
| (ฎี.ครพ.พณ. 3139/2567): การมอบอำนาจไม่ถูกต้อง และผลทางกฎหมายของการยื่นฎีกาโดยปราศจากอำนาจ
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความถูกต้องของการมอบอำนาจและการแต่งตั้งทนายความ โดยผู้ร้องเป็นชุมนุมสหกรณ์ที่มีข้อบังคับและระเบียบการลงลายมือชื่อซึ่งกำหนดให้ต้องมีผู้แทนอย่างน้อยสองฝ่ายพร้อมประทับตราสหกรณ์ แต่กลับแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงโดยปราศจากการประทับตราและขัดต่อมติคณะกรรมการ ส่งผลให้การแต่งตั้งทนายความเป็นโมฆะ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาที่ทนายยื่นนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่รับวินิจฉัย
ข้อเท็จจริงของคดี • ผู้ร้องคือชุมนุมสหกรณ์ ซึ่งมีข้อบังคับกำหนดให้การมอบอำนาจและการแต่งตั้งทนายความต้องลงลายมือชื่อร่วมกันโดยประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการหนึ่งฝ่าย และผู้จัดการใหญ่อีกฝ่าย พร้อมทั้งต้องประทับตราสหกรณ์ • มติคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 43 มีมติให้อำนาจประธานหรือรองประธานร่วมกับผู้จัดการใหญ่กระทำการแทนสหกรณ์ รวมถึงมอบอำนาจช่วงและแต่งตั้งทนายได้ หากมีการประทับตราสหกรณ์ • ต่อมา ผู้จัดการใหญ่ (ช.) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจร้องขอศาลเพิกถอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัทเอกชน แต่การแต่งตั้งดังกล่าวไม่ได้ประทับตราสหกรณ์ตามข้อบังคับ • ช. จึงมิใช่ผู้รับมอบอำนาจโดยชอบ ไม่สามารถแต่งตั้งทนายความ (ท.) ได้ • ท. ลงลายมือชื่อในคำฎีกาและคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื่องจากการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงถือว่าการดำเนินกระบวนการแทนสหกรณ์เป็นโมฆะ
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจมีความเห็นว่า 1. การมอบอำนาจต้องเป็นไปตามข้อบังคับและมติคณะกรรมการ หากขาดการประทับตราสหกรณ์ ถือว่าการมอบอำนาจไม่ชอบ 2. เมื่อการมอบอำนาจช่วงไม่ถูกต้อง ผู้จัดการใหญ่ไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความ 3. การที่ทนายลงชื่อยื่นฎีกาและคำร้องขออนุญาตฎีกา จึงเป็นการดำเนินการโดยปราศจากอำนาจ 4. ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกา และให้ยกคำร้อง พร้อมคืนค่าขึ้นศาล
วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย 1. อำนาจในการมอบอำนาจ • ป.พ.พ. มาตรา 797 ว่าด้วยนิติบุคคล ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ • การมอบอำนาจที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข (เช่น ไม่ประทับตรา) ถือว่าไม่มีผลผูกพัน 2. อำนาจในการแต่งตั้งทนายความ • ป.วิ.พ. มาตรา 55 กำหนดว่าทนายความต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจโดยชอบ • หากผู้แต่งตั้งไม่มีอำนาจ การแต่งตั้งทนายตกเป็นโมฆะ 3. ผลของการฎีกาโดยไม่มีอำนาจ • เมื่อคำฎีกายื่นโดยบุคคลที่ไม่มีอำนาจ ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยได้ • แนววินิจฉัยนี้สะท้อนหลักความเข้มงวดในกระบวนพิจารณา เพื่อป้องกันการดำเนินคดีโดยไม่ถูกต้อง
IRAC Analysis Issue (ประเด็น) ผู้จัดการใหญ่ของสหกรณ์ที่ไม่ได้รับมอบอำนาจตามข้อบังคับและมติคณะกรรมการ มีอำนาจแต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นฎีกาหรือไม่ Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ) • ป.พ.พ. มาตรา 797 และข้อบังคับสหกรณ์ พ.ศ. 2551 ข้อ 5 (2) กำหนดให้ผู้แทนต้องมีอย่างน้อย 2 คนพร้อมประทับตรา • ป.วิ.พ. มาตรา 55 ว่าด้วยการแต่งตั้งทนายความ Application (การปรับใช้กฎหมาย) ในกรณีนี้ ช. ผู้จัดการใหญ่ได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ประทับตราสหกรณ์ ขัดต่อข้อบังคับและมติคณะกรรมการ จึงไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งทนายความ การที่ทนายความลงชื่อและยื่นฎีกา จึงเป็นการดำเนินการโดยปราศจากอำนาจ Conclusion (ข้อสรุป) การมอบอำนาจและการแต่งตั้งทนายความไม่ถูกต้อง คำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาเป็นโมฆะ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ข้อคิดทางกฎหมาย • การมอบอำนาจของนิติบุคคลต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากขาดเงื่อนไข เช่น การลงชื่อครบถ้วนหรือการประทับตรา อาจทำให้การดำเนินคดีทั้งสิ้นตกเป็นโมฆะ • ทนายความควรตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือมอบอำนาจทุกครั้งก่อนยื่นคำร้องหรือฎีกา เพื่อป้องกันปัญหาทางกระบวนพิจารณา
English Summary The Supreme Court Judgment No. 3139/2024 (Commercial Case) deals with the invalidity of power of attorney in a cooperative. The cooperative’s general manager appointed a lawyer without proper authorization as required by internal regulations, which mandated joint signatures and the cooperative’s seal. Since the appointment was invalid, the lawyer’s submission of the appeal petition was unauthorized. The Supreme Court ruled that the appeal and permission request were unlawful and therefore dismissed them.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ครพ.พณ. 3139/2567
ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบอำนาจให้ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการร่วมกับผู้จัดการใหญ่มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้องในการเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งหรือเป็นจำเลยต่อสู้คดีในชั้นศาล โดยให้แต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงได้และต้องประทับตราผู้ร้อง แต่ตามหนังสือมอบอำนาจช่วงที่แต่งตั้ง ช. ผู้จัดการใหญ่เป็นผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลมีคำสั่งในคดีนี้ มิได้ประทับตราผู้ร้อง การแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงจึงฝ่าฝืนระเบียบและมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้อง
ช. มิใช่ผู้รับมอบอำนาจช่วงโดยชอบ จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความ การที่ ช. แต่งตั้ง ท. เป็นทนายความคดีนี้ จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ ท. ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนหรือดำเนินคดีต่างผู้ร้องได้ เมื่อ ท.ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกา และเป็นผู้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาโดยไม่มีอำนาจ คำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาที่ยื่นมาจึงเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ตามระเบียบของผู้ร้องว่าด้วยการลงลายมือชื่อแทนชุมนุมสหกรณ์เพื่อให้มีผลผูกพันชุมนุมสหกรณ์ พ.ศ. 2551 ข้อ 5 (2) กำหนดให้ประธานกรรมการดำเนินการ หรือรองประธานกรรมการดำเนินการ ฝ่ายหนึ่ง กับผู้จัดการใหญ่ หรือรักษาการแทนผู้จัดการใหญ่อีกฝ่ายหนึ่ง รวม 2 คน มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ในนามของชุมนุมสหกรณ์และลงลายมือชื่อที่มีผลผูกพันชุมนุมสหกรณ์ รวมทั้งการทำนิติกรรมหรือทำสัญญา หรือทำหนังสือมอบอำนาจต่าง ๆ รวมทั้งการมอบอำนาจให้ดำเนินคดีความ หรือแต่งตั้งทนายความ หรือต่อสู้คดี ตลอดจนประนีประนอมยอมความ และต้องประทับตราชุมนุมสหกรณ์ และให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ประกอบกับหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 43 ครั้งที่ 1 วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 มอบอำนาจให้ ศ. ตำแหน่งประธานกรรมการ หรือ ร. ตำแหน่งรองประธานกรรมการ หรือ น. ตำแหน่งรองประธานกรรมการ ฝ่ายหนึ่ง ร่วมกับ ช. ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ในนามผู้ร้อง และลงลายมือชื่อที่มีผลผูกพันผู้ร้อง ดังนี้ ข้อ 3 เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่ง คดีล้มละลาย ร้องสอด ร้องขัดทรัพย์ ร้องขอเฉลี่ยหนี้ ร้องขอรับชำระหนี้ และให้มีอำนาจถอนฟ้อง ถอนคำร้องหรือคำขอนั้น ๆ ได้ เป็นจำเลยต่อสู้คดีในชั้นศาล ฟ้องแย้ง และข้อ 7 เพื่อที่จะปฏิบัติการให้สำเร็จสมบูรณ์ตามกิจการที่ได้รับมอบอำนาจ ให้ผู้รับมอบอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงได้และต้องประทับตราผู้ร้อง รวมทั้งมีอำนาจแต่งตั้งทนายความคนเดียวหรือหลายคนดำเนินการแทนได้ แต่ตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ผู้ร้องโดย น. ตำแหน่งรองประธานกรรมการ และ ช. ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ แต่งตั้งและมอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริษัท ข. และขอให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจดชื่อบริษัท ข. กลับคืนสู่ทะเบียน อันเป็นกรณีแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วง โดยมิได้ประทับตราผู้ร้อง การแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วงจึงฝ่าฝืนระเบียบของผู้ร้องว่าด้วยการลงลายมือชื่อแทนชุมนุมสหกรณ์เพื่อให้มีผลผูกพันชุมนุมสหกรณ์ พ.ศ. 2551 ข้อ 5 (2) และมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 43 ครั้งที่ 1 วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ช. มิใช่ผู้รับมอบอำนาจช่วงโดยชอบ จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาแทนผู้ร้อง การที่ ช. ลงลายมือชื่อผู้แต่งทนายความ แต่งตั้งให้ ท. เป็นทนายความ จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ ท. จึงไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแทนหรือดำเนินคดีต่างผู้ร้องได้ เมื่อความปรากฏว่า ท. ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกา และเป็นผู้ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาโดยไม่มีอำนาจ จึงมีผลให้คำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกาและฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่รับไว้วินิจฉัย
จึงให้ยกคำร้องขออนุญาตฎีกาและไม่รับฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
|
ทนายความเข้าร่วมฟังการสอบปากคำ ทนายความฝ่าฝืนมรรยาททนายความ-โทษ |





.jpg)
.jpg)