ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




เมาแล้วขับไม่เกิดอุบัติเหตุ ศาลลดโทษได้ไหม? วิเคราะห์คำถามทางกฎหมายเรื่องเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังและการพักใบขับขี่

คำพิพากษาศาลฎีกา 178/2567, คดีเมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อ, การวินิจฉัยเรื่องการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23, ดุลพินิจศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2, การบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43 และ 160 ตรี, การกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90, หลักลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78, การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก, การตีความโทษฐานเมาสุราเป็นเหตุให้ควบคุมยานพาหนะไม่ได้        

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นการลงโทษทางอาญาในคดีเมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตชุมชน ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แม้ไม่ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุหรือความเสียหายเกิดขึ้น แต่ศาลต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยของสาธารณชนและลักษณะความผิดควบคู่กันไป ศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงอำนาจศาลในการใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ภายใต้เงื่อนไขว่าโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทำให้คดีนี้เป็นแนวทางสำคัญในการตีความอำนาจศาลในการปรับเปลี่ยนโทษเพื่อให้เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดี

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามกฎหมายเพื่อเปลี่ยนโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนเป็นโทษกักขังแทนหรือไม่

2. การที่จำเลยเมาสุราและขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตชุมชนโดยไม่เกิดอุบัติเหตุจะมีผลต่อระดับความร้ายแรงของโทษเพียงใด

3. การลงโทษกักขังแทนจำคุกในคดีเมาสุราเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์หรือยังอยู่ภายในขอบเขตอำนาจศาล

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 เพื่อพิจารณาว่า ศาลสามารถเปลี่ยนโทษจำคุกซึ่งไม่เกินสามเดือนให้เป็นโทษกักขังแทนได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีว่าแม้จำเลยเมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตชุมชน แต่ไม่ปรากฏว่าก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อบุคคลอื่น ประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและรับสารภาพ ศาลจึงสามารถใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบากว่าตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23, มาตรา 78, มาตรา 90 และบทบัญญัติในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 และมาตรา 160 ตรี

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. มาตรา 23 ประมวลกฎหมายอาญา

เป็นมาตราสำคัญที่สุดของคดีนี้ ใช้เพื่อพิจารณาว่าศาลมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนเป็นโทษกักขังแทนได้หรือไม่ คดีนี้ศาลเห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อนและโทษจำคุกหลังลดแล้วไม่เกินสามเดือน จึงเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

2. มาตรา 78 ประมวลกฎหมายอาญา

เป็นบทบัญญัติที่ให้ศาลสามารถลดโทษลงกึ่งหนึ่งเมื่อจำเลยรับสารภาพในชั้นพิจารณา ทำให้โทษกำหนดสุดท้ายเหลือจำคุกสามเดือน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทำให้มาตรา 23 สามารถถูกนำมาใช้ได้

3. มาตรา 90 ประมวลกฎหมายอาญา

ใช้กำหนดว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งในคดีนี้คือพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 ตรี

4. พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43 และมาตรา 160 ตรี

เป็นบทกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดเมาแล้วขับและโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง คดีนี้ข้อหาเมาแล้วขับถือเป็นแกนหลัก เพราะปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่าผิดกฎหมายและเข้าข่าย “เมาสุรา”

5. ดุลพินิจศาลในการกำหนดโทษ

เป็นประเด็นกฎหมายสำคัญที่ศาลฎีกายืนยันว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจโดยชอบ เนื่องจากจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อบุคคลอื่น ศาลจึงสามารถลดโทษและเปลี่ยนเป็นกักขังแทนได้โดยไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

สรุปข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อเพื่อการขนส่งสินค้าในพื้นที่เขตเทศบาลนครแหลมฉบัง โดยขณะขับรถนั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ถือว่าอยู่ในสภาพเมาสุรา จำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 และมาตรา 160 ตรี รวมทั้งถูกกล่าวหาผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102 และมาตรา 127 ทวิ โจทก์ยังขอให้ศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยเพิ่มเติม จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดคือพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยลงโทษจำคุกหกเดือน แต่เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุกสามเดือน และเห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงใช้ดุลพินิจตามมาตรา 23 เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังสามเดือน พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่หกเดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ที่จะใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนได้ อีกทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายแก่ผู้อื่น ศาลจึงเห็นว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจชอบแล้ว การพิพากษาเช่นนั้นไม่เป็นการลงโทษเกินคำขอแต่อย่างใด

