ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ข้อพิพาทประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ เหตุไม่เป็นไปตามสัญญาและขัดต่อความสงบเรียบร้อย

1.โลโก้สำนักงานพีสิริ ทนายความ พร้อมชื่อและข้อมูลติดต่อทนายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ เลขที่ตั้งสำนักงาน จังหวัดนนทบุรี  2.หัวข้อบทความคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020 - 6021/2567 การเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการในสัญญาประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก" 3.บทนำสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา 6020 - 6021/2567 กรณีเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการเพราะไม่วินิจฉัยตามข้อสัญญาประกันภัย ขัดต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ มาตรา 34 และ 40

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในคดีประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักและความเสียหายสต๊อกสินค้า โดยศาลพบว่าคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้วินิจฉัยตามข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกัน ขัดต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 และมาตรา 40 ทำให้ผู้เอาประกันภัยมีสิทธินำคดีมาขอให้ศาลเพิกถอนได้

สรุปข้อเท็จจริง

•ผู้ร้องทำสัญญาประกันภัยโรงงานน้ำมันพืชของผู้คัดค้าน รวม 3 กรมธรรม์ ครอบคลุมความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน สต๊อกสินค้า และธุรกิจหยุดชะงัก

•เกิดเหตุเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสียหาย ทำให้โรงงานหยุดการผลิต และเกิดความเสียหายต่อสต๊อกสินค้าและรายได้

•ผู้ร้องชำระค่าเสียหายบางส่วน แต่ปฏิเสธความรับผิดในส่วนสต๊อกสินค้าและค่าเสียหายจากธุรกิจหยุดชะงัก

•คู่พิพาทตกลงให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาด โดยอนุญาโตฯ สั่งให้ผู้ร้องชำระกว่า 113 ล้านบาท

•ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลขอเพิกถอนคำชี้ขาด ขณะที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาด

•ศาลชั้นต้นเพิกถอนบางส่วนและบังคับบางส่วน ทั้งคู่จึงอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้ อาศัยกฎหมายหลักจากพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ และมาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) เป็นแกนกลางของการวินิจฉัย โดยมีการอ้างอิงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 เพื่ออนุโลมใช้ในเรื่องการมอบอำนาจช่วงในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของคดีนี้

ข้อความสำคัญ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. มาตรา 34 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้คณะอนุญาโตตุลาการต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นไปตามข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกันไว้ หากไม่ดำเนินการตามข้อตกลง คำชี้ขาดนั้นอาจถูกเพิกถอนได้

2. มาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

เป็นบทบัญญัติที่เปิดช่องให้ศาลสามารถเพิกถอนคำชี้ขาดได้ หากคำชี้ขาดนั้นไม่เป็นไปตามข้อสัญญา หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจของการพิจารณาในคดีนี้

3. มาตรา 47 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ศาลนำมาใช้อ้างโดยอนุโลมเกี่ยวกับการมอบอำนาจช่วง เพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการ เมื่อไม่มีข้อสงสัยหรือการคัดค้านจากคู่ความ ถือว่าการมอบอำนาจนั้นชอบด้วยกฎหมาย

4. การชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่เป็นไปตามข้อสัญญา

คณะอนุญาโตตุลาการมิได้พิจารณาข้อสัญญาในกรมธรรม์ที่กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบในเบื้องต้น และไม่ได้แสดงเหตุผลประกอบคำวินิจฉัยให้ครบถ้วน จึงถือว่าไม่เป็นไปตามข้อสัญญาและอาจถูกเพิกถอนได้

5. หลักการแทรกแซงของศาลต่อกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

โดยทั่วไป ศาลจะไม่เข้าไปตรวจสอบดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่กรณีที่คำชี้ขาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อข้อสัญญา ซึ่งในคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าคำชี้ขาดขัดต่อข้อสัญญา จึงมีเหตุให้เพิกถอนได้บางส่วน

