ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำประปา และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินผู้อื่น เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน ศาลกำหนดให้ภายหลังได้หรือไม่

สิทธิขอเดินสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของผู้อื่น, การเดินท่อน้ำประปาผ่านที่ดินข้างเคียง, การเดินสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินของบุคคลอื่น, การเสนอค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดิน, สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1352, ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การ, พยานเบิกความเกินกว่าประเด็นในคำฟ้อง, ศาลพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นไม่ได้, คำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนให้จำเลย, การขอใช้ที่ดินเพื่อเดินสายไฟฟ้า, การกำหนดค่าทดแทนในคดีที่ดิน, ข้อพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินข้างเคียง,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นเพื่อเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์เข้าสู่บ้านของเจ้าของที่ดินข้างเคียง โดยประเด็นสำคัญของคดีไม่ได้อยู่เพียงว่าการเดินสายหรือท่อดังกล่าวมีความจำเป็นหรือไม่ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับขอบเขตของคำฟ้องและประเด็นข้อพิพาทที่คู่ความนำเข้าสู่คดี โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยอนุญาตให้เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลย แต่ในคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย แม้ในชั้นพิจารณาพยานโจทก์จะเบิกความว่าเคยมีการเสนอค่าตอบแทนแก่จำเลย และในชั้นฎีกาโจทก์ยินยอมชำระค่าทดแทนตามที่ศาลเห็นสมควร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน คดีจึงไม่มีประเด็นให้พิจารณาว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่ ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามคำฟ้องได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

สาระสำคัญที่สุดของคดี

โจทก์ประสงค์จะเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลยเข้าสู่ที่ดินของตน

คำฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยอนุญาตให้ดำเนินการ แต่ไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยไว้ในคำฟ้อง

พยานโจทก์เบิกความในชั้นพิจารณาว่าเคยมีการเสนอค่าตอบแทนแก่จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการนำสืบภายหลังไม่อาจทำให้เกิดประเด็นใหม่ซึ่งมิได้ถูกนำเข้าสู่คดีโดยคำฟ้อง

เมื่อไม่มีประเด็นเรื่องการใช้สิทธิตามมาตรา 1352 ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าทดแทนแล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามฟ้องได้

หากศาลกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังในลักษณะดังกล่าว ย่อมเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น

คำถามที่น่าสนใจ

1. เจ้าของที่ดินสามารถขอเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ หรือสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินของผู้อื่นได้หรือไม่

2. หากคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน แต่พยานมาเบิกความในภายหลังว่าเคยเสนอค่าทดแทน ศาลจะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยได้หรือไม่

3. ศาลสามารถกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับเจ้าของที่ดินให้ยอมให้เดินสายไฟฟ้าผ่านที่ดินได้หรือไม่

ข้อเท็จจริงและที่มาของข้อพิพาท

โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 124391 ตำบลบางสีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พร้อมบ้านบนที่ดินดังกล่าว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 124390 พร้อมบ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 5 ที่ดินของโจทก์อยู่ทางทิศตะวันตกติดกับที่ดินของจำเลย และที่ดินของจำเลยอยู่ทางทิศตะวันออกติดคลองบางสีทอง

บริเวณริมคลองบางสีทองฝั่งบ้านและที่ดินของจำเลยมีเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนนทบุรี โจทก์ฟ้องว่าโจทก์และจำเลยเคยเดินสายไฟฟ้าจากเสาไฟฟ้าดังกล่าวมาใช้งานตลอดมาจนถึงปี 2545 ต่อมาโจทก์กับจำเลยมีเหตุขัดใจกัน โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยตัดสายไฟฟ้าไม่ให้โจทก์ใช้ ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนและไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้

โจทก์เจรจากับจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ยินยอมให้โจทก์เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยอนุญาตให้โจทก์ดำเนินการตามแผนผังท้ายคำฟ้อง และหากจำเลยไม่อนุญาตหรือเพิกเฉย ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ รวมทั้งโต้แย้งว่าโจทก์สามารถเดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ และท่อน้ำเข้าสู่บ้านของตนได้โดยวิธีอื่นซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำเลยเคยแนะนำให้ปักเสาไม้ตามร่องสวนเพื่อเดินสายไฟฟ้าเข้าบ้าน แต่โจทก์ไม่ยอม และจำเลยเห็นว่าการเดินสายไฟฟ้าผ่านหลังคาบ้านซึ่งเป็นสังกะสีอาจเกิดอันตรายและทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเกินควร

จำเลยยังฟ้องแย้งขอให้โจทก์รื้อถอนสายไฟฟ้าออกไปโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเอง หากโจทก์ไม่ปฏิบัติ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า หากจะเดินท่อน้ำ สายไฟฟ้า และสายโทรศัพท์ก็ต้องผ่านที่ดินหรือบ้านของจำเลย โดยโจทก์ไม่มีทางอื่นหลีกเลี่ยง โจทก์เคยเดินสายไฟฟ้าจากบ้านของจำเลยเข้าไปใช้ในบ้านของโจทก์เป็นเวลานานนับสิบปี และเมื่อจำเลยรื้อและตัดสายไฟฟ้าออก โจทก์จึงไม่มีไฟฟ้าใช้และต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกา

ประเด็นข้อพิพาทและคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ประเด็นสำคัญในชั้นฎีกาคือ คดีมีประเด็นให้พิจารณาหรือไม่ว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352

โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานโจทก์ประกอบการพิจารณา โดยพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจได้เบิกความว่า พี่ชายของพยานเคยไปพูดกับจำเลยเพื่อขอวางสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลย และได้เสนอว่าจะให้ค่าตอบแทนแก่จำเลย แต่จำเลยไม่ยอมรับ

โจทก์จึงเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้พยายามเจรจาและเสนอค่าทดแทนแก่จำเลยแล้ว และขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำฟ้อง ส่วนค่าทดแทนนั้นโจทก์ยินยอมชำระให้แก่จำเลยตามจำนวนที่ศาลจะพิจารณากำหนด

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทในคดีต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นข้อสำคัญ มิใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา

แม้พยานโจทก์จะเบิกความว่าเคยเสนอว่าจะให้ค่าทดแทนแก่จำเลย แต่ในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่

เมื่อคดีไม่มีประเด็นดังกล่าว ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามฟ้องโจทก์ แล้วกำหนดค่าทดแทนขึ้นเพื่อให้โจทก์ชำระแก่จำเลยได้ เพราะจะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นและพิพากษายืน

วิเคราะห์หลักกฎหมายและความสำคัญของคำฟ้อง

แก่นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า การพิจารณาว่าคดีมีประเด็นใดให้ศาลวินิจฉัย ต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ มิใช่นำข้อเท็จจริงซึ่งเพิ่งปรากฏจากคำเบิกความของพยานในชั้นพิจารณามาใช้เป็นเหตุให้เกิดประเด็นใหม่ขึ้นภายหลัง

คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ขอให้จำเลยยินยอมให้เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลย แต่ไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยไว้ในคำฟ้อง ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องแล้ว เรื่องค่าทดแทนจึงมิได้ถูกนำเข้าสู่คดีในฐานะประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณา

แม้ต่อมาพยานโจทก์จะเบิกความว่าเคยมีการเสนอค่าตอบแทนแก่จำเลย ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากคำเบิกความดังกล่าวก็ไม่อาจเปลี่ยนขอบเขตของคำฟ้องเดิมให้เกิดประเด็นเรื่องค่าทดแทนขึ้นภายหลังได้

หลักสำคัญจากคำวินิจฉัยจึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างข้อเรียกร้องในคำฟ้องกับขอบเขตอำนาจของศาลในการพิพากษา เมื่อข้อเท็จจริงที่จำเป็นต่อสิทธิซึ่งโจทก์ประสงค์จะให้ศาลบังคับมิได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง การนำสืบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในชั้นพิจารณาเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ศาลจะนำมาวินิจฉัยได้

คดีนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดข้อเท็จจริงและคำขอในคำฟ้องให้สัมพันธ์กับสิทธิที่ประสงค์จะให้ศาลบังคับ หากโจทก์ประสงค์จะอาศัยสิทธิตามมาตรา 1352 ประเด็นเกี่ยวกับค่าทดแทนต้องถูกนำเข้าสู่คดีตั้งแต่ในคำฟ้อง มิใช่เพิ่งปรากฏจากคำเบิกความของพยานหรือจากการแสดงความยินยอมของโจทก์ในภายหลัง

