ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ยักยอกรถตู้เช่าซื้อ & อายุความร้องทุกข์, ป.อ. มาตรา 96 (ฎีกา 2212/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 2212/2567, ยักยอกทรัพย์รถตู้, อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน, คดีอาญา ยักยอก, ป.อ. มาตรา 96, ป.วิ.อ. มาตรา 39, การเรียกทรัพย์สินแทนผู้เสียหาย, สิทธิเรียกร้องของอัยการ, คดีเช่าซื้อ, ฟ้องคดีอาญา, แนวปฏิบัติศาลฎีกา, วิเคราะห์คำพิพากษา

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกรณีจำเลยยักยอกเอารถตู้ที่เช่าซื้อไว้โดยทุจริต ผู้เสียหายทราบเรื่องและผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 แต่ยื่นร้องทุกข์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินกำหนดเวลา 3 เดือนตาม ป.อ. มาตรา 96 ศาลจึงวินิจฉัยว่าสิทธิในการฟ้องร้องอาญาของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) และพนักงานอัยการไม่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ส่งผลให้คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ตกไป

ข้อเท็จจริง

บริษัท ว. (โจทก์ / ผู้เสียหาย) เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้กับโจทก์ โดยชำระเงินดาวน์ 189,750 บาท และตกลงชำระ 60 งวด งวดละ 22,311 บาท เริ่มงวดแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2558

จำเลยออกเช็คธนาคาร ท. จำนวน 60 ฉบับ สำหรับชำระงวดเช่าซื้อ

เมื่อถึงงวดที่กำหนด ปรากฏว่าเช็คถูกปฏิเสธการจ่าย / จำเลยไม่ส่งชำระ และโจทก์ไม่เคยได้รับชำระใด ๆ

โจทก์พยายามติดตาม แต่ไม่ทราบว่ารถตู้ถูกนำไปอยู่ ณ ที่ใด

ต่อมาบริษัท ต. ฟ้องโจทก์ (ผู้เสียหาย) เพื่อให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อตามสัญญา และผลัดตกลงประนีประนอมยอมความที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อ 9 ตุลาคม 2560

วันที่ 9 ตุลาคม 2560 ถือเป็นวันที่ผู้เสียหายรู้ความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด (เนื่องจากการฟ้อง-ประนีประนอม)

ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ น.ส. นภัสสร ยื่นร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562

โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 352 (ยักยอก) และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์เป็นเงิน 1,336,680 บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 352 และให้คืนหรือใช้ราคารถยนต์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กลับคำพิพากษาเป็นยกฟ้อง (ทั้งข้ออาญาและข้อเรียกร้องทรัพย์)

โจทก์ฎีกามายังศาลฎีกา

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัย

ปัญหาหลักที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยในคดีนี้คือ

โจทก์ (หรือผู้เสียหาย / พนักงานอัยการ) ฟ้องร้องจำเลยฐานยักยอกภายในระยะเวลาอันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (ถามเรื่อง อายุความร้องทุกข์ ตาม ป.อ. มาตรา 96)

ถ้าการฟ้องร้องช้าเกินกำหนด อายุความขาด สิทธิในการฟ้องร้องอาญาจะระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) หรือไม่

พนักงานอัยการในฐานะโจทก์มีอำนาจเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคารถยนต์แทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 หรือไม่

ผลของการที่คำร้องแพ่ง (การคืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ต้องตกไปหรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า:

ความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 เป็นความผิด อันยอมความได้ ตาม ป.อ. มาตรา 356

หากผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถือว่าคดี ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้เสียหายทราบเรื่องและทราบตัวจำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 (วันประนีประนอม)

ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ร้องทุกข์เมื่อ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกิน 3 เดือนนับจากวันที่ทราบเรื่องความผิด

จึงถือว่า “ฟ้องร้องช้า” เกินกำหนด อายุความร้องทุกข์ทางอาญาได้ขาดไป

สิทธิที่โจทก์นำคดีอาญามาฟ้องต้องระงับ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6)

พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคารถยนต์แทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43

เมื่อคำร้องอาญาตกไปแล้ว คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ของโจทก์ก็ “ตกไป” ด้วย

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง จึงพิพากษายืน

🧾 มาตรากฎหมายที่ใช้วินิจฉัยสำคัญในคดีนี้

คดีนี้ศาลฎีกาใช้กฎหมายหลักในการวินิจฉัย 4 มาตราสำคัญ ดังนี้

1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 – ความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์”

ผู้ใดครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น โดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356 – “ความผิดอันยอมความได้”

ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 – “อายุความร้องทุกข์”

ในความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด สิทธิดังกล่าวเป็นอันขาด

4. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) – “สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ”

ถ้าคดีขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป

5. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 – “สิทธิของพนักงานอัยการในการเรียกคืนทรัพย์สินแทนผู้เสียหาย”

พนักงานอัยการมีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายมีสิทธินั้นอยู่

🔑แก่นของคดี และคำอธิบายสั้น ๆ

(1) อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน

– เป็นแกนหลักที่สุดของคดีนี้ ศาลวินิจฉัยว่าผู้เสียหายทราบเรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 แต่ร้องทุกข์วันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินสามเดือนตามที่ มาตรา 96 กำหนด จึง “ขาดอายุความร้องทุกข์”

(2) ความผิดอันยอมความได้

– ฐานความผิด “ยักยอก” ตาม มาตรา 352 ประกอบมาตรา 356 เป็นความผิดที่กฎหมายเปิดช่องให้ผู้เสียหายยอมความได้ ดังนั้นอายุความในการร้องทุกข์จึงสั้นเพียง 3 เดือน และผู้เสียหายต้องใช้สิทธิโดยเร็ว

(3) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ

– เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์เกินกำหนด สิทธิในการฟ้องคดีอาญาจะระงับไปโดยผลของกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องไม่ได้

(4) สิทธิของพนักงานอัยการตกไป

– เมื่อสิทธิอาญาของผู้เสียหายหมด พนักงานอัยการก็ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 เพราะสิทธิต้นทางสิ้นสุดแล้ว

(5) คำขอส่วนแพ่งตกไปพร้อมคดีอาญา

– เมื่อศาลวินิจฉัยว่าคดีอาญาขาดอายุความและสิทธิฟ้องระงับ คำขอส่วนแพ่งที่ยื่นในคดีเดียวกันย่อม “ตกไปโดยปริยาย” เนื่องจากไม่มีฐานอาญารองรับอีกต่อไป

🧩 สรุปภาพรวมสั้น ๆ

คดีนี้ย้ำหลักสำคัญว่า —

“ในความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นสิทธิทางอาญาจะระงับ และสิทธิเรียกร้องทางแพ่งที่ยื่นควบคดีอาญาจะตกไปโดยอัตโนมัติ”

การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย 

1 ความผิดฐานยักยอก (ป.อ. มาตรา 352)

ตาม ป.อ. มาตรา 352:

“ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น ... เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต...” 

ถ้าองค์ประกอบครบถ้วน จะเป็นความผิดยักยอก โดยทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำผิดโดยชอบ (เช่น ผู้เช่าซื้อได้รับมอบ) แล้วผันแปรเป็นถือครองโดยทุจริต

ในคดีนี้ จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถตู้ตามสัญญาเช่าซื้อ เมื่อไม่ชำระเงินตามงวดและนำรถไปโดยมิได้ส่งคืน การยักยอกจึงอาจสมบูรณ์ถ้าการกระทำเป็นเจตนาโอนทรัพย์เป็นของตน

2 อันยอมความได้ & อายุความร้องทุกข์ (ป.อ. มาตรา 356 และ มาตรา 96)

ป.อ. มาตรา 356 กำหนดว่า ความผิดบางประเภทเป็น “อันยอมความได้” หมายถึงผู้เสียหายสามารถยอมความได้ แม้ศาลจะรับฟ้อง