สรุปโดยย่อ

คดีนี้เน้นหลักการสำคัญว่า คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต้องเป็นไปตามข้อสัญญาที่คู่สัญญากำหนดไว้ มิฉะนั้น ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ตามมาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) และหากกระบวนการมอบอำนาจหรือผู้แทนช่วงไม่มีข้อสงสัย ก็สามารถใช้มาตรา 47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลมได้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในคดีอนุญาโตตุลาการที่เกี่ยวกับสัญญาประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1.สิทธิในการยื่นเพิกถอนคำชี้ขาด

oคณะอนุญาโตตุลาการไม่วินิจฉัยตามข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกันเกี่ยวกับวงเงินความรับผิด ทำให้คำชี้ขาดขัดต่อ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ มาตรา 34 วรรคสี่ และมาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข)

oผู้ร้องมีสิทธินำคดีมาขอเพิกถอนได้

2.อำนาจของผู้แทนช่วงในชั้นอนุญาโตตุลาการ

oแม้ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการไม่กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้ชัดเจน แต่สามารถใช้บทบัญญัติใน ป.วิ.พ. มาตรา 47 โดยอนุโลม

oเมื่อไม่มีการคัดค้านในชั้นพิจารณา ถือว่าการมอบอำนาจชอบแล้ว

3.การกำหนดค่าสินไหมทดแทน

oคณะอนุญาโตตุลาการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวน โดยไม่พิจารณาข้อสัญญาที่กำหนดวงเงินความรับผิดเบื้องต้น

oการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อข้อสัญญาและกฎหมาย จึงเพิกถอนได้

การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

•มาตรา 34 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ กำหนดให้คำชี้ขาดต้องเป็นไปตามข้อสัญญา หากไม่เป็นไปตามนั้น ศาลสามารถเพิกถอนได้

•มาตรา 40 เปิดช่องให้เพิกถอนคำชี้ขาดที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

•ศาลฎีกาย้ำว่าศาลจะไม่เข้าไปตรวจสอบดุลพินิจของอนุญาโตฯ เว้นแต่กฎหมายให้อำนาจ

•ประเด็นการมอบอำนาจในชั้นอนุญาโตฯ แม้กฎหมายเฉพาะไม่กำหนด แต่ใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลมได้

ข้อคิดทางกฎหมาย

•อนุญาโตตุลาการต้องวินิจฉัยตามข้อตกลงในสัญญาอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นคำชี้ขาดอาจถูกเพิกถอนได้

•การมอบอำนาจในคดีอนุญาโตฯ แม้กฎหมายเฉพาะไม่ระบุ สามารถอ้างอิงกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้

•คู่สัญญาควรระบุขอบเขตความรับผิดและเงื่อนไขการจ่ายสินไหมทดแทนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาท

IRAC

Issue (ประเด็นปัญหา)

•คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ไม่ได้วินิจฉัยตามข้อสัญญาสามารถเพิกถอนได้หรือไม่

•การมอบอำนาจให้ผู้แทนช่วงในชั้นอนุญาโตฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

Rule (กฎเกณฑ์กฎหมาย)

•พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ และมาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข)

•ป.วิ.พ. มาตรา 47 ว่าด้วยการมอบอำนาจ

Application (การปรับใช้กฎหมาย)

•คณะอนุญาโตตุลาการไม่พิจารณาข้อสัญญาที่กำหนดวงเงินความรับผิด ทำให้คำชี้ขาดขัดต่อมาตรา 34 และ 40

•การมอบอำนาจชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่มีข้อคัดค้านในชั้นพิจารณาและสอดคล้องกับ ป.วิ.พ. มาตรา 47

Conclusion (ข้อสรุป)

•ศาลฎีกาเพิกถอนคำชี้ขาดในส่วนค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวกับธุรกิจหยุดชะงักและสต๊อกสินค้า แต่คงคำชี้ขาดในส่วนที่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุปเป็นภาษาอังกฤษ

This Supreme Court Judgment No. 6020 - 6021/2024 concerns the cancellation of an arbitral award in a business interruption insurance dispute. The Court ruled that the arbitral tribunal failed to decide in accordance with the contractual terms, violating Sections 34 and 40 of the Arbitration Act. The award was partially annulled, particularly regarding compensation for business interruption and stock damage, while other parts remained enforceable.

