
| ยักยอกรถตู้เช่าซื้อ & อายุความร้องทุกข์, ป.อ. มาตรา 96 (ฎีกา 2212/2567)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกรณีจำเลยยักยอกเอารถตู้ที่เช่าซื้อไว้โดยทุจริต ผู้เสียหายทราบเรื่องและผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 แต่ยื่นร้องทุกข์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินกำหนดเวลา 3 เดือนตาม ป.อ. มาตรา 96 ศาลจึงวินิจฉัยว่าสิทธิในการฟ้องร้องอาญาของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) และพนักงานอัยการไม่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ส่งผลให้คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ตกไป ข้อเท็จจริง • บริษัท ว. (โจทก์ / ผู้เสียหาย) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด • เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้กับโจทก์ โดยชำระเงินดาวน์ 189,750 บาท และตกลงชำระ 60 งวด งวดละ 22,311 บาท เริ่มงวดแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 • จำเลยออกเช็คธนาคาร ท. จำนวน 60 ฉบับ สำหรับชำระงวดเช่าซื้อ • เมื่อถึงงวดที่กำหนด ปรากฏว่าเช็คถูกปฏิเสธการจ่าย / จำเลยไม่ส่งชำระ และโจทก์ไม่เคยได้รับชำระใด ๆ • โจทก์พยายามติดตาม แต่ไม่ทราบว่ารถตู้ถูกนำไปอยู่ ณ ที่ใด • ต่อมาบริษัท ต. ฟ้องโจทก์ (ผู้เสียหาย) เพื่อให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อตามสัญญา และผลัดตกลงประนีประนอมยอมความที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อ 9 ตุลาคม 2560 • วันที่ 9 ตุลาคม 2560 ถือเป็นวันที่ผู้เสียหายรู้ความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด (เนื่องจากการฟ้อง-ประนีประนอม) • ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ น.ส. นภัสสร ยื่นร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 • โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 352 (ยักยอก) และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน 1,336,680 บาท • จำเลยให้การปฏิเสธ • ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 352 และให้คืนหรือใช้ราคารถยนต์ • ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กลับคำพิพากษาเป็นยกฟ้อง (ทั้งข้ออาญาและข้อเรียกร้องทรัพย์) • โจทก์ฎีกามายังศาลฎีกา ปัญหาที่ต้องวินิจฉัย ปัญหาหลักที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยในคดีนี้คือ • โจทก์ (หรือผู้เสียหาย / พนักงานอัยการ) ฟ้องร้องจำเลยฐานยักยอกภายในระยะเวลาอันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (ถามเรื่อง อายุความร้องทุกข์ ตาม ป.อ. มาตรา 96) • ถ้าการฟ้องร้องช้าเกินกำหนด อายุความขาด สิทธิในการฟ้องร้องอาญาจะระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) หรือไม่ • พนักงานอัยการในฐานะโจทก์มีอำนาจเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคารถยนต์แทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 หรือไม่ • ผลของการที่คำร้องแพ่ง (การคืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ต้องตกไปหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า: • ความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 เป็นความผิด อันยอมความได้ ตาม ป.อ. มาตรา 356 • หากผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถือว่าคดี ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 • ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้เสียหายทราบเรื่องและทราบตัวจำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 (วันประนีประนอม) • ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ร้องทุกข์เมื่อ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกิน 3 เดือนนับจากวันที่ทราบเรื่องความผิด • จึงถือว่า “ฟ้องร้องช้า” เกินกำหนด อายุความร้องทุกข์ทางอาญาได้ขาดไป • สิทธิที่โจทก์นำคดีอาญามาฟ้องต้องระงับ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) • พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคารถยนต์แทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 • เมื่อคำร้องอาญาตกไปแล้ว คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ของโจทก์ก็ “ตกไป” ด้วย • ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง จึงพิพากษายืน 🧾 มาตรากฎหมายที่ใช้วินิจฉัยสำคัญในคดีนี้ คดีนี้ศาลฎีกาใช้กฎหมายหลักในการวินิจฉัย 4 มาตราสำคัญ ดังนี้ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 – ความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์” ผู้ใดครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น โดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356 – “ความผิดอันยอมความได้” ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด 3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 – “อายุความร้องทุกข์” ในความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด สิทธิดังกล่าวเป็นอันขาด 4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) – “สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ” ถ้าคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป 5. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 – “สิทธิของพนักงานอัยการในการเรียกคืนทรัพย์สินแทนผู้เสียหาย” พนักงานอัยการมีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายมีสิทธินั้นอยู่ 🔑แก่นของคดี และคำอธิบายสั้น ๆ (1) อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน – เป็นแกนหลักที่สุดของคดีนี้ ศาลวินิจฉัยว่าผู้เสียหายทราบเรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 แต่ร้องทุกข์วันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินสามเดือนตามที่ มาตรา 96 กำหนด จึง “ขาดอายุความร้องทุกข์” (2) ความผิดอันยอมความได้ – ฐานความผิด “ยักยอก” ตาม มาตรา 352 ประกอบมาตรา 356 เป็นความผิดที่กฎหมายเปิดช่องให้ผู้เสียหายยอมความได้ ดังนั้นอายุความในการร้องทุกข์จึงสั้นเพียง 3 เดือน และผู้เสียหายต้องใช้สิทธิโดยเร็ว (3) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ – เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์เกินกำหนด สิทธิในการฟ้องคดีอาญาจะระงับไปโดยผลของกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องไม่ได้ (4) สิทธิของพนักงานอัยการตกไป – เมื่อสิทธิอาญาของผู้เสียหายหมด พนักงานอัยการก็ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 เพราะสิทธิต้นทางสิ้นสุดแล้ว (5) คำขอส่วนแพ่งตกไปพร้อมคดีอาญา – เมื่อศาลวินิจฉัยว่าคดีอาญาขาดอายุความและสิทธิฟ้องระงับ คำขอส่วนแพ่งที่ยื่นในคดีเดียวกันย่อม “ตกไปโดยปริยาย” เนื่องจากไม่มีฐานอาญารองรับอีกต่อไป 🧩 สรุปภาพรวมสั้น ๆ คดีนี้ย้ำหลักสำคัญว่า — “ในความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นสิทธิทางอาญาจะระงับ และสิทธิเรียกร้องทางแพ่งที่ยื่นควบคดีอาญาจะตกไปโดยอัตโนมัติ” การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย 1 ความผิดฐานยักยอก (ป.อ. มาตรา 352) ตาม ป.อ. มาตรา 352: “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น ... เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต...” ถ้าองค์ประกอบครบถ้วน จะเป็นความผิดยักยอก โดยทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิดโดยชอบ (เช่น ผู้เช่าซื้อได้รับมอบ) แล้วผันแปรเป็นถือครองโดยทุจริต ในคดีนี้ จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถตู้ตามสัญญาเช่าซื้อ เมื่อไม่ชำระเงินตามงวดและนำรถไปโดยมิได้ส่งคืน การยักยอกจึงอาจสมบูรณ์ถ้าการกระทำเป็นเจตนาโอนทรัพย์เป็นของตน 2 อันยอมความได้ & อายุความร้องทุกข์ (ป.อ. มาตรา 356 และ มาตรา 96) • ป.อ. มาตรา 356 กำหนดว่า ความผิดบางประเภทเป็น “อันยอมความได้” หมายถึงผู้เสียหายสามารถยอมความได้ แม้ศาลจะรับฟ้อง • เมื่อเป็นอันยอมความได้ กฎหมายจึงสั่งให้อายุความร้องทุกข์ (ฟ้องอาญา) ต้องอยู่ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ “รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด” ตาม ป.