
| สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์กับส่วนประกอบเชิงใช้งาน(ฎีกา 3998/2568)
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับขอบเขตความคุ้มครองของสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยวินิจฉัยว่า การคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรมุ่งเน้นที่ความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก มิใช่ส่วนประกอบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานเป็นหลัก หากส่วนประกอบใดมีไว้เพื่อประโยชน์เชิงหน้าที่ ย่อมไม่ถือเป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ และไม่อยู่ในความคุ้มครองของสิทธิบัตร แม้ผลิตภัณฑ์ของคู่กรณีจะมีลักษณะคล้ายกันในบางส่วน แต่หากรูปร่างและองค์ประกอบเชิงสาระสำคัญแตกต่างกัน ก็ไม่อาจถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ ข้อเท็จจริงของคดี โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทฝาปิดขวด โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำดื่ม ได้ใช้ฝาปิดที่มีลักษณะละเมิดแบบผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ และมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ผลิต โจทก์จึงฟ้องขอให้หยุดการผลิตและจำหน่าย เรียกคืนสินค้า และเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คำวินิจฉัยศาลชั้นต้น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่า ฝาปิดของจำเลยที่ 1 มีบางส่วนละเมิดสิทธิบัตร จึงพิพากษาให้ชำระค่าเสียหายจำนวนหนึ่ง และห้ามผลิตหรือจำหน่ายฝาปิดดังกล่าว แต่ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่า ลักษณะของฝาปิดจำเลยแตกต่างจากแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ในสาระสำคัญ จึงพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ประเด็นกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยประเด็นสำคัญว่า ส่วนประกอบใดบ้างของแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 3 และส่วนใดเป็นเพียงองค์ประกอบเชิงหน้าที่ที่ไม่อาจถือเป็นสาระสำคัญของการออกแบบ หลักกฎหมายที่ศาลฎีกาวางไว้ ศาลฎีกาวางหลักว่า การคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องของความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก หากองค์ประกอบใดมีไว้เพื่อประโยชน์ในการใช้งาน เช่น ความแข็งแรง ความสะดวกในการพกพา หรือการป้องกันการรั่วซึม องค์ประกอบนั้นไม่ถือเป็นลักษณะพิเศษของแบบผลิตภัณฑ์ แม้จะปรากฏอยู่ในข้อถือสิทธิของสิทธิบัตรก็ตาม การเปรียบเทียบแบบผลิตภัณฑ์ เมื่อเปรียบเทียบฝาปิดของโจทก์กับฝาปิดของจำเลย ศาลเห็นว่ามีความแตกต่างในส่วนของรูปร่างสันหูหิ้ว มุมของสันหูหิ้ว พื้นที่ระหว่างรูหูหิ้ว และลักษณะของร่องลึก ซึ่งเป็นองค์ประกอบเชิงสาระสำคัญของการออกแบบ ความแตกต่างดังกล่าวทำให้ไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยใช้แบบผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญว่า ผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่อาจผูกขาดองค์ประกอบที่มีไว้เพื่อการใช้งานโดยตรง การอ้างละเมิดสิทธิบัตรต้องพิจารณาเฉพาะรูปร่างและองค์ประกอบเชิงสุนทรียภาพที่เป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์เท่านั้น หลักการนี้ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองนวัตกรรมด้านการออกแบบกับเสรีภาพในการแข่งขันทางการค้า สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์บางส่วน ให้ชำระค่าเสียหายและห้ามผลิตหรือจำหน่ายฝาปิดดังกล่าว แต่ยกฟ้องจำเลยที่ 2 2. ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฝาปิดของจำเลยที่ 1 มีลักษณะแตกต่างจากแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ในสาระสำคัญ จึงให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 3. ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่า ส่วนประกอบที่โจทก์อ้างเป็นเพียงองค์ประกอบเพื่อการใช้งาน มิใช่สาระสำคัญของการออกแบบ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3998/2568 พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 3 กำหนดว่า แบบผลิตภัณฑ์ หมายความว่า รูปร่างของผลิตภัณฑ์ หรือองค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์ อันมีลักษณะพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมได้ ดังนั้น การให้ความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงามของรูปลักษณะภายนอก หากส่วนประกอบใดของผลิตภัณฑ์มีความมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ในการใช้งานเท่านั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายแบบผลิตภัณฑ์ฝาปิดในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์มีรูหูหิ้วไว้สำหรับสอดนิ้วเพื่อหิ้วพกพา สันหูหิ้วมีไว้เพื่อความแข็งแรงและประหยัดพลาสติก ด้านในของฝาปิดเป็นฝาสองชั้นเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม และลวดลายที่ฐานของฝาปิดเป็นลายเส้นตรงแนวดิ่งเพื่อประโยชน์ในการเปิดฝาขวด อันเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ส่วนประกอบดังกล่าวจึงไม่นับเป็นสาระสำคัญหรือลักษณะพิเศษของการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ และเมื่อพิจารณารูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายอื่นที่ระบุในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์เปรียบเทียบกับลักษณะของผลิตภัณฑ์ของจำเลยที่ 1 แล้ว มีลักษณะการออกแบบแตกต่างกันในประการสำคัญคือ ทรงสันหูหิ้ว มุมสันหูหิ้ว พื้นที่ระหว่างรูหูหิ้วกับสันหูหิ้ว และร่องลึกที่ขอบของสันหูหิ้ว ซึ่งเป็นรูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายซึ่งเป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์และผลิตภัณฑ์ฝาปิดของจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจฟังได้ว่า ผลิตภัณฑ์ฝาปิดของจำเลยที่ 1 ผลิตขึ้นโดยใช้แบบผลิตภัณฑ์ในข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทั้งสองหยุดผลิตและจำหน่ายฝาปิดขวดเครื่องดื่มวิตามินยี่ห้อ ด. และเรียกคืนฝาปิดจากท้องตลาดเพื่อทำลาย พร้อมให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย 5,000,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหาย 80,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (27 พฤษภาคม 2564) โดยอัตราดอกเบี้ยผิดนัดให้ปรับตามพระราชกฤษฎีกาแต่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ห้ามจำเลยที่ 1 ผลิต ใช้ ขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายฝาปิดหรือสินค้าที่ใช้ฝาปิดอันเป็นการฝ่าฝืนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ (ค่าทนายความ 8,000 บาท) ส่วนคำขออื่นให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ ส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับตามเดิม โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 59399 “ฝาปิด” ยื่นคำขอ 28 เมษายน 2557 สิ้นอายุคุ้มครอง 27 เมษายน 2567 และอนุญาตให้บริษัท ย. ใช้สิทธิดังกล่าวกับขวดน้ำดื่มยี่ห้อ ย. จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้จำหน่ายน้ำดื่มยี่ห้อ ด. โดยฉลากระบุจำเลยที่ 2 เป็นผู้ผลิต ซึ่งคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ยุติแล้วเพราะไม่มีอุทธรณ์ ปัญหาคือจำเลยที่ 1 ละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 3 คุ้มครอง “แบบผลิตภัณฑ์” ในมิติความสวยงามภายนอก ไม่คุ้มครองส่วนประกอบที่มีไว้เพื่อการใช้งานเท่านั้น โดยองค์ประกอบอย่างรูหูหิ้วเพื่อสอดนิ้ว สันหูหิ้วเพื่อความแข็งแรงและประหยัดพลาสติก ฝาสองชั้นกันรั่วซึม และลายเส้นเพื่อช่วยเปิดฝา เป็นส่วนเพื่อการใช้งานจึงไม่ใช่สาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ เมื่อเปรียบเทียบแบบของโจทก์กับฝาปิดของจำเลยที่ 1 ยังมีความแตกต่างในสาระสำคัญ เช่น ทรงสันหูหิ้ว มุมสันหูหิ้ว พื้นที่ระหว่างรูหูหิ้วกับสันหูหิ้ว และลักษณะร่องลึกที่ขอบสันหูหิ้ว ทำให้ไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยใช้แบบผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่ละเมิดและไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ คำถามที่พบบ่อย 1. คำถาม: “แบบผลิตภัณฑ์” ตามกฎหมายสิทธิบัตรหมายถึงอะไร และกฎหมายคุ้มครองเรื่องใดเป็นหลัก? คำตอบ: “แบบผลิตภัณฑ์” หมายถึง รูปร่างของผลิตภัณฑ์ หรือองค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะพิเศษและสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมได้ โดยการคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์มุ่งคุ้มครองความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก มิใช่ประโยชน์ใช้สอยหรือหน้าที่การทำงานของผลิตภัณฑ์ 2. คำถาม: ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานเท่านั้น