สรุปย่อฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องทำประกันภัยโรงงานน้ำมันพืช 3 กรมธรรม์ ครอบคลุมความเสียหายทรัพย์สิน สต๊อกสินค้า และธุรกิจหยุดชะงัก เกิดเหตุเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสียหายจนโรงงานหยุดผลิต ผู้ร้องจ่ายค่าซ่อมเพียงบางส่วน แต่ปฏิเสธชำระค่าสต๊อกและธุรกิจหยุดชะงัก คู่พิพาทนำเรื่องเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ ซึ่งชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระกว่า 113 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ศาลเห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการไม่วินิจฉัยตามข้อตกลงในสัญญาเกี่ยวกับวงเงินความรับผิด ขัดต่อ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ มาตรา 34 และ 40 ผู้ร้องจึงมีสิทธิเพิกถอนได้ ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้แทนช่วงดำเนินคดีชอบด้วยกฎหมาย สุดท้ายศาลเพิกถอนคำชี้ขาดในส่วนค่าสินไหมทดแทนธุรกิจหยุดชะงักและสต๊อกสินค้า แต่คงส่วนอื่นตามศาลชั้นต้น

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

       เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020 - 6021/2567

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้

เรื่องการมอบอำนาจไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 จึงเห็นสมควรนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้สงสัยในหนังสือตั้งผู้แทนช่วงเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณา ทั้งผู้คัดค้านก็ไม่ได้คัดค้านหนังสือตั้งผู้แทนช่วงดังกล่าวในชั้นพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ การตั้งผู้แทนช่วงจึงไม่ต้องดำเนินการแก้ไขใด ๆ อีก และถือว่าการดำเนินคดีในชั้นพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นอันชอบแล้ว

คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า (1) ผู้ร้องในคดีนี้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้คัดค้านในคดีนี้หรือไม่ (2) ผู้คัดค้านในคดีนี้ได้รับความเสียหายเพียงใด และ (3) ผู้ร้องในคดีนี้จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านในคดีนี้เท่าไร ซึ่งในการพิจารณาประเด็นข้อพิพาท (2) นั้น คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาถึงความเสียหายที่ผู้คัดค้านได้รับ และเมื่อพิจารณาประเด็นข้อพิพาท (3) คณะอนุญาโตตุลาการก็กำหนดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ความในประเด็นข้อพิพาท (2) โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อสัญญาที่ตกลงกันถึงจำนวนเงินที่ผู้คัดค้านจะต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นเลย ดังจะเห็นได้จากการที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเรื่องธุรกิจหยุดชะงักเต็มตามจำนวนที่ทำสัญญาประกันภัยต่อกันไว้ อันไม่เป็นการวินิจฉัยต่อข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกันไว้ จึงขัดต่อ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ โดยชัดแจ้ง ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้คัดค้านย่อมไม่อาจขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกผู้ร้องในสำนวนแรกซึ่งเป็นผู้คัดค้านในสำนวนหลังว่า ผู้ร้อง และเรียกผู้คัดค้านในสำนวนแรกซึ่งเป็นผู้ร้องในสำนวนหลังว่า ผู้คัดค้าน

ฎีกาย่อ

คดีนี้เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในกรณีประกันภัยโรงงานน้ำมันพืช ซึ่งผู้เอาประกันภัยเรียกร้องค่าสินไหมจากความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเสียหายจากธุรกิจหยุดชะงัก ภายหลังเกิดเหตุเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขัดข้องจนไม่สามารถดำเนินกิจการได้ บริษัทประกันภัยปฏิเสธความรับผิดบางส่วน จึงนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งมีคำชี้ขาดให้ชดใช้ค่าสินไหมจำนวนมาก

ต่อมาบริษัทประกันภัยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด โดยอ้างว่าคณะอนุญาโตตุลาการมิได้พิจารณาข้อสัญญาสำคัญในกรมธรรม์ โดยเฉพาะข้อยกเว้นความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดจากเครื่องจักรหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 34 วรรคสี่ การวินิจฉัยต้องเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา เมื่อคำชี้ขาดไม่พิจารณาข้อสัญญาดังกล่าว จึงถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเข้าลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 40