อ. มาตรา 96 • ถ้าเกิน 3 เดือน เว้นแต่มีข้อยกเว้น คดีจะ ขาดอายุความ ในคดี 2212/2567 ศาลเห็นว่าเงื่อนไขครบ: ผู้เสียหายรู้เรื่องและรู้ตัวจำเลยในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 และร้องทุกข์เมื่อ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกิน 3 เดือน จึงไม่ชอบ 3 ระงับสิทธิทางอาญา & สิทธิเรียกร้องทรัพย์สินของอัยการ • ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ถ้าสิทธิ์ในการฟ้องร้องทางอาญาขาด ผู้เสียหาย/โจทก์ไม่อาจนำคดีอาญามาฟ้อง • ป.วิ.อ. มาตรา 43 กำหนดให้ “พนักงานอัยการ” มีอำนาจในการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ถ้าโจทก์อาญามีสิทธินั้น • แต่เมื่อคดีอาญาขาดอายุความ ถูกระงับ สิทธิเรียกร้องตาม มาตรา 43 ก็ย่อมตกไปด้วย 4 ความสัมพันธ์ระหว่างคดีอาญา & คดีแพ่ง แม้ว่าคำร้องอาญาขาดตกไป แต่บางครั้งผู้เสียหายอาจยังฟ้องคดีแพ่งโดยอิสระ (เช่น ฐานละเมิดหรือผิดสัญญา) แต่ในกรณีนี้โจทก์ยื่นคำร้องแพ่งผ่านอัยการควบคู่ในคดีอาญา ซึ่งตามหลักแล้ว หากฐานอาญาตกไปพร้อมคำร้องแพ่งที่ขอคืนทรัพย์/ใช้ราคาในคดีเดียวกัน คำขอแพ่งติดกับคำขออาญา ก็จะตกไป IRAC (Issue – Rule – Application – Conclusion) Issue (ปัญหา) ในคดีนี้ ปัญหาคือ 1) การฟ้องร้องจำเลยฐานยักยอกรถตู้ช้ากว่ากำหนด 3 เดือนหรือไม่ 2) ถ้าฟ้องช้า สิทธิในการฟ้องอาญาจะระงับหรือขาดอายุความหรือไม่ 3) ถ้าขาดอายุความ พนักงานอัยการมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินแทนผู้เสียหายหรือไม่ Rule (กฎหมายที่ใช้) • ป.อ. มาตรา 96 – อายุความร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน เมื่อนิติบุคคลหรือบุคคลทราบเรื่องความผิดและตัวผู้กระทำผิด • ป.อ. มาตรา 356 – กำหนดความผิดอันยอมความได้ • ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) – สิทธิในการฟ้องร้องอาญา ระงับ / สิ้น (ถ้าขาดอายุความ) • ป.วิ.อ. มาตรา 43 – อำนาจของพนักงานอัยการในการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย Application (การประยุกต์ใช้ในคดีนี้) • ในคดีนี้ เห็นได้ว่าผู้เสียหายรู้เรื่องและทราบตัวจำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 (วันประนีประนอม / การฟ้องของบริษัท ต.) • การร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อจำเลยโดยผู้เสียหายในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เกินกำหนด 3 เดือน นับจากวันที่ทราบเรื่องความผิดและตัวผู้กระทำผิด • ดังนั้น การฟ้องร้องฐานยักยอกจึงช้าเกินอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 • เมื่อสิทธิอาญาขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิใช้อำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย • คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ซึ่งถูกยื่นในคดีอาญาก็ต้องตกไปพร้อมกับสิทธิอาญาที่ถูกระงับ Conclusion (บทสรุป) ศาลฎีกาตัดสินว่า คำร้องฟ้องจำเลยฐานยักยอกในคดีนี้ขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 เพราะผู้เสียหายฟ้องช้ากว่า 3 เดือนนับจากวันที่ทราบเรื่องความผิด และสิทธิอาญาถูกระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการไม่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ส่งผลให้คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ของโจทก์ต้องตกไป และยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง ข้อคิดทางกฎหมาย / แนวปฏิบัติ • ผู้เสียหายในคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ ควรรีบดำเนินการร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่องและทราบตัวผู้กระทำความผิด • ในกรณีสัญญาเช่าซื้อหรือการครอบครองโดยชอบ หากฝ่ายที่เช่าซื้อไม่ชำระและนำทรัพย์ไปโดยมิได้คืน อาจมีประเด็นทั้งทางแพ่ง (ผิดสัญญา / คืนทรัพย์) และอาญา (ยักยอก) — แต่การดำเนินคดีทั้งสองแง่มุม ต้องระวังเรื่องอายุความ • ถ้าการดำเนินคดีอาญาถูกระงับเนื่องจากอายุความ คดีแพ่งหรือการเรียกร้องทางทรัพย์อาจไม่อาจดำเนินควบคู่ได้ในลักษณะที่ถูกฟ้องร่วมในคดีเดียวกัน • พนักงานอัยการในฐานะตัวแทนโจทก์มีอำนาจเรียกร้องทรัพย์สินแทนผู้เสียหายเฉพาะเมื่อสิทธิอาญายังอยู่ หากถูกระงับ สิทธินั้นก็ต้องตกไป • ผู้ให้บริการเช่าซื้อ / บริษัทไฟแนนซ์ควรเฝ้าระวังการติดตาม ทวงคืน และดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายอนุญาต ❖ คำถามที่ 1: ผู้เสียหายทราบความผิดของจำเลยตั้งแต่เมื่อใด และทำไมศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีนี้ขาดอายุความร้องทุกข์ทางอาญา? คำตอบ: จากข้อเท็จจริงในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายทราบเรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คือจำเลย ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่บริษัท ต. ได้ฟ้องผู้เสียหายให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ชัดว่าผู้เสียหายทราบแล้วว่าจำเลยนำรถตู้เช่าซื้อไปโดยทุจริตจนไม่สามารถคืนรถให้บริษัท ต. ได้ แต่ผู้เสียหายกลับมอบอำนาจให้ตัวแทนร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อจำเลยในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินกำหนด สามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่กำหนดให้ความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือน มิฉะนั้นจะขาดอายุความ ดังนั้น ศาลจึงวินิจฉัยว่า คดีนี้ ขาดอายุความร้องทุกข์ และสิทธิของโจทก์ในการฟ้องคดีอาญาระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ❖ คำถามที่ 2: เมื่อคดีอาญาขาดอายุความแล้ว พนักงานอัยการยังมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายได้หรือไม่? คำตอบ: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาขาดอายุความ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของพนักงานอัยการย่อม ระงับไปด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ดังนั้น พนักงานอัยการจะ ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 อีกต่อไป ในคดีนี้ พนักงานอัยการฟ้องจำเลยฐานยักยอกและขอให้คืนหรือใช้ราคารถตู้จำนวน 1,336,680 บาท แต่เมื่อศาลเห็นว่าคดีอาญาขาดอายุความ การฟ้องในส่วนแพ่งที่ติดมากับคดีอาญาจึงต้อง ตกไปโดยปริยาย เพราะอำนาจของพนักงานอัยการในการเรียกร้องแทนผู้เสียหายสิ้นสุดลง ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ ยกฟ้องทั้งคดีอาญาและส่วนแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567 ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่บริษัท ต. นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 อายุความร้องทุกข์ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 เมื่อผู้เสียหายมอบอำนาจให้ น. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 จึงเกินกำหนดสามเดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 สิทธิของโจทก์ที่นำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ทำให้คำขอส่วนแพ่งของพนักงานอัยการโจทก์ตกไปด้วย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์ 1,336,680 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จำคุก 2 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์ 1,336,680 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ที่ถูก และให้ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย) โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า บริษัท ว. ผู้เสียหาย เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้จากผู้เสียหาย ชำระเงินดาวน์ 189,750 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อรวม 60 งวด งวดละ 22,311 บาท ทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนจนกว่าจะครบ เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. ฉบับละ 22,311 บาท จำนวน 60 ฉบับ เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาแก่จำเลยฐานยักยอก ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356 ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับตั้งแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ผู้เสียหายเช่าซื้อรถตู้ของกลางมาจากบริษัท ต. จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้ของกลางต่อจากผู้เสียหาย โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. ฉบับละ 22,311 บาท 60 ฉบับ เพื่อชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้ารวม 