ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การขายทรัพย์สินของคนไร้ความสามารถและผลของการให้สัตยาบันนิติกรรม

การขายที่ดินของคนไร้ความสามารถ, อำนาจผู้อนุบาลในการทำนิติกรรม, นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะ, การให้สัตยาบันตามกฎหมายแพ่ง, การขออนุญาตศาลโอนกรรมสิทธิ์, สัญญาจะซื้อขายที่ทำขณะวิกลจริต, ผลของการไม่บอกล้างนิติกรรม, การคุ้มครองประโยชน์คนไร้ความสามารถ, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้อนุบาล, หลักความสมบูรณ์ของนิติกรรม, มาตรา 28 วรรคสอง ประมวลกฎหมายแพ่ง, มาตรา 1574 และ 1598/18, การขายทรัพย์สินผู้ถูกอนุบาล, อำนาจศาลในการอนุญาตนิติกรรม,

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญทางกฎหมายแพ่งว่าด้วย การทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคลซึ่งศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้ทำสัญญาจะซื้อขายทรัพย์สินไว้ก่อนถูกสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ แต่การโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญายังมิได้เกิดขึ้น และต่อมาจำเป็นต้องดำเนินการโดยผู้อนุบาลแทน

คดีนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง หลักความคุ้มครองบุคคลไร้ความสามารถ กับ หลักความมั่นคงแน่นอนของนิติกรรมและสัญญา ตลอดจนบทบาทของผู้อนุบาลในการตัดสินใจแทนผู้ถูกอนุบาลว่าจะบอกล้างนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ หรือจะให้สัตยาบันนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยอย่างละเอียดถึงอำนาจหน้าที่ของผู้อนุบาล การขออนุญาตศาลก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน การให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 177 และ 178 รวมทั้งการพิจารณาว่าการอนุญาตให้ขายทรัพย์สินดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนไร้ความสามารถหรือไม่ อันเป็นแนววินิจฉัยที่มีนัยสำคัญต่อการใช้กฎหมายในทางปฏิบัติอย่างยิ่ง

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสุจิตรา  ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 8 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตั้งอยู่ในตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อมานางสุจิตรา  ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ส่งผลให้สมองฝ่อ มีอาการหลงลืมและความผิดปกติทางจิตอย่างต่อเนื่อง แพทย์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้นางสุจิตรา เป็นคนไร้ความสามารถ นางสุจิตราได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินทั้ง 8 แปลงให้แก่นางสุจิตรา ผู้จะซื้อ ในราคาซื้อขายรวม 97,000,000 บาท โดยผู้จะซื้อได้ชำระเงินมัดจำแล้ว 10,000,000 บาท และกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลัง หากฝ่ายใดผิดสัญญาให้มีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายตามที่ตกลงไว้

ภายหลังศาลมีคำสั่งให้นางสุจิตรา  เป็นคนไร้ความสามารถ และแต่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้อนุบาล ผู้ร้องประสงค์จะปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว โดยไปติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้จะซื้อ แต่เจ้าหน้าที่ที่ดินไม่อาจดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นกรณีที่ผู้อนุบาลจะต้องทำนิติกรรมแทนคนไร้ความสามารถ จึงต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขออนุญาตศาลให้ทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนนางสุจิตรา 

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องจึงฎีกาต่อศาลฎีกา

ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาได้แยกวินิจฉัยประเด็นสำคัญออกเป็นหลายประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก การที่ผู้อนุบาลจะทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนคนไร้ความสามารถตามสัญญาจะซื้อขายที่ทำไว้ก่อนถูกสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สัญญาจะซื้อขายจะทำขึ้นในขณะที่ผู้ขายยังมีอาการปกติ แต่การโอนกรรมสิทธิ์เป็นการทำนิติกรรมในภายหลัง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลจึงต้องขออนุญาตศาลก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประเด็นที่สอง สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวมีผลผูกพันหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าสัญญาถูกทำขึ้นในขณะที่ผู้ขายมีอาการวิกลจริต และผู้จะซื้อก็รู้ถึงสภาพดังกล่าว ศาลฎีกายอมรับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะ เนื่องจากเป็นการทำนิติกรรมโดยบุคคลวิกลจริตและคู่กรณีอีกฝ่ายรู้ถึงสภาพนั้น

