ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ตามกฎหมายเลือกตั้ง และการวินิจฉัย “ต่างกรรมต่างวาระ”(ฎีกาที่ 6849/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 6849/2567, การติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่, พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 4, 71, 132, หลักการต่างกรรมต่างวาระในคดีอาญาเลือกตั้ง, เจตนาและประโยชน์แห่งการหาเสียง, เขตเลือกตั้ง อบต. วัดจันทร์ หมู่ที่ 2 อำเภอเมืองพิษณุโลก, แนวทางการนับโทษและการรับสารภาพในคดีเลือกตั้ง, วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับความผิดเลือกตั้ง, บทเรียนทางกฎหมายสำหรับผู้สมัครและผู้เกี่ยวข้อง

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จากกรณีจำเลยร่วมกันติดตั้งป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด แม้จะกระทำในวันเดียวกันและมีลักษณะความผิดเดียวกัน แต่เมื่อกระทำต่างเวลา ต่างสถานที่ และเพื่อประโยชน์กับผู้สมัครคนละราย ศาลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ จึงลงโทษแยกเป็นหลายกรรม

สรุปข้อเท็จจริง

•จำเลยที่ 1 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์

•จำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ 2

•ทั้งคู่ร่วมกันติดตั้งป้ายหาเสียง 3 จุดในหมู่ 2 ซึ่งอยู่นอกสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

•นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังถูกดำเนินคดีอีก 2 คดี จากการติดป้ายหาเสียงกับผู้สมัครคนอื่นในหมู่และเขตเลือกตั้งต่างกัน แต่ในวันเดียวกัน

•โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 4, 71, 132 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

•ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับคนละ 4,000 บาท หลังลดโทษกึ่งหนึ่งเพราะรับสารภาพ

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

•ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย คือ การกระทำในคดีนี้กับอีกสองคดีเป็น กรรมเดียวกันหรือไม่

•ศาลเห็นว่า แม้กระทำวันเดียวกันและมีลักษณะเหมือนกัน แต่

oต่างเวลา

oต่างสถานที่

oคู่ร่วมกระทำ (ผู้สมัครสมาชิก อบต.) ต่างคน

•จึงถือว่ามีเจตนาแยกกัน เพื่อประโยชน์ในแต่ละคดีต่างราย → เป็น ต่างกรรมต่างวาระ

•การฟ้องแยกคดีจึงชอบ และเมื่อต่างกรรม ต้องลงโทษแยก

•พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ประเด็นทางกฎหมาย

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71

มาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่กำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง โดยระบุว่าผู้สมัครหรือผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงจะต้องดำเนินการภายในกรอบและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด หากติดตั้งป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่อนุญาต หรือไม่เป็นไปตามรูปแบบ ขนาด หรือเงื่อนไขที่กำหนด จะถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น กกต. อบต. กำหนดให้ติดป้ายได้เฉพาะในจุดที่กำหนดไว้ 10 จุด แต่ผู้สมัครไปติดนอกพื้นที่ดังกล่าว แม้เพียงป้ายเดียว ก็ถือว่าผิดมาตรา 71 ทันที

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ พ.ศ. 2562 มาตรา 132

มาตรานี้เป็นบทกำหนดโทษของความผิดตามมาตรา 71 โดยกำหนดโทษปรับและอาจมีโทษจำคุกขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำ เช่น การติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่อนุญาต อาจมีโทษปรับสูงถึงหลักหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มาตรานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างเท่าเทียม ป้องกันการได้เปรียบหรือเสียเปรียบโดยไม่เป็นธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

มาตรานี้ว่าด้วย “ตัวการร่วม” หมายถึง บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ร่วมกันกระทำความผิด ไม่ว่าจะมีบทบาทเท่ากันหรือคนใดเป็นผู้ริเริ่ม หากมีส่วนร่วมในกระบวนการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นตัวการร่วมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครกับทีมงานที่ช่วยติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ แม้ทีมงานเป็นผู้ติดตั้งแต่ผู้สมัครเป็นผู้สั่งการหรือยินยอม ก็ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 83 ร่วมกัน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

มาตรานี้ว่าด้วยเหตุบรรเทาโทษ โดยระบุว่าหากจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ศาลสามารถลดโทษได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง จุดมุ่งหมายของมาตรานี้คือเพื่อจูงใจให้จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ลดระยะเวลาการดำเนินคดี และประหยัดทรัพยากรศาล เช่น หากโทษปรับ 8,000 บาท เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลอาจลดเหลือ 4,000 บาทตามที่เห็นสมควร