เมื่อเป็นอันยอมความได้ กฎหมายจึงสั่งให้อายุความร้องทุกข์ (ฟ้องอาญา) ต้องอยู่ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ “รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด” ตาม ป.อ. มาตรา 96

ถ้าเกิน 3 เดือน เว้นแต่มีข้อยกเว้น คดีจะ ขาดอายุความ

ในคดี 2212/2567 ศาลเห็นว่าเงื่อนไขครบ: ผู้เสียหายรู้เรื่องและรู้ตัวจำเลยในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 และร้องทุกข์เมื่อ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกิน 3 เดือน จึงไม่ชอบ

3 ระงับสิทธิทางอาญา & สิทธิเรียกร้องทรัพย์สินของอัยการ

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ถ้าสิทธิ์ในการฟ้องร้องทางอาญาขาด ผู้เสียหาย/โจทก์ไม่อาจนำคดีอาญามาฟ้อง

ป.วิ.อ. มาตรา 43 กำหนดให้ “พนักงานอัยการ” มีอำนาจในการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ถ้าโจทก์อาญามีสิทธินั้น

แต่เมื่อคดีอาญาขาดอายุความ ถูกระงับ สิทธิเรียกร้องตาม มาตรา 43 ก็ย่อมตกไปด้วย

4 ความสัมพันธ์ระหว่างคดีอาญา & คดีแพ่ง

แม้ว่าคำร้องอาญาขาดตกไป แต่บางครั้งผู้เสียหายอาจยังฟ้องคดีแพ่งโดยอิสระ (เช่น ฐานละเมิดหรือผิดสัญญา) แต่ในกรณีนี้โจทก์ยื่นคำร้องแพ่งผ่านอัยการควบคู่ในคดีอาญา ซึ่งตามหลักแล้ว หากฐานอาญาตกไปพร้อมคำร้องแพ่งที่ขอคืนทรัพย์/ใช้ราคาในคดีเดียวกัน คำขอแพ่งติดกับคำขออาญา ก็จะตกไป

IRAC (Issue – Rule – Application – Conclusion)

Issue (ปัญหา)

ในคดีนี้ ปัญหาคือ 1) การฟ้องร้องจำเลยฐานยักยอกรถตู้ช้ากว่ากำหนด 3 เดือนหรือไม่ 2) ถ้าฟ้องช้า สิทธิในการฟ้องอาญาจะระงับหรือขาดอายุความหรือไม่ 3) ถ้าขาดอายุความ พนักงานอัยการมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินแทนผู้เสียหายหรือไม่

Rule (กฎหมายที่ใช้)

ป.อ. มาตรา 96 – อายุความร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน เมื่อนิติบุคคลหรือบุคคลทราบเรื่องความผิดและตัวผู้กระทำผิด

ป.อ. มาตรา 356 – กำหนดความผิดอันยอมความได้

ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) – สิทธิในการฟ้องร้องอาญา ระงับ / สิ้น (ถ้าขาดอายุความ)

ป.วิ.อ. มาตรา 43 – อำนาจของพนักงานอัยการในการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย

Application (การประยุกต์ใช้ในคดีนี้)

ในคดีนี้ เห็นได้ว่าผู้เสียหายรู้เรื่องและทราบตัวจำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 (วันประนีประนอม / การฟ้องของบริษัท ต.)

การร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อจำเลยโดยผู้เสียหายในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เกินกำหนด 3 เดือน นับจากวันที่ทราบเรื่องความผิดและตัวผู้กระทำผิด

ดังนั้น การฟ้องร้องฐานยักยอกจึงช้าเกินอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96

เมื่อสิทธิอาญาขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิใช้อำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย

คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ซึ่งถูกยื่นในคดีอาญาก็ต้องตกไปพร้อมกับสิทธิอาญาที่ถูกระงับ

Conclusion (บทสรุป)

