
| ทนายความที่สภาทนายความจัดให้ | วิชาชีพทนายความ
ทนายความที่สภาทนายความจัดให้ | วิชาชีพทนายความ ผู้ที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือทางด้านคดีความแต่ไม่มีเงินที่จะจัดจ้างทนายความด้วยตนเองอาจขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความได้โดยมีเงื่อนไขตามที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 78 บัญญัติว่า "ประชาชนผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายต้องเป็นผู้ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม" โดยค่าใช้จ่ายที่ทางสภาทนายความจัดหามาเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนนั้นเป็นไปตามมาตรา 77 คือ มาตรา 77 ให้มีกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประกอบด้วย (1) เงินที่สภาทนายความจัดสรรให้เป็นประจำปีเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของเงินรายได้ของสภาทนายความตามมาตรา 9 (1) ของปีที่ล่วงมา (2) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล (3) ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ และ (4) ดอกผลของ (1) (2) และ (3) ดังนั้นผู้ที่ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงไปขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความได้ และทางสภาทนายความจะจัดหา "ทนายความ" ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ปรึกษากฎหมายได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-522-7124 และ 02-522-7125 หรือสายด่วน 1167 วิชาชีพทนายความ ก่อนที่บุคคลใดจะมาประกอบวิชาชีพทนายความได้นั้นจะต้องผ่านการเรียนหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเสียก่อนจึงจะมีคุณสมบัติที่จะสมัครสอบเพื่อขอใบอนุญาตให้เป็นทนายความจากสภาทนายความได้ซึ่งในบางประเทศนั้นกำหนดให้ผู้ที่จะเป็นทนายความได้จะต้องสำเร็จการศึกษาชั้นเนติบัณฑิตเสียก่อนด้วย คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นทนายความ พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 35 มาตรา 35 ผู้ขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย (2) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ในวันยื่นคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาต (3) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาซึ่งสภาทนายความเห็นว่าสถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้ และเป็นสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา (4) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่อง ในศีลธรรมอันดีและไม่เป็นผู้ได้กระทำการใดซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต (5) ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (6) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ (7) ไม่เป็นบุคคลผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย (8) ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่สังคม (9) ไม่เป็นผู้มีกายพิการหรือจิตบกพร่องอันเป็นเหตุให้เป็นผู้หย่อนสมรรถภาพในการประกอบอาชีพทนายความ (10) ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีเงินเดือนและตำแหน่งประจำเว้นแต่ข้าราชการการเมือง (11) ไม่เป็นผู้ต้องห้ามมิให้ยื่นคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตตามมาตรา 71 |



.jpg)