ศาลยังวางหลักว่า แม้ศาลจะไม่แทรกแซงดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ แต่หากคำชี้ขาดไม่เป็นไปตามสัญญา ศาลมีอำนาจเพิกถอนได้ ในที่สุดศาลพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดในส่วนที่เกี่ยวกับค่าสินไหมทั้งทรัพย์สินและธุรกิจหยุดชะงัก และยกคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าว

ฎีกาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องในสำนวนแรกขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านในสำนวนแรกขอให้ยกคำร้อง

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องในสำนวนหลังขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านในสำนวนหลังขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นคำพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เฉพาะในส่วนข้อ 2 ค. ที่กำหนดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์ภัยธุรกิจหยุดชะงักเป็นเงิน 80,000,000 บาท แก่ผู้คัดค้าน และให้บังคับตามคำชี้ขาดข้อพิพาทข้อ 1 และข้อ 2 ที่กำหนดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าเสียหาย ก. ความเสียหายสต๊อกผลปาล์มรอการผลิตเป็นเงิน 5,912,725 บาท และ ข. ความเสียหายของสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบเป็นเงิน 28,066,745 บาท รวมเป็นเงิน 33,979,470 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามที่กำหนดไว้ในคำชี้ขาดแก่ผู้คัดค้าน ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านโดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันชั้นนี้ว่า ผู้ร้องรับประกันภัยโรงงานน้ำมันพืชของผู้คัดค้าน รวม 3 กรมธรรม์ เป็นการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ฯลฯ ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินประเภทสต๊อกสินค้า และประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ในวันเกิดเหตุเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงงานน้ำมันพืชเกิดเสียงดังขึ้นแล้วมีเปลวไฟที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้น เป็นเหตุให้โรงงานน้ำมันพืชของผู้คัดค้านไม่สามารถดำเนินกิจการได้ ผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องส่งเจ้าหน้าที่จากบริษัท ค. ซึ่งเป็นตัวแทนสำรวจภัยมาตรวจสอบความเสียหาย ต่อมาผู้ร้องได้จ่ายเงินค่าซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้นให้แก่ผู้คัดค้านเป็นเงิน 950,000 บาท แต่ผู้ร้องปฏิเสธไม่ชำระเงินค่าเสียหายเกี่ยวกับสต๊อกสินค้าผลปาล์มสดขาดทุนจำนวน 5,912,725 บาท และน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 28,066,657.93 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าเสียหายในกรณีที่ธุรกิจหยุดชะงักจำนวน 90,097,206.98 บาท ผู้ร้องและผู้คัดค้านจึงตกลงนำข้อพิพาทไปให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภาค 9 (สงขลา) เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ ต่อมาคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 113,979,383.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้คัดค้าน ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการและค่าใช้จ่ายอื่นในชั้นดำเนินกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการให้ผู้คัดค้านชำระหนึ่งส่วน และให้ผู้ร้องชำระสองส่วน ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดภายใน 30 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำชี้ขาด ในการนี้ อนุญาโตตุลาการ 1 คน ทำความเห็นแย้งโดยเห็นด้วยกับผู้ร้อง เพราะ (1) กรมธรรม์เขียนยกเว้นไม่คุ้มครองความเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจ อันมีผลมาจากความเสียหายอันเกิดจากความชำรุดเสียหายหรือการขัดข้องของระบบกลไก หรือระบบไฟฟ้าของเครื่องจักรและอุปกรณ์ และ (2) สต๊อกสินค้าผลปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มที่ผลิตแล้ว ไม่สามารถนำมาพิจารณาเป็นค่าสินไหมทดแทนได้ เพราะสต๊อกที่เสียหายจากการหยุดการทำงาน การล่าช้า การสูญเสียตลาดหรือความต่อเนื่อง หรือความเสียหายโดยอ้อมไม่ว่าลักษณะใด ๆ

