
| คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคดีติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำบลเดียวกันและกระทำการติดป้ายหาเสียงในหลายพื้นที่ แม้จะเป็นวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำคล้ายกัน แต่ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำแต่ละครั้งต่างเวลา ต่างสถานที่ และมีเจตนาเพื่อประโยชน์ในแต่ละคดีที่ต่างกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ไม่ใช่กรรมเดียวกัน
สรุปข้อเท็จจริง •จำเลยที่ 1 สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.วัดจันทร์ •จำเลยที่ 2 สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบต.วัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 10 •ทั้งสองร่วมกันติดป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่ กกต. กำหนด ใน 3 จุดต่างกันภายในหมู่ 10 •นอกจากคดีนี้ จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องร่วมกับผู้สมัครรายอื่นในพื้นที่หมู่อื่นอีก 2 คดี ข้อหาคล้ายกัน •ศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 8,000 บาท ลดเหลือ 4,000 บาทเพราะรับสารภาพ ยกคำขอนับโทษต่อ •ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน •จำเลยฎีกา อ้างว่าควรเป็นกรรมเดียวกัน
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา •แม้กระทำในวันเดียวกันและมีลักษณะความผิดคล้ายกัน •แต่แต่ละครั้งต่างเวลา ต่างสถานที่ และร่วมกับผู้สมัครสมาชิกสภา อบต. คนละราย •เจตนาในการกระทำความผิดแยกจากกันและเพื่อประโยชน์ของคู่สมัครในแต่ละคดี •จึงถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ การฟ้องแยกคดีจึงชอบแล้ว •ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย •หลักต่างกรรมต่างวาระ — แม้ความผิดเกิดในวันเดียวกัน แต่หากต่างเวลา สถานที่ และบุคคลเกี่ยวข้องแตกต่างกัน ถือว่าเป็นหลายกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91 และแนววินิจฉัยศาลฎีกาเดิม •การเลือกตั้งท้องถิ่น — พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 71 และ 132 กำหนดข้อห้ามการติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่หรือในลักษณะต้องห้าม เพื่อความเป็นธรรมของการเลือกตั้ง •มาตรา 83 ป.อ. — ใช้สำหรับการร่วมกระทำความผิด เมื่อมีการวางแผนและร่วมกันดำเนินการ •การนับโทษต่อกันต้องเป็นไปตามมาตรา 91 แต่หากศาลไม่เห็นว่ามีเงื่อนไขก็อาจยกคำขอ
IRAC Analysis Issue: การติดป้ายหาเสียงในหลายพื้นที่ วันเดียวกัน ถือเป็นกรรมเดียวกันหรือหลายกรรมต่างวาระ Rule: •ป.อ. มาตรา 91: การกระทำหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม •พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ มาตรา 71, 132: ห้ามติดป้ายหาเสียงในสถานที่หรือรูปแบบที่ กกต. ไม่อนุญาต •ป.อ. มาตรา 83: ร่วมกระทำความผิดถือว่าต่างฝ่ายเป็นตัวการร่วมกัน Application: แม้จำเลยกระทำในวันเดียวกันและลักษณะการกระทำเหมือนกัน แต่ต่างเวลา สถานที่ และมีผู้สมัครร่วมต่างคนกันในแต่ละคดี แสดงถึงเจตนาและวัตถุประสงค์แยกจากกัน จึงเข้าองค์ประกอบ “ต่างกรรมต่างวาระ” ไม่ใช่กรรมเดียวกัน Conclusion: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างวาระ การฟ้องแยกคดีถูกต้อง พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ข้อคิดทางกฎหมาย •การกระทำที่คล้ายกันและเกิดในวันเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมเดียวกันเสมอไป หากต่างเวลา สถานที่ และบุคคลเกี่ยวข้องแตกต่างกัน •คดีเลือกตั้งมีข้อกำหนดเข้มงวดเกี่ยวกับการติดป้ายหาเสียง เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบ •ผู้สมัครและทีมงานต้องตรวจสอบข้อกำหนด กกต. อย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย
บทสรุปภาษาอังกฤษ The Supreme Court Decision No. 6848/2567 involves a local election case where two candidates placed campaign signs outside designated areas as determined by the Election Commission. Although the offenses occurred on the same day and were similar in nature, the Court ruled that each act was committed at different times and locations with separate intents, constituting distinct offenses. The ruling affirms the lower courts’ decisions, emphasizing the principle that similar acts in one day can still be treated as separate crimes if they differ in time, place, and involved parties.
สรุปย่อฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะติดป้ายหาเสียงนอกสถานที่ที่กำหนดในวันเดียวกันและลักษณะคล้ายกัน แต่แต่ละครั้งต่างเวลา ต่างสถานที่ และคู่สมัครต่างราย จึงมีเจตนาแยกกัน เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ การฟ้องแยกคดีทั้ง 3 คดีชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 ปัญหาว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน ซึ่งอีกสองคดีต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดี จึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1682/2564 และที่ อ. 1684/2564 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 10 จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนหน้าป้อมยามหมู่บ้าน ว. หมู่ที่ 10 จำนวน 1 แผ่น บริเวณต้นไม้ทางเข้าหมู่บ้าน น. หมู่ที่ 10 จำนวน 1 แผ่น และบริเวณริมถนนซอยข้างดิลกภัณฑ์ หมู่ที่ 10 จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด นอกจากคดีนี้ จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1682/2564 และที่ อ. 1684/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1531/2564 และ ที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน โดยความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นที่บริเวณหมู่ที่ 10 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 10 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีก 2 คดี ต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็น 3 คดี ต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ![]() |




