ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ข้อพิพาทภารจำยอมทางเดินและสิทธิใช้สาธารณูปโภคบนที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดิน

ข้อพิพาทภารจำยอมทางเดินและทางรถ, สิทธิใช้สาธารณูปโภคในที่ดินพิพาท, การตีความภารจำยอมตามสภาพสังคม, ข้อพิพาทรื้อถอนสิ่งกีดขวาง, การปักเสาไฟฟ้าและท่อประปาในทางภารจำยอม, การรุกล้ำแนวเขตที่ดิน, บทวินิจฉัยสิทธิภารจำยอม, การฟ้องละเมิดในคดีที่ดิน, แนวคำพิพากษาฎีกาภารจำยอม, การบังคับใช้สิทธิในทางภารจำยอม, การตีความสัญญาและบันทึกถ้อยคำที่ดิน, การใช้ทางสาธารณูปโภคตามเจตนารมณ์คู่กรณี, คดีโต้แย้งการใช้ทางรถบนภารจำยอม, เอกสารการจดทะเบียนสิทธิ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องภารจำยอมระหว่างเจ้าของที่ดินติดกัน ซึ่งเกิดจากการตีความขอบเขตสิทธิการใช้ทางภารจำยอมที่จดทะเบียนไว้ว่าเป็นเพียง “ทางเดินบางส่วน” หรือครอบคลุมถึงการใช้รถยนต์ การปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปา และกิจการสาธารณูปโภคอื่นด้วย โดยคู่กรณีมีความเห็นขัดแย้งกันว่าการใช้ทางลักษณะดังกล่าวก่อให้เกิดภาระแก่ที่ดินภารยทรัพย์หรือไม่ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความเจตนารมณ์ของบันทึกถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินและเอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอม รวมถึงการพิจารณาตามสภาพเศรษฐกิจและวิถีชีวิตในขณะนั้นว่า “ทางเดิน” ควรถูกตีความให้ครอบคลุมถึงการใช้สาธารณูปโภคและยานพาหนะหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยว่าการปักเสาและทำคานกีดขวางของจำเลยเป็นการละเมิดหรือไม่ และสิทธิที่โจทก์พึงได้รับตามกฎหมายควรมีขอบเขตเพียงใด

ข้อเท็จจริงของคดี

1 โจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินแปลงที่ติดกัน โดยที่ดินของทั้งสองฝ่าย รวมถึงที่ดินของบุคคลอื่นในบริเวณเดียวกัน ถูกกำหนดให้มีภารจำยอมร่วมกันตามการจดทะเบียนภารจำยอมเมื่อปี 2526 ซึ่งระบุว่าเป็น “ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน” กว้างประมาณ 1.44 เมตร และยาวตลอดแนวผืนที่ดินตามแผนที่พิพาท

2 เอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอมอีกชุดหนึ่งซึ่งทำที่สำนักงานที่ดิน มีข้อความชัดเจนว่า คู่กรณีต่างให้สิทธิกันและกันในการใช้ “ถนน ทางเท้า และทางรถยนต์” รวมถึงสิทธิเกี่ยวกับกิจการสาธารณูปโภค เช่น การปักเสาไฟฟ้า การวางท่อประปา และการวางระบบสาธารณูปโภคอื่น

3 เมื่อเวลาผ่านไป จำเลยทั้งสองได้ปักเสาคอนกรีตจำนวน 4 ต้น และทำคานบนเสา พร้อมติดป้ายห้ามรถ ห้ามปักเสา และวางท่อในเส้นทางภารจำยอม ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อเข้าออกที่ดิน และไม่สามารถนำวัสดุก่อสร้างเข้าพื้นที่ได้

4 โจทก์จึงฟ้องขอให้รื้อถอนสิ่งกีดขวาง และขอให้จำเลยระงับการขัดขวางสิทธิใช้ทาง พร้อมเรียกค่าเสียหายรายวัน