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ กำหนดว่า "การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต้องเป็นไปตามข้อสัญญา และหากเป็นข้อพิพาททางการค้าให้คำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าที่ใช้กับธุรกรรมนั้นด้วย" เมื่อพิจารณาตามเอกสารแสดงรายละเอียดการประกันภัย จะเห็นว่าข้อความต่าง ๆ ที่ระบุไว้จะใช้กับกรมธรรม์ประกันภัยด้วย และข้อ 2 ระบุว่า "ในกรณีที่เกิดความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบดังนี้ ..." แต่ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัยเลย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย หากเป็นเช่นนี้จริง คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการย่อมไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ซึ่งการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ อนึ่ง อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่กล่าวถึงการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญนั้น ผู้คัดค้านก็รับอยู่ว่าไม่มีกฎหมายห้ามไว้ เพียงแต่กล่าวถึงข้อขัดข้องและไม่เป็นธรรมในการกระทำเช่นนั้น รวมถึงกรณีที่คณะอนุญาโตตุลาการไม่รับวินิจฉัยให้โดยอ้างว่า คำร้องดังกล่าวมีเหตุผลเดียวกับที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลและยกคำร้องก็ไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามเรื่องนี้ไว้โดยชัดเจนเช่นกัน นอกจากนี้ พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 39 ก็ไม่ใช่บทกฎหมายให้คู่พิพาทเลือกดำเนินกระบวนพิจารณาแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อต่อไปว่า นางสาวบุญญรัตน์ สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 จึงเห็นสมควรนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 ระบุถึงเรื่องหนังสือมอบอำนาจ และวรรคสอง กำหนดว่า ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่า ใบมอบอำนาจไม่ใช่ใบมอบอำนาจที่แท้จริง หรือเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งยื่นคำร้องแสดงเหตุอันควรสงสัย ก็สามารถสั่งให้คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นยื่นใบมอบอำนาจได้ เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้สงสัยในหนังสือตั้งผู้แทนช่วงเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณา ให้นางสาวบุญญรัตน์ดำเนินกระบวนพิจารณาไปจนจบคดี ทั้งผู้คัดค้านก็ไม่ได้คัดค้านหนังสือตั้งผู้แทนช่วงดังกล่าวในชั้นพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ การตั้งนางสาวบุญญรัตน์เป็นผู้แทนช่วงจึงไม่ต้องดำเนินการแก้ไขใด ๆ อีก และถือว่าการดำเนินคดีของนางสาวบุญญรัตน์ในชั้นพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นอันชอบแล้ว ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

คดีมีปัญหาเห็นควรวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านข้อต่อไปว่า คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ เห็นว่า โดยหลักการแล้ว ศาลจะแทรกแซงกระบวนการอนุญาโตตุลาการโดยเข้ามาตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้ เว้นแต่กฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง สำหรับคดีนี้ คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า (1) ผู้ร้องในคดีนี้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้คัดค้านในคดีนี้หรือไม่ (2) ผู้คัดค้านในคดีนี้ได้รับความเสียหายเพียงใด และ (3) ผู้ร้องในคดีนี้จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านในคดีนี้เท่าไร ซึ่งในการพิจารณาประเด็นข้อพิพาท (2) นั้น คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาถึงความเสียหายที่ผู้คัดค้านได้รับ และเมื่อพิจารณาประเด็นข้อพิพาท (3) คณะอนุญาโตตุลาการก็กำหนดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้ความในประเด็นข้อพิพาท (2) โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อสัญญาที่ตกลงกันถึงจำนวนเงินที่ผู้คัดค้านจะต้องรับผิดชอบในเบื้องต้นเลย ดังจะเห็นได้จากการที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดค่าสินไหมทดแทนเรื่องธุรกิจหยุดชะงักเต็มตามจำนวนที่ทำสัญญาประกันภัยต่อกันไว้ อันไม่เป็นการวินิจฉัยต่อข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกันไว้ จึงขัดต่อพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ โดยชัดแจ้ง เมื่อคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นย่อมเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้คัดค้านย่อมไม่อาจขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยบางส่วนและเห็นพ้องด้วยในผลบางส่วน อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น แต่อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านข้ออื่น ๆ อีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ในข้อ 2 ก. และข้อ ข. ด้วย ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1