ศาลฎีกาตัดสินว่า คำร้องฟ้องจำเลยฐานยักยอกในคดีนี้ขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 เพราะผู้เสียหายฟ้องช้ากว่า 3 เดือนนับจากวันที่ทราบเรื่องความผิด และสิทธิอาญาถูกระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการไม่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ส่งผลให้คำขอส่วนแพ่ง (คืนทรัพย์ / ใช้ราคา) ของโจทก์ต้องตกไป และยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง

ข้อคิดทางกฎหมาย / แนวปฏิบัติ

ผู้เสียหายในคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ ควรรีบดำเนินการร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่องและทราบตัวผู้กระทำความผิด

ในกรณีสัญญาเช่าซื้อหรือการครอบครองโดยชอบ หากฝ่ายที่เช่าซื้อไม่ชำระและนำทรัพย์ไปโดยมิได้คืน อาจมีประเด็นทั้งทางแพ่ง (ผิดสัญญา / คืนทรัพย์) และอาญา (ยักยอก) — แต่การดำเนินคดีทั้งสองแง่มุม ต้องระวังเรื่องอายุความ

ถ้าการดำเนินคดีอาญาถูกระงับเนื่องจากอายุความ คดีแพ่งหรือการเรียกร้องทางทรัพย์อาจไม่อาจดำเนินควบคู่ได้ในลักษณะที่ถูกฟ้องร่วมในคดีเดียวกัน

พนักงานอัยการในฐานะตัวแทนโจทก์มีอำนาจเรียกร้องทรัพย์สินแทนผู้เสียหายเฉพาะเมื่อสิทธิอาญายังอยู่ หากถูกระงับ สิทธินั้นก็ต้องตกไป

ผู้ให้บริการเช่าซื้อ / บริษัทไฟแนนซ์ควรเฝ้าระวังการติดตาม ทวงคืน และดำเนินคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายอนุญาต

❖ คำถามที่ 1:

ผู้เสียหายทราบความผิดของจำเลยตั้งแต่เมื่อใด และทำไมศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีนี้ขาดอายุความร้องทุกข์ทางอาญา?

คำตอบ:

จากข้อเท็จจริงในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายทราบเรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คือจำเลย ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่บริษัท ต. ได้ฟ้องผู้เสียหายให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ชัดว่าผู้เสียหายทราบแล้วว่าจำเลยนำรถตู้เช่าซื้อไปโดยทุจริตจนไม่สามารถคืนรถให้บริษัท ต. ได้

แต่ผู้เสียหายกลับมอบอำนาจให้ตัวแทนร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อจำเลยในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ซึ่งเกินกำหนด สามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่กำหนดให้ความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือน มิฉะนั้นจะขาดอายุความ ดังนั้น ศาลจึงวินิจฉัยว่า คดีนี้ ขาดอายุความร้องทุกข์ และสิทธิของโจทก์ในการฟ้องคดีอาญาระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6)

❖ คำถามที่ 2:

เมื่อคดีอาญาขาดอายุความแล้ว พนักงานอัยการยังมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายได้หรือไม่?

คำตอบ:

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาขาดอายุความ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของพนักงานอัยการย่อม ระงับไปด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) ดังนั้น พนักงานอัยการจะ ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 อีกต่อไป

ในคดีนี้ พนักงานอัยการฟ้องจำเลยฐานยักยอกและขอให้คืนหรือใช้ราคารถตู้จำนวน 1,336,680 บาท แต่เมื่อศาลเห็นว่าคดีอาญาขาดอายุความ การฟ้องในส่วนแพ่งที่ติดมากับคดีอาญาจึงต้อง ตกไปโดยปริยาย เพราะอำนาจของพนักงานอัยการในการเรียกร้องแทนผู้เสียหายสิ้นสุดลง ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ ยกฟ้องทั้งคดีอาญาและส่วนแพ่ง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ยักยอกทรัพย์) “ผู้ใดครอบครองทรัพย์…เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต…กระทำความผิดฐานยักยอก…”  มาตรา 356 (ความผิดอันยอมความได้ในหมวดยักยอก) “ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้” (ข้อความสั้นครบใจความ) แหล่งอ่านตัวบทเต็ม.  มาตรา 96 (อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน)  “ภายใต้บังคับมาตรา 95…ความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือน…เป็นอันขาดอายุความ”  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) (สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ—กรณีขาดอายุความ)  “สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดั่งต่อไปนี้… (6) เมื่อคดีขาดอายุความ”  มาตรา 43 (อำนาจอัยการขอคืนทรัพย์/ราคาแทนผู้เสียหายในคดีอาญาบางฐาน)  “คดีลักทรัพย์…ฉ้อโกง ยักยอก หรือรับของโจร ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์หรือราคา…พนักงานอัยการอาจขอให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคา…”

