
| ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง(มาตรา 335) แยกออกจาก ยักยอก(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คดีนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำของลูกจ้างที่ร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง โดยใช้ตำแหน่งและสิทธิในระบบคอมพิวเตอร์โอนสินค้าของบริษัทไปยังคลังสินค้าอื่น แล้วทำการขายต่ำกว่าราคาจริงพร้อมออกบิลปลอมเพื่อปกปิดการตรวจสอบ สร้างความเสียหายกว่า 2.3 ล้านบาท ประเด็นสำคัญคือการตีความว่าการกระทำดังกล่าวเป็นลักทรัพย์หรือยักยอก จำเลยอ้างว่าเป็นการยักยอกเพราะได้เงินจากการขาย แต่ศาลเห็นว่า ลูกจ้างมีสิทธิเพียงถือครองแทนนายจ้าง มิใช่ผู้ครอบครองโดยตรง การเอาสินค้าไปขายต่ำกว่าราคาจริงจึงเป็นการลักทรัพย์เข้าลักษณะตามมาตรา 335 วรรคสอง มิใช่ยักยอกตามมาตรา 352 ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพและคืนเงินบางส่วน ศาลจึงนำมาตรา 78 มาใช้บรรเทาโทษ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกคนละ 10 ปี ลดเหลือ 4 ปี 12 เดือน และต่อมาศาลฎีกาปรับโทษอีกครั้ง เห็นว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษหนักเกินไป จึงลดโทษเหลือคนละ 2 ปี 12 เดือน สะท้อนหลักการพิจารณาที่เคร่งครัดต่อการกระทำทุจริตของลูกจ้างแต่ก็ยังคงคำนึงถึงการบรรเทาผลร้ายและพฤติการณ์รับสารภาพเป็นปัจจัยลดโทษ (อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับเต็ม) 📌 มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้ในคดีนี้ 1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7), (11) วรรคสอง – ความผิดฐานลักทรัพย์ที่กระทำโดยลูกจ้างหรือลักทรัพย์ในลักษณะพิเศษ 2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 – ความผิดฐานยักยอก (จำเลยอ้าง แต่ศาลวินิจฉัยว่าไม่เข้าองค์ประกอบ) 3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 – การบรรเทาโทษเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพหรือมีเหตุบรรเทา 4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 – การร่วมกันกระทำความผิด 5. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 – หลักการลงโทษหลายกรรมต่างกัน
🔑 Key Words สำคัญที่สุด 1. “ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง” o ประเด็นหลักของคดีนี้คือ จำเลยทั้งสองในฐานะลูกจ้าง แอบโอนสินค้าและขายต่ำกว่าราคาจริง o ศาลชี้ว่าเป็น ลักทรัพย์ตามมาตรา 335 เพราะสิทธิครอบครองยังคงอยู่ที่นายจ้าง 2. “ลักทรัพย์ vs. ยักยอก” o จำเลยอ้างว่าเป็นยักยอก (มาตรา 352) แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น ลักทรัพย์ o จุดชี้ขาด: ลูกจ้างมีเพียงสิทธิ “ยึดถือแทน” ไม่ใช่ “ครอบครองแท้จริง” 3. “การรับสารภาพและการบรรเทาโทษ” o แม้คดีนี้มีความเสียหายสูงกว่า 2.3 ล้านบาท แต่จำเลยรับสารภาพและคืนเงินบางส่วน o ศาลใช้ มาตรา 78 ลดโทษลงครึ่งหนึ่ง 4. “การร่วมกันกระทำความผิด” o การกระทำเกิดจากการสมคบคิดระหว่างลูกจ้างสองตำแหน่ง → ใช้ระบบและสิทธิในองค์กรเอื้อประโยชน์ต่อการกระทำผิด o เข้าข่าย มาตรา 83 5. “การลงโทษหลายกรรม” o ศาลพิจารณาเป็นหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมตาม มาตรา 91 o จากเดิมโทษหนักเกินไป ศาลฎีกาปรับลดลงเพื่อความเหมาะสม
👉 สรุป: แก่นของคดีนี้อยู่ที่การตีความ “ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง” (มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก” (มาตรา 352) และการใช้หลักบรรเทาโทษตามมาตรา 78 ร่วมกับการลงโทษหลายกรรมตามมาตรา 91
1. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7), (11) วรรคสอง หลักกฎหมาย: มาตรา 335 กำหนดความผิดฐานลักทรัพย์ในลักษณะพิเศษที่มีโทษหนักขึ้น โดย • (7) หากการลักทรัพย์นั้นเป็นการกระทำโดยลูกจ้าง ลักทรัพย์ของนายจ้าง • (11) หากการลักทรัพย์มีลักษณะซับซ้อนหรือใช้กลวิธีในการปกปิด และใน วรรคสอง บัญญัติให้การลักทรัพย์ที่เป็น “ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง” มีโทษหนักกว่าลักทรัพย์ทั่วไป ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา: คำพิพากษาฎีกาที่ 2620/2548 – จำเลยเป็นลูกจ้างขับรถบรรทุกของบริษัท ได้ลักลอบนำสินค้าของนายจ้างไปขาย ศาลวินิจฉัยว่าการกระทำเป็นลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (7) เพราะลูกจ้างมีสิทธิเพียงยึดถือแทน ไม่ใช่ครอบครองทรัพย์
2. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 – ความผิดฐานยักยอก หลักกฎหมาย: มาตรานี้ใช้กับผู้ที่ ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นโดยชอบ (เช่น ได้รับฝาก ได้รับมอบหมายให้ถือไว้โดยตรง) แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือนำไปให้ผู้อื่นโดยทุจริต จุดต่างจากลักทรัพย์: • ลักทรัพย์ → ผู้กระทำไม่มีสิทธิครอบครอง • ยักยอก → ผู้กระทำมีสิทธิครอบครองโดยชอบ แต่ทุจริตเบียดบัง ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา: คำพิพากษาฎีกาที่ 2525/2546 – จำเลยได้รับมอบหมายให้ถือเงินบริษัทเพื่อไปชำระค่าเช่า แต่กลับนำเงินไปใช้ส่วนตัว ศาลชี้ว่าเป็นการยักยอกตามมาตรา 352 เพราะจำเลยครอบครองทรัพย์โดยชอบแล้ว
3. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 – การบรรเทาโทษ หลักกฎหมาย: หากจำเลยให้การรับสารภาพ หรือมีพฤติการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลมีอำนาจลดโทษได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา: คำพิพากษาฎีกาที่ 4979/2549 – จำเลยรับสารภาพว่าลักทรัพย์จริง ศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษจำคุกลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78
4. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 – การร่วมกันกระทำความผิด หลักกฎหมาย: เมื่อบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันกระทำความผิด โดยสมคบหรือแบ่งหน้าที่กันทำ ผู้ร่วมกันกระทำถือว่ามีความผิดเสมือนเป็นตัวการร่วมทั้งหมด ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา: คำพิพากษาฎีกาที่ 1449/2535 – จำเลยสองคนร่วมกันวางแผนขโมยรถจักรยานยนต์และผลัดกันทำหน้าที่ ศาลถือว่ามีความผิดร่วมกันตามมาตรา 83 แม้คนหนึ่งจะไม่ได้เป็นผู้ขับรถออกไปเอง
5. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 – หลักการลงโทษหลายกรรม หลักกฎหมาย: ถ้าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษทุกกรรมแยกเป็นกระทงความผิดไป และให้ลงโทษรวมตามหลักที่กำหนด เช่น โทษจำคุกให้นำมารวมกันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา: คำพิพากษาฎีกาที่ 2324/2541 – จำเลยก่อเหตุลักทรัพย์หลายครั้งในคนละเหตุการณ์ ศาลลงโทษทุกกรรมรวมเป็นโทษจำคุกตามหลักมาตรา 91 ✅ สรุปเชื่อมโยง • มาตรา 335 (7), (11): กรณีลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง ศาลมักตีความว่าเป็นความผิดลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก • มาตรา 352: ใช้เมื่อผู้กระทำมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนแล้ว • มาตรา 78: การรับสารภาพและบรรเทาผลร้าย ช่วยให้ลดโทษได้ • มาตรา 83: หากมีการวางแผนร่วมกัน ถือว่าทุกคนเป็นตัวการร่วม
• มาตรา 91: การกระทำหลายกรรม ต้องลงโทษทุกกรรม และนำโทษมารวมตามกฎหมาย |