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 2 และพิพากษายืน

การวิเคราะห์คำพิพากษา

คดีนี้มีประเด็นสำคัญคือการตีความอำนาจศาลในการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักความเหมาะสมแห่งโทษอาญาและดุลพินิจของผู้พิพากษา หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจได้เมื่อโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ซึ่งคดีนี้เข้าเงื่อนไขครบถ้วน นอกจากนี้ศาลยังพิจารณาถึงพฤติการณ์การกระทำของจำเลยว่าความผิดแม้เกิดในเขตชุมชนและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ แต่ไม่ปรากฏความเสียหายต่อบุคคลอื่น จึงให้ลงโทษสถานเบากว่าได้

คดีนี้จึงสะท้อนถึงหลักการสำคัญคือ การกำหนดโทษต้องเป็นไปตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และพฤติการณ์ส่วนตัวของจำเลย การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้การลงโทษมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และลดผลกระทบทางสังคมของโทษจำคุกโดยไม่ลดทอนความรับผิดชอบของผู้กระทำผิด

IRAC ANALYSIS

Issue

ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ในคดีเมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อหรือไม่

Rule

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 บัญญัติว่า หากลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังได้

มาตรา 90 ว่าด้วยกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่หนักที่สุด

มาตรา 78 ว่าด้วยการลดโทษเมื่อจำเลยรับสารภาพ

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 และมาตรา 160 ตรี กำหนดความผิดเกี่ยวกับการขับขี่ยานพาหนะขณะเมาสุรา

Application

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยจำคุกสามเดือนหลังลดโทษตามมาตรา 78 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรา 23 ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และการกระทำไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหาย ศาลชั้นต้นจึงใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ศาลฎีกาตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วเห็นว่าศาลทั้งสองใช้ดุลพินิจโดยชอบ ไม่เป็นการลงโทษเกินคำขอของโจทก์

Conclusion

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจตามมาตรา 23 ในการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง และเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษายืน

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ดุลพินิจศาลในการเลือกโทษที่เหมาะสมตามพฤติการณ์ของผู้กระทำผิด แม้ความผิดเมาแล้วขับจะเป็นความผิดที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ แต่การกำหนดโทษต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลายประการ ทั้งระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ พฤติการณ์แห่งคดี และประวัติของจำเลย การเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจึงเป็นการรักษาสมดุลระหว่างการลงโทษและการคุ้มครองสังคม คดีนี้ยืนยันแนวคิดว่าการลงโทษทางอาญามิได้มุ่งลงทัณฑ์จำเลยอย่างเข้มงวดแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสอดคล้องกับความเหมาะสมแห่งคดีในภาพรวม

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

           เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2567 

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 3 เดือน และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังซึ่งเป็นเขตชุมชนและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุหรือทำอันตรายแก่บุคคลอื่นเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบากว่าโดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนตาม ป.อ. มาตรา 23 ได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดเกี่ยวกับการขับรถขณะมีแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก โดยขอให้ลงโทษและเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าการกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด โดยกำหนดโทษจำคุก 6 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 3 เดือน และเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน พร้อมทั้งสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ต่อมาจำเลยฎีกาในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยขับรถบรรทุกในเขตชุมชนโดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม เมื่อโทษจำคุกหลังลดโทษเหลือไม่เกิน 3 เดือน และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน อีกทั้งไม่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายแก่บุคคลอื่น ศาลจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนได้ตามกฎหมาย ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลล่างและพิพากษายืน

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 160 ตรี, 162 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102, 111, 127 ทวิ และขอให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102 (3), 127 ทวิ วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนมีกำหนด 3 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ มีกำหนด 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาแต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า วันเกิดเหตุขณะจำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถขับรถบรรทุกสิบล้อซึ่งเป็นรถการขนส่ง ไปตามถนนคู่ขนานสาย 7 ตำบลหนองขาม (เขตเทศบาลแหลมฉบัง) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและให้ถือว่าเมาสุรา