5 จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า การนำรถเข้าใช้ทางภารจำยอมและการวางสาธารณูปโภคเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารจำยอมเกินกว่าที่ได้จดทะเบียนไว้ จึงขอให้ศาลสั่งยกเลิกภารจำยอม และเรียกค่าเสียหายจากโจทก์

ประเด็นวินิจฉัยของศาล

ศาลต้องพิจารณาประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1 คำว่า “ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน” ควรถูกตีความว่าครอบคลุมถึงการใช้ทางรถและการใช้สาธารณูปโภคหรือไม่

2 เอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอมที่จำเลยไม่ได้ลงชื่อมีน้ำหนักทางกฎหมายเพียงใด

3 การที่จำเลยปักเสาคอนกรีตและทำคานกีดขวางเป็น “การละเมิด” หรือเป็นการปกป้องสิทธิของจำเลย

4 ฟ้องแย้งเพื่อขอให้ยกเลิกภารจำยอมมีเหตุผลตามกฎหมายหรือไม่

คำวินิจฉัยและการตีความของศาลฎีกา 

1 แม้บันทึกถ้อยคำจะระบุว่า “ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน” แต่เมื่อดูเจตนารมณ์ของคู่กรณีในเอกสารประกอบ ซึ่งระบุให้ใช้ “ถนน ทางเท้า ทางรถยนต์” และการวางสาธารณูปโภคต่าง ๆ ศาลเห็นว่า การใช้รถและการใช้สาธารณูปโภคเป็นสิทธิที่คู่กรณีตั้งใจให้มีอยู่จริง

2 ศาลฎีกาตีความว่า การใช้คำว่า “ทางเดิน” ในปี 2526 ต้องสอดคล้องต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในเวลานั้น ซึ่งมีการใช้รถยนต์อย่างแพร่หลาย และมีการวางระบบสาธารณูปโภคเข้าถึงทุกชุมชน การตีความอย่างเคร่งครัดตามถ้อยคำเพียงอย่างเดียวจะไม่สะท้อนข้อเท็จจริงตามยุคสมัย

3 แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ลงนามในเอกสารประกอบ แต่ศาลเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงการขยายความเจตนารมณ์ของภารจำยอม ไม่ใช่การสร้างสิทธิใหม่ที่ต้องอาศัยการลงนามของคู่กรณี เอกสารจึงมีน้ำหนักทางพยานหลักฐาน

4 ศาลฎีกายืนยันว่า แม้ไม่มีเอกสารประกอบ (จ.8) ศาลก็ต้องตีความคำว่า “ทางเดิน” ตามเจตนารมณ์ของคู่กรณี โดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการใช้ที่ดินในยุคนั้น ซึ่งรวมถึงการใช้ยานพาหนะ การปักเสาไฟฟ้า และการวางท่อสาธารณูปโภค ไม่อาจตีความเคร่งครัดตามตัวอักษรจนทำให้ภารจำยอมลดทอนเจตนาของคู่กรณี

5 การตีความว่า “ทางเดิน” รวมถึง “ทางรถ” มีเหตุผลสัมพันธ์กับบริบทของปี 2526 ที่การใช้รถยนต์เป็นเรื่องปกติในกรุงเทพมหานคร การเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นความจำเป็นทางสังคม และเป็นเหตุผลที่ต้องตรึงสิทธิการใช้ภารจำยอมไว้ให้สามารถใช้ได้โดยไม่ถูกจำกัดเกินควร

6 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เพราะการปักเสาคอนกรีต ทำคาน และติดป้ายห้ามรถยนต์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้สิทธิในทางภารจำยอมได้ตามกฎหมาย ถือเป็นการขัดขวางสิทธิในทรัพยสิทธิของผู้อื่น

7 ศาลฎีกาฯ เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ ว่าการใช้ทางรถและสิทธิในการวางสาธารณูปโภคเป็นสิทธิที่คู่กรณีตกลงร่วมกันไว้ตั้งแต่ต้น จึงไม่ถือว่าโจทก์ใช้สิทธิเกินขอบเขตหรือเพิ่มภาระแก่ที่ดินภารยทรัพย์ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น