ในกรณีที่บริษัทผู้เอาประกันภัยได้ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกก่อนที่บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดให้บริษัทประกันภัยชำระค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนตามกรมธรรม์ โดยไม่ได้พิจารณาข้อสัญญาดังกล่าวและไม่แสดงเหตุผลให้ครบถ้วน การชี้ขาดเช่นนี้จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเพิกถอนคำชี้ขาดได้หรือไม่

ธงคำตอบ

การที่คณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้พิจารณาข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก และไม่ได้แสดงเหตุผลประกอบคำชี้ขาด ถือว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อสัญญาที่คู่พิพาทตกลงกันไว้ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 34 วรรคสี่ และเมื่อคำชี้ขาดไม่เป็นไปตามข้อสัญญา การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นย่อมขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้เอาประกันภัยจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนคำชี้ขาดตามมาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้เพิกถอนคำชี้ขาดในส่วนที่ไม่ชอบดังกล่าว

ข้อ 2

ในระหว่างการพิจารณาคดีอนุญาโตตุลาการ บริษัทประกันภัยได้มอบอำนาจช่วงให้นางสาวบุญญรัตน์ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตน โดยคณะอนุญาโตตุลาการมิได้สงสัยในหนังสือมอบอำนาจและคู่พิพาทอีกฝ่ายก็ไม่คัดค้าน การมอบอำนาจช่วงเช่นนี้จะถือว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ธงคำตอบ

แม้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ไม่ได้บัญญัติเรื่องการมอบอำนาจช่วงไว้โดยเฉพาะ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าอาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 47 มาใช้โดยอนุโลม ซึ่งกำหนดให้ศาลอาจสั่งให้แสดงใบมอบอำนาจได้หากมีเหตุสงสัยว่าไม่แท้จริง เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการไม่ได้สงสัยในหนังสือมอบอำนาจช่วง และคู่ความอีกฝ่ายไม่คัดค้าน ถือว่าการมอบอำนาจช่วงนั้นชอบด้วยกฎหมายและการดำเนินกระบวนพิจารณาของผู้แทนช่วงเป็นการชอบด้วยระเบียบ ไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ 3

เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยให้บริษัทประกันภัยต้องชำระค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดแก่ผู้เอาประกันภัยโดยไม่กล่าวถึงข้อสัญญาที่จำกัดความรับผิดของผู้เอาประกันภัย และไม่พิจารณาธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า ศาลจะสามารถแทรกแซงกระบวนการอนุญาโตตุลาการและเพิกถอนคำชี้ขาดได้หรือไม่

ธงคำตอบ

โดยหลักการทั่วไป ศาลไม่อาจแทรกแซงดุลพินิจของคณะอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี มาตรา 34 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 กำหนดให้การวินิจฉัยชี้ขาดต้องเป็นไปตามข้อสัญญา และคำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า เมื่อปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการมิได้พิจารณาข้อสัญญาดังกล่าวและไม่แสดงเหตุผล ศาลจึงมีอำนาจตรวจสอบและเพิกถอนคำชี้ขาดได้ตามมาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) โดยถือว่าคำชี้ขาดนั้นขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ข้อ 4

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ แต่ผู้เอาประกันภัยในอีกคดีหนึ่งได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดเดียวกัน ศาลจะพิจารณาอย่างไรหากเห็นว่าคำชี้ขาดนั้นบางส่วนไม่เป็นไปตามข้อสัญญา

ธงคำตอบ

เมื่อศาลตรวจสอบแล้วเห็นว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่เป็นไปตามข้อสัญญาในบางส่วน ศาลมีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดเฉพาะส่วนที่ไม่ชอบได้ แต่สามารถให้บังคับตามคำชี้ขาดในส่วนที่ชอบด้วยกฎหมายได้ ตามหลักความยุติธรรมและมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในคดีนี้ ศาลฎีกาได้เพิกถอนคำชี้ขาดในส่วนข้อ 2 ก. และ ข. เกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนสต๊อกผลปาล์มสดและน้ำมันปาล์มดิบ แต่ให้บังคับในส่วนอื่นที่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป

ข้อ 5

เมื่อคู่สัญญาประกันภัยตกลงให้นำข้อพิพาทไปชี้ขาดโดยคณะอนุญาโตตุลาการ การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยโดยไม่อ้างอิงข้อสัญญาในกรมธรรม์และไม่แสดงเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย จะส่งผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของคำชี้ขาดและความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่

ธงคำตอบ

การที่คณะอนุญาโตตุลาการไม่อ้างอิงข้อสัญญาและไม่แสดงเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 34 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นบทบังคับให้คำชี้ขาดต้องเป็นไปตามข้อสัญญา และหากการชี้ขาดไม่เป็นไปตามข้อสัญญา ย่อมถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) ส่งผลให้ผู้เสียหายมีสิทธิเพิกถอนคำชี้ขาดได้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าคำชี้ขาดส่วนดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนเฉพาะส่วนที่ไม่เป็นไปตามข้อสัญญา เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปโดยชอบตามหลักกฎหมาย




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

คดีร่ำรวยผิดปกติและอำนาจศาลในการแก้ไขคำพิพากษาเรื่องดอกเบี้ย
เปรียบเทียบระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการและหลักการสำคัญ
การบังคับโทษและอายุความตาม ป.อาญา มาตรา 58 และมาตรา 98 ในคดียาเสพติด
ภาระการพิสูจน์ของธนาคารในคดีบัตรเครดิตปลอม(ฎีกา 2624/2568)
ข้อตกลงอนุญาโตตุลาการในสัญญาจ้างก่อสร้าง: ฟ้องศาลไทยได้หรือไม่ และต้องอุทธรณ์ต่อศาลใด
กระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคและสิทธิจำเลย,ขาดนัดยื่นคำให้การ,(ฎีกาที่ 4849/2566)
การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว(ฎีกาที่ 4909/2566)
ความรับผิดของหน่วยงานรัฐในคดีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนถึงแก่ความตาย,ละเมิด(ฎีกา 5160/2566)
การรื้อฟื้นคดีอาญาในความผิดตามมาตรา 112 กับหลักห้ามฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)(ฎีกา 5161/2566)
เงินตราต่างประเทศไม่แจ้งศุลกากร ไม่ใช่ทรัพย์สินฟอกเงิน,ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์,(ฎีกา 5213/2566)
แปรรูปไม้หวงห้าม โรงงานไม่ได้รับอนุญาต(ฎีกา 459/2567)
แผ้วถางป่าสงวนลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (ฎีกา 746/2567)
เงินเพิ่มอากรขาเข้าเกินภาษีได้หรือไม่ กฎหมายเก่า vs ใหม่ ใช้อย่างไรย้อนหลัง ผู้นำเข้าควรรู้เมื่อถูกประเมินภาษีและไม่อุทธรณ์ article
ทำเหมืองหลังใบอนุญาตหมดอายุผิดหรือไม่? ศาลชี้ชัดเป็นละเมิด เรียกค่าเสียหายได้แม้ไม่มีสิทธิในแร่
หยุดการดำเนินการอนุญาโตตุลาการ & สิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราว (ฎีกา 1335/2567)
หมิ่นประมาท ความหมาย โทษตามกฎหมาย และแนวคำวินิจฉัย
คดีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การใช้โลโก้แอลกอฮอล์ในป้ายโฆษณา
คดีโครงการรับจำนำข้าว – ไม่พบเจตนาทุจริต (ฎีกา 3555/2568)
สิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. ม.1300 (ฎีกา 674/2566)
บัตรกดเงินสดไม่ใช่ผ่อนงวด ใช้อายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. 193/30)(ฎีกา 6568/2567)
การตีความกฎหมายอาญาเรื่องโทษจำคุก (ฎีกาที่ 4943/2567)
“ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง”(มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก”(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, คดีอาญากับสิทธิในมรดก, ผู้จัดการมรดกใช้สิทธิทางแพ่ง(ฎีกา 842/2568)
ที่ดินงอก, สาธารณสมบัติ, ป.พ.พ. ม.1304, ม.1309, ที่ดินรกร้าง,(ฎีกา 6006-6007/2567)
บุกรุกพื้นที่ป่า – ศาลสั่งปรับ คุมประพฤติ & บริการสังคม(ฎีกาที่ 6009/2567)
ผู้รับจำนองสุจริตมีสิทธิได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนชำระเสร็จ(ฎีกาที่ 6223/2567)
คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์, (ฎีกา 4182/2550)