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

มาตรานี้ว่าด้วยหลักการลงโทษเมื่อศาลพิพากษาว่าบุคคลเดียวกันกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน โดยกำหนดให้ลงโทษทุกกรรมและนำโทษมารวมกัน ทั้งนี้มีเพดานสูงสุดของโทษเพื่อไม่ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หลักการนี้ใช้ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่าเป็น “ต่างกรรมต่างวาระ” เช่น คดีนี้ ศาลเห็นว่าการติดป้ายหาเสียงในแต่ละพื้นที่ แม้จะกระทำวันเดียวกัน แต่ต่างเวลา ต่างสถานที่ และต่างผู้สมัครร่วม จึงเป็นหลายกรรมต่างกัน หากศาลพิจารณารวมคดีและพิพากษาในคราวเดียว ก็จะต้องนำมาตรา 91 มาใช้ในการรวมโทษ

ตัวอย่างเชิงปฏิบัติจากคดีนี้

การติดป้ายหาเสียงในหลายจุด แม้ในวันเดียวกัน หากแต่ละจุดอยู่ในพื้นที่คนละเขตเลือกตั้ง มีเวลาหรือบุคคลร่วมต่างกัน กฎหมายถือว่าเป็นการกระทำคนละกรรม ผลคือผู้กระทำจะถูกฟ้องและลงโทษแยกในแต่ละกรรมตามมาตรา 91 ซึ่งเป็นหลักการที่ช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งมีความรัดกุม และป้องกันไม่ให้ผู้สมัครใช้ช่องโหว่กฎหมายหาเสียงเกินขอบเขตที่อนุญาต

IRAC วิเคราะห์คดี

•Issue (ประเด็นปัญหา)

การติดป้ายหาเสียงในคดีนี้กับอีกสองคดีเป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือหลายกรรม

•Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ)

oพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132

oป.อ. มาตรา 83 (ตัวการร่วม), มาตรา 78 (ลดโทษเมื่อรับสารภาพ), หลักการ “ต่างกรรมต่างวาระ” ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

•Application (การปรับใช้ข้อเท็จจริงกับกฎหมาย)

แม้กระทำวันเดียวกันและมีลักษณะเหมือนกัน แต่เกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และกับผู้สมัครคนละราย การกระทำจึงแยกเจตนาและเกิดผลประโยชน์ในแต่ละคดีแตกต่างกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

•Conclusion (ข้อสรุป)

ศาลวินิจฉัยว่าการฟ้องแยกคดีเป็นคนละกรรม จึงต้องลงโทษแยกคดี พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อคิดทางกฎหมาย

•ในคดีเลือกตั้ง การติดป้ายหาเสียงต้องปฏิบัติตามสถานที่และเงื่อนไขที่กฎหมายและ กกต. กำหนด

•แม้จะทำในวันเดียวกัน แต่ถ้าต่างเขต ต่างเวลา ต่างบุคคลร่วม ก็อาจเป็นหลายกรรมและรับโทษแยก

•ผู้สมัครและทีมงานควรมีการตรวจสอบแผนการหาเสียงอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

สรุปภาษาอังกฤษ 

The Supreme Court Decision No. 6849/2567 concerns violations of the Local Council or Local Executive Member Election Act B.E. 2562 for installing campaign signs outside designated areas. Although the offenses occurred on the same day and were similar in nature, they took place at different times, in different locations, and involved different candidates. The Court ruled these were separate offenses (“different acts at different times”), justifying separate prosecutions and penalties.

สรุปย่อฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ผู้สมัครนายก อบต.วัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 ผู้สมัคร ส.อบต. เขต 1 หมู่ 2 ร่วมกันติดป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่ กกต. กำหนด อีกทั้งจำเลยที่ 1 ยังมีอีก 2 คดีลักษณะเดียวกันในเขตและหมู่บ้านอื่น แม้กระทำวันเดียวกัน แต่ต่างเวลา สถานที่ และคู่ร่วมกระทำ จึงเป็น ความผิดต่างกรรมต่างวาระ การฟ้องแยกคดีจึงชอบ และเมื่อจำเลยรับสารภาพทุกคดี ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567

ปัญหาว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และที่ อ. 1532/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน ซึ่งอีกสองคดีต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดี จึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1682/2564 และที่ อ. 1683/2564 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณริมถนนสายบัวสีเงิน หมู่ที่ 2 จำนวน 1 แผ่น บริเวณริมถนนสายบัวสีเงินฝั่งตรงทางเข้าหมู่บ้านบัวสีเงิน หมู่ที่ 2 จำนวน 1 แผ่น และบริเวณริมถนนหน้าปากซอยบูรพา 1 หมู่ที่ 2 จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด นอกจากคดีนี้จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1682/2564 และที่ อ. 1683/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และที่ อ. 1532/2564 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และที่ อ. 1532/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน โดยความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีก 2 คดี ต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็น 3 คดี ต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1.