8 คำพิพากษาศาลฎีกา 4903/2545 จึงยืนตามศาลอุทธรณ์ ชี้ชัดว่า การตีความภารจำยอมต้องยึดทั้งเอกสารประกอบ ความจำเป็นของคู่กรณี ลักษณะการใช้ที่ดินในสังคมร่วมสมัย และไม่จำกัดคำว่า “ทางเดิน” เฉพาะการเดินเท้าเท่านั้น

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

1 หลักภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 และ 1349–1350

ภารจำยอมเป็นภาระผูกพันที่ผู้เป็นภารยทรัพย์ต้องให้ผู้เป็นภูมิเจ้าของได้ใช้ประโยชน์ในรูปแบบเฉพาะเจาะจง การตีความขอบเขตภารจำยอมต้องพิจารณาเจตนาของคู่กรณีเป็นสำคัญ ไม่จำกัดเพียงถ้อยคำแต่เพียงอย่างเดียว

2 หลักการตีความภารจำยอมต้องคำนึงถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในขณะทำสัญญา

การตีความตามสภาพสังคมในปี 2526 มีนัยสำคัญมาก เพราะการใช้รถยนต์และสาธารณูปโภคเป็นเรื่องปกติ การตีความทางเดินให้จำกัดเฉพาะการเดินเท้า จะขัดกับเจตนารมณ์โดยสาระสำคัญ

3 หลักพยานเอกสารประกอบการจดทะเบียนสิทธิ

แม้จำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อ เอกสารประกอบสามารถใช้ตีความขยายความข้อตกลงได้ หากมีลักษณะเป็นพยานเอกสารเพื่อยืนยันเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณี

4 หลักละเมิดตามมาตรา 420

เมื่อจำเลยปักเสา ทำคาน และปิดกั้นทางภารจำยอม ถือว่าเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิของโจทก์ สร้างความเสียหายแก่โจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการกระทำละเมิดโดยชัดแจ้ง

เจตนารมณ์ของมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1 มาตรา 1337 ต้องการให้ภารยทรัพย์เป็นภาระที่อำนวยประโยชน์แก่ภูมิเจ้าของในลักษณะถาวร ต้องใช้ประโยชน์ได้จริงตามเจตนารมณ์ของข้อตกลง

2 มาตรา 1349–1350 กำหนดให้ภารจำยอมเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการใช้ที่ดิน เช่น การเข้าถึงทางสาธารณะ การเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค หากตีความจำกัดเกินควร จะทำให้ระบบภารจำยอมไม่สามารถตอบสนองสภาพการใช้ที่ดินได้ตามเจตนารมณ์

3 เจตนารมณ์หลักคือ การให้ทางเข้า-ออกและสิทธิใช้สาธารณูปโภคสามารถดำเนินไปได้โดยไม่ถูกขัดขวาง เพื่อความสงบสุขแห่งการอยู่อาศัย การประกอบกิจการ และความมั่นคงของทรัพย์สิน

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1 ศาลฎีกามีแนววินิจฉัยสอดคล้องกันว่า การตีความภารจำยอมต้องตีความให้เกิดผลสมบูรณ์ และไม่ตีความจำกัดสิทธิของภูมิเจ้าของจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้

2 หลายคดีได้วินิจฉัยว่า “ทางเดิน” ต้องรวมถึง “การใช้รถยนต์” หากสภาพพื้นที่หรือสภาพสังคมแสดงว่าการใช้รถยนต์เป็นเรื่องปกติ

3 แนวคำพิพากษาเดิมยืนยันว่า เอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอม แม้มิใช่ต้นข้อตกลง ก็มีน้ำหนักช่วยตีความเจตนารมณ์ของคู่กรณีได้