เหตุผลของศาลฎีกาในคดีนี้ไม่ได้วินิจฉัยว่า เพียงเพราะมีความจำเป็นต้องเดินสายไฟฟ้าหรือสาธารณูปโภคผ่านที่ดินของผู้อื่นแล้ว โจทก์ย่อมได้รับสิทธิตามคำขอ แต่ศาลพิจารณาก่อนว่าคดีมีประเด็นให้วินิจฉัยสิทธิดังกล่าวหรือไม่ เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน คดีจึงไม่มีประเด็นตามมาตรา 1352 ให้ศาลพิจารณา

ดังนั้น ปัญหาหลักของคดีจึงอยู่ที่ขอบเขตของประเด็นข้อพิพาทและอำนาจของศาลในการพิพากษา มิใช่เพียงข้อเท็จจริงว่าการเดินสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยมีความสะดวกหรือจำเป็นเพียงใด

ความสัมพันธ์ระหว่างพยานหลักฐานกับประเด็นแห่งคดี

คำวินิจฉัยของศาลฎีกาแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างการนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ประเด็นที่มีอยู่แล้วในคดี กับการนำพยานหลักฐานมาใช้เพื่อให้เกิดประเด็นใหม่ซึ่งไม่มีอยู่ในคำฟ้อง

พยานหลักฐานในชั้นพิจารณามีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งประเด็น แต่ในคดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเสียก่อน การที่พยานเบิกความถึงเรื่องซึ่งไม่ได้ถูกเสนอไว้ในคำฟ้อง จึงไม่ทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ศาลจะพิจารณาและพิพากษาได้โดยอัตโนมัติ

ประเด็นนี้เห็นได้ชัดจากข้ออ้างของโจทก์ในชั้นฎีกา ซึ่งพยายามนำคำเบิกความเรื่องการเสนอค่าตอบแทนมาเป็นเหตุสนับสนุนให้ศาลบังคับจำเลยตามคำฟ้อง และยินยอมให้ศาลกำหนดค่าทดแทนในภายหลัง แต่ศาลฎีกาไม่รับแนวทางดังกล่าว เพราะคำฟ้องตั้งแต่ต้นไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยไว้

หากศาลพิพากษาให้จำเลยยอมให้โจทก์เดินสายไฟฟ้าผ่านที่ดิน แล้วกำหนดค่าทดแทนขึ้นในคำพิพากษา ทั้งที่เรื่องค่าทดแทนไม่ได้อยู่ในคำฟ้อง ย่อมเป็นการพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องที่อยู่นอกขอบเขตแห่งประเด็นของคดี

สาระสำคัญของคำวินิจฉัยจึงตอกย้ำว่า การจัดทำคำฟ้องมีผลโดยตรงต่อขอบเขตที่ศาลจะวินิจฉัยได้ การนำสืบพยานหลักฐานในภายหลังไม่อาจใช้แทนการนำข้อเรียกร้องและข้อเท็จจริงสำคัญเข้าสู่คดีโดยคำฟ้องได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ แม้พยานโจทก์จะเบิกความว่าเคยเสนอค่าทดแทนแก่จำเลย แต่เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนไว้ คดีจึงไม่มีประเด็นให้วินิจฉัยว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่ ศาลไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามฟ้อง เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น จึงพิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้มีข้อสำคัญอยู่ที่การกำหนดขอบเขตแห่งข้อพิพาทตั้งแต่ชั้นคำฟ้อง การใช้สิทธิเรียกร้องต่อศาลมิได้พิจารณาเฉพาะว่าคู่ความสามารถนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ข้อเท็จจริงและคำขอที่จำเป็นต่อสิทธิซึ่งกล่าวอ้างนั้นได้ถูกนำเข้าสู่คดีโดยคำฟ้องแล้วหรือไม่

เมื่อโจทก์ประสงค์ให้ศาลบังคับจำเลยยอมให้เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดิน แต่คำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย การที่พยานมาเบิกความในภายหลังว่าเคยเสนอค่าตอบแทน หรือการที่โจทก์ยินยอมในชั้นฎีกาว่าพร้อมชำระค่าทดแทนตามจำนวนที่ศาลกำหนด ไม่ทำให้เรื่องค่าทดแทนกลายเป็นประเด็นแห่งคดีย้อนหลังขึ้นมาได้

คำฟ้องและคำให้การจึงเป็นฐานสำคัญในการกำหนดกรอบการพิจารณาของศาล ส่วนพยานหลักฐานมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายในกรอบแห่งประเด็นนั้น การนำสืบภายหลังไม่อาจใช้สร้างประเด็นใหม่เพื่อให้ศาลพิพากษาเกินกว่าสิ่งที่คู่ความได้นำเข้าสู่คดี