60 งวด เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน ผู้เสียหายนำเช็คไปเรียกเก็บเงินแล้วแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากจำเลยทำสัญญาเช่าซื้อ ผู้เสียหายไม่เคยได้รับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อจากจำเลยทั้งไม่สามารถติดตามตัวจำเลยได้และไม่ทราบว่ารถตู้ของกลางอยู่ที่ใด จนเป็นเหตุให้บริษัท ต. ฟ้องผู้เสียหายเป็นจำเลยให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแล้วมีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 แสดงว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่บริษัท ต. นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 อายุความร้องทุกข์ต้องเริ่มนับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 เมื่อผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางนภัสสร ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 จึงเกินกำหนดสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 สิทธิของโจทก์ที่นำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ทำให้คำขอส่วนแพ่งของพนักงานอัยการโจทก์ตกไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายมานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ตัวอย่างฎีกาที่เกี่ยวข้อง 1. ฎีกา 6532/2562 • ประเด็นหลัก: ความผิดฐานยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้ การร้องทุกข์ / ฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่ผู้เสียหายรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด • ข้อเท็จจริง: โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก เรียกร้องให้จำเลยส่งมอบเงินคืนให้แก่กองมรดก โจทก์ได้รับหนังสือตอบปฏิเสธจากจำเลยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ว่าจำเลยไม่ส่งมอบเงินให้กองมรดก จากนั้นโจทก์ยื่นร้องทุกข์ในวันที่ 20 เมษายน 2560 ซึ่งอยู่ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลย • การวินิจฉัย: ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ยื่นร้องทุกข์ทันตามเงื่อนไขตาม ป.อ. มาตรา 96 จึง คดีไม่ขาดอายุความ • ความสัมพันธ์กับคดี 2212/2567: เหมือนกันที่ทั้งสองคดีอยู่ในกรอบ “ยักยอก / อันยอมความได้ / อายุความ 3 เดือน” แต่ในคดี 2212/2567 ผู้เสียหายยื่นร้องทุกข์ช้าเกิน 3 เดือน ศาลจึงตัดสินว่า ขาดอายุความ ในขณะที่ใน 6532/2562 โจทก์ยื่นภายใน 3 เดือน จึงยังอยู่ในสิทธิ 2. ฎีกา 12675/2558 • ประเด็นหลัก: ยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ / เงื่อนไขร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน / ผลของการยื่นร้องล่าช้า • ข้อเท็จจริง: โจทก์ร่วมอ้างว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 จำเลยยอมรับว่าได้ยักยอกเงิน โจทก์จึงทราบความผิดและตัวผู้กระทำผิดในวันนั้น แต่โจทก์ร่วมร้องทุกข์ในวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ซึ่งเกินกำหนด 3 เดือน • การวินิจฉัย: ศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์ร่วมรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิดตั้งแต่ 10 มกราคม 2555 จึงควรยื่นร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน แต่ยื่นในเดือนมิถุนายนซึ่งเกินเกณฑ์ จึง ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 • ความสัมพันธ์: เป็นกรณีเดียวกับคดี 2212/2567 ที่ผู้เสียหายทราบความผิดก่อนหน้านี้และยื่นร้องภายหลังเกิน 3 เดือน ศาลจึงใช้หลักเดียวกันในการวินิจฉัย “ขาดอายุความ” 3. ฎีกา 1673/2529 • ประเด็นหลัก: ยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ / อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน / สิทธินำคดีอาญาระงับเมื่อขาดอายุความ • ข้อเท็จจริง: โจทก์ถูกฟ้องยักยอก จำเลยอ้างว่าสิทธิที่จะฟ้องร้องโจทก์ยังมิได้ระงับไป แต่ศาลฎีกาพิพากษาว่าเมื่อผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องจะ ระงับ ไป • การวินิจฉัย: ศาลยกคำอ้างของจำเลย และใช้หลักว่าการไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ทำให้สิทธิอาญาระงับไปตาม ป.