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 มานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ก่อนเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน คงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 3 เดือน และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นก็ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ดังนั้น เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังซึ่งเป็นเขตชุมชนและมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุหรือทำอันตรายแก่บุคคลอื่นเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจลงโทษสถานเบากว่าโดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

คดีนี้เริ่มจากศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดฐานเมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตชุมชนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก โดยการกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงลงโทษตามบทที่หนักที่สุด จำคุกหกเดือน ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือสามเดือน และใช้ดุลพินิจตามมาตรา 23 เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง พร้อมสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่หกเดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโดยเห็นว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจอย่างถูกต้อง ส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังชอบด้วยกฎหมาย เพราะโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

คำถามที่ 1

เมื่อจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อในเขตเทศบาลนครแหลมฉบังในขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 156 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อบุคคลอื่น และจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ และศาลจะต้องเลือกลงโทษตามบทกฎหมายใดเป็นสำคัญ

คำตอบ

การกระทำของจำเลยเป็นการขับรถในขณะเมาสุราซึ่งเป็นความผิดที่บัญญัติไว้ทั้งในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จึงเป็นกรณีกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ศาลต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งในคดีนี้คือพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นจึงลงโทษจำคุกหกเดือนและลดลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุกสามเดือนก่อนใช้ดุลพินิจพิจารณาเปลี่ยนเป็นกักขังแทน ผลเช่นนี้จึงถือว่าถูกต้องตามหลักกฎหมาย

คำถามที่ 2

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และโทษจำคุกที่ศาลกำหนดภายหลังลดโทษตามมาตรา 78 เหลือเพียงสามเดือน ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเพื่อเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนหรือไม่ และหลักเกณฑ์ใดที่ศาลต้องพิจารณาก่อนใช้มาตราดังกล่าว

คำตอบ

มาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายอาญาให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนเป็นโทษกักขังได้หากจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและพฤติการณ์แห่งคดีสมควรแก่การลดทอนความรุนแรงของโทษ คดีนี้จำเลยมีโทษจำคุกหลังลดเหลือสามเดือน อีกทั้งไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและไม่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุหรือเสียหายต่อบุคคลภายนอก ศาลจึงมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังได้ การใช้มาตรา 23 ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ

คำถามที่ 3

การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบกและพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก และขอให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ศาลชั้นต้นจะมีอำนาจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนได้หรือไม่ หรือเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์

คำตอบ

แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำคุกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนด “ลักษณะของโทษ” เช่น การเปลี่ยนจากจำคุกเป็นกักขังอยู่ภายในขอบเขตอำนาจศาลตามมาตรา 23 การเปลี่ยนโทษดังกล่าวไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์เพราะยังคงเป็นโทษในหมวดเสรีภาพตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจึงไม่ใช่การออกนอกคำฟ้อง และศาลฎีกายังได้ยืนยันว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมาย

คำถามที่ 4

ในกรณีที่จำเลยเป็นผู้ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกสินค้าและต้องขับรถในเขตชุมชนซึ่งมีความเสี่ยงต่อสาธารณชน การที่จำเลยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ศาลควรพิจารณาความหนักเบาของโทษอย่างไร และปัจจัยใดที่ทำให้ศาลเลือกใช้โทษกักขังแทนการจำคุก

คำตอบ

แม้จำเลยประกอบอาชีพซึ่งต้องมีความรับผิดชอบสูงต่อความปลอดภัยของสาธารณชน และเมาแล้วขับย่อมเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฏว่าจำเลยก่ออุบัติเหตุหรือความเสียหาย ศาลต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดรวมถึงประวัติที่ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและการให้การรับสารภาพ ศาลจึงเห็นว่ายังสมควรให้โอกาสจำเลยโดยลงโทษกักขังแทนโทษจำคุกเพื่อให้สอดคล้องกับความเหมาะสมแห่งคดี ทั้งยังเป็นการรักษาระดับความรุนแรงของการลงโทษให้สอดคล้องกับผลแห่งการกระทำ

คำถามที่ 5

ศาลฎีกาในคดีนี้ได้วินิจฉัยเพียงปัญหาข้อกฎหมายตามที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาไว้ มีประเด็นใดบ้างที่ศาลฎีกาย้ำหลักกฎหมายเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของศาลก่อนชั้นฎีกา และมีเหตุผลใดที่ทำให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 2