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่บริษัท ต. นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 อายุความร้องทุกข์ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 เมื่อผู้เสียหายมอบอำนาจให้ น. ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 จึงเกินกำหนดสามเดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 สิทธิของโจทก์ที่นำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 ทำให้คำขอส่วนแพ่งของพนักงานอัยการโจทก์ตกไปด้วย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์ 1,336,680 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จำคุก 2 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์ 1,336,680 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ที่ถูก และให้ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย)

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า บริษัท ว. ผู้เสียหาย เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้จากผู้เสียหาย ชำระเงินดาวน์ 189,750 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อรวม 60 งวด งวดละ 22,311 บาท ทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนจนกว่าจะครบ เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 5 พฤษภาคม 2558 โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. ฉบับละ 22,311 บาท จำนวน 60 ฉบับ เจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาแก่จำเลยฐานยักยอก ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 356 ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับตั้งแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ผู้เสียหายเช่าซื้อรถตู้ของกลางมาจากบริษัท ต. จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้ของกลางต่อจากผู้เสียหาย โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. ฉบับละ 22,311 บาท 60 ฉบับ เพื่อชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้ารวม 60 งวด เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน ผู้เสียหายนำเช็คไปเรียกเก็บเงินแล้วแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากจำเลยทำสัญญาเช่าซื้อ ผู้เสียหายไม่เคยได้รับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อจากจำเลยทั้งไม่สามารถติดตามตัวจำเลยได้และไม่ทราบว่ารถตู้ของกลางอยู่ที่ใด จนเป็นเหตุให้บริษัท ต. ฟ้องผู้เสียหายเป็นจำเลยให้ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแล้วมีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 แสดงว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่บริษัท ต. นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 อายุความร้องทุกข์ต้องเริ่มนับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 เมื่อผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางนภัสสร ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 จึงเกินกำหนดสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 สิทธิของโจทก์ที่นำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ทำให้คำขอส่วนแพ่งของพนักงานอัยการโจทก์ตกไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายมานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

ตัวอย่างฎีกาที่เกี่ยวข้อง 

1. ฎีกา 6532/2562

ประเด็นหลัก: ความผิดฐานยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้ การร้องทุกข์ / ฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่ผู้เสียหายรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด

ข้อเท็จจริง: โจทก์เป็นผู้จัดการมรดก เรียกร้องให้จำเลยส่งมอบเงินคืนให้แก่กองมรดก โจทก์ได้รับหนังสือตอบปฏิเสธจากจำเลยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ว่าจำเลยไม่ส่งมอบเงินให้กองมรดก จากนั้นโจทก์ยื่นร้องทุกข์ในวันที่ 20 เมษายน 2560 ซึ่งอยู่ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลย

การวินิจฉัย: ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ยื่นร้องทุกข์ทันตามเงื่อนไขตาม ป.อ. มาตรา 96 จึง คดีไม่ขาดอายุความ 

ความสัมพันธ์กับคดี 2212/2567: เหมือนกันที่ทั้งสองคดีอยู่ในกรอบ “ยักยอก / อันยอมความได้ / อายุความ 3 เดือน” แต่ในคดี 2212/2567 ผู้เสียหายยื่นร้องทุกข์ช้าเกิน 3 เดือน ศาลจึงตัดสินว่า ขาดอายุความ ในขณะที่ใน 6532/2562 โจทก์ยื่นภายใน 3 เดือน จึงยังอยู่ในสิทธิ