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า เมื่อเจ้าของที่ดินประสงค์จะขอเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ หรือสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินของผู้อื่นโดยอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 แต่คำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินนั้น ศาลจะสามารถนำข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายหลังจากคำเบิกความของพยานมาพิจารณาและกำหนดค่าทดแทนให้ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ได้ เพราะประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน คดีจึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามมาตรา 1352 และศาลไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับจำเลยได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้

ประเด็นข้อพิพาท

ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการเบิกความของพยานในภายหลังไม่อาจทำให้เกิดประเด็นใหม่ซึ่งมิได้ถูกนำเข้าสู่คดีโดยคำฟ้องได้

นอกฟ้องนอกประเด็น

เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย ศาลไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นเองแล้วพิพากษาบังคับจำเลยให้ยอมให้โจทก์เดินสายไฟฟ้าหรือสาธารณูปโภคผ่านที่ดินได้ เพราะเป็นการพิจารณาและพิพากษาเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในประเด็นแห่งคดี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ขอเดินสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของผู้อื่นโดยไม่ได้เสนอค่าทดแทนไว้ในคำฟ้องได้หรือไม่

คำตอบ

คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยยอมให้เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลย แต่ไม่ได้เสนอค่าทดแทนไว้ในคำฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่ ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามคำฟ้องได้

2. คำถาม

หากพยานโจทก์เบิกความว่าเคยเสนอค่าทดแทนแก่จำเลย ศาลสามารถนำมาพิจารณาแทนข้อความในคำฟ้องได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ตามคำวินิจฉัยในคดีนี้ เพราะศาลฎีกาถือว่าประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ แม้พยานจะเบิกความว่าเคยเสนอค่าทดแทนแก่จำเลย แต่เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน เรื่องดังกล่าวก็ไม่กลายเป็นประเด็นแห่งคดีเพียงเพราะมีคำเบิกความเพิ่มเติมในชั้นพิจารณา

3. คำถาม

โจทก์ยินยอมในชั้นฎีกาว่าจะจ่ายค่าทดแทนตามที่ศาลกำหนด ศาลจะกำหนดค่าทดแทนแล้วบังคับจำเลยได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ในคดีนี้ เพราะคำฟ้องเดิมไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยไว้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีไม่มีประเด็นเกี่ยวกับสิทธิตามมาตรา 1352 การกำหนดค่าทดแทนขึ้นภายหลังแล้วพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอจึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

4. คำถาม

หลักสำคัญที่สุดที่ได้จากคดีนี้คืออะไร

คำตอบ

หลักสำคัญคือ ประเด็นข้อพิพาทต้องพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การเป็นสำคัญ การนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาไม่อาจใช้สร้างประเด็นใหม่ที่ไม่มีอยู่ในคำฟ้อง และศาลไม่อาจพิพากษากำหนดสิทธิหรือเงื่อนไขที่อยู่นอกขอบเขตแห่งประเด็นของคดีได้ เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าทดแทนขึ้นเองเพื่อให้โจทก์ได้รับสิทธิตามที่ร้องขอ

หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย

หลักจากคดีนี้มิได้หมายความว่า ศาลไม่มีอำนาจกำหนดค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 ในทุกกรณี ประเด็นสำคัญอยู่ที่เรื่องค่าทดแทนได้ถูกนำเข้าสู่คดีไว้แล้วหรือไม่

หากคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน เรื่องดังกล่าวย่อมไม่เป็นประเด็นที่ศาลจะกำหนดขึ้นภายหลังได้ แต่หากโจทก์ได้เสนอค่าทดแทนไว้แล้วและคู่ความโต้แย้งกันเพียงจำนวนค่าทดแทน ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณากำหนดจำนวนค่าทดแทนที่สมควรได้โดยไม่ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น

ดังนั้น การใช้สิทธิตามมาตรา 1352 จึงควรพิจารณาแยกให้ชัดระหว่างกรณีที่เรื่องค่าทดแทนไม่ได้ถูกนำเข้าสู่คดีเลย กับกรณีที่มีการเสนอค่าทดแทนไว้แล้วแต่ยังมีข้อโต้แย้งกันเฉพาะจำนวนค่าทดแทน เพราะสองกรณีนี้มีผลต่อขอบเขตอำนาจของศาลในการพิจารณาและพิพากษาแตกต่างกัน

ฉบับนี้สามารถคัดลอกไปแทนบทความเดิมได้ทั้งชุด โดยข้อเท็จจริงและแก่นคำวินิจฉัยยังคงยึดตามข้อความที่คุณส่งมา