ประเด็นที่สาม แม้สัญญาจะซื้อขายจะเป็นโมฆียะ ผู้อนุบาลได้ใช้สิทธิบอกล้างหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาว่าผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลมิได้บอกล้างสัญญา แต่กลับแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งในการจะปฏิบัติตามสัญญา โดยติดต่อสำนักงานที่ดินและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตทำนิติกรรมแทนคนไร้ความสามารถ อีกทั้งผู้แทนของผู้จะซื้อได้มาแถลงต่อศาลว่า ประสงค์จะซื้อที่ดินทุกแปลงตามสัญญา พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการให้สัตยาบันแก่สัญญาโมฆียะ

ประเด็นที่สี่ การขายที่ดินดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์แก่คนไร้ความสามารถหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาถึงราคาซื้อขาย ความเหมาะสมของราคา ภาระติดพันของที่ดิน และผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตามสัญญา แล้วเห็นว่าการขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายมีเหตุจำเป็น สมควร และเป็นประโยชน์แก่คนไร้ความสามารถ

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่ศาลฎีกานำมาปรับใช้

ศาลฎีกาได้นำหลักกฎหมายหลายประการมาปรับใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะบทบัญญัติว่าด้วยความสามารถของบุคคล อำนาจของผู้อนุบาล และผลของนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 วรรคสอง กำหนดให้ผู้อนุบาลจะทำนิติกรรมบางประเภทแทนคนไร้ความสามารถได้ ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน โดยเฉพาะการจำหน่าย จ่าย โอน หรือก่อให้เกิดภาระผูกพันในอสังหาริมทรัพย์ บทบัญญัตินี้มุ่งคุ้มครองประโยชน์ของคนไร้ความสามารถไม่ให้ถูกเอาเปรียบหรือถูกจำหน่ายทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น

ในส่วนของผลทางนิติกรรม ศาลฎีกานำมาตรา 177 และ 178 มาปรับใช้ โดยเห็นว่า นิติกรรมที่เป็นโมฆียะย่อมมีผลผูกพันได้หากผู้มีสิทธิบอกล้างได้ให้สัตยาบัน ไม่ว่าจะโดยการแสดงเจตนาโดยตรงหรือโดยพฤติการณ์ที่แสดงถึงความประสงค์จะผูกพันตามนิติกรรมเดิม ซึ่งในคดีนี้ ผู้ร้องได้แสดงเจตนาอย่างต่อเนื่องและชัดแจ้งในการจะปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขาย

การให้สัตยาบันดังกล่าวส่งผลให้นิติกรรมซึ่งเคยเป็นโมฆียะกลับมีผลสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก ตามหลักกฎหมายแพ่ง ทำให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องผูกพันและปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมอย่างครบถ้วน

เจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยคนไร้ความสามารถและผู้อนุบาล มิได้มุ่งหมายจะตัดทอนสิทธิหรือประโยชน์ทางทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวโดยสิ้นเชิง หากแต่เป็นการวางกลไกควบคุม ตรวจสอบ และถ่วงดุล เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปโดยรอบคอบและเป็นธรรม

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมาได้ยืนยันหลักการว่า ศาลต้องพิจารณาเป็นสำคัญว่าการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้อนุบาลทำนิติกรรมแทนคนไร้ความสามารถนั้น จะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่คนไร้ความสามารถเป็นประการใด มิใช่พิจารณาเพียงสภาพทางรูปแบบของนิติกรรมเท่านั้น

คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำหลักความคุ้มครองคนไร้ความสามารถมาผสมผสานกับหลักความมั่นคงแน่นอนของสัญญา เมื่อปรากฏว่าสัญญาจะซื้อขายมีความเหมาะสมด้านราคา มิได้เป็นการเอาเปรียบ และการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถมากกว่า ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยกลับและอนุญาตให้ผู้อนุบาลขายที่ดินตามสัญญาได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง โดยเห็นว่าการอนุญาตให้ผู้อนุบาลทำนิติกรรมขายที่ดินของคนไร้ความสามารถยังไม่ปรากฏเหตุจำเป็นอันสมควร 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นพ้องว่าสัญญาจะซื้อขายที่ดินเป็นนิติกรรมที่มีข้อบกพร่องและไม่สมควรอนุญาตให้ดำเนินการต่อไป

