ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว ในคดีสวนสัตว์ (ฎีกา 1235/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 1235/2567, กรรมการบริษัทสวนสัตว์ไม่รับผิดส่วนตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 70, ตัวแทนนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167, ความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 433, กิจการสวนสัตว์สัตว์ดุร้ายกัดคน, นิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดกิจการสวนสัตว์, ความรับผิดในฐานะผู้เลี้ยงรับรักษาสัตว์, ตัวแทนบริษัทไม่ถือเป็นผู้ดูแลสัตว์โดยตรง, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีผู้บริโภค, ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 และ 5 ต่อปี, คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8, การประกันภัยความเสียหายต่อชีวิตร่างกาย

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการทำงานของกรรมการบริษัทในฐานะตัวแทนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสวนสัตว์ และประเด็นความรับผิดส่วนตัวของกรรมการเมื่อเกิดเหตุสัตว์ดุร้ายกัดนักท่องเที่ยว โดยเกิดเหตุที่สวนสัตว์ซึ่งเป็นกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1 และกรรมการผู้มีอำนาจ (จำเลยที่ 2) เป็นผู้กระทำการแทนบริษัทตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง แต่ ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เลี้ยงหรือดูแลสัตว์โดยตรง จึงไม่เข้าลักษณะผู้ดูแลหรือรับเลี้ยง–รับรักษาสัตว์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 และจึงไม่ต้องรับผิดส่วนตัว แม้โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายก็ตาม

ข้อเท็จจริง

จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนประกอบกิจการสวนสัตว์ และเก็บค่าบริการเข้าชมจากนักท่องเที่ยว

จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท (จำเลยที่ 1) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง

จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ดำเนินธุรกิจประกันภัยความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของนักท่องเที่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุจากสัตว์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 น. โจทก์และบิดา–มารดา ไปเที่ยวที่สวนสัตว์ของจำเลยที่ 1

ระหว่างชมสัตว์ ประตูกรงเสือเปิดออก ทำให้เสือหลุดออกจากกรงและกัดโจทก์ที่ศีรษะและใบหน้า ซึ่งเกิดจากการที่จำเลยที่ 1 มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลี้ยงดูเสือซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 1,556,476 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (17 ก.ค. 2563) เป็นต้นไป จนชำระเสร็จ และจำเลยที่ 3 รับผิดเฉพาะในส่วนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 (แผนกคดีผู้บริโภค) พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามชำระดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี นับแต่วันฟ้องถึง 10 เม.ย. 2564 และอัตรา 5% ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เม.ย. 2564 เป็นต้นไปจนชำระเสร็จ แก้ให้จำเลยที่ 1 และ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์

จำเลยที่ 1 และ 2 ได้ยื่นฎีกา และศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ประเด็นสำคัญที่สุดของ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567 อยู่ที่การ พิจารณาความรับผิดส่วนตัวของกรรมการบริษัท ที่เป็น ผู้แทนนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 และมาตรา 1167 ว่า จะต้องรับผิดส่วนตัวหรือไม่ เมื่อสัตว์ดุร้ายที่อยู่ในกิจการของบริษัททำร้ายนักท่องเที่ยว — ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ต้องรับผิดส่วนตัว เพราะไม่ได้เป็น “ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงสัตว์โดยตรง” ตาม มาตรา 433

🔹 มาตรากฎหมายหลักที่ใช้ในคดีนี้

1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

→ ว่าด้วย “ผู้แทนนิติบุคคล” และ “การแสดงเจตนาในนามของนิติบุคคล”

2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167

→ กำหนดว่าผู้แทนของนิติบุคคลไม่ต้องรับผิดส่วนตัว เว้นแต่กระทำการนอกขอบวัตถุประสงค์

3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433

→ ว่าด้วยความรับผิดของ “ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงสัตว์” เมื่อสัตว์นั้นก่อให้เกิดความเสียหาย

🔑 Keywords ที่เป็น “แก่นของคดี” 

1. “ผู้แทนนิติบุคคล” (ป.พ.พ. มาตรา 70)

กรรมการบริษัทที่กระทำการแทนบริษัท ถือเป็นผู้แทนของนิติบุคคล ไม่ใช่ผู้กระทำในนามส่วนตัว หากการกระทำอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท ความรับผิดย่อมตกอยู่ที่บริษัท ไม่ใช่ตัวกรรมการ

🟢 สรุป: กรรมการบริษัท = ผู้แทนบริษัท ไม่ต้องรับผิดส่วนตัว หากไม่ทำเกินอำนาจ

2. “ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงสัตว์” (มาตรา 433)

ผู้ที่เลี้ยงหรือดูแลสัตว์โดยตรงต้องรับผิด หากสัตว์นั้นก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ถ้าเพียงเป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจทางนิติบุคคล โดยไม่ดูแลสัตว์เอง จะไม่เข้าลักษณะของ “ผู้ดูแลสัตว์”

🟢 สรุป: ต้องมีการดูแล “โดยตรง” จึงจะต้องรับผิด

3. “ขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท” (มาตรา 1167)

หากกรรมการหรือผู้แทนกระทำภายในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท บริษัทต้องรับผิด แต่หากกรรมการกระทำ “นอกขอบวัตถุประสงค์” จะต้องรับผิดเองเป็นการส่วนตัว

🟢 สรุป: ความรับผิดส่วนตัวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกรรมการทำเกินขอบกิจการบริษัท

4. “สัตว์ดุร้ายในกิจการสวนสัตว์”

เสือที่หลุดออกมากัดนักท่องเที่ยว เป็น “สัตว์ดุร้าย” ที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ผู้ดูแลต้องใช้ความระมัดระวังสูงกว่าปกติ เพราะเป็นสัตว์ที่อาจก่ออันตรายได้ง่าย

🟢 สรุป: นิติบุคคล (บริษัทสวนสัตว์) ต้องรับผิดฐานละเมิดจากสัตว์ดุร้ายตามมาตรา 433

5. “กรรมการบริษัทไม่ต้องรับผิดส่วนตัว”

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรรมการไม่ได้เลี้ยงดูเสือโดยตรง ไม่เข้าลักษณะผู้ดูแลสัตว์ จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 433 แม้จะเป็นผู้มีอำนาจของบริษัทก็ตาม

🟢 สรุป: ถ้าไม่ได้เลี้ยงหรือควบคุมสัตว์โดยตรง → ไม่ต้องรับผิดส่วนตัว

🧭 สรุปภาพรวมสั้น ๆ

คดีนี้เป็นแนวคำพิพากษาสำคัญเรื่อง “ขอบเขตความรับผิดของกรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนนิติบุคคล”

ศาลยืนยันหลักว่า “กรรมการไม่ต้องรับผิดส่วนตัว” เว้นแต่ทำเกินขอบวัตถุประสงค์ หรือมีการกระทำโดยตรงที่เข้าลักษณะเป็น “ผู้ดูแลสัตว์” ตามมาตรา 433 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งในชั้นฎีกาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสวนสัตว์ โดยเก็บค่าบริการเข้าชม

จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท (จำเลยที่ 1) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง

การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาเป็นเพื่อกิจการของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้แสดงเจตนาทำโดยเป็นผู้แทนบริษัท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง

เหตุเกิดขึ้นที่สวนสัตว์ซึ่งเป็นกิจการของจำเลยที่ 1 และจากพยานหลักฐานที่สืบมาได้ความว่า มีพนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือโดยเฉพาะ โดยไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับเลี้ยงเสือด้วย

จำเลยที่ 2 จึงอยู่ในฐานะ “ตัวแทนของจำเลยที่ 1” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง

ดังนั้น จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็น “ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433” ซึ่งเป็นหน้าที่และความรับผิดเฉพาะบุคคล

อีกทั้งไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใดนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ 1

ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์

ศาลฎีกาพิพากษา แก้เป็น ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ และชั้นฎีกา ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกา ให้เป็นพับ

ขยายความประเด็นทางกฎหมาย

1. บทบาทตัวแทนของนิติบุคคล (ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง; มาตรา 70 วรรคสอง)

o เมื่อกรรมการหรือผู้มีอำนาจของบริษัทประกอบกิจการแทนนิติบุคคลนั้น ถือว่าเป็นผู้แทนบริษัทตาม มาตรา 70 วรรคหนึ่ง

o การแสดงเจตนาของนิติบุคคลให้ผู้แทนนั้นกระทำกิจการนั้นเองเป็นไปตาม มาตรา 70 วรรคสอง

o ในคดีนี้ จำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าว

2. ความรับผิดตามมาตรา 433 (ป.พ.พ.) – ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้

o กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ดูแลหรือผู้รับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ที่อยู่ในความดูแลของตน เมื่อสัตว์นั้นก่อให้เกิดความเสียหาย ต้องรับผิดชอบ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433)

o แต่ผู้ที่จะถูกจับต้องต้องเป็นผู้ “ดูแล” หรือ “รับเลี้ยงรับรักษา” โดยตรง

o ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 2 มิได้เลี้ยงหรือดูแลสัตว์โดยตรง จึงไม่เข้าเงื่อนไขของมาตรา 433

3. ความเป็นตัวแทนภายใต้ มาตรา 1167 (ป.พ.พ.)

o ผู้ที่กระทำในนามนิติบุคคลด้วยฐานะตัวแทนตามบทบัญญัติมาตรา 1167 ไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำการนั้นโดยส่วนตัว

o เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้กระทำการนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท จำเลยที่ 2 จึงไม่ถูกถือว่าเป็นผู้กระทำการส่วนตัวและไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรง

4. การแยกระหว่างความรับผิดส่วนบุคคลกับความรับผิดในนามนิติบุคคล

o คดีนี้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “นิติบุคคลต้องรับผิด” กับ “ผู้แทน/กรรมการต้องรับผิดส่วนตัว”

o หากกรรมการหรือผู้แทนมิได้เข้าไปมีบทบาทเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเป็นผู้แทนบริษัทตามวัตถุประสงค์บริษัท ก็ไม่ถูกยกให้รับผิดส่วนตัว

5. ความรับผิดของนิติบุคคล vs ความรับผิดของบุคคลธรรมดา

o บริษัทจำเลยที่ 1 และบริษัทประกันภัยจำเลยที่ 3 ถูกวินิจฉัยว่า มีความรับผิดตามฐานเหตุสัตว์ดุร้ายกัดผู้บริโภค

o ส่วนกรรมการจำเลยที่ 2 ถูกยกเว้นความรับผิดส่วนตัว เพราะหลักเกณฑ์ทางกฎหมายไม่เข้าองค์ประกอบ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

กรรมการหรือผู้มีอำนาจของบริษัท เมื่อทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 แล้ว มิได้มีบทบาทเพิ่มเติมในการควบคุมดูแลหรือรับเลี้ยงรักษาสัตว์โดยตรง ก็ไม่ต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 433

การวินิจฉัยความรับผิดส่วนตัวของผู้แทนนิติบุคคล ต้องพิจารณายืนยันว่า บุคคลนั้นได้กระทำการเองนอกเหนือจากหน้าที่ผู้แทนหรือเข้าไปดูแลรักษาทรัพย์สินหรือสัตว์เองอย่างแท้จริง

คดีนี้เป็นแนวทางสำคัญสำหรับคดีที่เกี่ยวกับกิจการสัตว์ดุร้าย และความรับผิดของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบกิจการสวนสัตว์หรือกิจการที่มีสัตว์ดุร้ายควรมีมาตรการควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัด และระบุความรับผิดชอบอย่างชัดเจนในเอกสารบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยงการถ่ายโอนความรับผิดให้กรรมการส่วนตัว

IRAC (Issue – Rule – Application – Conclusion)

Issue (ประเด็นข้อ กฎหมาย)

จำเลยที่ 2 (กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1) ต้องร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ เมื่อจำเลยที่ 2 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง แต่เป็นผู้แทนบริษัทตาม ป.พ.พ. มาตรา 70?

Rule (บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคหนึ่ง: กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

มาตรา 70 วรรคสอง: การแสดงเจตนาของนิติบุคคลให้ผู้แทนกระทำการ

มาตรา 1167: ผู้แทนของนิติบุคคลไม่ถือว่ากระทำการนั้นในชื่อส่วนตัว

มาตรา 433: ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยง–รับรักษาสัตว์ไว้ ต้องรับผิดเมื่อสัตว์นั้นก่อให้เกิดความเสียหาย

Application (การนำบทกฎหมายมาประยุกต์ใช้กับข้อเท็จจริง)

จำเลยที่ 2 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1 และทำหน้าที่เป็นผู้แทนบริษัทตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง

บริษัทจำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสวนสัตว์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เก็บค่าบริการเข้าชม โดยมีเสือไว้ในความครอบครองและดูแลรักษาเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ

เหตุเกิดขึ้น ณ สวนสัตว์ของบริษัทจำเลยที่ 1 และมีพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้เลี้ยงหรือดูแลด้วยตัวเอง

จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนบริษัท ไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงโดยตรงตามมาตรา 433 จึงไม่เข้าองค์ประกอบของความรับผิดตามมาตรา 433

จำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำการนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท จำเลยที่ 2 จึงอยู่ในฐานะตัวแทนของบริษัทตามมาตรา 1167

ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2

Conclusion (บทสรุป)

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้แทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง ไม่ต้องรับผิดส่วนตัวต่อโจทก์ เพราะมิได้เลี้ยงหรือดูแลสัตว์โดยตรง ไม่ตกอยู่ในฐานะผู้ดูแลหรือรับเลี้ยง–รับรักษาสัตว์ตามมาตรา 433 และไม่พบว่ากระทำการนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทตามมาตรา 1167 ศาลฎีกาจึงให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

🔹 ข้อ 1

คำถาม

บริษัท ห. จำกัด ประกอบกิจการสวนสัตว์โดยเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว มี นายขจร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท วันหนึ่งเสือในกรงหลุดออกมากัดนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้เสียหายจึงฟ้องบริษัท ห. และนายขจร ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย โดยอ้างว่าการเลี้ยงเสือเป็นกิจการของจำเลยทั้งสอง เพราะนายขจรมีอำนาจสูงสุดในบริษัท ถามว่า นายขจร ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ต้องรับผิดร่วมกับบริษัทหรือไม่ และตามกฎหมายมาตราใด

คำตอบ

กรณีนี้ แม้เสือที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ห. หลุดออกมากัดนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บจริง แต่เมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริง เสือดังกล่าวอยู่ในความดูแลของพนักงานประจำสวนสัตว์ และบริษัท ห. จำกัด เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสวนสัตว์โดยชอบ การมีสัตว์ไว้เพื่อกิจการนั้นย่อมอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท ส่วน นายขจร ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ กระทำการแทนบริษัทตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การแสดงเจตนาของเขาในกิจการนี้ย่อมถือว่าเป็นการแสดงเจตนาของบริษัทตามวรรคสอง ดังนั้น นายขจร จึงเป็นเพียง “ผู้แทนนิติบุคคล” มิใช่ “ผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงสัตว์โดยตรง” ที่จะต้องรับผิดตาม มาตรา 433 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะความรับผิดตามมาตราดังกล่าวจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นเลี้ยงหรือดูแลสัตว์เองโดยตรง นอกจากนี้ ตาม มาตรา 1167 ผู้แทนนิติบุคคลจะไม่ต้องรับผิดส่วนตัว เว้นแต่กระทำการนอกขอบวัตถุประสงค์ ซึ่งในคดีนี้ นายขจร กระทำภายในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท คือ กิจการสวนสัตว์ ไม่ใช่การกระทำส่วนตัว จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนบริษัท ห. จำกัด ในฐานะผู้ครอบครองและผู้เลี้ยงสัตว์ดุร้ายย่อมต้องรับผิดตามมาตรา 433 เพราะมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการควบคุมดูแลสัตว์

ธงคำตอบ:

นายขจรไม่ต้องรับผิดส่วนตัว อาศัย มาตรา 70 วรรคหนึ่ง วรรคสอง มาตรา 1167 และ มาตรา 433 แห่ง ป.พ.พ.

🔹 ข้อ 2

คำถาม

บริษัท ห. จำกัด ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ค. จำกัด เพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ได้รับอันตรายจากสัตว์ในสวนสัตว์ ต่อมาขณะเด็กชายเอ ไปเที่ยวสวนสัตว์ เสือที่อยู่ในกรงได้หลุดออกมากัดเด็กชายเอได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ปกครองจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ห. จำกัด บริษัท ค. จำกัด และ นายขจร กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ห. จำกัด โดยอ้างว่า นายขจร ต้องรับผิดในฐานะ “ผู้ดูแลเสือ” และ “ผู้ควบคุมกิจการสวนสัตว์” ถามว่า การฟ้อง นายขจร ให้ร่วมรับผิด จะอาศัยหลักกฎหมายใด และศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร

คำตอบ

หลักกฎหมายว่าด้วยความรับผิดจากสัตว์ทำความเสียหาย บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ว่าผู้ใดเลี้ยงหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ ถ้าสัตว์นั้นทำความเสียหายแก่ผู้อื่น ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นกระทำโดยประมาทเลินเล่อ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ความรับผิดดังกล่าวจำกัดเฉพาะ “ผู้ดูแล” หรือ “ผู้รับเลี้ยงรับรักษา” โดยตรง ในคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้นายขจรเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ห. จำกัด แต่ไม่ได้เลี้ยงหรือดูแลเสือด้วยตนเอง กิจการเลี้ยงเสือเป็นการกระทำของพนักงานในสวนสัตว์ที่เป็นลูกจ้างของบริษัท ห. จำกัด และการมีเสือไว้ในครอบครองเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัท ดังนั้น ความรับผิดจึงเป็นของบริษัท ห. ในฐานะนิติบุคคลผู้ครอบครองสัตว์ ไม่ใช่ของกรรมการส่วนตัว อีกทั้ง นายขจร กระทำการภายในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท ไม่เข้าลักษณะ “กระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือเกินกว่าที่ได้รับมอบอำนาจ” ตาม มาตรา 1167 จึงไม่ต้องรับผิดเอง ส่วนบริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัย ย่อมต้องร่วมรับผิดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพราะเหตุเกิดขึ้นในกิจการที่เอาประกันภัยไว้ และถือเป็นความเสียหายจากสัตว์ตามข้อตกลงในสัญญา

ธงคำตอบ:

นายขจร ไม่ต้องรับผิดตาม มาตรา 433 เพราะมิใช่ผู้ดูแลสัตว์โดยตรง บริษัท ห. จำกัด ในฐานะนิติบุคคลต้องรับผิดฐานละเมิดจากสัตว์ทำความเสียหาย และบริษัท ค. จำกัด ในฐานะผู้รับประกันภัยต้องร่วมรับผิดตามสัญญา อาศัย มาตรา 70 มาตรา 1167 มาตรา 433 แห่ง ป.พ.พ.

🔍 สรุปสาระสำคัญของทั้งสองข้อ

คดีนี้ตอกย้ำหลักสำคัญว่า กรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนนิติบุคคลไม่ต้องรับผิดส่วนตัว เว้นแต่ได้กระทำเกินขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท และในกรณีสัตว์ดุร้ายก่อความเสียหาย ความรับผิดตกอยู่ที่ผู้เลี้ยงหรือผู้ดูแลโดยตรง ซึ่งคือบริษัทเจ้าของกิจการ ไม่ใช่กรรมการผู้บริหาร.


1.	ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 “บุคคลใดซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนนิติบุคคล ย่อมมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ในกิจการอันอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น” “การแสดงเจตนาของผู้แทนนิติบุคคล ท่านให้ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาของนิติบุคคลนั้นเอง” 2.	ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 “ผู้ซึ่งแสดงตนว่าเป็นตัวแทนของผู้อื่น ถ้ามีอำนาจตั้งแต่ต้น การกระทำที่ได้ทำนั้นย่อมผูกพันคู่กรณีโดยตรงกับตัวการ” “ถ้าปรากฏว่าผู้นั้นได้ทำการใดโดยปราศจากอำนาจ หรือเกินกว่าที่ได้ให้อำนาจไว้ ผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่คู่กรณี เว้นแต่คู่กรณีนั้นจะได้รู้ถึงความที่ปราศจากอำนาจนั้นอยู่ก่อนแล้ว” 3.	ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 “ผู้ใดเลี้ยงหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ ถ้าสัตว์นั้นทำความเสียหายแก่ผู้อื่น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนไว้ว่า ผู้นั้นได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2567

จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโดยจำเลยที่ 2 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง และเหตุเกิดขึ้นที่สวนสัตว์อันเป็นกิจการของจำเลยที่ 1 ทั้งตามพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบก็ได้ความว่า มีพนักงานจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือโดยเฉพาะ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับเลี้ยงเสือด้วย จำเลยที่ 2 คงมีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดูแลหรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 433 อันจะก่อให้เกิดหน้าที่และความรับผิดชอบ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใดนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระเงิน 10,000,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,556,476 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กรกฎาคม 2563) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง (ที่ถูก โจทก์) โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดเฉพาะในส่วนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในส่วนนี้จำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ได้รับการยกเว้นนั้นให้จำเลยทั้งสามนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 กรกฎาคม 2563) ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ และให้คืนค่าส่งคำคู่ความแก่โจทก์จำนวน 1,540 บาท

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสวนสัตว์ โดยเก็บค่าบริการเข้าชมสัตว์จากนักท่องเที่ยวใช้ชื่อว่า สวนสัตว์ ห. มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการประกันภัยสำหรับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของนักท่องเที่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุจากสัตว์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 นาฬิกา โจทก์กับนายราฟี กับนางราเชล บิดาและมารดาไปเที่ยวที่สวนสัตว์ ห. ของจำเลยที่ 1 ระหว่างที่เที่ยวชม ประตูกรงเสือเปิดออกทำให้เสือหลุดออกจากกรงมากัดที่ศีรษะและใบหน้าของโจทก์จนได้รับบาดเจ็บ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากจำเลยที่ 1 มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลี้ยงดูเสือซึ่งเป็นสัตว์ดุร้าย ความรับผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ยุติไปตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองแล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในทำนองว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้เลี้ยงดูและเป็นเจ้าของเสือจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในค่ารักษาพยาบาลโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นเพียงกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการอันอยู่ในฐานะผู้แทนจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคหนึ่ง การมีเสือไว้ในครอบครองและดูแลรักษาก็เพื่อใช้ในกิจการตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งแสดงออกโดยจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง และเหตุเกิดขึ้นที่สวนสัตว์อันเป็นกิจการจำเลยที่ 1 ทั้งตามพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบก็ได้ความว่า มีพนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลเสือดังกล่าวโดยเฉพาะโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับเลี้ยงเสือด้วยแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 คงมีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 มิได้เลี้ยงหรือดูแลเสือโดยตรง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดูแลสัตว์หรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 อันจะก่อให้เกิดหน้าที่และความรับผิดแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใดนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทจำเลยที่ 1 อันจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

🔹 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6234/2564

ประเด็นสำคัญ:

กรรมการบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งถูกฟ้องจากผู้เสียหายกรณีบริษัททำสัญญากู้เงินและไม่ชำระคืน ผู้ฟ้องอ้างว่ากรรมการทั้งคณะต้องร่วมรับผิดเพราะมีส่วนรู้เห็นและอนุมัติธุรกรรมดังกล่าว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การทำสัญญากู้เงินดังกล่าวเป็นการกระทำของบริษัทในฐานะนิติบุคคล และกรรมการได้ลงมติอนุมัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด ไม่ปรากฏว่ากรรมการคนใดมีพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือกระทำโดยทุจริต

ข้อกฎหมายที่ใช้:

ศาลอ้าง ป.พ.พ. มาตรา 1167 ซึ่งบัญญัติว่า “ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทน” จึงวินิจฉัยว่ากรรมการซึ่งกระทำภายในอำนาจตามกฎหมายและมติของบริษัท ย่อมไม่ต้องรับผิดส่วนตัวต่อบุคคลภายนอก

หลักกฎหมายที่ได้:

กรรมการบริษัทที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและภายในขอบอำนาจที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนด ไม่ต้องร่วมรับผิดกับบริษัทในความเสียหายที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจปกติ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ากรรมการมีส่วนร่วมโดยไม่สุจริตหรือใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ

🔹 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

ประเด็นสำคัญ:

บริษัทจำเลยที่ 3 ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจและใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินจากนักท่องเที่ยวแทนบัญชีบริษัท โดยไม่ได้เปิดบัญชีในนามบริษัทและไม่แยกบัญชีธุรกรรม ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต มุ่งให้บริษัทรับผิดแต่เพียงผู้เดียวและตนหลีกเลี่ยงความรับผิด

ข้อกฎหมายที่ใช้:

แม้มาตรา 1167 ป.พ.พ. จะกำหนดให้การกระทำของกรรมการในขอบอำนาจผูกพันบริษัท และกรรมการไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก แต่ในคดีนี้ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 2 ใช้ตำแหน่งโดยไม่สุจริต จึงต้องร่วมรับผิดกับบริษัท

หลักกฎหมายที่ได้:

หากกรรมการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือกระทำโดยไม่สุจริต แม้จะอ้างว่ากระทำในขอบอำนาจ ก็ยังต้องร่วมรับผิดกับบริษัท เพราะถือเป็นการกระทำที่แยกออกจากเจตนานิติบุคคลและก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก

🔹 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7811/2560

ประเด็นสำคัญ:

โจทก์เป็นผู้จัดการฝ่ายของบริษัทจำเลย ซึ่งมีนายศักดิ์ชัยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ จำเลยออกคำสั่งให้ผู้จัดการทุกคนตอกบัตรและรายงานภารกิจนอกสถานที่ โจทก์ปฏิเสธว่าคำสั่งนี้ไม่ชอบ แต่ศาลเห็นว่า กรรมการบริษัทเป็นผู้แทนนิติบุคคลตาม มาตรา 70 วรรคสอง และ มาตรา 1167 จึงมีอำนาจออกคำสั่งภายในขอบเขตอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งนั้นมีผลผูกพันบริษัท

ข้อกฎหมายที่ใช้:

อ้างอิง มาตรา 70 วรรค 2, 1144, 1157 และ 1167 ป.พ.พ. — กรรมการที่มีชื่อในทะเบียนถือเป็นผู้แทนของบริษัทในทางกฎหมาย เมื่อออกคำสั่งหรือดำเนินการภายในขอบอำนาจ บริษัทต้องรับผิดชอบในทางนิติบุคคล

หลักกฎหมายที่ได้:

กรรมการที่ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายและข้อบังคับมอบหมายให้ ถือว่ากระทำแทนนิติบุคคล บริษัทจึงเป็นผู้ผูกพัน กรรมการไม่ต้องรับผิดส่วนตัว เว้นแต่จะมีการกระทำเกินขอบอำนาจหรือโดยมิชอบ

🔹 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4115/2556

ประเด็นสำคัญ:

บริษัท ย. ต่างประเทศมอบอำนาจให้บริษัทจำเลยที่ 1 และกรรมการคือจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนจัดหาคนงานไปทำงานต่างประเทศ จำเลยที่ 2 ลงชื่อในสัญญาจ้างงานแทนบริษัท ย. โดยประทับตราบริษัทจำเลย ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวแทนที่กระทำภายในขอบอำนาจของบริษัทต่างประเทศ จึงต้องรับผิดในฐานะตัวแทนตาม มาตรา 824 แต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิด เพราะเป็นเพียงผู้ลงนามแทนบริษัทจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการ

ข้อกฎหมายที่ใช้:

อ้างอิง มาตรา 824 ประกอบ มาตรา 1167, 820, 821 ป.พ.พ. — การกระทำของตัวแทนในขอบอำนาจเป็นการกระทำของตัวการ ตัวแทนไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

หลักกฎหมายที่ได้:

 

กรรมการหรือผู้แทนนิติบุคคล ที่กระทำภายในอำนาจตามการมอบหมาย ถือว่ากระทำแทนตัวการ และความรับผิดตกอยู่ที่ตัวการ ไม่ตกแก่กรรมการเป็นการส่วนตัว แม้จะเป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาเองก็ตาม

ละเมิด, เรียกค่าสินไหมทดแทน, ความรับผิด ผู้แทนนิติบุคคล,  

 