2. ฎีกา 12675/2558

ประเด็นหลัก: ยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ / เงื่อนไขร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน / ผลของการยื่นร้องล่าช้า

ข้อเท็จจริง: โจทก์ร่วมอ้างว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555 จำเลยยอมรับว่าได้ยักยอกเงิน โจทก์จึงทราบความผิดและตัวผู้กระทำผิดในวันนั้น แต่โจทก์ร่วมร้องทุกข์ในวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ซึ่งเกินกำหนด 3 เดือน

การวินิจฉัย: ศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์ร่วมรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิดตั้งแต่ 10 มกราคม 2555 จึงควรยื่นร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน แต่ยื่นในเดือนมิถุนายนซึ่งเกินเกณฑ์ จึง ขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 

ความสัมพันธ์: เป็นกรณีเดียวกับคดี 2212/2567 ที่ผู้เสียหายทราบความผิดก่อนหน้านี้และยื่นร้องภายหลังเกิน 3 เดือน ศาลจึงใช้หลักเดียวกันในการวินิจฉัย “ขาดอายุความ”

3. ฎีกา 1673/2529

ประเด็นหลัก: ยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ / อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน / สิทธินำคดีอาญาระงับเมื่อขาดอายุความ

ข้อเท็จจริง: โจทก์ถูกฟ้องยักยอก จำเลยอ้างว่าสิทธิที่จะฟ้องร้องโจทก์ยังมิได้ระงับไป แต่ศาลฎีกาพิพากษาว่าเมื่อผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องจะ ระงับ ไป

การวินิจฉัย: ศาลยกคำอ้างของจำเลย และใช้หลักว่าการไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ทำให้สิทธิอาญาระงับไปตาม ป.วิ.อ. และ ป.อ. ที่เกี่ยวข้อง 

ความสัมพันธ์: เป็นตัวอย่างเก่าแก่ที่นำเสนอกฎพื้นฐานเดียวกับคดี 2212/2567 ว่าเมื่อร้องทุกข์ล่าช้า สิทธิในการฟ้องอาญาจะหมดไป

4. ฎีกา 1585/2562

ประเด็นหลัก: คดีขาดอายุความ / สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง / ตัดสิทธิเรียกร้องทรัพย์สิน

ข้อเท็จจริง (โดยย่อ): จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องช้าเกินอายุความ

การวินิจฉัย: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า สิทธินำคดีอาญาได้ระงับไปเพราะขาดอายุความ และการเรียกร้องทรัพย์สิน / ราคารวมอยู่ในคดีอาญาก็ต้องตกไปด้วย 

ความสัมพันธ์: สอดคล้องกับคดี 2212/2567 ที่สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า “ยืนตามศาลอุทธรณ์” เพราะสิทธิอาญาและคำขอทรัพย์สินตกไป

5. ฎีกา 8980/2555

ประเด็นหลัก: สิทธิผู้เช่าซื้อ (ผู้ครอบครอง) เป็นผู้เสียหาย / มีอำนาจร้องทุกข์ / ไม่ต้องมอบอำนาจผู้ให้เช่าซื้อ

ข้อเท็จจริง: โจทก์ร่วมเป็นผู้เช่าซื้อรถ แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของจริง แต่มีสิทธิครอบครองและเคยร้องทุกข์ยักยอกรถนั้นไป ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย สามารถร้องทุกข์ได้โดยไม่ต้องพึ่งการมอบอำนาจจากผู้ให้เช่าซื้อ

การวินิจฉัย: ศาลเน้นว่า ผู้เช่าซื้อแม้กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ แต่ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ส่งคืนและหากถูกยักยอกก็ได้รับความเสียหาย จึงเป็นผู้เสียหายโดยชอบธรรม

ความสัมพันธ์: เรื่อง “สิทธิผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหาย” มีประโยชน์ในการเปรียบเทียบกับคดี 2212/2567 ที่โจทก์เป็นผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้เสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ


✳️ บทความ: ยักยอกทรัพย์ – เมื่อสิทธิร้องทุกข์หมดอายุ ความยุติธรรมก็หลุดมือ

ความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ เป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบได้บ่อยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือสัญญาเช่าซื้อ เช่น การครอบครองรถยนต์ เครื่องจักร หรือทรัพย์สินของผู้อื่นโดยชอบ แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองโดยทุจริต แม้ผู้เสียหายจะได้รับความเสียหายอย่างแท้จริง แต่กฎหมายกำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการใช้สิทธิร้องทุกข์

คดีนี้สะท้อนชัดเจนว่า หากเป็นความผิดที่กฎหมายถือว่า “อันยอมความได้” เช่น ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ประกอบมาตรา 356 ผู้เสียหายต้องรีบร้องทุกข์ภายใน สามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 96 หากปล่อยให้เวลาผ่านไปเกินกำหนด สิทธิในการฟ้องร้องทางอาญาจะระงับโดยผลของกฎหมาย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6)

ในคดีตัวอย่าง ผู้เสียหายทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้กับจำเลย เมื่อจำเลยไม่ส่งค่างวดและนำรถไปโดยมิได้คืน ผู้เสียหายรู้เรื่องตั้งแต่วันที่มีการทำสัญญาประนีประนอมกับบริษัทต้นเช่าซื้อ แต่กลับร้องทุกข์หลังจากนั้นเกินสามเดือน ศาลจึงเห็นว่าคดีนี้ “ขาดอายุความร้องทุกข์” แม้พนักงานอัยการจะเป็นผู้ฟ้องแทน แต่ก็ไม่มีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม มาตรา 43 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หลักจากคำพิพากษานี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้เสียหายในคดี ยักยอกทรัพย์ ต้องตระหนักถึง “เวลา” เพราะหากร้องทุกข์ช้าเกินกำหนด แม้จะมีหลักฐานชัดเจนเพียงใด คดีอาญาก็ไม่อาจดำเนินต่อได้ สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์สินก็จะตกไปด้วย ทำให้ผู้เสียหายต้องรับผลเสียจากการละเลยสิทธิของตนเอง

 

การรู้เท่าทันกฎหมายจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญ เพราะในคดี ยักยอกทรัพย์ ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์เจตนาทุจริตเท่านั้น แต่ “เวลา” คือปัจจัยชี้ชะตาระหว่างความยุติธรรมกับการสิ้นสุดของสิทธิทางกฎหมาย