(ฎีกาที่ 621/2568)วินัยข้าราชการ, บำเหน็จบำนาญ และสิทธิทายาท
(ฎีกา 1688/2568) มาตรการแทนคำพิพากษาเด็กและเยาวชน
(ฎีกา 847/2568)สิทธิสวมสิทธิ & พยานสำเนาสัญญา
(ฎีกาที่ 1346/2568) การแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวมัสยิด ก. และอำนาจคณะกรรมการอิสลาม
(ฎีกาที่ 3589/2567): ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ, การประปานครหลวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2567 คัดค้านอนุญาโตตุลาการ สิทธิยื่นต่อศาลแม้กระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
หน่วยงานรัฐไม่ทำตามระเบียบก่อนฟ้องคดี มีผลให้ฟ้องไม่ได้หรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาสิทธิฟ้องและผลผูกพันคดีเดิม
ความผิดศุลกากร การคำนวณโทษปรับตามมาตรา 27 ทวิ และความหมายของคำว่า "อากร"(ฎีกาที่ 6427/2567)
(ฎีกาที่ 6542/2567)คดีผู้บริโภคฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กรณีก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต พร้อมการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ตามกฎหมายเลือกตั้ง และการวินิจฉัย “ต่างกรรมต่างวาระ”(ฎีกาที่ 6849/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551: ข้อพิพาทการจัดการมรดกตามพินัยกรรมของอิสลามศาสนิกในจังหวัดสตูล
ศาลฎีกายืนคำสั่งริบรถยนต์ที่ใช้ลักลอบขนคนต่างด้าว: คำพิพากษาที่ 719/2568
สลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ฉบับหายกลายเป็นคดียักยอกทรัพย์: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568: การใช้หมวกนิรภัยเพื่อปิดบังใบหน้าในการชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 : สรุปวินิจฉัยความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และสิทธิของผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568: ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร
คดีทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหลักห้ามฎีกาประเด็นข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินคืนแหวนทองคำหรือชดใช้ราคาแทน พร้อมดอกเบี้ย ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร?, ข้อห้ามโอนสิทธิ ส.ป.ก., สิทธิการทำกินในที่ดิน ส.ป.ก., การใช้ที่ดินต่างดอกเบี้ยในเขต ส.ป.ก.
อำนาจนายกรัฐมนตรี คำสั่งน้ำมันเชื้อเพลิง, การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จในงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผลของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ต่อคดีอาญา
กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว ในคดีสวนสัตว์ (ฎีกา 1235/2567)
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน-พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
จัดทำและส่งเป็นงบการเงินโดยมีเจตนาเพื่อลวง
ใบจอง (น.ส. 2)
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ท้ายฟ้องแนบหนังสือมอบอำนาจผิดฉบับถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย
ความเสียหายไม่เกินวงเงินความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย
การคืนเงินค่าหุ้นในภาวะขาดทุนตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์
อำนาจฟ้องขณะยังไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
อำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559
การกระทำโดยสำคัญผิด
ผิดฐานพาบุคคลไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานรับของโจรได้ต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
การฟ้องบริษัทกรณีกรรมการปฏิเสธคืนโฉนดที่ดินถือเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือไม่ และผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องบริษัทได้เพียงใด
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมีประโยชน์ได้เสียขัดกัน
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article