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2552

ประเด็นข้อพิพาทในคดีจะต้องพิจารณาจากคำฟ้อง คำให้การ เป็นข้อสำคัญมิใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา แม้พยานโจทก์จะได้เบิกความถึงว่าเสนอว่าจะให้ค่าทดแทนแก่จำเลยแล้วก็ตาม แต่ในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้เสนอค่าทดแทนให้แก่จำเลยแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1352 หรือไม่ เมื่อคดีไม่มีประเด็นดังกล่าวเสียแล้ว ศาลจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามฟ้องโจทก์ และกำหนดค่าทดแทนเพื่อให้โจทก์ชำระแก่จำเลยได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 124391 ตำบลบางสีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พร้อมบ้านบนที่ดินดังกล่าว จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 124390 ตำบลบางสีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พร้อมบ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 5 ที่ดินของโจทก์อยู่ทางทิศตะวันตกติดที่ดินของจำเลย ที่ดินของจำเลยอยู่ด้านทิศตะวันออกติดคลองบางสีทอง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนนทบุรีปักเสาไฟฟ้าไว้ที่ริมคลองบางสีทองฝั่งบ้านและที่ดินของจำเลย การประปาจังหวัดนนทบุรีเดินท่อน้ำประปามาที่ริมคลองฝั่งตรงข้ามกับบ้านของจำเลย โจทก์กับจำเลยเดินสายไฟฟ้าจากเสาไฟฟ้าดังกล่าวมาใช้งานตลอดมาจนถึงปี 2545 โจทก์กับจำเลยมีเหตุขัดใจกัน จำเลยจึงตัดสายไฟฟ้าไม่ให้โจทก์ใช้ โจทก์ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ต้องไปอาศัยอยู่บ้านผู้อื่นจนกระทั่งปัจจุบัน โจทก์เจรจากับจำเลยแล้วแต่จำเลยปฏิเสธไม่ยินยอมให้โจทก์เดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำประปา และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินและบ้านของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยอนุญาตให้โจทก์กระทำการดังกล่าวตามแผนผังท้ายคำฟ้อง หากจำเลยไม่อนุญาตหรือเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์อาจไม่ใช่เจ้าของที่ดินและไม่ใช่เจ้าของบ้านตามฟ้อง ทะเบียนบ้านท้ายคำฟ้องไม่ปรากฏชื่อโจทก์ทั้งไม่ได้มอบอำนาจให้นางกิจจา ฟ้องและดำเนินคดีแทน หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้ลงวันเดือนปีหรือขีดฆ่าอากรแสตมป์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนนทบุรีปักเสาไฟฟ้าไว้ข้างคลองบางสีทองใกล้ที่ดินของจำเลยไม่มีการวางท่อน้ำประปา ชาวบ้านละแวกนี้ใช้น้ำบาดาลจากวัดอมฤต ส่วนชุมสายโทรศัพท์จังหวัดนนทบุรีมิได้เดินสายหรือปักเสาโทรศัพท์ไว้บริเวณคลองบางสีทองบ้านที่ไม่ได้อยู่ติดกับคลองบางสีทองใช้วิธีเดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์หรือท่อน้ำบาดาลผ่านบริเวณข้างที่ดินของผู้อื่น หรือทางสาธารณประโยชน์ ไม่มีชาวบ้านรายใดเดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ท่อน้ำบาดาล ผ่านหลังคาหรือกลางบ้านผู้อื่น หากมีต้องขออนุญาตและเสียค่าตอบแทนตามกฎหมาย โจทก์ไม่เคยขอใช้โทรศัพท์และไม่เคยขอใช้น้ำบาดาลมาก่อน แผนผังท้ายคำฟ้องบิดเบือนความจริง โจทก์ไม่เคยเดินสายไฟฟ้าหรือปักเสาไฟฟ้าผ่านบ้านของจำเลยเพื่อไปใช้ยังบ้านโจทก์ เคยแต่ขอต่อไฟฟ้าจากบ้านจำเลยเพื่อไปใช้ในบ้านของโจทก์เป็นเวลาหลายปีสมัยที่ยังปรองดองกัน โจทก์กับพี่น้องมีสาเหตุผิดใจกัน โจทก์ถือทิฐิไม่ขอใช้ไฟฟ้าจากบ้านจำเลย จำเลยหาได้ตัดไฟฟ้าหรือสายไฟฟ้าอย่างใดไม่ ต่อมาโจทก์ลักลอบเดินสายไฟฟ้าฝ่านบ้านจำเลยเมื่อจำเลยทราบมีการทะเลาะกัน โจทก์และนางกิจจาต่างทิ้งร้างบ้านไปอาศัยอยู่กับสามีของตน ก่อนฟ้องคดีนี้บุตรของโจทก์ได้ขอเดินสายไฟฟ้าผ่านหลังคาบ้านของจำเลยจำเลยไม่อนุญาตเพราะหลังคาบ้านของจำเลยเป็นสังกะสี หากเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอันตราย และทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเกินควร ไม่สะดวก จำเลยแนะนำให้ปักเสาไม้ตามร่องสวนเพื่อเดินสายไฟฟ้าเข้าบ้าน แต่โจทก์ไม่ยอม โจทก์สามารถเดินสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์และท่อน้ำบาดาลเข้าบ้านของโจทก์โดยไม่ก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น แต่โจทก์ไม่อยากลงทุน โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต กลั่นแกล้งฟ้องจำเลยให้ได้รับความเดือดร้อน ทุกวันนี้สายไฟฟ้าของโจทก์ยังอยู่ โดยมิได้ใช้ประโยชน์ เพราะเจ้าหน้าที่ถอดสายไฟฟ้าออกจากหม้อแปลงไฟฟ้าในช่วงที่โจทก์ทิ้งร้างบ้านไปหลายปีหากปล่อยสายไฟฟ้าดังกล่าวทิ้งไว้อาจเป็นอันตราย จำเลยขอให้โจทก์ถอดสายไฟฟ้าดังกล่าว แต่โจทก์เพิกเฉย ขอให้ยกฟ้องและให้บังคับโจทก์รื้อถอนสายไฟฟ้าออกไปโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเอง หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 124391 พร้อมบ้านเลขที่ 18 บนที่ดินดังกล่าว เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ หนังสือมอบอำนาจของโจทก์สมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ยอมรับว่าละแวกบ้านโจทก์จำเลยมีการใช้น้ำบาดาลท่อน้ำบาดาลอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับที่ดินของจำเลยตามแผนผังท้ายคำฟ้องโจทก์ อย่างไรก็ตามหากจะเดินท่อน้ำบาดาล สายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ก็ต้องผ่านที่ดินหรือบ้านของจำเลยโดยโจทก์ไม่มีทางอื่นจะหลีกเลี่ยง โจทก์เคยเดินสายไฟฟ้าจากบ้านของจำเลยเข้าไปใช้ในบ้านของโจทก์ได้นานนับสิบปี เมื่อจำเลยรื้อและตัดสายไฟฟ้าออกจากบ้านของจำเลยแล้ว โจทก์ไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น สายไฟฟ้าที่จำเลยอ้างนั้นการไฟฟ้าได้รื้อออกไปแล้ว จำเลยต่อเติมบ้านครอบคลุมบริเวณนั้นจนไม่มีสายไฟฟ้าที่จะให้โจทก์ต้องดำเนินการอีก ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าคดีมีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่ โจทก์ฎีกาทำนองว่า ศาลอุทธรณ์มิได้รับฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของพยานโจทก์ประกอบการพิจารณาและวินิจฉัยของศาล เนื่องจากพยานโจทก์ปากนางกิจจาผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้เบิกความต่อศาลแล้วว่า พี่ชายของพยานไปพูดกับจำเลยขอวางสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยและได้เสนอว่าจะให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยแต่จำเลยพูดว่า กูมีแล้วไม่เอา แสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้พยายามเจรจาและเสนอค่าทดแทนให้แก่จำเลยแล้ว และฎีกาว่าศาลควรพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำฟ้องเสียก่อน ส่วนค่าทดแทนนั้นโจทก์ยินยอมที่จะชำระให้แก่จำเลยจนเป็นที่พอใจตามที่ศาลจะพิจารณากำหนดให้แก่จำเลย เห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทในคดีจะต้องพิจารณาจากคำฟ้อง คำให้การ เป็นข้อสำคัญมิใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา แม้พยานโจทก์จะได้เบิกความถึงว่า เสนอว่าจะให้ค่าทดแทนแก่จำเลยแล้วก็ตาม แต่ในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้เสนอค่าทดแทนให้แก่จำเลยแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1352 หรือไม่ เมื่อคดีไม่มีประเด็นดังกล่าวเสียแล้ว ศาลจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามฟ้องโจทก์และกำหนดค่าทดแทนเพื่อให้โจทก์ชำระแก่จำเลยได้ เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

สิทธิเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำประปา และสายโทรศัพท์ผ่านที่ดินผู้อื่น เมื่อคำฟ้องไม่ได้เสนอค่าทดแทน ศาลกำหนดให้ภายหลังได้หรือไม่  การมีพยานมาสนับสนุนในชั้นพิจารณา ไม่อาจแก้ไขข้อบกพร่องของประเด็นที่ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่คดีตั้งแต่คำฟ้อง  โจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินติดต่อกัน โจทก์ต้องการใช้เส้นทางผ่านที่ดินและบ้านของจำเลยเพื่อเดินสายไฟฟ้า ท่อน้ำ และสายโทรศัพท์




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

วิธีการคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลหลังศาลพิพากษาหรือไม่ เมื่อโจทก์ชนะคดีและสามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาได้แล้ว article
ฟ้องเรียกค่าจ้างผลิตแม่พิมพ์เป็นกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เมื่อคู่ความเคยฟ้องเรื่องผิดสัญญาจากงานเดียวกันมาก่อน
ศาลสั่งปิดหมายแต่เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย การส่งหมายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่
ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์โดยไม่รับรองให้อุทธรณ์ก่อนมีผลอย่างไร ศาลอุทธรณ์ต้องยกอุทธรณ์หรือเพิกถอนคำสั่งเพื่อให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
การยึดทรัพย์ซ้ำทำได้หรือไม่ และเจ้าหนี้ต้องชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดหรือไม่ หลักกฎหมายการบังคับคดีและผลของกฎหมายใหม่ที่ศาลฎีกาวางหลักไว้
ผู้เรียงคำคู่ความที่ไม่ใช่ทนายความมีผลอย่างไรต่อฎีกา ศึกษาหลักการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบและอำนาจศาลในการรับหรือไม่รับฎีกา
ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ หากได้ฟ้องคดีสิทธิในทรัพย์เดียวกันไว้ก่อนแล้ว คำร้องสอดจะกลายเป็นฟ้องซ้อนตามกฎหมายหรือไม่
ศาลส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์แทนได้หรือไม่ หากทายาทผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับโอกาสคัดค้านคดีครอบครองปรปักษ์
ฟ้องซ้ำไม่ได้จริงหรือ เมื่อศาลเคยวินิจฉัยแล้ว ประเด็นเดิมในคดีใหม่ยังยกขึ้นสู้ได้หรือไม่
การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำหลังศาลวินิจฉัยแล้วทำได้หรือไม่ หลักผูกพันคำพิพากษาและฟ้องซ้ำในคดีบังคับคดีที่ดิน
ทนายความถอนตัวแล้วศาลไม่แจ้งคู่ความ กระบวนพิจารณาไม่ชอบหรือไม่ สิทธิในการต่อสู้คดีและผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมยื่นคำร้องใหม่ได้หรือไม่ หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องคำร้องซ้ำและมาตรา 7 (4)
เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่ หากศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท วิเคราะห์คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและสิทธิผู้มีส่วนได้เสีย
ฟ้องซ้อนในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยักยอก: หลักกรรมเดียวกันและอำนาจศาลฎีกา
สิทธิผู้ร้องสอดในคดีหย่า เมื่อคำพิพากษาถูกเพิกถอนจากการพิจารณาคดีใหม่
หลักอำนาจลงโทษละเมิดอำนาจศาลและสิทธิอุทธรณ์ของผู้เสียหาย
เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลวินิจฉัยนอกประเด็นคำฟ้องในคดีผู้บริโภค(ฎีกา 4819/2566)
ขอพิจารณาคดีใหม่ คืออะไร? เงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจากการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยมิชอบ(ฎีกาที่ 122/2567)
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ยักยอกทรัพย์-ไม่รออาญา ศาลดูอะไรบ้าง และยื่นคำร้องช้าเสียสิทธิหรือไม่
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ใช้รายงานคุมประพฤติสู้คดีได้หรือไม่ ศาลไม่รอการลงโทษในคดีฉ้อโกงออนไลน์เพราะเหตุใด
คดีเพลิงไหม้ ละเมิด & ข้อสันนิษฐาน 84/1,คดีเพลิงไหม้, ลานจอดรถ, ละเมิด, (ฎีกา 2008/2567)
คดีหย่า & ฟ้องซ้อนตามกฎหมาย, การฟ้องหย่าซ้ำเหตุเดียวกัน
ขอบเขตอุทธรณ์เมื่อจำเลยขาดยื่นคำให้การ และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดใหม่ (ฎีกา 5222/2567)
(ฎีกา 181/2568) สิทธิรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น
(ฎีกา 1001/2568) แจ้งวันนัดผิดขั้นตอน & สิทธิอุทธรณ์
(ฎีกา 1932/2568) ยกเว้นค่าธรรมเนียมคดีผู้บริโภค & อุทธรณ์
การขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง(ฎีกาที่ 3196/2567)
(ฎีกาที่ 3670/2567) การขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพื่อความเป็นธรรม และอำนาจทั่วไปของศาล