ป.อาญาเรียงมาตรา

พินัยกรรมปลอมหรือไม่ เมื่อผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นต่างกัน ศาลชั่งน้ำหนักพยานอย่างไรในคดีเอกสารสำคัญ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อั้งยี่ ซ่องโจร องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กับปัญหาการนับกรรมและการลงโทษทางอาญา
ปักเสารั้วขึงลวดหนามปิดทางเข้าออกที่ดิน แม้ทำในไหล่ทางสาธารณะก็อาจเป็นความผิดฐานบุกรุกได้
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้จากการโอนรถหนีการบังคับทางปกครอง และสิทธิหน่วยงานของรัฐในการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิด
การใช้บัตรเครดิตที่ลักมาไปรูดหลายครั้ง เป็นหลายกรรมต่างกันหรือไม่
กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล แม้เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน หลักการคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย
ยักยอกเงินจากธุรกรรมโอนเข้าบัญชีและปัญหาฟ้องผิดข้อหา
การฟ้องเท็จต่อศาล การถอนฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และการแก้ไขฟ้องให้ถูกต้อง
ลักทรัพย์หรือฉ้อโกง ศาลฎีกาวางหลักแยกเจตนาและการส่งมอบการครอบครอง
การเบียดบังเงินค่าผ่านทางของเจ้าพนักงานกับหลักฐานระบบตรวจจับรถ
ชิงทรัพย์โอนเงินผ่านแอปฯ ฆ่าไตร่ตรองไว้ก่อน และแก้บท 340 ตรี(ฎีกา 2966/2568)
การบวกโทษตามกฎหมายอาญาและข้อจำกัดในการยื่นคำร้องภายหลังคดีถึงที่สุด(ฎีกาที่ 5073/2566)
ยิงปืนผ่านประตูไม้โดยไม่เห็นตัวผู้เสียหาย ศาลวินิจฉัยอย่างไรเมื่อผู้ถูกยิงเป็นมารดาของผู้กระทำความผิด
เมาแล้วขับรถบรรทุกสิบล้อ ดุลพินิจลงโทษกักขังแทนจำคุก,ป.อ. มาตรา 23,(ฎีกา 178/2567)
ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายในคดีใช้อาวุธปืนไล่ผู้บุกรุก,ภยันตรายใกล้จะถึง,(ฎีกา 189/2567)
คดีลูกจ้างลักทรัพย์ถังสแตนเลสของนายจ้างและการวินิจฉัยพยานแวดล้อม(ฎีกา 428/2567)
คดีรับของโจรและความชอบด้วยฟ้อง(ฎีกา 429/2567)
หลักการผัดฟ้อง-หักค่าชดใช้ก่อนดอกเบี้ย,คดีแขวง, (ฎีกา 194/2568)
สิทธิขอคืนทรัพย์สินของกลาง & ฐานร่วมรู้เห็นทำความผิด (ฎีกา 908/2568)
วิเคราะห์คดีเยาวชน & บทบาทรายงานสถานพินิจ,ความผิดหลายกรรม (ฎีกา 1656/2567)
ซ่องโจร vs ก่อการร้าย ต่างกรรมต่างวาระ,การนับโทษ, พยานบอกเล่า, (ฎีกา 685/2567)
ไม่คืนสำเนาทะเบียนบ้าน = เอาไปเสีย? มาตรา 188 “เอาไปเสีย” กับ “เอาไป” (ลักทรัพย์) (ฎีกา 2148/2567)
คืนของกลางพ้นกำหนด 1 ปี สิทธิขอคืนสิ้นสุด, ป.อ. มาตรา 36, (ฎีกา 2311/2567)
พนักงานมหาวิทยาลัยไม่ถือเป็นเจ้าพนักงาน (ยักยอกทรัพย์) ป.อ. มาตรา 147, (ฎีกา 2324/2567)
หลักเกณฑ์รอการลงโทษตามมาตรา 56, คุมความประพฤติ, (ฎีกา 2515/2567)
คดีบุกรุกเคหสถาน & ทำร้ายร่างกาย (มาตรา 295, 365)
คดีโทรมเด็กหญิง & การนับโทษจำคุกไม่เกิน 50 ปี, ป.อ. มาตรา 91, คดีข่มขืน, พรากผู้เยาว์, (ฎีกา 4943/2567)
(ฎีกาที่ 1546/2568) – คดีชิงทรัพย์ & ลักทรัพย์โดยมีอาวุธ, มาตรา 339
(ฎีกาที่ 1552/2568) รั้วกำแพงหมู่บ้านจัดสรร & ความผิดทำให้เสียทรัพย์
(ฎีกาที่ 2996/2567) : ความลับรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยตามกฎหมายคุมประพฤติ
ป.อ. มาตรา 290-(ฎีกาที่ 3978/2567) : เจตนาร่วมทำร้ายจนถึงแก่ความตายกับผลทางกฎหมายอาญา
ป.อ. มาตรา 86-คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567: คดีโรแมนซ์สแกม การสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ป.อ. มาตรา 157 -คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2567 การแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งพนักงานอัยการตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการอัยการ
การกักกันตามมาตรา 41(8) มาตรการเพื่อความปลอดภัยในคดีเกี่ยวกับทรัพย์
เพิ่มโทษผู้กระทำผิดซ้ำแม้ระบุมาตราคลาดเคลื่อน ศาลมีอำนาจแก้ไขบทกฎหมายและลงโทษให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง
มาตรา 91 ความผิดหลายกรรมต่างกัน