกปิดสถานะล้มละลายห,ข้อกำหนดการแจ้งสถานะล้มละลายก่อนขอสินเชื่อ
อายุความสะดุดหยุดลงเมื่อเจ้าหนี้ได้ฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้อง
มิได้มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น
สิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน
ลูกหนี้ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์ถูกฟ้องให้ส่งมอบรถยนต์
เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ลูกหนี้ก่อนเจ้าหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย
ผลของการปลดจากล้มล้มละลาย | หนี้สินก่อนล้มละลาย
ผลของการประนอมหนี้ในคดีล้มละลาย
ลูกหนี้โอนทรัพย์สิน | ได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น
การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
สั่งจ่ายเช็คหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มีผลอย่างไร?
การฟ้องคดีล้มละลาย จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว
นำมูลหนี้เดิมมาฟ้องล้มละลายใหม่ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
จำเลยได้รับการปลดจากล้มละลายแล้วหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง
ลูกหนี้ไม่หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวง
หน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาด
คำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระได้
คำฟ้องโจทก์ในคดีล้มละลายไม่ชอบ
เจ้าหนี้มีประกันในคดีล้มละลาย