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ เห็นว่าผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลได้ให้สัตยาบันแก่สัญญาจะซื้อขายซึ่งเป็นโมฆียะแล้ว สัญญาจึงสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก อีกทั้งการขายที่ดินตามสัญญาเป็นการกระทำที่มีเหตุจำเป็น สมควร และเป็นประโยชน์แก่คนไร้ความสามารถ จึงอนุญาตให้ผู้ร้องทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 8 แปลงแก่ผู้จะซื้อได้

สรุปข้อคิดทางกฎหมายจากคำพิพากษา

คำพิพากษานี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลไร้ความสามารถ โดยมิได้มุ่งหมายให้การจำกัดความสามารถทางนิติกรรมเป็นอุปสรรคต่อการจัดการทรัพย์สินโดยสุจริต หากแต่เป็นการกำหนดกลไกควบคุมเพื่อให้การทำนิติกรรมเป็นไปโดยรอบคอบและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถูกอนุบาลเป็นสำคัญ

ศาลฎีกาได้วางแนววินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า แม้นิติกรรมจะตกเป็นโมฆียะเนื่องจากผู้ทำนิติกรรมอยู่ในสภาพวิกลจริต แต่หากผู้มีอำนาจตามกฎหมายซึ่งมีสิทธิบอกล้างกลับแสดงเจตนาให้สัตยาบันโดยชัดแจ้งหรือโดยพฤติการณ์ นิติกรรมนั้นย่อมกลับมีผลสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก และผูกพันให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม

ในมิติของอำนาจผู้อนุบาล คำพิพากษานี้ยืนยันว่าผู้อนุบาลมิได้เป็นเพียงผู้พิทักษ์ทรัพย์สินในเชิงอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ต้องพิจารณาผลได้ผลเสียในเชิงเศรษฐกิจและกฎหมายอย่างรอบด้าน หากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถมากกว่าการปฏิบัติตามสัญญา ศาลย่อมมีอำนาจอนุญาตให้ทำนิติกรรมดังกล่าวได้ ทั้งนี้เพื่อรักษาหลักความเป็นธรรม ความมั่นคงแน่นอนของนิติกรรม และความเชื่อมั่นในระบบสัญญาตามกฎหมายแพ่ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ผู้อนุบาลสามารถขายที่ดินของคนไร้ความสามารถได้ทันทีหรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ ผู้อนุบาลต้องยื่นคำร้องขออนุญาตจากศาลก่อน หากเป็นการจำหน่ายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการกระทำนั้นเป็นประโยชน์แก่คนไร้ความสามารถหรือไม่

2. คำถาม

สัญญาจะซื้อขายที่ทำโดยคนวิกลจริตมีผลอย่างไร

คำตอบ

สัญญาดังกล่าวเป็นนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะ ซึ่งผู้มีสิทธิบอกล้างสามารถเลือกบอกล้างหรือให้สัตยาบันก็ได้ หากมีการให้สัตยาบัน สัญญาจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

3. คำถาม

การให้สัตยาบันต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่

คำตอบ

ไม่จำเป็น การให้สัตยาบันอาจแสดงโดยคำพูด หนังสือ หรือพฤติการณ์ที่แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งว่าประสงค์จะผูกพันตามนิติกรรมเดิม

4. คำถาม

ศาลพิจารณาเกณฑ์ใดในการอนุญาตให้ผู้อนุบาลขายทรัพย์สิน

คำตอบ

ศาลจะพิจารณาถึงเหตุจำเป็น ความเหมาะสมของราคา ผลได้ผลเสียทางเศรษฐกิจ และประโยชน์สูงสุดของคนไร้ความสามารถเป็นหลัก มิใช่พิจารณาเพียงรูปแบบของนิติกรรมเท่านั้น