(ฎีกาที่ 3737/2567) ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีผู้บริโภคและเงื่อนไขการอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567 เรื่องการท้าพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีสัญญากู้เงิน-(คำท้า)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567: คดีพิพาทที่ดินกับกรมทางหลวงและการรับฟังพยานหลักฐานโดยศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567: ข้อบกพร่องในการวินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งและอำนาจของศาลฎีกาในการยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567: กระบวนพิจารณาไม่ชอบเพราะไม่แจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: หลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 5059/2567: สิทธิจำเลยยกปัญหากระบวนพิจารณาผิดระเบียบในคดีผู้บริโภค แม้ชนะคดีชั้นต้น
ข้อพิพาทสัญญากู้ยืมเงิน การแก้ไขจำนวนเงินกู้ และข้อห้ามการนำสืบพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ฎีกาที่ 6656/2567)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดียาเสพติด: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคำพิพากษาที่ 817/2568
โจทก์ร่วมไม่จำต้องจัดทำคำให้การใหม่เพื่อแก้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย
ข้อพิพาทการบังคับคดีที่ดินครอบครองปรปักษ์
การเข้ารับมรดกความกรณีคดีถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่และเป็นการขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 หรือไม่
ใครบ้างมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่จะเข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะได้, ศาลฎีกาวินิจฉัยคู่ความผู้มรณะ
คำสั่งคดีมีมูลเป็นที่สุดห้ามอุทธรณ์, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ, สิทธิในการขอพิจารณาใหม่
คดีก่อนคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะคดี, ฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง, สิทธิขับไล่จากที่ดินกรรมสิทธิ์รวม,
ฟ้องแย้งในคดีแพ่ง, การผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน, การเรียกเงินมัดจำคืนตามสัญญา
คดีบุกรุกที่ดิน น.ส.3 ข. & การสละประเด็นข้อพิพาท (ฎีกา 1201/2567)
สัญญาประนีประนอมยอมความตกลงยุติคดี-ฟ้องซ้ำ
พิพากษาที่เกินคำขอและขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1548 อันเป็นการไม่ชอบ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอนต้องนำสืบพยาน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์
ฟ้องปลูกสร้างผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
สิทธิของเจ้าของรวมในการแบ่งที่ดิน หากแบ่งไม่ได้ต้องขายทอดตลาดหรือชดใช้เงินอย่างไร พร้อมหลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เพิกถอนคำพิพากษาขาดนัดคดีหย่า กระทบทะเบียนหย่าและสมรสใหม่เป็นโมฆะ
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำร้องสอด
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทแต่ได้มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี
ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ครบหน้าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ในคดีเดิมเป็นเพียงคู่ความตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อเท่านั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ
การยื่นและการส่งคำคู่ความในคดีฟอกเงิน
ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม-ฟ้องให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ค่าอุปการะเลี้ยงดูต้องคำนวณอย่างไร และค่าใช้จ่ายในการตรวจดีเอ็นเอใครเป็นผู้รับผิดตามกฎหมาย
ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกเป็นส่วนแต่ละคน
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดิน
การมีอยู่ขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้รับรองแล้ว
กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษา-ฟ้องซ้ำ
ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดีอาญา
อายัดเงินปันผลของหุ้นได้แม้จะพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้ว
เจ้าหนี้บุริมสิทธิ มิได้ร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
ฟ้องซ้ำ คดีถึงที่สุดห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม-ผู้ร้องสอดอ้างครอบครองปรปักษ์เข้าคดีขับไล่ได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียและสิทธิเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
การยื่นเอกสารใหม่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยไม่มีเหตุขัดข้อง ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ และศาลมีอำนาจงดสืบพยานเพียงใด
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป