ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์, (ฎีกา 4182/2550)

คำพิพากษาศาลฎีกา 4182/2550, คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ, โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน, โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อหากำไร, ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1, ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2, พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 244, พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 342, ภาษีที่ดิน, การเสียภาษี, ศาลฎีกาภาษีอากร, แนววินิจฉัยเรื่องภาษี

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความว่าการโอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินจากบิดามารดาให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีค่าตอบแทน จะถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การโอนให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้กระทำภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา ไม่ถือว่าเป็นการขายเพื่อหากำไร ผู้โอนจึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ


ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ได้รับที่ดินจากมารดา 2 ครั้ง รวม 705 ตารางวา

ต่อมาโจทก์โอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินจำนวน 1 ใน 3 ส่วนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีค่าตอบแทน

เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปี ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีท้องถิ่น รวม 343,200 บาท

โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดภาษีเหลือ 114,400 บาท แต่โจทก์ยังคงฟ้องขอเพิกถอน

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์

จำเลย (กรมสรรพากร) อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา


ประเด็นข้อกฎหมาย

1. มาตรา 91/1 (4) และ มาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร – การโอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายถือเป็น “การขาย”

2. มาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 244 พ.ศ. 2534 – การขายภายใน 5 ปีต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น

3. การตีความว่าการโอนให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทนเข้าลักษณะ “การขายเพื่อหากำไร” หรือไม่


คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า

การขายภายใน 5 ปีตามพระราชกฤษฎีกาฯ ไม่ใช่ว่าทุกกรณีต้องถือเป็นการขายเพื่อหากำไร ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

แม้การโอนให้บุตรจะเข้าลักษณะ “การขาย” ตามมาตรา 91/1 (4) แต่เมื่อไม่มีค่าตอบแทนและเป็นการโอนให้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ถือเป็นการขายเพื่อหากำไร

โจทก์จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

พิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง


การวิเคราะห์เชิงกฎหมาย

1. หลักการสำคัญ

o ภาษีธุรกิจเฉพาะมีเป้าหมายเพื่อจัดเก็บจากการขายอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์หรือเพื่อหากำไร

o การโอนโดยเสน่หาให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน แม้เป็น “การขาย” ในทางภาษี แต่ไม่ใช่เพื่อหากำไร

2. การเปรียบเทียบกฎหมาย

o พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 244 พ.ศ. 2534 ไม่มีข้อยกเว้นชัดเจน แต่ศาลตีความโดยใช้หลักการทั่วไป

o ต่อมาพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 342 พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติยกเว้นชัดว่า “การโอนให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน” ไม่เป็นการขายเพื่อหากำไร

3. ผลทางปฏิบัติ

o การตีความของศาลฎีกาเปิดทางให้ผู้โอนทรัพย์สินในลักษณะ “ให้บุตร” ได้รับการยกเว้น แม้ก่อนที่จะมีข้อยกเว้นบัญญัติไว้โดยตรง


IRAC Analysis

Issue (ประเด็น)

การโอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน ภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา จะถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่

Rule (กฎเกณฑ์)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1 (4) กำหนดว่าการโอนให้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายถือเป็น “การขาย”

มาตรา 91/2 (6) และ มาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 244 พ.ศ. 2534 บัญญัติว่าการขายภายใน 5 ปีอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เว้นแต่มีข้อยกเว้น

Application (การประยุกต์ใช้)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้เข้าลักษณะ “การขาย” แต่เมื่อเป็นการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่อาจตีความว่าเป็นการขายเพื่อหากำไร การตีความต้องดูเจตนารมณ์และข้อเท็จจริงรายกรณี ไม่ใช่ถือเอาตามถ้อยคำอย่างเคร่งครัด

Conclusion (ข้อสรุป)

การโอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน ไม่เป็นการขายเพื่อหากำไร โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ


สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

ภาษีธุรกิจเฉพาะมีเจตนารมณ์เพื่อจัดเก็บจากการค้าหรือหากำไรจริง ๆ

การตีความควรพิจารณาเจตนาและข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตีความเคร่งครัดตามถ้อยคำในกฎหมาย

ศาลฎีกาได้สร้างแนววินิจฉัยสำคัญที่ต่อมาถูกบัญญัติชัดในกฎหมายใหม่ว่า “การโอนให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน” ไม่ใช่การขายเพื่อหากำไร


 

English Summary

The Supreme Court Decision No. 4182/2007 addressed whether transferring land ownership to a legitimate child without consideration constitutes a taxable sale under the Specific Business Tax. The Court ruled that even though such transfer technically falls under the definition of a “sale,” it is not considered a commercial or profit-making transaction. Therefore, the transferor is not liable for the Specific Business Tax.

สรุปคำแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4182/2550 วินิจฉัยในประเด็นว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน จะถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่า แม้การโอนดังกล่าวจะเข้าลักษณะตามนิยามของคำว่า “การขาย” แต่หาใช่การขายที่มีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์หรือเพื่อแสวงหากำไรไม่ ดังนั้น ผู้โอนจึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

15 คำศัพท์กฎหมายที่น่าสนใจ

1.addressed – พิจารณา, วินิจฉัยถึง

2.transferring – การโอน (กรรมสิทธิ์/สิทธิ)

3.land ownership – กรรมสิทธิ์ในที่ดิน

4.legitimate child – บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

5.without consideration – โดยไม่มีค่าตอบแทน

6.constitutes – ถือว่าเป็น, ก่อให้เกิด

7.taxable sale – การขายที่ต้องเสียภาษี

8.Specific Business Tax – ภาษีธุรกิจเฉพาะ

9.The Court ruled – ศาลมีคำวินิจฉัย/พิพากษา

10.technically – โดยหลักทางนิยาม, ในทางเทคนิค

11.definition – นิยาม, ความหมายตามกฎหมาย

12.commercial – เชิงพาณิชย์

13.profit-making transaction – การทำธุรกรรมเพื่อหากำไร

14.transferor – ผู้โอน

15.liable – อยู่ในบังคับ, ต้องรับผิด

คำศัพท์กฎหมายพร้อมความหมายภาษาอังกฤษ

1. addressed meaning – dealt with, considered

2. transferring meaning – giving or moving ownership

3. land ownership meaning – legal right to land

4. legitimate child meaning – lawful son or daughter

5. without consideration meaning – no payment given

6. constitutes meaning – is, amounts to

7. taxable sale meaning – sale subject to tax

8. Specific Business Tax meaning – tax on property sales/business

9. The Court ruled meaning – the judge decided

10. technically meaning – by definition, in strict sense

11. definition meaning – exact meaning of a word/law

12. commercial meaning – for trade or business

13. profit meaning – financial gain

14. transferor meaning – person who transfers ownership

15. liable meaning – legally responsible

ตัวอย่างการใช้ 15 คำศัพท์กฎหมายในประโยค

1. addressed

The Court addressed the issue of whether the land transfer was taxable.

This question was important because it affected how much tax the plaintiff had to pay.

Literal: ศาลได้พิจารณาประเด็นว่าการโอนที่ดินนั้นต้องเสียภาษีหรือไม่

คำถามนี้สำคัญเพราะมีผลต่อจำนวนภาษีที่โจทก์ต้องชำระ

Natural: ศาลพิจารณาว่าการโอนที่ดินต้องเสียภาษีไหม

เรื่องนี้สำคัญเพราะเกี่ยวกับเงินภาษีที่โจทก์ต้องจ่าย


2. transferring

Transferring land ownership usually requires official registration.

Without registration, the transfer may not be legally recognized.

Literal: การโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยทั่วไปต้องมีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ

หากไม่มีการจดทะเบียน การโอนอาจไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย

Natural: โอนที่ดินต้องไปจดทะเบียน

ถ้าไม่จดก็อาจไม่ถูกกฎหมาย


3. land ownership

Land ownership gives the holder full legal rights over the property.

These rights include the power to sell, transfer, or use the land.

Literal: กรรมสิทธิ์ในที่ดินทำให้ผู้ครอบครองมีสิทธิทางกฎหมายเต็มรูปแบบเหนือทรัพย์สิน

สิทธิเหล่านี้รวมถึงการขาย การโอน หรือการใช้ที่ดิน

Natural: ถ้ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็มีสิทธิเต็มที่

จะขาย จะโอน หรือจะใช้ก็ทำได้หมด


4. legitimate child

The property was transferred to a legitimate child of the owner.

This fact mattered because the law treats transfers to children differently.

Literal: ทรัพย์สินได้ถูกโอนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของ

ข้อเท็จจริงนี้สำคัญเพราะกฎหมายให้การโอนแก่บุตรแตกต่างออกไป

Natural: เจ้าของโอนที่ดินให้ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ตรงนี้สำคัญเพราะกฎหมายมองการโอนให้ลูกไม่เหมือนการโอนให้คนอื่น


5. without consideration

He gave the land to his son without consideration.

This means no money or payment was exchanged.

Literal: เขาโอนที่ดินให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน

ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินหรือสิ่งตอบแทนใด ๆ

Natural: เขายกที่ดินให้ลูกฟรี ๆ

คือไม่มีการจ่ายเงินหรือของตอบแทนเลย


6. constitutes

Giving land to a child constitutes a transfer under the law.

The law defines even free transfers as legal transactions.

Literal: การให้ที่ดินแก่บุตรถูกถือว่าเป็นการโอนตามกฎหมาย

กฎหมายกำหนดว่าการให้โดยไม่คิดมูลค่าก็เป็นธุรกรรมทางกฎหมายเช่นกัน

Natural: ยกที่ดินให้ลูกก็ถือว่าเป็นการโอนตามกฎหมาย

ถึงให้ฟรีก็นับเป็นธุรกรรมอยู่ดี


7. taxable sale

The government argued that this was a taxable sale.

If true, the plaintiff would owe a large amount of money.

Literal: รัฐบาลอ้างว่านี่เป็นการขายที่ต้องเสียภาษี

หากเป็นจริง โจทก์จะต้องจ่ายเงินจำนวนมาก

Natural: รัฐบอกว่านี่เป็นการขายที่ต้องเสียภาษี

ถ้าใช่จริง ๆ โจทก์ก็ต้องจ่ายภาษีเยอะ


8. Specific Business Tax

Specific Business Tax applies to sales made for profit.

The Court had to decide if this case fit that rule.

Literal: ภาษีธุรกิจเฉพาะใช้บังคับกับการขายที่ทำเพื่อหากำไร

ศาลต้องวินิจฉัยว่าคดีนี้เข้าลักษณะตามกฎนั้นหรือไม่

Natural: ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บจากการขายที่ทำเพื่อกำไร

ศาลต้องตัดสินว่าคดีนี้เข้าเกณฑ์หรือเปล่า


9. The Court ruled

The Court ruled that the transfer was not a taxable sale.

This ruling ended the tax dispute between the parties.

Literal: ศาลมีคำวินิจฉัยว่าการโอนไม่ใช่การขายที่ต้องเสียภาษี

คำวินิจฉัยนี้ยุติข้อพิพาททางภาษีระหว่างคู่ความ

Natural: ศาลตัดสินว่าการโอนไม่ใช่การขายที่ต้องเสียภาษี

คำตัดสินนี้ทำให้เรื่องภาษีจบลง


10. technically

Technically, the land transfer could be called a sale.

But in reality, no profit or gain was made.

Literal: โดยหลักทางนิยาม การโอนที่ดินอาจเรียกว่าเป็นการขาย

แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีการแสวงหากำไรใด ๆ

Natural: ตามนิยามถือว่าเป็นการขาย

แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีกำไรเลย


11. definition

The legal definition of “sale” was central in this case.

It determined whether tax had to be paid.

Literal: นิยามทางกฎหมายของคำว่า “การขาย” เป็นประเด็นสำคัญในคดีนี้

ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะต้องเสียภาษีหรือไม่

Natural: คำว่า “การขาย” ตามกฎหมายเป็นใจความสำคัญของคดี

มันเป็นตัวชี้ว่าจะต้องเสียภาษีหรือไม่


12. commercial

The Court found the transfer was not a commercial activity.

It was simply a gift from parent to child.

Literal: ศาลเห็นว่าการโอนไม่ใช่กิจกรรมเชิงพาณิชย์

แต่มันเป็นเพียงการให้ระหว่างพ่อแม่กับลูก

Natural: ศาลบอกว่าการโอนไม่ใช่การค้าขาย

มันก็แค่ของขวัญจากพ่อแม่ให้ลูก


13. profit-making transaction

The deal was not a profit-making transaction.

No money changed hands between the parties.

Literal: การทำธุรกรรมนั้นไม่ใช่การทำเพื่อหากำไร

ไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินระหว่างคู่สัญญา

Natural: ดีลนี้ไม่ใช่เพื่อทำกำไร

ไม่ได้มีการจ่ายเงินกันเลย


14. transferor

The transferor argued he should not pay tax.

He said the transfer was only a gift to his son.

Literal: ผู้โอนอ้างว่าเขาไม่ควรต้องเสียภาษี

เขากล่าวว่าการโอนนั้นเป็นเพียงการให้แก่บุตรเท่านั้น

Natural: ผู้โอนบอกว่าเขาไม่ควรต้องเสียภาษี

เพราะเขาแค่ยกให้ลูกเท่านั้น


15. liable

The Court decided the transferor was not liable for tax.

This meant he did not owe anything to the government.

Literal: ศาลตัดสินว่าผู้โอนไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี

ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ต้องเป็นหนี้ต่อรัฐ

Natural: ศาลบอกว่าผู้โอนไม่ต้องเสียภาษี

เขาเลยไม่ติดหนี้รัฐบาลเลย


1.	การโอนที่ดินให้บุตรโดยไม่มีค่าตอบแทน (Transfer to legitimate child without consideration) o	ประเด็นสำคัญคือ การโอนแบบนี้จะถูกตีความว่าเป็น “การขาย” ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ 2.	การขายภายใน 5 ปี (Sale within 5 years) o	ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 244 การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทำภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา มักเข้าลักษณะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.	ข้อยกเว้นทางกฎหมาย (Legal exceptions) o	แม้กฎหมายกำหนดเกณฑ์ 5 ปี แต่ยังมีข้อยกเว้นบางกรณีที่ไม่ถือเป็นการขายเพื่อหากำไร ศาลต้องพิจารณารายกรณี 4.	ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) o	ประเด็นหลักคือจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนให้บุตรหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อจำนวนเงินที่ถูกประเมิน 5.	การตีความว่า “การขาย” (Definition of “sale”) o	แม้เข้าข่าย “การขาย” ตามมาตรา 91/1 (4) แต่เมื่อไม่มีค่าตอบแทนและเป็นการให้แก่บุตรโดยชอบ ศาลเห็นว่าไม่ใช่การขายเชิงพาณิชย์หรือเพื่อกำไร

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4182/2550

การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตามมาตรา 3 (6) แห่ง พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244)ฯ ยังมีข้อยกเว้นหลายประการที่ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร แสดงว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มามิใช่เป็นการขายที่เป็นทางค้าหรือหากำไรเสมอไป หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเป็นแต่ละกรณีไป แม้คดีนี้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่าโจทก์แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของตนอันถือได้ว่าเป็นการขายตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/1 (4) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น แต่เมื่อผู้ที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ และเป็นการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน การโอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรตาม ป.รัษฎากร มาตรา 91/2 (6) โจทก์จึงไม่จำต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ


โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทซึ่งมารดาโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522 จำนวน 1 ใน 2 ส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 470 ตารางวา และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 อีกจำนวน 235 ตารางวา โดยมิได้ระบุว่าเป็นที่ดินส่วนใด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538 โจทก์ให้บุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์เข้าถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินส่วนของโจทก์จำนวน 1 ใน 3 ส่วน โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นส่วนใด ต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะเงินเพิ่ม และภาษีส่วนท้องถิ่นรวมเป็นเงิน 343,200 บาท โดยเจ้าพนักงานประเมินให้เหตุผลว่า โจทก์ต้องชำระภาษีธุรกิจเฉพาะตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 ซึ่งตามมาตรา 91/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ถือว่าการให้กรรมสิทธิ์รวมแก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นการขาย โจทก์อุทธรณ์การประเมิน ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ลดภาษีที่เรียกเก็บลง คงเหลือ 114,400 บาท โจทก์เห็นว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในการโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ เนื่องจากเป็นการให้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโดยไม่มีการแบ่งแยกไม่ได้ระบุว่าเป็นส่วนใด ถือว่าโจทก์ให้กรรมสิทธิ์รวมในที่ดินส่วนที่ถือครองเกิน 5 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้ที่ดินมา ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.3 (อธ.3)/272/2547 ลงวันที่ 15 มกราคม 2547 (ที่ถูกลงวันที่ 30 มิถุนายน 2547) หรือขอให้ลดค่าภาษีที่ต้องชำระเหลือเพียง 10,400 บาท


จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522 มารดาโจทก์ได้แบ่งกรรมสิทธิ์รวม (ไม่มีค่าตอบแทน) ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมจำนวน 1 ใน 2 ส่วน โดยที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เท่ากับถือกรรมสิทธิ์คนละ 470 ตารางวา ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 มารดาโจทก์ได้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีค่าตอบแทนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วนของมารดาโจทก์อีก 1 ใน 2 ส่วน โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าวเพิ่มอีก 235 ตารางวา รวมทั้งสิ้นโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 705 ตารางวา เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538 โจทก์แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะที่ดินส่วนของโจทก์จำนวน 1 ใน 3 ส่วน ส่วนของบุคคลอื่นคงเดิม โดยตีราคาทรัพย์ที่โอนเป็นเงิน 5,200,000 บาท ขณะที่ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของกรมที่ดิน 5,170,000 บาท เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐานการยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) สำหรับเดือนธันวาคม 2538 ของโจทก์ เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือเชิญพบโจทก์ 2 ครั้ง แต่โจทก์มิได้ไปพบและมิได้แจ้งเหตุขัดข้องแต่อย่างใด เจ้าพนักงานประเมินจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 91/15 (1) และ 91/16 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะและเงินเพิ่มเติมตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเบี้ยปรับงดให้ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.127/2546 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 โจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วมีคำวินิจฉัยว่า โจทก์แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายไม่มีค่าตอบแทนถือเป็นการขายตามมาตรา 90/1 (4) แห่งประมวลรัษฎากร โดยได้โอนเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538 ซึ่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉับที่ 244) พ.ศ.2534 มีผลใช้บังคับอยู่ โดยมาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมิได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้อันเป็นการแตกต่างจากพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ.2541 มาตรา 4 (6) (ง) ซึ่งบัญญัติว่า การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของตน ไม่ให้ถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นไป ดังนั้น เมื่อโจทก์แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ได้กรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวย่อมเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่ง ประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากโจทก์ได้รับการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมมาไม่พร้อมกัน โดยที่ดินจำนวน 470 ตารางวา ในจำนวน 940 ตารางวา โจทก์ได้รับเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522 ถือเป็นการครอบครองที่ดินเกินกว่า 5 ปี ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ส่วนที่ดินจำนวน 235 ตารางวา ใน 470 ตารางวา ได้รับเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นการถือครองเพียง 1 ปี ซึ่งการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมให้แก่บุตรจำนวน 235 ตารางวา ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นที่ดินส่วนใด จึงพิจารณาปรับปรุงรายวับตามการประเมินเหลือเพียง 1 ใน 3 ของราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของที่ดิน เป็นผลให้ภาษีตามการประเมินเปลี่ยนแปลงลดลง เป็นเงินภาษี 52,000 บาท เงินเพิ่ม 52,000 บาท และภาษีส่วนท้องถิ่น 10,400 บาท รวม 114,400 บาท คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา


ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522 มารดาโจทก์ได้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมโดยไม่มีค่าตอบแทนในที่ดินโฉนดเลขที่ 1673 ตำบลวัดอรุณ (บางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ) อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมจำนวน 1 ใน 2 ส่วน โดยที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา เท่ากับถือกรรมสิทธิ์รวมคนละ 470 ตารางวา ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 มารดาโจทก์ได้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมเฉพาะส่วนของมารดาโจทก์อีก 1 ใน 2 ส่วน โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 235 ตารางวา รวมทั้งสิ้นโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม 705 ตารางวา ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2538 โจทก์ได้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่นายสุรเชษฐ์ บุญธินันท์ บุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์เฉพาะส่วนของโจทก์จำนวน 1 ใน 3 ส่วน โดยตีราคาทรัพย์ที่โอน 5,200,000 บาท ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอนที่ดิน 5,170,000 บาท ตามภาพถ่ายโฉนดที่ดินและบันทึกการประเมินราคาทรัพย์สิน โจทก์ไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินให้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ เงินเพิ่ม และภาษีส่วนท้องถิ่นรวม 343,200 บาท ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ โจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ลดภาษีที่เรียกเก็บลง เป็นเงินภาษี 104,000 บาท เงินเพิ่ม 104,000 บาท และภาษีส่วนท้องถิ่น 20,800 บาท รวมลดให้ทั้งสิ้น 228,800 บาท คงเหลือเรียกเก็บเป็นเงินภาษี 52,000 บาท เงินเพิ่ม 52,000 บาท และภาษีส่วนท้องถิ่น 10,400 บาท รวมเรียกเก็บทั้งสิ้นเป็นเงิน 114,400 บาท โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากโจทก์ได้รับแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมาไม่พร้อมกัน โดยจำนวน 470 ตารางวา ใน 940 ตารางวา ได้รับมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522 เป็นการถือครองที่ดินเกินกว่า 5 ปี ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ และจำนวน 235 ตารางวา ใน 470 ตารางวา ได้รับมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538 เป็นการถือครองเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งในการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมให้แก่บุตรจำนวน 235 ตารางวา ไม่สามารถระบุว่าเป็นที่ดินส่วนใด จึงพิจารณาปรับปรุงรายรับตามการประเมินลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ส่วนของราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของกรมที่ดิน เป็นผลให้ภาษีตามการประเมินเปลี่ยนแปลงลดลงตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์


มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า มาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 มิได้บัญญัติยกเว้นกรณีโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยไม่มีค่าตอบแทน จึงถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร เพราะเข้าลักษณะขายอสังหาริมทรัพย์ไปภายใน 5 ปี นับแต่ได้มา ส่วนมาตรา 4 (6) (ง) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ.2541 ซึ่งบัญญัติว่าการโอนอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของตนไม่ให้ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นไป ย่อมไม่มีผลย้อนหลังไปถึงกรณีของโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตามมาตรา 3 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 ยังมีข้อยกเว้นหลายประการที่ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร แสดงว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มามิใช่เป็นการขายที่เป็นทางค้าหรือหากำไรเสมอไป หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเป็นแต่ละกรณีไป แม้คดีนี้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่าโจทก์แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินให้แก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของตนอันถือได้ว่าเป็นการขายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1 (4) ที่ได้กระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น แต่เมื่อผู้ที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ และเป็นการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน การโอนกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (6) โจทก์จึงไม่จำต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

คดีร่ำรวยผิดปกติและอำนาจศาลในการแก้ไขคำพิพากษาเรื่องดอกเบี้ย
เปรียบเทียบระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการและหลักการสำคัญ
การบังคับโทษและอายุความตาม ป.อาญา มาตรา 58 และมาตรา 98 ในคดียาเสพติด
ภาระการพิสูจน์ของธนาคารในคดีบัตรเครดิตปลอม(ฎีกา 2624/2568)
ข้อตกลงอนุญาโตตุลาการในสัญญาจ้างก่อสร้าง: ฟ้องศาลไทยได้หรือไม่ และต้องอุทธรณ์ต่อศาลใด
กระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคและสิทธิจำเลย,ขาดนัดยื่นคำให้การ,(ฎีกาที่ 4849/2566)
การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว(ฎีกาที่ 4909/2566)
ความรับผิดของหน่วยงานรัฐในคดีเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนถึงแก่ความตาย,ละเมิด(ฎีกา 5160/2566)
การรื้อฟื้นคดีอาญาในความผิดตามมาตรา 112 กับหลักห้ามฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)(ฎีกา 5161/2566)
เงินตราต่างประเทศไม่แจ้งศุลกากร ไม่ใช่ทรัพย์สินฟอกเงิน,ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์,(ฎีกา 5213/2566)
แปรรูปไม้หวงห้าม โรงงานไม่ได้รับอนุญาต(ฎีกา 459/2567)
แผ้วถางป่าสงวนลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (ฎีกา 746/2567)
เงินเพิ่มอากรขาเข้าเกินภาษีได้หรือไม่ กฎหมายเก่า vs ใหม่ ใช้อย่างไรย้อนหลัง ผู้นำเข้าควรรู้เมื่อถูกประเมินภาษีและไม่อุทธรณ์ article
ทำเหมืองหลังใบอนุญาตหมดอายุผิดหรือไม่? ศาลชี้ชัดเป็นละเมิด เรียกค่าเสียหายได้แม้ไม่มีสิทธิในแร่
หยุดการดำเนินการอนุญาโตตุลาการ & สิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราว (ฎีกา 1335/2567)
หมิ่นประมาท ความหมาย โทษตามกฎหมาย และแนวคำวินิจฉัย
คดีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การใช้โลโก้แอลกอฮอล์ในป้ายโฆษณา
คดีโครงการรับจำนำข้าว – ไม่พบเจตนาทุจริต (ฎีกา 3555/2568)
สิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. ม.1300 (ฎีกา 674/2566)
บัตรกดเงินสดไม่ใช่ผ่อนงวด ใช้อายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. 193/30)(ฎีกา 6568/2567)
การตีความกฎหมายอาญาเรื่องโทษจำคุก (ฎีกาที่ 4943/2567)
“ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง”(มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก”(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, คดีอาญากับสิทธิในมรดก, ผู้จัดการมรดกใช้สิทธิทางแพ่ง(ฎีกา 842/2568)
ที่ดินงอก, สาธารณสมบัติ, ป.พ.พ. ม.1304, ม.1309, ที่ดินรกร้าง,(ฎีกา 6006-6007/2567)
บุกรุกพื้นที่ป่า – ศาลสั่งปรับ คุมประพฤติ & บริการสังคม(ฎีกาที่ 6009/2567)
ผู้รับจำนองสุจริตมีสิทธิได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนชำระเสร็จ(ฎีกาที่ 6223/2567)
(ฎีกาที่ 621/2568)วินัยข้าราชการ, บำเหน็จบำนาญ และสิทธิทายาท
(ฎีกา 1688/2568) มาตรการแทนคำพิพากษาเด็กและเยาวชน
(ฎีกา 847/2568)สิทธิสวมสิทธิ & พยานสำเนาสัญญา
(ฎีกาที่ 1346/2568) การแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวมัสยิด ก. และอำนาจคณะกรรมการอิสลาม
(ฎีกาที่ 3589/2567): ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ, การประปานครหลวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2567 คัดค้านอนุญาโตตุลาการ สิทธิยื่นต่อศาลแม้กระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
หน่วยงานรัฐไม่ทำตามระเบียบก่อนฟ้องคดี มีผลให้ฟ้องไม่ได้หรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาสิทธิฟ้องและผลผูกพันคดีเดิม
ข้อพิพาทประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ เหตุไม่เป็นไปตามสัญญาและขัดต่อความสงบเรียบร้อย
ความผิดศุลกากร การคำนวณโทษปรับตามมาตรา 27 ทวิ และความหมายของคำว่า "อากร"(ฎีกาที่ 6427/2567)
(ฎีกาที่ 6542/2567)คดีผู้บริโภคฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กรณีก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต พร้อมการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ตามกฎหมายเลือกตั้ง และการวินิจฉัย “ต่างกรรมต่างวาระ”(ฎีกาที่ 6849/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551: ข้อพิพาทการจัดการมรดกตามพินัยกรรมของอิสลามศาสนิกในจังหวัดสตูล
ศาลฎีกายืนคำสั่งริบรถยนต์ที่ใช้ลักลอบขนคนต่างด้าว: คำพิพากษาที่ 719/2568
สลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ฉบับหายกลายเป็นคดียักยอกทรัพย์: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568: การใช้หมวกนิรภัยเพื่อปิดบังใบหน้าในการชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 : สรุปวินิจฉัยความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และสิทธิของผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568: ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร
คดีทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหลักห้ามฎีกาประเด็นข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินคืนแหวนทองคำหรือชดใช้ราคาแทน พร้อมดอกเบี้ย ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร?, ข้อห้ามโอนสิทธิ ส.ป.ก., สิทธิการทำกินในที่ดิน ส.ป.ก., การใช้ที่ดินต่างดอกเบี้ยในเขต ส.ป.ก.
อำนาจนายกรัฐมนตรี คำสั่งน้ำมันเชื้อเพลิง, การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จในงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผลของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ต่อคดีอาญา
กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว ในคดีสวนสัตว์ (ฎีกา 1235/2567)
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน-พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
จัดทำและส่งเป็นงบการเงินโดยมีเจตนาเพื่อลวง
ใบจอง (น.ส. 2)
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ท้ายฟ้องแนบหนังสือมอบอำนาจผิดฉบับถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย
ความเสียหายไม่เกินวงเงินความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย
การคืนเงินค่าหุ้นในภาวะขาดทุนตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์
อำนาจฟ้องขณะยังไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
อำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559
การกระทำโดยสำคัญผิด
ผิดฐานพาบุคคลไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานรับของโจรได้ต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
การฟ้องบริษัทกรณีกรรมการปฏิเสธคืนโฉนดที่ดินถือเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือไม่ และผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องบริษัทได้เพียงใด
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมีประโยชน์ได้เสียขัดกัน
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article