คำตอบ

ศาลฎีกาย้ำหลักการว่าศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามมาตรา 23 ได้ต่อเมื่อโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ศาลต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ศาลยังเน้นว่าการใช้ดุลพินิจต้องคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่ามีเหตุร้ายแรงใดเกิดขึ้นหรือไม่ คดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงใช้ดุลพินิจโดยชอบ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน เนื่องจากไม่พบว่าศาลล่างใช้ดุลพินิจผิดหลักกฎหมายหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎหมายแต่อย่างใด

 



ป.อาญาเรียงมาตรา

ร่วมกันปล้นทรัพย์มีอาวุธ ใช้รถและปืน โต้แย้งข้อเท็จจริงในชั้นฎีกาได้หรือไม่ และรับสารภาพมีผลอย่างไรตามกฎหมาย
ลูกจ้างยักยอกเงินนายจ้างหรือเป็นลักทรัพย์? ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร พร้อมหลักเกณฑ์รวมโทษหลายกรรมตามกฎหมายอาญา
ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการต้องตีความอย่างไร ศาลรับสารภาพแล้วไม่ต้องสืบพยานได้หรือไม่ และรายงานคุมประพฤตินำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่
การซื้อบริการทางเพศจากผู้เยาว์ถือเป็นการรับตัวผู้เยาว์โดยทุจริตหรือไม่ และเข้าข่ายค้ามนุษย์ตามกฎหมายอย่างไร
คดีพยายามฆ่าโดยร่วมกันก่อเหตุและสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา ศาลมีอำนาจเพียงใดในการวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งและดอกเบี้ยตามกฎหมาย
การแจ้งความเท็จเพื่อออกใบแทนโฉนดที่ดินมีความผิดหรือไม่ ใครเป็นผู้เสียหายและสิทธิร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา
ผู้สนับสนุนคดีฆ่าคนต้องรู้อย่างไรจึงมีความผิด รออยู่เฉย ๆ หรือช่วยหลบหนีถือเป็นการช่วยเหลือหรือไม่ หลักกฎหมายอาญาอธิบายชัด
กฎหมายอาญาเกี่ยวกับการพรากเด็กและกระทำชำเรา เด็กยินยอมแล้วพ้นผิดหรือไม่ ศาลฎีกาวางหลักอย่างไรในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายกรรมต่างท้องที่
ฟ้องโกงเจ้าหนี้แต่ใช้สิทธิผิดแบบ ศาลยกฟ้องทันที! ต้องใช้สิทธิเรียกร้องแบบไหนจึงไม่พลาด วิเคราะห์แนวฎีกาและองค์ประกอบความผิดอย่างชัดเจน
พินัยกรรมปลอมหรือไม่ เมื่อผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นต่างกัน ศาลชั่งน้ำหนักพยานอย่างไรในคดีเอกสารสำคัญ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อั้งยี่ ซ่องโจร องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กับปัญหาการนับกรรมและการลงโทษทางอาญา
ปักเสารั้วขึงลวดหนามปิดทางเข้าออกที่ดิน แม้ทำในไหล่ทางสาธารณะก็อาจเป็นความผิดฐานบุกรุกได้
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้จากการโอนรถหนีการบังคับทางปกครอง และสิทธิหน่วยงานของรัฐในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิด
การใช้บัตรเครดิตที่ลักมาไปรูดหลายครั้ง เป็นหลายกรรมต่างกันหรือไม่
กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล แม้เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน หลักการคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย
ยักยอกเงินจากธุรกรรมโอนเข้าบัญชีและปัญหาฟ้องผิดข้อหา
การฟ้องเท็จต่อศาล การถอนฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และการแก้ไขฟ้องให้ถูกต้อง
ลักทรัพย์หรือฉ้อโกง ศาลฎีกาวางหลักแยกเจตนาและการส่งมอบการครอบครอง
การเบียดบังเงินค่าผ่านทางของเจ้าพนักงานกับหลักฐานระบบตรวจจับรถ
ชิงทรัพย์โอนเงินผ่านแอปฯ ฆ่าไตร่ตรองไว้ก่อน และแก้บท 340 ตรี(ฎีกา 2966/2568)
การบวกโทษตามกฎหมายอาญาและข้อจำกัดในการยื่นคำร้องภายหลังคดีถึงที่สุด(ฎีกาที่ 5073/2566)
ยิงปืนใส่กำแพงแต่กระสุนโดนแม่ ผิดพยายามฆ่าบุพการีหรือไม่ ศาลฎีกาชี้สำคัญผิดก็ยังมีเจตนาและโทษหนักขึ้นได้
ป้องกันตัวด้วยอาวุธปืนผิดหรือไม่? ช่วยหยิบปืนให้คนอื่นต้องติดคดีด้วยไหม วิเคราะห์กฎหมายป้องกันโดยชอบและความผิดร่วม
ลักทรัพย์ไม่มีใครเห็นผิดไหม? วิเคราะห์กฎหมายตัวการร่วมจากพฤติการณ์แวดล้อม เมื่อทรัพย์หายพร้อมผู้ต้องสงสัย ศาลตัดสินอย่างไร
ช่วยจำนำปืนผิดกฎหมายถือเป็นรับของโจรหรือไม่? ฟ้องเคลือบคลุมแค่ไหนถึงผิด และคำซัดทอดใช้ลงโทษได้หรือเปล่า
หลักการผัดฟ้อง-หักค่าชดใช้ก่อนดอกเบี้ย,คดีแขวง, (ฎีกา 194/2568)
สิทธิขอคืนทรัพย์สินของกลาง & ฐานร่วมรู้เห็นทำความผิด (ฎีกา 908/2568)
วิเคราะห์คดีเยาวชน & บทบาทรายงานสถานพินิจ,ความผิดหลายกรรม (ฎีกา 1656/2567)
ซ่องโจร vs ก่อการร้าย ต่างกรรมต่างวาระ,การนับโทษ, พยานบอกเล่า, (ฎีกา 685/2567)
ไม่คืนสำเนาทะเบียนบ้าน = เอาไปเสีย? มาตรา 188 “เอาไปเสีย” กับ “เอาไป” (ลักทรัพย์) (ฎีกา 2148/2567)
ยักยอกรถตู้เช่าซื้อ & อายุความร้องทุกข์, ป.อ. มาตรา 96 (ฎีกา 2212/2567)
คืนของกลางพ้นกำหนด 1 ปี สิทธิขอคืนสิ้นสุด, ป.อ. มาตรา 36, (ฎีกา 2311/2567)
พนักงานมหาวิทยาลัยไม่ถือเป็นเจ้าพนักงาน (ยักยอกทรัพย์) ป.อ. มาตรา 147, (ฎีกา 2324/2567)
หลักเกณฑ์รอการลงโทษตามมาตรา 56, คุมความประพฤติ, (ฎีกา 2515/2567)
คดีบุกรุกเคหสถาน & ทำร้ายร่างกาย (มาตรา 295, 365)
คดีโทรมเด็กหญิง & การนับโทษจำคุกไม่เกิน 50 ปี, ป.อ. มาตรา 91, คดีข่มขืน, พรากผู้เยาว์, (ฎีกา 4943/2567)
(ฎีกาที่ 1546/2568) – คดีชิงทรัพย์ & ลักทรัพย์โดยมีอาวุธ, มาตรา 339
(ฎีกาที่ 1552/2568) รั้วกำแพงหมู่บ้านจัดสรร & ความผิดทำให้เสียทรัพย์
(ฎีกาที่ 2996/2567) : ความลับรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยตามกฎหมายคุมประพฤติ
ป.อ. มาตรา 290-(ฎีกาที่ 3978/2567) : เจตนาร่วมทำร้ายจนถึงแก่ความตายกับผลทางกฎหมายอาญา
ป.อ. มาตรา 86-คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567: คดีโรแมนซ์สแกม การสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ป.อ. มาตรา 157 -คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2567 การแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งพนักงานอัยการตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการอัยการ
การกักกันตามมาตรา 41(8) มาตรการเพื่อความปลอดภัยในคดีเกี่ยวกับทรัพย์
เพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำแม้ระบุมาตราคลาดเคลื่อน ศาลมีอำนาจแก้ไขบทกฎหมายและลงโทษให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง
มาตรา 91 ความผิดหลายกรรมต่างกัน