คำพิพากษาฎีกาทั่วไป

เงินตราต่างประเทศไม่แจ้งศุลกากร ไม่ใช่ทรัพย์สินฟอกเงิน,ยึดทรัพย์, ริบทรัพย์,(ฎีกา 5213/2566) article
แปรรูปไม้หวงห้าม โรงงานไม่ได้รับอนุญาต(ฎีกา 459/2567)
แผ้วถางป่าสงวนลุ่มน้ำชั้น 1 เอ (ฎีกา 746/2567)
เงินเพิ่มอากรขาเข้า & กฎหมายศุลกากร,นำเข้ารถยนต์, สำแดงราคาต่ำ,(ฎีกา 5097/2565)
คดีทำเหมืองไม่มีประทานบัตร & ค่าภาคหลวงแร่ (ฎีกา 1265/2568)
สัญญาอนุญาโตตุลาการ vs ฟ้องศาลไทย(ฎีกา 2651/2568)
หยุดการดำเนินการอนุญาโตตุลาการ & สิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราว (ฎีกา 1335/2567)
หมิ่นประมาท ความหมาย โทษตามกฎหมาย และแนวคำวินิจฉัย
คดีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การใช้โลโก้แอลกอฮอล์ในป้ายโฆษณา
คดีโครงการรับจำนำข้าว – ไม่พบเจตนาทุจริต (ฎีกา 3555/2568)
สิทธิของเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. ม.1300 (ฎีกา 674/2566)
บัตรกดเงินสดไม่ใช่ผ่อนงวด ใช้อายุความ 10 ปี (ป.พ.พ. 193/30)(ฎีกา 6568/2567)
การตีความกฎหมายอาญาเรื่องโทษจำคุก (ฎีกาที่ 4943/2567)
“ลักทรัพย์โดยลูกจ้าง”(มาตรา 335) แยกออกจาก “ยักยอก”(มาตรา 352) (ฎีกา 5658/2567)
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น, คดีอาญากับสิทธิในมรดก, ผู้จัดการมรดกใช้สิทธิทางแพ่ง(ฎีกา 842/2568)
ที่ดินงอก, สาธารณสมบัติ, ป.พ.พ. ม.1304, ม.1309, ที่ดินรกร้าง,(ฎีกา 6006-6007/2567)
บุกรุกพื้นที่ป่า – ศาลสั่งปรับ คุมประพฤติ & บริการสังคม(ฎีกาที่ 6009/2567)
ผู้รับจำนองสุจริตมีสิทธิได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนชำระเสร็จ(ฎีกาที่ 6223/2567)
คดีภาษีธุรกิจเฉพาะ โอนที่ดินให้บุตร, การขายอสังหาริมทรัพย์, (ฎีกา 4182/2550)
(ฎีกาที่ 621/2568)วินัยข้าราชการ, บำเหน็จบำนาญ และสิทธิทายาท
(ฎีกา 1688/2568) มาตรการแทนคำพิพากษาเด็กและเยาวชน
(ฎีกา 847/2568)สิทธิสวมสิทธิ & พยานสำเนาสัญญา
(ฎีกาที่ 1346/2568) การแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวมัสยิด ก. และอำนาจคณะกรรมการอิสลาม
(ฎีกาที่ 3589/2567): ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ, การประปานครหลวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2567 คัดค้านอนุญาโตตุลาการ สิทธิยื่นต่อศาลแม้กระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการสิ้นสุด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567: อำนาจฟ้องระหว่างหน่วยงานรัฐกับข้อยกเว้นการใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6020 - 6021/2567: การเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการในสัญญาประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก
ความผิดศุลกากร การคำนวณโทษปรับตามมาตรา 27 ทวิ และความหมายของคำว่า "อากร"(ฎีกาที่ 6427/2567)
(ฎีกาที่ 6542/2567)คดีผู้บริโภคฟ้องบริษัทรับเหมาก่อสร้าง กรณีก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐานและไม่มีใบอนุญาต พร้อมการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2567 : คดีติดป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ที่กำหนด ศาลชี้เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ
ความผิดติดตั้งป้ายหาเสียงนอกพื้นที่ตามกฎหมายเลือกตั้ง และการวินิจฉัย “ต่างกรรมต่างวาระ”(ฎีกาที่ 6849/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551: ข้อพิพาทการจัดการมรดกตามพินัยกรรมของอิสลามศาสนิกในจังหวัดสตูล
ศาลฎีกายืนคำสั่งริบรถยนต์ที่ใช้ลักลอบขนคนต่างด้าว: คำพิพากษาที่ 719/2568
สลากกินแบ่งรัฐบาล 48 ฉบับหายกลายเป็นคดียักยอกทรัพย์: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568: การใช้หมวกนิรภัยเพื่อปิดบังใบหน้าในการชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568 : สรุปวินิจฉัยความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และสิทธิของผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568: ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร
คดีทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 และหลักห้ามฎีกาประเด็นข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาตัดสินคืนแหวนทองคำหรือชดใช้ราคาแทน พร้อมดอกเบี้ย ในคดีลักทรัพย์นายจ้าง | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร?, ข้อห้ามโอนสิทธิ ส.ป.ก., สิทธิการทำกินในที่ดิน ส.ป.ก., การใช้ที่ดินต่างดอกเบี้ยในเขต ส.ป.ก.
อำนาจนายกรัฐมนตรี คำสั่งน้ำมันเชื้อเพลิง, การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จในงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผลของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ต่อคดีอาญา
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน-พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
จัดทำและส่งเป็นงบการเงินโดยมีเจตนาเพื่อลวง
ใบจอง (น.ส. 2)
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ท้ายฟ้องแนบหนังสือมอบอำนาจผิดฉบับถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย
ความเสียหายไม่เกินวงเงินความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย
การคืนเงินค่าหุ้นในภาวะขาดทุนตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์
อำนาจฟ้องขณะยังไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นคนไร้ความสามารถ
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
อำนาจพิจารณาคดีตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559
การกระทำโดยสำคัญผิด
ผิดฐานพาบุคคลไปเพื่อการอนาจารเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานรับของโจรได้ต้องมีการลักทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
อำนาจฟ้องคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุดมีประโยชน์ได้เสียขัดกัน
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article
ศาลต้องยกฟ้อง หรือจำหน่ายคดี
คดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกอิสลาม
สิทธิเรียกร้องคืออะไร การบังคับชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอน
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
ระบอบการเมืองการปกครอง