
| ความผิดฐานพยายามฆ่า บุพการี และการเล็งเห็นผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ บทนำ ความผิดฐาน พยายามฆ่า เป็นความผิดอาญาที่มีโทษร้ายแรง แม้ผลแห่งการกระทำจะยังไม่ถึงแก่ความตายก็ตาม โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ถูกกระทำเป็น บุพการี เช่น บิดา มารดา หรือผู้มีอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งกฎหมายและศาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งในเชิงหลักกฎหมายและคุณค่าทางสังคม การวินิจฉัยคดีลักษณะนี้มิได้พิจารณาเพียงผลที่เกิดขึ้น แต่ต้องพิจารณาถึง เจตนา ของผู้กระทำ การ เล็งเห็นผล และการอ้างเหตุ สำคัญผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 ซึ่งเป็นประเด็นที่ปรากฏในทางปฏิบัติอยู่บ่อยครั้ง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายหลักกฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นระบบ พร้อมแนวคำพิพากษาและข้อพิจารณาสำคัญสำหรับการใช้กฎหมายและการต่อสู้คดี ความหมายของความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานพยายามฆ่า หมายถึง กรณีที่ผู้กระทำมีเจตนาจะฆ่าผู้อื่น และได้เริ่มลงมือกระทำการอันมุ่งต่อการฆ่าแล้ว แต่ผลคือผู้ถูกกระทำยังไม่ถึงแก่ความตาย สาระสำคัญของความผิดฐานพยายามฆ่า ได้แก่ 1. ต้องมีเจตนาฆ่า 2. ต้องมีการกระทำอันเป็นการเริ่มต้นลงมือ 3. ผลยังไม่ถึงแก่ความตายเนื่องจากเหตุใดเหตุหนึ่ง แม้การฆ่าจะไม่สำเร็จผล แต่กฎหมายถือว่าผู้กระทำได้เข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว จึงต้องรับโทษตามบทบัญญัติว่าด้วยความผิดฐานพยายาม ความผิดฐานพยายามฆ่าบุพการี กรณีที่ผู้ถูกกระทำเป็น บุพการี ได้แก่ บิดา มารดา หรือผู้มีอุปการะเลี้ยงดู ย่อมเป็นกรณีที่ศาลพิจารณาอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นความสัมพันธ์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ แม้กฎหมายมิได้บัญญัติฐานความผิด “พยายามฆ่าบุพการี” แยกต่างหากโดยตรง แต่ศาลจะนำหลักการเดียวกับการฆ่าบุพการีมาประกอบการวินิจฉัย ทั้งในด้านความร้ายแรงของการกระทำและการกำหนดโทษ พฤติการณ์ที่ศาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ • ลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ • พฤติกรรมก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ • สภาพจิตใจและเจตนาที่แท้จริงของผู้กระทำ เจตนาและการเล็งเห็นผลในคดีพยายามฆ่า ความหมายของการเล็งเห็นผล การเล็งเห็นผล หมายถึง ผู้กระทำ รู้หรือคาดหมายได้ ว่าการกระทำของตนอาจก่อให้เกิดผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แม้จะมิได้มุ่งหมายผลนั้นโดยตรง แต่ยังคงตัดสินใจลงมือกระทำต่อไป ในทางกฎหมายอาญา การเล็งเห็นผลถือเป็นรูปแบบหนึ่งของเจตนา มิใช่เพียงความประมาทธรรมดา การพิจารณาการเล็งเห็นผล ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์โดยรอบ เช่น • ชนิดของอาวุธที่ใช้ • ตำแหน่งอวัยวะที่ถูกกระทำ • ความรุนแรงและต่อเนื่องของการกระทำ • สถานการณ์ขณะเกิดเหตุ หากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปย่อมคาดหมายได้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ถึงแก่ความตาย ศาลย่อมถือว่าผู้กระทำมีเจตนาเล็งเห็นผล การสำคัญผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 หลักกฎหมายของมาตรา 62 มาตรา 62 แห่งประมวลกฎหมายอาญา วางหลักว่า หากผู้กระทำ สำคัญผิดในข้อเท็จจริง ซึ่งหากข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำได้รับยกเว้นหรือลดโทษ ผู้กระทำย่อมได้รับผลทางกฎหมายเช่นเดียวกัน แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม กล่าวโดยสรุป มาตรา 62 เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองผู้กระทำซึ่งเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงโดยสุจริต การนำมาตรา 62 มาใช้ในคดีพยายามฆ่า ในคดีพยายามฆ่า โดยเฉพาะกรณีบุพการี จำเลยมักอ้างว่า • เข้าใจผิดว่าตนกำลังถูกคุกคามอย่างร้ายแรง • เชื่อว่าการกระทำเป็นการป้องกันตัว • ไม่เล็งเห็นว่าการกระทำอาจทำให้ถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาอย่างเข้มงวด โดยต้องมีพยานหลักฐานและพฤติการณ์รองรับว่า ความสำคัญผิดนั้นมีอยู่จริงและสมเหตุสมผล มิใช่อ้างขึ้นภายหลังเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิด แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการเล็งเห็นผลและมาตรา 62 แนวคำพิพากษาศาลฎีกาได้วางหลักไว้โดยสม่ำเสมอว่า • การวินิจฉัยเจตนาต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ไม่ใช่จากคำกล่าวอ้างของจำเลยเพียงฝ่ายเดียว • หากการกระทำมีลักษณะรุนแรงและเสี่ยงต่อชีวิต ย่อมถือว่าผู้กระทำเล็งเห็นผล • การอ้างมาตรา 62 ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงโดยสุจริตจริง ศาลฎีกายังย้ำว่า มาตรา 62 ไม่อาจนำมาใช้เพื่อยกเว้นความผิดในกรณีที่ผู้กระทำรู้อยู่แล้วถึงผลร้ายแรงของการกระทำ แนวทางการต่อสู้คดีพยายามฆ่าบุพการี ประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดี ได้แก่ 1. โต้แย้งเรื่องเจตนาและการเล็งเห็นผล 2. แสดงให้เห็นว่าการกระทำเป็นเพียงการทำร้ายร่างกาย 3. อ้างการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย 4. อ้างการสำคัญผิดตามมาตรา 62 พร้อมพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ การวางแนวทางต่อสู้คดีต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี และต้องสอดคล้องกับแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา สรุปสาระสำคัญทางกฎหมาย ความผิดฐานพยายามฆ่า โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ถูกกระทำเป็นบุพการี เป็นคดีอาญาที่มีความละเอียดอ่อนและร้ายแรง การพิจารณาต้องอาศัยหลักเจตนา การเล็งเห็นผล และการใช้มาตรา 62 อย่างเคร่งครัด การทำความเข้าใจหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาอย่างถูกต้องย่อมช่วยให้การใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับหลักนิติธรรม |




