ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การบังคับโทษและอายุความตาม ป.อาญา มาตรา 58 และมาตรา 98 ในคดียาเสพติด

อายุความการบังคับโทษตาม ป.อาญา, การบวกโทษรอการลงโทษในคดีอาญา, การนับอายุความคดีอาญาถึงที่สุด, หลักการบังคับโทษจำเลยในคดียาเสพติด, การตีความมาตรา 58 และมาตรา 98, อายุความบังคับโทษคดีรอการลงโทษ, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาอายุความบังคับโทษ, ประเด็นบังคับโทษในคดียาเสพติดและอาวุธปืน, การรอการลงโทษกับอายุความ, คำพิพากษาศาลฎีกาประเด็นอายุความ, การกำหนดอายุความในคดีบวกโทษ, คดีอาญาที่ถึงที่สุดกับผลของอายุความ, การฟ้องบังคับโทษย้อนหลังห้าปี,

          ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับหลักอายุความการบังคับโทษในคดีอาญา และขอบเขตอำนาจของศาลในการบวกโทษรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ประกอบมาตรา 98 เมื่อมีการฟ้องคดีใหม่ในคดียาเสพติดและอาวุธปืนที่จำเลยรับสารภาพ โดยประเด็นสำคัญของคดีมุ่งพิจารณาว่า โทษจำคุกซึ่งเคยรอการลงโทษไว้ตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรีนั้น ยังอยู่ภายในระยะเวลาที่สามารถนำมาบังคับโทษและบวกเข้ากับโทษในคดีใหม่ได้หรือไม่ ภายใต้เกณฑ์อายุความห้าปีตามมาตรา 98 (4)

คดีนี้สะท้อนความสำคัญของการตีความ “วันที่คดีถึงที่สุด” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนับอายุความบังคับโทษ ควบคู่กับปัญหาว่าการที่จำเลยยังไม่ถูกนำตัวมารับโทษภายในกำหนดเวลา ทำให้โทษเดิมที่รอการลงโทษไว้มีผลขาดอายุความหรือไม่ และศาลที่พิจารณาคดีหลังสามารถนำโทษดังกล่าวมาบวกได้เพียงใด ทั้งยังเกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายว่าด้วยโทษหลายกรรม การลดโทษในกรณีรับสารภาพ และผลของการรอการลงโทษต่อสิทธิของรัฐในการบังคับโทษ

1. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีเดิมที่รอการลงโทษ

จำเลยเคยถูกพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี โดยศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 15,000 บาท และให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15

2. อายุความการบังคับโทษของคดีเดิม

เนื่องจากเป็นโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี จึงมีอายุความบังคับโทษ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 (4) โดยต้องนับตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดคือ 20 พฤษภาคม 2554

3. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีปัจจุบัน

โจทก์ยื่นฟ้องคดีใหม่เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 กล่าวหาว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำหน่ายยาเสพติด และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งมีคำขอให้ศาลบวกโทษรอการลงโทษในคดีหมายเลขแดงที่ 652/2554 เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมทั้งให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ 2495/2560 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว

4. การรับสารภาพของจำเลย

จำเลยรับสารภาพในทุกข้อหา และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษตามมาตรา 78

5. คำพิพากษาของศาลชั้นต้น

o จำคุก 6 ปี + ปรับ 500,000 บาท (ครอบครองเพื่อจำหน่าย)

o จำคุก 4 ปี (จำหน่าย)

o จำคุก 1 ปี (อาวุธปืน)

รวมจำคุก 11 ปี ปรับ 500,000 บาท

ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี 6 เดือน ปรับ 250,000 บาท

และบวกโทษจำคุก 6 เดือนของคดีเดิมเข้าเป็นรวม 5 ปี 12 เดือน

6. ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณาว่าโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีปี 2554 ได้พ้นอายุความบังคับโทษแล้ว จึงไม่สามารถนำมาบวกได้ คงโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท

7. โจทก์ฎีกา

โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาผิดหลักกฎหมาย และควรบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ตามมาตรา 58

คำวินิจฉัยของศาลฎีกาย่อยประเด็น

ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นตามฎีกาของโจทก์เพียงประเด็นเดียว คือ

ศาลอุทธรณ์ชอบหรือไม่ ที่มิได้สั่งบวกโทษจำคุก 6 เดือน ซึ่งรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

1 ประเด็น “การบวกโทษตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง” จำเป็นต้องอยู่ภายในอายุความการบังคับโทษของคดีก่อน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคหนึ่ง

จะกำหนดให้ “ศาลคดีหลัง” มีหน้าที่บวกโทษศาลคดีก่อนที่รอลงอาญา

เข้ากับโทษในคดีหลังเสมอ หากจำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อน

แต่การบวกโทษดังกล่าวจะกระทำได้ ต่อเมื่อโทษของคดีก่อนยังไม่ขาดอายุความการบังคับโทษ

กล่าวคือ

โทษที่รอการลงโทษไว้ก็ยังเป็นโทษที่ต้องบังคับตามกฎหมาย

และยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ อายุความบังคับโทษตามมาตรา 98

2 คดีเดิม 652/2554 ถึงที่สุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2554 → อายุความบังคับโทษ 5 ปีสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2559

ตามเอกสารในสำนวนศาลฎีกายืนยันว่า

ศาลจังหวัดลพบุรีพิพากษาเมื่อ 20 เม.ย. 2554

คดีถึงที่สุดเมื่อ 20 พ.ค. 2554 ตาม ป.วิ.พ. ม.147 วรรคสอง

ประกอบ ป.วิ.อ. ม.15 และ พ.ร.บ.คดียาเสพติด ม.3

โทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้มีอายุความบังคับโทษ

ห้าปี ตาม มาตรา 98 (4)

ดังนั้น

อายุความสิ้นสุดวันที่ 20 พฤษภาคม 2559

3 โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 16 มิถุนายน 2563 → เกินอายุความบังคับโทษแล้ว

วันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีปัจจุบัน คือ 16 มิถุนายน 2563

เป็นวันที่ “ได้ตัวจำเลยมาเพื่อรับโทษ” ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

ซึ่งมากกว่า

วันคดีถึงที่สุด 20 พ.ค. 2554

อายุความห้าปีสิ้นสุด 20 พ.ค. 2559

ดังนั้น การบังคับโทษที่รอการลงโทษไว้ย่อม ขาดอายุความแล้วโดยเด็ดขาด

4 เมื่อโทษเดิมขาดอายุความแล้ว ศาลคดีหลัง “ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย” ที่จะบวกเข้ากับโทษใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

เมื่อโทษที่รอการลงโทษไว้ขาดอายุความตามมาตรา 98 (4)

ศาลคดีหลัง

ไม่อาจบังคับโทษนั้นได้อีก

และ

ไม่อาจนำโทษดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษคดีนี้ได้

เพราะมาตรา 58 วรรคหนึ่ง ไม่ได้ให้อำนาจศาลบวก “โทษที่หมดอายุความแล้ว”

5 ผลของการวินิจฉัย — ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาจึงเห็นว่า

ศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องแล้ว

ที่ไม่บวกโทษจำคุก 6 เดือนเข้ากับโทษในคดีนี้

ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น → พิพากษายืน

วิเคราะห์หลักกฎหมายสำคัญที่ใช้ตัดสินคดี 

1 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง — หลักบวกโทษคดีก่อนเข้าคดีหลัง

มาตรา 58 วรรคหนึ่งกำหนดว่า

หากผู้กระทำความผิดถูกพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อน

แล้วกระทำผิดอีกภายในกำหนดเวลาของโทษที่รอการลงโทษไว้

ศาลคดีหลังต้องบวกโทษคดีก่อนเข้ากับคดีหลัง

แต่ มาตรา 58 มิได้บัญญัติให้ศาลสามารถบวกโทษที่ “หมดอายุความบังคับโทษ”

ดังนั้น การบวกโทษต้องใช้คู่กับ มาตรา 98

นี่คือเหตุผลที่ศาลฎีกาต้องพิจารณาอายุความก่อนเสมอ

ก่อนตัดสินว่าบวกโทษได้หรือไม่

2 มาตรา 98 (4) — อายุความบังคับโทษ 5 ปี สำหรับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี

มาตรา 98 (4) กำหนดอายุความบังคับโทษ “ห้าปี”

สำหรับโทษจำคุกซึ่งไม่เกินหนึ่งปี

โทษในคดีเดิมคือ “จำคุก 6 เดือน รอการลงโทษ”

จึงเป็นโทษที่มีอายุความตามมาตรา 98 (4)

แม้เป็นโทษที่รอการลงโทษไว้

ก็ยังถือว่าเป็น “โทษจำคุก” ที่สามารถนำมาบังคับได้

ตราบเท่าที่ยังไม่ขาดอายุความ

3 ความสัมพันธ์สำคัญระหว่างมาตรา 58 กับมาตรา 98

หลักกฎหมายที่สำคัญคือ

มาตรา 58 → ให้อำนาจบวกโทษ

มาตรา 98 → จำกัดอำนาจบังคับโทษโดยกำหนดอายุความ

กล่าวคือ

หากโทษเดิมหมดอายุความก่อนมีคดีหลัง

ศาลไม่สามารถนำโทษเดิมมาบวกได้ แม้มาตรา 58 จะบัญญัติให้บวก

นี่คือแก่นสำคัญของคดีนี้

4 หลัก “วันที่คดีถึงที่สุด” เป็นจุดเริ่มต้นการนับอายุความ

ศาลฎีกายึดหลักว่า

คดีถึงที่สุดเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันอ่านคำพิพากษา

ตาม

ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง

ป.วิ.อ. มาตรา 15

พ.ร.บ.คดียาเสพติด มาตรา 3

ไม่ใช่วันที่กระทำผิด ไม่ใช่วันที่รอการลงโทษสิ้นสุด

แต่เป็น “วันที่คดีถึงที่สุด” เท่านั้น

การวินิจฉัยครั้งนี้ตอกย้ำหลักที่คงเส้นคงวาของศาลฎีกา

5 หลัก “วันที่ได้ตัวจำเลยมารับโทษ”

วันที่ฟ้องคดีนี้ 16 มิถุนายน 2563

ถือว่าเป็นวันที่ “ได้ตัวจำเลยมาเพื่อรับโทษ”

ซึ่งเป็นวันตรวจสอบว่า

อายุความหมดแล้วหรือยัง

ศาลฎีกาตีความอย่างเป็นระบบว่า

ไม่ใช่นับถึงวันที่ออกหมายจับ

ไม่ใช่นับถึงวันที่จำเลยถูกจับครั้งใหม่

แต่ให้ถือวันที่ฟ้องคดีใหม่ (เมื่อจำเลยถูกควบคุมตัว)

6 หลักกฎหมายรอการลงโทษ ไม่ขยายหรือหยุดอายุความ

การรอการลงโทษ

ไม่ได้ทำให้อายุความการบังคับโทษเลื่อนออกไป

หรือหยุดระยะเวลาใด ๆ

อายุความยังนับต่อเนื่องตามปกติ

ดังนั้น

แม้โทษจะรอการลงโทษ 2 ปี

อายุความก็ยังนับตั้งแต่วันคดีถึงที่สุด

วิเคราะห์เจตนารมณ์ของกฎหมาย 

1 เจตนารมณ์ของมาตรา 58 — คุ้มครองสังคมจากผู้กระทำผิดซ้ำ

มาตรา 58 มีวัตถุประสงค์เพื่อ

ลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำให้หนักขึ้น

โดยการนำโทษคดีก่อนมาบวกกับคดีหลัง

แต่กฎหมายต้องการให้ใช้มาตรานี้

เฉพาะในกรณีที่รัฐยังมีสิทธิ์บังคับโทษอยู่เท่านั้น

จึงต้องเชื่อมโยงกับมาตรา 98

2 เจตนารมณ์ของมาตรา 98 — คุ้มครองความมั่นคงแห่งความสัมพันธ์ทางกฎหมาย

มาตรา 98 มีเจตนารมณ์เพื่อ

ยุติความไม่แน่นอนของสถานะบุคคล

และป้องกันการบังคับโทษโดยไม่มีกำหนดเวลา

หากรัฐปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเกินอายุความ

รัฐจะสูญเสียสิทธิในการบังคับโทษโดยเด็ดขาด

3 ความสมดุลระหว่างการลงโทษกับสิทธิประชาชน

เจตนารมณ์สำคัญคือ

ผู้กระทำผิดต้องไม่อยู่ในสภาพที่ “ถูกตามบังคับโทษไม่มีที่สิ้นสุด”

เพราะขัดต่อหลักความแน่นอนของกฎหมาย (Legal Certainty)

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง 

คดีนี้สอดคล้องกับแนวฎีกาที่มีอยู่ก่อนแล้วหลายคดี เช่น

1 แนวฎีกาเรื่องการสิ้นสุดอายุความบังคับโทษ

ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า

โทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้

ยังคงเป็น “โทษจำคุกที่ต้องบังคับตามกฎหมาย”

แต่ต้องอยู่ภายในอายุความตามมาตรา 98

เมื่อครบกำหนด → ขาดอายุความโดยเด็ดขาด

2 แนวฎีกาที่ศาลใช้หลัก “วันที่ได้ตัวจำเลยมารับโทษ”

ศาลฎีกาย้ำหลักเสมอว่า

วันฟ้องคดีใหม่ = วันที่ได้ตัวจำเลยมารับโทษ

และต้องใช้วันดังกล่าวตรวจสอบว่าโทษเดิมหมดอายุความหรือไม่

3 แนวฎีกาที่ศาลไม่อนุญาตให้นำโทษหมดอายุความมาบวก

มีแนวฎีกายืนยันว่าสิทธิของรัฐในการบังคับโทษหมดลงทันทีเมื่อครบอายุความ

และศาลไม่มีอำนาจใด ๆ ในการ resurrect หรือ revive โทษนั้นขึ้นมาอีก

แนวคำพิพากษาเหล่านี้จึงทำให้ผลในคดี 1142/2565

มีความสอดคล้องต่อเนื่อง เป็นระบบ และมั่นคง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายอาวุธปืน ลงโทษจำคุกหลายกรรมรวม 11 ปี ปรับ 500,000 บาท ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี 6 เดือน ปรับ 250,000 บาท และสั่งบวกโทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 652/2554 เข้ากับโทษใหม่

2. ศาลอุทธรณ์ แก้ไขคำพิพากษา โดยวินิจฉัยว่าโทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีปี 2554 พ้นอายุความการบังคับโทษห้าปีแล้ว จึงไม่อาจนำมาบวกได้ คงโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท

3. ศาลฎีกา เห็นว่าคดีเดิมถึงที่สุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2554 อายุความบังคับโทษตามมาตรา 98 (4) สิ้นสุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2559 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในปี 2563 ถือว่าพ้นอายุความแล้ว ศาลคดีหลังจึงไม่อาจบวกโทษได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อคิดทางกฎหมาย 

ข้อ 1 — อายุความการบังคับโทษเป็นเงื่อนไขก่อนการบวกโทษทุกกรณี

แม้มาตรา 58 จะให้อำนาจศาลบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับคดีหลัง แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของอายุความบังคับโทษตามมาตรา 98 เสมอ หากโทษหมดอายุความแล้ว รัฐย่อมสิ้นสิทธิในการบังคับโทษและศาลไม่มีอำนาจนำโทษนั้นมาบวกได้

ข้อ 2 — วันที่คดีถึงที่สุดเป็นจุดเริ่มต้นการนับอายุความโดยเด็ดขาด

การนับอายุความการบังคับโทษต้องเริ่มต้นจากวันที่คดีถึงที่สุดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณา ไม่ใช่วันกระทำความผิด หรือวันที่รอการลงโทษสิ้นสุด การกำหนดวันถึงที่สุดจึงมีผลโดยตรงต่อขอบเขตอำนาจของรัฐในการบังคับโทษ

ข้อ 3 — รอการลงโทษไม่เป็นเหตุหยุดหรือขยายอายุความการบังคับโทษ

แม้โทษจะถูกรอการลงโทษไว้ แต่สถานะของโทษยังถือว่าเป็นโทษที่ต้องบังคับตามกฎหมาย โดยมิได้มีผลทำให้อายุความหยุดเดินหรือขยายออกไป อายุความยังคงนับต่อเนื่องตามหลักกฎหมายทั่วไป

ข้อ 4 — วันที่ได้ตัวจำเลยมารับโทษคือจุดตรวจสอบความยังมีอยู่ของสิทธิรัฐ

การพิจารณาว่าโทษยังบังคับได้หรือไม่ ต้องอาศัยวันซึ่งรัฐได้ตัวจำเลยมารับโทษเป็นหลัก เช่น วันที่ฟ้องคดีเมื่อจำเลยอยู่ในการควบคุมตัว หากวันที่ดังกล่าวเกินอายุความแล้ว รัฐย่อมหมดสิทธิในการบังคับโทษทันที

ข้อ 5 — หลักความแน่นอนแห่งกฎหมายเป็นพื้นฐานของการพิจารณาอายุความ

การไม่อนุญาตให้บังคับโทษเกินอายุความสะท้อนหลักความแน่นอนแห่งกฎหมาย (legal certainty) ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานเพื่อมิให้บุคคลต้องตกอยู่ในสภาพถูกติดตามบังคับโทษอย่างไม่มีกำหนดระยะเวลา

ข้อ 6 — การบังคับโทษซึ่งสิ้นอายุความแล้ว ย่อมเป็นการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขตตามกฎหมาย

เมื่อพ้นอายุความซึ่งกฎหมายกำหนด สิทธิของรัฐในการบังคับโทษย่อมระงับตามกฎหมาย การใช้อำนาจบังคับโทษในภายหลังย่อมเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักนิติรัฐ และขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 98 โดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

โทษที่รอการลงโทษไว้สามารถนำมาบวกกับโทษในคดีใหม่ได้หรือไม่?

คำตอบ

สามารถบวกได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคหนึ่ง แต่ต้องเป็นกรณีที่โทษดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความการบังคับโทษตามมาตรา 98 หากโทษพ้นอายุความแล้ว ศาลไม่มีอำนาจนำมาบวกกับคดีใหม่ได้

2. คำถาม

การนับอายุความการบังคับโทษในคดีเดิมเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด?

คำตอบ

เริ่มนับตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด

3. คำถาม

เหตุใดโทษจำคุก 6 เดือนในคดีปี 2554 จึงไม่อาจนำมาบวกในคดีนี้?

คำตอบ

เพราะโทษจำคุก 6 เดือนดังกล่าวมีอายุความบังคับโทษเพียง 5 ปีตามมาตรา 98 (4) และคดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อปี 2563 ซึ่งล่วงเลยกำหนดอายุความแล้ว ทำให้ศาลไม่อาจบังคับโทษหรือบวกโทษได้

4. คำถาม

วันที่ฟ้องคดีใหม่มีผลต่อการนับอายุความอย่างไร?

คำตอบ

วันที่ฟ้องคดีใหม่ถือเป็นวันที่รัฐได้ตัวจำเลยมารับโทษ ต้องนำวันดังกล่าวมาตรวจสอบว่าโทษเดิมยังอยู่ภายในอายุความหรือไม่ หากวันฟ้องคดีเกินกำหนดอายุความแล้ว โทษเดิมย่อมขาดอายุความทันที

5. คำถาม

ศาลฎีกามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับดุลพินิจศาลอุทธรณ์ในคดีนี้?

คำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจถูกต้องแล้ว เนื่องจากโทษเดิมขาดอายุความการบังคับโทษ จึงไม่อาจนำมาบวกตามมาตรา 58 ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2565

แม้ ป.อ. มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษคดีหลังก็ตาม แต่คดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้ก็ต้องอยู่ภายใต้อายุความการบังคับโทษตาม ป.อ. มาตรา 98 ด้วย เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและสำเนาคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรีว่า ก่อนคดีนี้จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี โดยศาลจังหวัดลพบุรีพิพากษาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554 คดีจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ซึ่งอายุความการบังคับโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี คือ 5 ปี นับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 98 (4) คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 และมีคำขอให้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี จึงเป็นกรณีที่โจทก์ขอบังคับโทษจำคุกจำเลยซึ่งจำเลยยังไม่ได้รับโทษตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว การนับระยะเวลาว่าจะบวกโทษจำคุกจำเลยในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้หรือไม่ จึงต้องนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยในคดีดังกล่าว คือวันที่ 20 พฤษภาคม 2554 เมื่อนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ได้ตัวจำเลยมาเพื่อรับโทษเกินกำหนดเวลาห้าปีเป็นอันล่วงเลยการลงโทษตามมาตรา 98 (4) แล้ว ดังนั้น ศาลที่พิพากษาคดีนี้จึงไม่อาจ บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ได้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายอาวุธปืน พร้อมขอบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดง 652/2554 ของศาลจังหวัดลพบุรี และให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดง 2495/2560 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว โดยริบเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืน จำเลยรับสารภาพและยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นำโทษมาบวก

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดหลายกรรมตามกฎหมายยาเสพติดและอาวุธปืน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 11 ปี ปรับ 500,000 บาท ต่อมาลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุก 5 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท และบวกโทษจำคุก 6 เดือนในคดี 652/2554 รวมเป็นจำคุก 5 ปี 12 เดือน พร้อมนับโทษต่อจากคดีสีคิ้ว และหากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนได้เกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 2 ปี พร้อมริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้ ไม่ให้นำโทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษในคดี 652/2554 มาบวกเข้ากับโทษใหม่ เนื่องจากพ้นอายุความแล้ว คงจำคุก 5 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท และคืนธนบัตรของกลาง นอกจากนั้นให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกาและได้รับอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีเดิม 652/2554 ถึงที่สุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2554 และโทษจำคุก 6 เดือนดังกล่าวมีอายุความบังคับโทษ 5 ปี ตามมาตรา 98 (4) ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 20 พฤษภาคม 2559 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 16 มิถุนายน 2563 ถือว่าเป็นวันที่ได้ตัวจำเลยมารับโทษ ซึ่งเกินอายุความแล้ว จึงไม่อาจนำโทษคดีเดิมมาบังคับหรือบวกโทษได้

ศาลฎีกาเห็นชอบตามศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

คดีร่ำรวยผิดปกติและอำนาจศาลในการแก้ไขคำพิพากษาเรื่องดอกเบี้ย
เปรียบเทียบระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการและหลักการสำคัญ
ภาระการพิสูจน์ของธนาคารในคดีบัตรเครดิตปลอม(ฎีกา 2624/2568)
สัญญาอนุญาโตตุลาการ vs ฟ้องศาลไทย(ฎีกา 2651/2568)
กระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคและสิทธิจำเลย,ขาดนัดยื่นคำให้การ,(ฎีกาที่ 4849/2566)
การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว(ฎีกาที่ 4909/2566)
ความรับผิดของหน่วยงานรัฐในคดีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนถึงแก่ความตาย,ละเมิด(ฎีกา 5160/2566)
การรื้อฟื้นคดีอาญาในความผิดตามมาตรา 112 กับหลักห้ามฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)(ฎีกา 5161/2566)
เงินตราต่างประเทศไม่แจ้งศุลกากร ไม่ใช่ทรัพย์สินฟอกเงิน,ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์,(ฎีกา 5213/2566)
แปรรูปไม้หวงห้าม โรงงานไม่ได้รับอนุญาต(ฎีกา 459/2567)
แผ้วถางป่าสงวนลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (ฎีกา 746/2567)
เงินเพิ่มอากรขาเข้า & กฎหมายศุลกากร,นำเข้ารถยนต์, สำแดงราคาต่ำ,(ฎีกา 5097/2565)
คดีทำเหมืองไม่มีประทานบัตร & ค่าภาคหลวงแร่ (ฎีกา 1265/2568)
หยุดการดำเนินการอนุญาโตตุลาการ & สิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราว (ฎีกา 1335/2567)
หมิ่นประมาท ความหมาย โทษตามกฎหมาย และแนวคำวินิจฉัย
คดีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การใช้โลโก้แอลกอฮอล์ในป้ายโฆษณา
คดีโครงการรับจำนำข้าว – ไม่พบเจตนาทุจริต (ฎีกา 3555/2568)
สิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. ม.1300 (ฎีกา 674/2566)
บัตรกดเงินสดไม่ใช่ผ่อนงวด ใช้อายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. 193/30)(ฎีกา 6568/2567)
การตีความกฎหมายอาญาเรื่องโทษจำคุก (ฎีกาที่ 4943/2567)
“ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง”(มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก”(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, คดีอาญากับสิทธิในมรดก, ผู้จัดการมรดกใช้สิทธิทางแพ่ง(ฎีกา 842/2568)
ที่ดินงอก, สาธารณสมบัติ, ป.พ.พ. ม.1304, ม.1309, ที่ดินรกร้าง,(ฎีกา 6006-6007/2567)
บุกรุกพื้นที่ป่า – ศาลสั่งปรับ คุมประพฤติ & บริการสังคม(ฎีกาที่ 6009/2567)
ผู้รับจำนองสุจริตมีสิทธิได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนชำระเสร็จ(ฎีกาที่ 6223/2567)
คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์, (ฎีกา 4182/2550)
(ฎีกาที่ 621/2568)วินัยข้าราชการ, บำเหน็จบำนาญ และสิทธิทายาท
(ฎีกา 1688/2568) มาตรการแทนคำพิพากษาเด็กและเยาวชน
(ฎีกา 847/2568)สิทธิสวมสิทธิ & พยานสำเนาสัญญา
(ฎีกาที่ 1346/2568) การแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวมัสยิด ก. และอำนาจคณะกรรมการอิสลาม
(ฎีกาที่ 3589/2567): ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ, การประปานครหลวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2567 คัดค้านอนุญาโตตุลาการ สิทธิยื่นต่อศาลแม้กระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567: อำนาจฟ้องระหว่างหน่วยงานรัฐกับข้อยกเว้นการใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020 - 6021/2567: การเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการในสัญญาประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก
ความผิดศุลกากร การคำนวณโทษปรับตามมาตรา 27 ทวิ และความหมายของคำว่า "อากร"(ฎีกาที่ 6427/2567)
(ฎีกาที่ 6542/2567)คดีผู้บริโภคฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กรณีก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต พร้อมการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ตามกฎหมายเลือกตั้ง และการวินิจฉัย “ต่างกรรมต่างวาระ”(ฎีกาที่ 6849/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551: ข้อพิพาทการจัดการมรดกตามพินัยกรรมของอิสลามศาสนิกในจังหวัดสตูล
ศาลฎีกายืนคำสั่งริบรถยนต์ที่ใช้ลักลอบขนคนต่างด้าว: คำพิพากษาที่ 719/2568
สลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ฉบับหายกลายเป็นคดียักยอกทรัพย์: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568: การใช้หมวกนิรภัยเพื่อปิดบังใบหน้าในการชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 : สรุปวินิจฉัยความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และสิทธิของผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568: ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร
คดีทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหลักห้ามฎีกาประเด็นข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินคืนแหวนทองคำหรือชดใช้ราคาแทน พร้อมดอกเบี้ย ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร?, ข้อห้ามโอนสิทธิ ส.ป.ก., สิทธิการทำกินในที่ดิน ส.ป.ก., การใช้ที่ดินต่างดอกเบี้ยในเขต ส.ป.ก.
อำนาจนายกรัฐมนตรี คำสั่งน้ำมันเชื้อเพลิง, การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จในงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผลของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ต่อคดีอาญา
กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว ในคดีสวนสัตว์ (ฎีกา 1235/2567)
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน-พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
จัดทำและส่งเป็นงบการเงินโดยมีเจตนาเพื่อลวง
ใบจอง (น.ส. 2)
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ท้ายฟ้องแนบหนังสือมอบอำนาจผิดฉบับถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย
ความเสียหายไม่เกินวงเงินความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย
การคืนเงินค่าหุ้นในภาวะขาดทุนตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์
อำนาจฟ้องขณะยังไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
อำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559
การกระทำโดยสำคัญผิด
ผิดฐานพาบุคคลไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานรับของโจรได้ต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
อำนาจฟ้องคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมีประโยชน์ได้เสียขัดกัน
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article