จำเลยที่ 1 ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ที่ 2 ร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยจำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องในอีกสองคดีในข้อหาเดียวกันซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกัน แต่คนละหมู่บ้านและต่างเขตเลือกตั้ง ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ทั้งสามคดีนั้นเป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

ธงคำตอบ:

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำเหมือนกัน คือร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งท้องถิ่นกำหนด แต่เมื่อการกระทำในแต่ละคดีเกิดขึ้น “ต่างเวลา ต่างสถานที่ และต่างผู้ร่วมกระทำ” อีกทั้งจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีเป็นคนละราย การกระทำแต่ละครั้งมีเจตนาและมุ่งหวังผลประโยชน์ต่างกัน จึงถือว่าเป็น “ความผิดต่างกรรมต่างวาระ” ไม่ใช่กรรมเดียวกัน โจทก์จึงมีสิทธิเสนอฟ้องแยกเป็นหลายคดีได้ และศาลแต่ละชั้นพิพากษาแยกโทษได้ตามสมควร หลักเกณฑ์นี้สอดคล้องกับแนวทางการพิจารณาเรื่อง “ต่างกรรมต่างวาระ” ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่พิจารณาจากเจตนา เวลาสถานที่ และวัตถุประสงค์ของการกระทำ

ข้อ 2.

ในเมื่อจำเลยที่ 1 กระทำการติดตั้งป้ายหาเสียงนอกสถานที่ซ้ำในหลายพื้นที่ในวันเดียวกัน โจทก์ฟ้องให้ “นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอื่น” ได้หรือไม่ และศาลมีแนววินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับการนับโทษต่อในกรณีที่เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

ธงคำตอบ:

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ไม่ใช่กรรมเดียวกัน จึงไม่อาจนำโทษจากคดีหนึ่งไปนับต่อกับคดีอื่นได้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ศาลจะมีคำพิพากษาให้นับต่อโดยมีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ ซึ่งในคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ยกคำขอนับโทษต่อ เนื่องจากแต่ละคดีเป็นเหตุการณ์คนละช่วงเวลาและต่างพื้นที่ แม้จะมีลักษณะการกระทำคล้ายคลึงกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 6 ว่า การขอให้นับโทษต่อไม่อาจทำได้ เพราะคดีนี้มิใช่ความผิดกรรมเดียวกัน การบังคับโทษจึงต้องเป็นไปตามแต่ละคดีโดยแยกกันอย่างอิสระ

ข้อ 3.

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงนอกสถานที่ตามฟ้อง ปัญหาว่า การรับสารภาพดังกล่าวมีผลอย่างไรต่อการลงโทษในคดีเลือกตั้ง และศาลใช้หลักกฎหมายใดในการลดโทษให้จำเลย

ธงคำตอบ:

การให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองนับว่าเป็นการให้ความร่วมมือและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ซึ่งเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ศาลชั้นต้นจึงลดโทษปรับให้จำเลยแต่ละคนจาก 8,000 บาท เหลือคนละ 4,000 บาท ทั้งนี้ แม้คดีนี้เป็นคดีอาญาเลือกตั้งซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุจริตและความโปร่งใสของการเลือกตั้ง แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้ศาลพิจารณาเหตุบรรเทาโทษได้หากจำเลยแสดงความสำนึกผิดและให้การรับสารภาพโดยไม่ต่อสู้คดี หลักการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายอาญาในการส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดยอมรับผิดและช่วยให้การพิจารณาเป็นไปโดยรวดเร็ว ทั้งยังช่วยลดภาระศาลและรัฐในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี

ข้อ 4.

พฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงนอกสถานที่ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด เป็นการกระทำความผิดตามบทบัญญัติใด และหลักการตีความในคดีเลือกตั้งกรณีเช่นนี้มีแนวทางอย่างไร

ธงคำตอบ:

การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71 และมาตรา 132 ซึ่งบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่กำหนดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น การฝ่าฝืนมีโทษปรับหรือโทษจำคุกตามที่กฎหมายกำหนด โดยเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบต. ทั้งสองร่วมกันติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่และไม่ได้รับอนุญาต ศาลจึงเห็นว่าเข้าข่ายความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว และเมื่อมีพฤติการณ์ร่วมกัน ศาลนำมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาประกอบการวินิจฉัยด้วย หลักการตีความคดีเลือกตั้งในลักษณะนี้ ศาลใช้แนวเคร่งครัด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสุจริตในการเลือกตั้งและความเท่าเทียมระหว่างผู้สมัครทุกคน เพื่อคงไว้ซึ่งความชอบธรรมของกระบวนการประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น

สรุปแนวคิดสำคัญจากทั้ง 4 ประเด็น

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567 ยืนยันหลักสำคัญว่า “ความผิดที่เกิดจากการกระทำในวันเดียวกันแต่ต่างพื้นที่และต่างผู้ร่วม ถือเป็นต่างกรรมต่างวาระ” ไม่สามารถนับรวมเป็นกรรมเดียวกันได้ อีกทั้งยังตอกย้ำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด การรับสารภาพช่วยลดโทษได้แต่ไม่ลบล้างความผิด และศาลยังยึดหลักการตีความอย่างเข้มงวดเพื่อคุ้มครองความโปร่งใสของการเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับ.

ทนาย ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ปรึกษากฎหมายทางแชทไลน์

 

1.ภาพโลโก้สำนักงานทนายความพีสิริ พร้อมชื่อและข้อมูลติดต่อ alt="สำนักงานพีสิริ ทนายความ ให้บริการปรึกษากฎหมายและคดีความ เบอร์โทร 085-960-4258" 2.ภาพหัวบทความคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567 alt="คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567 ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ กฎหมายเลือกตั้ง การวินิจฉัยต่างกรรมต่างวาระ" 3.ภาพย่อหน้าบทนำอธิบายคดีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง alt="บทนำคดีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567 ติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 71 และ 132 ศาลวินิจฉัยต่างกรรมต่างวาระ" 4.ภาพสรุปข้อเท็จจริงของคดีเป็นหัวข้อย่อย alt="สรุปข้อเท็จจริง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6849/2567 ผู้สมัครนายก อบต. และผู้สมัครสมาชิกสภา อบต. ร่วมติดป้ายหาเสียงนอกสถานที่ กกต.กำหนด ศาลปรับคนละ 4,000 บาท"