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6350/2541

แม้ ส. ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินทั้ง 8 แปลงในขณะที่ส.เป็นปกติอยู่ก็ตามแต่ในช่วงระยะเวลาที่ส.จะต้องไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินขายให้แก่ผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขายนั้นเป็นเวลาภายหลังที่ส. ได้ถูกศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ ในความอนุบาลของผู้ร้องแล้ว ดังนั้น เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้อนุบาลประสงค์ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายโดยดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 8 แปลง ขายให้ผู้จะซื้อผู้ร้องจึงต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 วรรคสอง และ 1574(1) ประกอบมาตรา 1598/18 วรรคสอง สัญญาจะซื้อขายเป็นนิติกรรมที่ส. ผู้จะขายเป็นบุคคลวิกลจริตและได้กระทำในขณะที่จริตวิกลอยู่ทั้งจ.ผู้จะซื้อได้รู้แล้วด้วยว่า ส. เป็นคนวิกลจริตนิติกรรมสัญญาจะซื้อขายจึงตกเป็นโมฆียะ แต่ผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลซึ่งมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมอันเป็นโมฆียะนั้นมิได้บอกล้างต่อผู้จะซื้อ ทั้งผู้ร้องยังได้แสดงเจตนาขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินดังกล่าวแทน ส.โดยการไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน และยื่นคำร้องขอ ต่อศาลเพื่อขอทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขายแทนส. ซึ่งผู้รับมอบอำนาจของจ. ผู้จะซื้อได้มาแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าประสงค์จะซื้อที่ดินทุกแปลง พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องได้ให้สัตยาบันแก่ สัญญาจะซื้อขายซึ่งเป็นโมฆียะกรรมโดยการแสดงเจตนาแก่ จ. ผู้จะซื้อซึ่งเป็นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178 สัญญาจะซื้อขายจึงเป็นอันสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก ตามมาตรา 177มีผลผูกพันให้ผู้ร้องต้องปฏิบัติตามสัญญา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของหญิงรายหนึ่ง ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หญิงดังกล่าวเป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง ก่อนถูกสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หญิงดังกล่าวได้ทำสัญญาจะขายที่ดินจำนวน 8 แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้จะซื้อ ในราคาซื้อขาย 97,000,000 บาท โดยได้รับเงินมัดจำแล้ว 10,000,000 บาท และกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลัง หากฝ่ายใดผิดสัญญาให้มีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายตามที่ตกลงไว้

ภายหลังผู้ร้องไปติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญา เจ้าหน้าที่ไม่อาจดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นกรณีที่ผู้อนุบาลจะต้องทำนิติกรรมแทนคนไร้ความสามารถ จึงต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องจึงฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า หญิงผู้ถูกอนุบาลป่วยเป็นโรคทางสมอง มีอาการหลงลืมและผิดปกติทางจิต จนศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ก่อนหน้านั้นหญิงดังกล่าวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน 8 แปลง และได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินดังกล่าวไว้กับผู้จะซื้อ โดยรับเงินมัดจำแล้วและกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ในภายหลัง

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกคือ ผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้สัญญาจะซื้อขายจะทำขึ้นในขณะที่ผู้ขายยังมีอาการปกติ แต่การโอนกรรมสิทธิ์เป็นการทำนิติกรรมภายหลังที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลจึงต้องขออนุญาตศาลก่อนตามกฎหมาย

ปัญหาประการต่อมา สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะ เนื่องจากผู้ขายมีอาการวิกลจริตและผู้จะซื้อรู้ถึงสภาพดังกล่าว อย่างไรก็ดี ผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลมิได้ใช้สิทธิบอกล้างสัญญา แต่กลับแสดงเจตนาจะปฏิบัติตามสัญญา โดยติดต่อสำนักงานที่ดินและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตโอนกรรมสิทธิ์ อีกทั้งผู้แทนของผู้จะซื้อได้แถลงต่อศาลว่าประสงค์จะซื้อที่ดินทุกแปลงตามสัญญา พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการให้สัตยาบันแก่สัญญาโมฆียะตามกฎหมาย ทำให้สัญญากลับมีผลสมบูรณ์มาแต่เริ่มแรก

เมื่อพิจารณาราคาซื้อขาย ที่ตั้ง และลักษณะของที่ดิน รวมทั้งภาระติดพันต่าง ๆ ศาลฎีกาเห็นว่าราคาซื้อขายอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม มิใช่ขายต่ำเกินสมควร และหากไม่อนุญาตให้ขายอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่คนไร้ความสามารถ การอนุญาตให้ขายที่ดินตามสัญญาจึงมีเหตุจำเป็น สมควร และเป็นประโยชน์แก่คนไร้ความสามารถ

ศาลฎีกาพิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องในฐานะผู้อนุบาลขายที่ดินทั้ง 8 แปลงให้แก่ผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขายในราคา 97,000,000 บาท 