ได้รับความคุ้มครองเป็นสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่? คำตอบ: โดยหลักไม่ได้รับความคุ้มครองในฐานะสาระสำคัญของสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ หากส่วนประกอบนั้นถูกออกแบบเพื่อประโยชน์ในการใช้งานโดยตรงเท่านั้น เช่น เพื่อให้จับถือได้สะดวก เพิ่มความแข็งแรง ลดการใช้วัสดุ หรือป้องกันการรั่วซึม ศาลถือว่าเป็นองค์ประกอบเชิงหน้าที่ จึงไม่นับเป็นลักษณะพิเศษของการออกแบบที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง 3. คำถาม: ศาลใช้หลักใดในการแยกแยะว่า “ส่วนใด” เป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ และ “ส่วนใด” เป็นส่วนเชิงหน้าที่? คำตอบ: ศาลพิจารณาจากเจตนาการออกแบบและผลขององค์ประกอบนั้นว่าเกิดขึ้นเพื่อความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอกหรือเพื่อการใช้งานเป็นหลัก หากองค์ประกอบนั้นมีหน้าที่รองรับประโยชน์ใช้สอยโดยตรง ศาลมักไม่นับรวมเป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ และจะนำไปพิจารณาเปรียบเทียบเฉพาะองค์ประกอบด้านรูปร่างและลวดลายที่สะท้อนความงามของรูปทรงเป็นสำคัญ 4. คำถาม: หลักเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัยว่าเป็นการละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือไม่ คืออะไร? คำตอบ: ต้องเปรียบเทียบรูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายที่เป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ตามข้อถือสิทธิ กับผลิตภัณฑ์ของผู้ถูกกล่าวหา หากความเหมือนกันเกิดขึ้นเพียงในส่วนเชิงหน้าที่หรือส่วนที่มีไว้เพื่อการใช้งาน ย่อมยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการละเมิด ทั้งต้องพิจารณาว่ามีความแตกต่างในประการสำคัญในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหรือไม่ด้วย 5. คำถาม: เหตุใดศาลจึงเห็นว่าฝาปิดของจำเลยไม่ละเมิดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโจทก์? คำตอบ: เพราะศาลเห็นว่าองค์ประกอบหลายส่วนที่โจทก์ยกขึ้นอ้างเป็นเพียงองค์ประกอบเพื่อการใช้งาน จึงไม่นับเป็นสาระสำคัญของแบบผลิตภัณฑ์ และเมื่อพิจารณาเฉพาะรูปร่างและองค์ประกอบของลวดลายที่เป็นสาระสำคัญ ศาลพบว่าผลิตภัณฑ์ของจำเลยแตกต่างจากแบบของโจทก์ในประการสำคัญหลายจุด เช่น ลักษณะสันหูหิ้ว มุมของสันหูหิ้ว พื้นที่ระหว่างรูหูหิ้วกับสันหูหิ้ว และลักษณะร่องลึกบริเวณขอบสันหูหิ้ว จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยผลิตโดยใช้แบบผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ 6. คำถาม: หากผลิตภัณฑ์ของคู่กรณีคล้ายกันในส่วนที่เป็นประโยชน์ใช้สอย จะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่? คำตอบ: โดยหลักไม่ถือว่าเป็นการละเมิดเพียงเพราะคล้ายกันในส่วนที่เป็นประโยชน์ใช้สอย เนื่องจากสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก มิใช่ส่วนที่เกิดขึ้นเพื่อหน้าที่การใช้งาน การวินิจฉัยต้องดูความเหมือนหรือความต่างในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของรูปลักษณ์ภายนอกตามข้อถือสิทธิเป็นหลัก 7. คำถาม: คดีนี้ให้บทเรียนทางกฎหมายอย่างไรแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ประกอบการ? คำตอบ: บทเรียนสำคัญคือ ผู้ทรงสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่อาจขยายขอบเขตการผูกขาดไปครอบคลุมส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการใช้งานของสินค้าได้ และการกล่าวอ้างละเมิดต้องชี้ให้เห็นความเหมือนในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของความงามตามข้อถือสิทธิอย่างแท้จริง ขณะที่ผู้ประกอบการควรออกแบบให้แตกต่างในส่วนรูปลักษณ์ที่เป็นสาระสำคัญ และควรประเมินความเสี่ยงโดยแยกองค์ประกอบเชิงหน้าที่ออกจากองค์ประกอบเชิงสุนทรียภาพก่อนนำสินค้าออกสู่ตลาด 8. คำถาม: การยกฟ้องจำเลยบางรายในคดีทรัพย์สินทางปัญญามีผลอย่างไรต่อการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา? คำตอบ: หากศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยรายใด และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ในส่วนดังกล่าว คดีสำหรับจำเลยรายนั้นย่อมถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่งผลให้การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาจะดำเนินไปเฉพาะคู่ความที่ยังโต้แย้งกัน และจำกัดอยู่ในประเด็นข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่ยังเป็นข้อพิพาทเท่านั้น |