 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

คดีร่ำรวยผิดปกติและอำนาจศาลในการแก้ไขคำพิพากษาเรื่องดอกเบี้ย
เปรียบเทียบระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการและหลักการสำคัญ
การบังคับโทษและอายุความตาม ป.อาญา มาตรา 58 และมาตรา 98 ในคดียาเสพติด
ภาระการพิสูจน์ของธนาคารในคดีบัตรเครดิตปลอม(ฎีกา 2624/2568)
ข้อตกลงอนุญาโตตุลาการในสัญญาจ้างก่อสร้าง: ฟ้องศาลไทยได้หรือไม่ และต้องอุทธรณ์ต่อศาลใด
กระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคและสิทธิจำเลย,ขาดนัดยื่นคำให้การ,(ฎีกาที่ 4849/2566)
การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว(ฎีกาที่ 4909/2566)
ความรับผิดของหน่วยงานรัฐในคดีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนถึงแก่ความตาย,ละเมิด(ฎีกา 5160/2566)
การรื้อฟื้นคดีอาญาในความผิดตามมาตรา 112 กับหลักห้ามฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)(ฎีกา 5161/2566)
เงินตราต่างประเทศไม่แจ้งศุลกากร ไม่ใช่ทรัพย์สินฟอกเงิน,ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์,(ฎีกา 5213/2566)
แปรรูปไม้หวงห้าม โรงงานไม่ได้รับอนุญาต(ฎีกา 459/2567)
แผ้วถางป่าสงวนลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (ฎีกา 746/2567)
เงินเพิ่มอากรขาเข้าเกินภาษีได้หรือไม่ กฎหมายเก่า vs ใหม่ ใช้อย่างไรย้อนหลัง ผู้นำเข้าควรรู้เมื่อถูกประเมินภาษีและไม่อุทธรณ์ article
ทำเหมืองหลังใบอนุญาตหมดอายุผิดหรือไม่? ศาลชี้ชัดเป็นละเมิด เรียกค่าเสียหายได้แม้ไม่มีสิทธิในแร่
หยุดการดำเนินการอนุญาโตตุลาการ & สิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราว (ฎีกา 1335/2567)
หมิ่นประมาท ความหมาย โทษตามกฎหมาย และแนวคำวินิจฉัย
คดีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การใช้โลโก้แอลกอฮอล์ในป้ายโฆษณา
คดีโครงการรับจำนำข้าว – ไม่พบเจตนาทุจริต (ฎีกา 3555/2568)
สิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. ม.1300 (ฎีกา 674/2566)
บัตรกดเงินสดไม่ใช่ผ่อนงวด ใช้อายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. 193/30)(ฎีกา 6568/2567)
การตีความกฎหมายอาญาเรื่องโทษจำคุก (ฎีกาที่ 4943/2567)
“ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง”(มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก”(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, คดีอาญากับสิทธิในมรดก, ผู้จัดการมรดกใช้สิทธิทางแพ่ง(ฎีกา 842/2568)
ที่ดินงอก, สาธารณสมบัติ, ป.พ.พ. ม.1304, ม.1309, ที่ดินรกร้าง,(ฎีกา 6006-6007/2567)
บุกรุกพื้นที่ป่า – ศาลสั่งปรับ คุมประพฤติ & บริการสังคม(ฎีกาที่ 6009/2567)
ผู้รับจำนองสุจริตมีสิทธิได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนชำระเสร็จ(ฎีกาที่ 6223/2567)
คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์, (ฎีกา 4182/2550)
(ฎีกาที่ 621/2568)วินัยข้าราชการ, บำเหน็จบำนาญ และสิทธิทายาท
(ฎีกา 1688/2568) มาตรการแทนคำพิพากษาเด็กและเยาวชน
(ฎีกา 847/2568)สิทธิสวมสิทธิ & พยานสำเนาสัญญา
(ฎีกาที่ 1346/2568) การแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวมัสยิด ก. และอำนาจคณะกรรมการอิสลาม
(ฎีกาที่ 3589/2567): ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ, การประปานครหลวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2567 คัดค้านอนุญาโตตุลาการ สิทธิยื่นต่อศาลแม้กระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
หน่วยงานรัฐไม่ทำตามระเบียบก่อนฟ้องคดี มีผลให้ฟ้องไม่ได้หรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาสิทธิฟ้องและผลผูกพันคดีเดิม
ข้อพิพาทประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ เหตุไม่เป็นไปตามสัญญาและขัดต่อความสงบเรียบร้อย
ความผิดศุลกากร การคำนวณโทษปรับตามมาตรา 27 ทวิ และความหมายของคำว่า "อากร"(ฎีกาที่ 6427/2567)
(ฎีกาที่ 6542/2567)คดีผู้บริโภคฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กรณีก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต พร้อมการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551: ข้อพิพาทการจัดการมรดกตามพินัยกรรมของอิสลามศาสนิกในจังหวัดสตูล
ศาลฎีกายืนคำสั่งริบรถยนต์ที่ใช้ลักลอบขนคนต่างด้าว: คำพิพากษาที่ 719/2568
สลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ฉบับหายกลายเป็นคดียักยอกทรัพย์: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568: การใช้หมวกนิรภัยเพื่อปิดบังใบหน้าในการชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 : สรุปวินิจฉัยความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และสิทธิของผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568: ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร
คดีทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหลักห้ามฎีกาประเด็นข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินคืนแหวนทองคำหรือชดใช้ราคาแทน พร้อมดอกเบี้ย ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร?, ข้อห้ามโอนสิทธิ ส.ป.ก., สิทธิการทำกินในที่ดิน ส.ป.ก., การใช้ที่ดินต่างดอกเบี้ยในเขต ส.ป.ก.
อำนาจนายกรัฐมนตรี คำสั่งน้ำมันเชื้อเพลิง, การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จในงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผลของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ต่อคดีอาญา
กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว ในคดีสวนสัตว์ (ฎีกา 1235/2567)
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน-พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
จัดทำและส่งเป็นงบการเงินโดยมีเจตนาเพื่อลวง
ใบจอง (น.ส. 2)
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ท้ายฟ้องแนบหนังสือมอบอำนาจผิดฉบับถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย
ความเสียหายไม่เกินวงเงินความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย
การคืนเงินค่าหุ้นในภาวะขาดทุนตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์
อำนาจฟ้องขณะยังไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
อำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559
การกระทำโดยสำคัญผิด
ผิดฐานพาบุคคลไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานรับของโจรได้ต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
การฟ้องบริษัทกรณีกรรมการปฏิเสธคืนโฉนดที่ดินถือเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือไม่ และผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องบริษัทได้เพียงใด
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมีประโยชน์ได้เสียขัดกัน
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article