นิติกรรม

สัญญากู้เงินของผู้ให้กู้ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มีผลบังคับหรือไม่–ความสมบูรณ์ของสัญญากู้เงินและการเรียกคืนเงินต้น article
เปลี่ยนเจ้าหนี้ในสัญญากู้และจำนอง ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือโอนสิทธิเรียกร้อง article
การแปลเจตนาให้ที่ดินเป็นสินส่วนตัวและทรัพย์ห้างหุ้นส่วนครอบครัว
นิติกรรมอำพรางการให้ห้องชุด การจดทะเบียนขายกับเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณี
เพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉลในคดีครอบครัวและบังคับคดีทรัพย์สินของคู่สมรส
อำนาจฟ้องคดีแทนนิติบุคคลของสมาคมและมูลนิธิ และขอบเขตการทำนิติกรรม
สัญญาเลิก เบี้ยปรับ และสิทธิค่าควรค่าแห่งงาน(ฎีกา 4330/2554)
สัญญาประกันชีวิตไม่เกิดขึ้นเพราะขาดการแสดงเจตนาโดยชอบ, (ฎีกาที่ 3233/2568)
ข้อพิพาทงานก่อสร้าง เลิกสัญญาโดยปริยายและการคืนฐานะเดิม,ป.พ.พ. มาตรา 391,(ฎีกา 315/2567)
บอกล้างโมฆียะกรรม & เพิกถอนยึดทรัพย์ กลฉ้อฉล, ฉ้อโกง, (ฎีกา 5398/2567)
สัญญาเช่าโรงงาน โมฆียะ สำคัญผิด & ค่าเสียหาย(ฎีกา 7019/2567)
โมฆียะบันทึกข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ & กลฉ้อฉล (ฎีกา 1406-1407/2567)
คดีสัญญาซื้อขายหน่วยลงทุน-พัฒนาที่ดิน,ลาภมิควรได้, โมฆะ,(ฎีกา 2358/2567)
ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉล & สิทธิผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง (ฎีกา 3107/2568)
เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินฉ้อฉล & หนี้เช่าซื้อ, เจ้าหนี้เสียเปรียบ (ฎีกา 1383/2568)
คดีแพ่งเรื่องสิทธิไถ่ถอนจำนอง, การยอมรับโดยปริยายในคดีจำนอง-ฎีกา 3553/2568
โมฆะการเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์ประกันชีวิต(ฎีกา 1/2568)
การเปลี่ยนผู้รับประโยชน์กรมธรรม์ประกันชีวิตโดยผู้อนุบาล ขัดต่อเจตนาผู้เอาประกัน โมฆะเพราะไม่ได้รับอนุญาตศาล(ฎีกาที่ 1/2568)
จำนองที่ดินเฉพาะส่วน และสิทธิของเจ้าของรวม,จำนอง, เจ้าของรวม, มาตรา 1361, (ฎีกาที่ 5423/2553)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567 : คดีผู้บริโภค กู้ยืมเงินตามสัญญากู้ การให้การไม่ชัดแจ้ง และการห้ามอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568: เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินมรดกที่ไม่สุจริต
(ฎ.432-433/2567) เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน ปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจ และการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ฎีกาที่ 7639/2560 : คดีเพิกถอนการขายที่ดินพิพาท ระหว่างสินส่วนตัวกับสินสมรส และปัญหาอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4084/2567 ผลของการบอกล้างโมฆียะกรรมและการชดใช้ค่าเสียหายจากค่าเสื่อมราคา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567: การสละที่ดินโครงการเป็นทางสาธารณะ และผลทางกฎหมายของการโอนขาย
การโอนสิทธิเรียกร้องและสิทธิฟ้องลูกหนี้ตามสัญญาซื้อขาย(ฎีกาที่ 6557/2567)
การปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราและผลของโมฆะกรรมตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 6901/2567)
ส่งมอบรถหลักประกันไม่ใช่การชำระหนี้แทนเงินกู้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 656(ฎีกาที่ 6964/2567)
สิทธิในสัญญาเช่าซื้อกับการตกทอดทางมรดก: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2516
ผู้อนุบาลและคนไร้ความสามารถ, สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์เป็นโมฆียะ, การบอกล้างโมฆียะกรรม
เพิกถอนนิติกรรมวิกลจริต, การบอกล้างโมฆียกรรม, นิติกรรมของผู้ป่วยจิตเวช, โมฆียกรรมกลายเป็นโมฆะ
ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด, การขยายเวลาชำระหนี้, ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกัน
คดีเลิกสัญญาก่อสร้าง, สิทธิในเบี้ยปรับตามกฎหมาย, เบี้ยปรับในสัญญาก่อสร้าง