วิ.อ. และ ป.อ. ที่เกี่ยวข้อง • ความสัมพันธ์: เป็นตัวอย่างเก่าแก่ที่นำเสนอกฎพื้นฐานเดียวกับคดี 2212/2567 ว่าเมื่อร้องทุกข์ล่าช้า สิทธิในการฟ้องอาญาจะหมดไป 4. ฎีกา 1585/2562 • ประเด็นหลัก: คดีขาดอายุความ / สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง / ตัดสิทธิเรียกร้องทรัพย์สิน • ข้อเท็จจริง (โดยย่อ): จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องช้าเกินอายุความ • การวินิจฉัย: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า สิทธินำคดีอาญาได้ระงับไปเพราะขาดอายุความ และการเรียกร้องทรัพย์สิน / ราคารวมอยู่ในคดีอาญาก็ต้องตกไปด้วย • ความสัมพันธ์: สอดคล้องกับคดี 2212/2567 ที่สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า “ยืนตามศาลอุทธรณ์” เพราะสิทธิอาญาและคำขอทรัพย์สินตกไป 5. ฎีกา 8980/2555 • ประเด็นหลัก: สิทธิผู้เช่าซื้อ (ผู้ครอบครอง) เป็นผู้เสียหาย / มีอำนาจร้องทุกข์ / ไม่ต้องมอบอำนาจผู้ให้เช่าซื้อ • ข้อเท็จจริง: โจทก์ร่วมเป็นผู้เช่าซื้อรถ แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของจริง แต่มีสิทธิครอบครองและเคยร้องทุกข์ยักยอกรถนั้นไป ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย สามารถร้องทุกข์ได้โดยไม่ต้องพึ่งการมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อ • การวินิจฉัย: ศาลเน้นว่า ผู้เช่าซื้อแม้กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ส่งคืนและหากถูกยักยอกก็ได้รับความเสียหาย จึงเป็นผู้เสียหายโดยชอบธรรม • ความสัมพันธ์: เรื่อง “สิทธิผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหาย” มีประโยชน์ในการเปรียบเทียบกับคดี 2212/2567 ที่โจทก์เป็นผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้เสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ
✳️ บทความ: ยักยอกทรัพย์ – เมื่อสิทธิร้องทุกข์หมดอายุ ความยุติธรรมก็หลุดมือ ความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ เป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบได้บ่อยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือสัญญาเช่าซื้อ เช่น การครอบครองรถยนต์ เครื่องจักร หรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยชอบ แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองโดยทุจริต แม้ผู้เสียหายจะได้รับความเสียหายอย่างแท้จริง แต่กฎหมายกำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการใช้สิทธิร้องทุกข์ คดีนี้สะท้อนชัดเจนว่า หากเป็นความผิดที่กฎหมายถือว่า “อันยอมความได้” เช่น ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ประกอบมาตรา 356 ผู้เสียหายต้องรีบร้องทุกข์ภายใน สามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 96 หากปล่อยให้เวลาผ่านไปเกินกำหนด สิทธิในการฟ้องร้องทางอาญาจะระงับโดยผลของกฎหมาย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ในคดีตัวอย่าง ผู้เสียหายทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้กับจำเลย เมื่อจำเลยไม่ส่งค่างวดและนำรถไปโดยมิได้คืน ผู้เสียหายรู้เรื่องตั้งแต่วันที่มีการทำสัญญาประนีประนอมกับบริษัทต้นเช่าซื้อ แต่กลับร้องทุกข์หลังจากนั้นเกินสามเดือน ศาลจึงเห็นว่าคดีนี้ “ขาดอายุความร้องทุกข์” แม้พนักงานอัยการจะเป็นผู้ฟ้องแทน แต่ก็ไม่มีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม มาตรา 43 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หลักจากคำพิพากษานี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้เสียหายในคดี ยักยอกทรัพย์ ต้องตระหนักถึง “เวลา” เพราะหากร้องทุกข์ช้าเกินกำหนด แม้จะมีหลักฐานชัดเจนเพียงใด คดีอาญาก็ไม่อาจดำเนินต่อได้ สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์สินก็จะตกไปด้วย ทำให้ผู้เสียหายต้องรับผลเสียจากการละเลยสิทธิของตนเอง
การรู้เท่าทันกฎหมายจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญ เพราะในคดี ยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์เจตนาทุจริตเท่านั้น แต่ “เวลา” คือปัจจัยชี้ชะตาระหว่างความยุติธรรมกับการสิ้นสุดของสิทธิทางกฎหมาย |



.jpg)

.jpg)