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย, รถสูญหาย, ถูกเพลิงไหม, การละทิ้งความครอบครองรถยนต์
คดีเกี่ยวกับการบุกรุกป่าสงวน, ข้อกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินรัฐ, สิทธิการครอบครองที่ดินชั่วคราว
กฎหมายกู้ยืมเงิน, หลักฐานการกู้ยืมเงิน, ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, การกู้ยืมเงินในไลน์และเฟสบุค
นิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์
หลักฐานการกู้ยืมเงิน, การลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืม, การพิสูจน์การชำระหนี้
คดีผู้บริโภค, การใช้สิทธิไม่สุจริต, ความสุจริตในการชำระหนี้, มาตรฐานทางการค้า
สัญญาประนีประนอมยอมความ, การรังวัดที่ดินแนวเขต, อำนาจฟ้อง,
สัญญานายหน้าและค่านายหน้า, กฎหมายลาภมิควรได้, การบอกเลิกสัญญานายหน้าโดยไม่สุจริต
สัญญาซื้อขายที่ดินเป็นโมฆะ, นิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงิน
กู้ยืมเงินไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ,สัญญาค้ำประกัน(ฎีกา 1263/2567)
สิทธิทายาท, สละมรดกผู้เยาว์, เพิกถอนโอนที่ดิน(ฎีกา 1649/2567)
การทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์
หนังสือสัญญากู้เงินตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์
การซื้อขายที่ดินตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150
ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีเจ้าหนี้อื่นมาขอเฉลี่ยหนี้
สัญญาเช่าที่ดินซึ่งเป็นเจ้าของรวม
การโอนที่ดินในระยะเวลาห้ามโอนเป็นโมฆะ
สิทธิบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
คำสั่งงดสืบพยานจำเลย
สัญญาจะซื้อจะขายมีผลอย่างไรกับสัญญาซื้อขาย
หนังสือมอบอำนาจ พิมพ์ลายนิ้วมือ
กฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยฝ่าฝืนเป็นโมฆะ | ดอกเบี้ยผิดนัด
สิทธิของผู้รับจำนองเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้เรียกว่า"บุริมสิทธิ"
สัญญาที่ทำขึ้นโดยไม่มีเจตนาแท้จริงให้ผูกพันกัน
ความรับผิดในคดีแพ่งต้องอาศัยมูลมาจากการกระทำความผิดในทางอาญา
นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย, ฝ่าฝืนกฎหมาย
อำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการจำหน่ายที่ดินเพื่อชำระเป็นเงินให้คนต่างด้าว
ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมให้สินสมรสเมื่อผู้ให้ตายแล้วไม่ต้องฟ้องผู้จัดการมรดกก็ได้
ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินสินสมรส
การขายอสังหาริมทรัพย์ของบุตรผู้เยาว์จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน
ผลของการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะเดิม
นิติกรรมอำพรางคู่กรณีต้องแสดงเจตนาทำนิติกรรมขึ้นสองนิติกรรม
องค์ประกอบของนิติกรรม
สัญญารับเหมาก่อสร้างเลิกกัน คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม
สัญญาซื้อขายที่ดินเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงิน
ทำสัญญากู้ยืมเงินในฐานะผู้แทนของสมาคมไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
แม้ดอกเบี้ยเป็นโมฆะแต่ยังต้องรับผิดต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยผิดนัด
ข้อตกลงให้ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ชำระค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ขายที่ดินห้ามโอนภายใน 10 ปีเป็นการสละการครอบครอง
สิทธิได้รับค่าตอบแทนก่อนบอกเลิกสัญญาตัวแทนประกันชีวิต
ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประกันชีวิต-อ้างถูกฉ้อฉลให้ทำสัญญา
ผู้รับประกันภัยได้รับประกันวินาศภัยไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเกินอัตราเป็นโมฆะต้องนำมาหักเป็นต้นเงิน
สัญญาเช่าบ้านภายหลังการซื้อขาย
ผู้จะขายไม่ได้รับใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดินผู้จะซื้อไม่รู้สัญญาไม่เป็นโมฆะ
ผู้แทนโดยชอบธรรมทำสัญญาขายไม้มรดกส่วนของผู้เยาว์-ไม่ต้องขออนุญาตศาลก่อน
คู่สัญญามีอำนาจฟ้องให้โอนทรัพย์สินให้บุตรได้