4 คดีนี้สอดคล้องกับแนวทางสืบเนื่องของศาลฎีกา ที่พยายามตีความสิทธิภารจำยอมให้ “สอดคล้องกับความจำเป็นในการใช้ที่ดินตามยุคสมัย”

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนรั้วส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ และยกคำขออื่นของโจทก์รวมถึงยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนเสาคอนกรีตและสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอม พร้อมห้ามขัดขวางการใช้ทางภารจำยอม ศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าโจทก์มีสิทธิใช้ทางรถ ปักเสาไฟฟ้า และวางท่อสาธารณูปโภคได้ตามเจตนารมณ์ภารจำยอม การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดอย่างชัดแจ้ง

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1. คำพิพากษานี้ยืนยันหลักสำคัญว่า การตีความภารจำยอมต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์โดยรวม มิใช่ตีความจำกัดตามถ้อยคำเพียงอย่างเดียว

2. ศาลรับรองว่า เอกสารประกอบแม้มิใช่ข้อตกลงโดยตรง ก็สามารถใช้ตีความเจตนาคู่กรณีได้ หากช่วยขยายความเนื้อหาเดิม

3. หลักการตีความต้องคำนึงถึง สภาพเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของยุคสมัย ทำให้คำว่า “ทางเดิน” ต้องรวมถึงการใช้รถยนต์และสาธารณูปโภค

4. การขัดขวางการใช้สิทธิภารจำยอมโดยไม่มีมูลเป็น การละเมิดตามมาตรา 420 และผู้เสียหายสามารถขอให้ศาลสั่งรื้อถอนสิ่งกีดขวางได้

5. คดีนี้เป็นแนวคำพิพากษาที่สร้างหลักว่า ไม่อาจอ้างว่าการใช้รถเพิ่มภาระ หากการใช้ดังกล่าวเป็นสิ่งคาดหมายในบริบทสังคมแห่งกาลเวลา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

การระบุว่าเป็น “ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน” หมายความว่าอย่างไร และต้องตีความอย่างไรในทางกฎหมาย?

คำตอบ

แม้ถ้อยคำจะระบุว่าเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน แต่ศาลตีความว่าต้องดูเจตนารมณ์ของคู่กรณีและเอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอมร่วมด้วย หากมีหลักฐานชัดเจนว่าตั้งใจใช้ทั้งทางเท้า ทางรถ และสาธารณูปโภค คำว่า “ทางเดิน” จึงต้องตีความครอบคลุมสิทธิเหล่านั้น ไม่จำกัดเฉพาะการเดินเท้า

2. คำถาม

หากจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอม เอกสารดังกล่าวยังมีน้ำหนักใช้ประกอบการตีความหรือไม่?

คำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารประกอบสามารถใช้ตีความเจตนารมณ์ได้ แม้จำเลยไม่ได้ลงชื่อ เพราะเอกสารนั้นไม่ได้สร้างสิทธิใหม่ แต่เป็นเพียงการขยายความข้อตกลงเดิม จึงยังมีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานที่ช่วยยืนยันเจตนาของคู่กรณี

3. คำถาม

การปักเสา ทำคาน หรือกีดขวางทางภารจำยอม ถือเป็นการละเมิดตามกฎหมายหรือไม่?

คำตอบ

ถือเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เพราะเป็นการขัดขวางไม่ให้ผู้มีสิทธิใช้ภารจำยอมเข้าใช้ทางได้ตามเจตนาที่จดทะเบียนไว้ ทำให้ผู้มีสิทธิเสียหายโดยไม่ชอบ จำเลยอาจต้องรื้อถอนสิ่งกีดขวางและชดใช้ค่าเสียหาย

4. คำถาม

จำเลยสามารถอ้างได้หรือไม่ว่า การใช้รถยนต์หรือการวางท่อสาธารณูปโภคเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์จนต้องขอยกเลิกภารจำยอม?

คำตอบ

ไม่สามารถอ้างได้ หากหลักฐานและเจตนารมณ์ของคู่กรณีในขณะจดทะเบียนภารจำยอมแสดงชัดว่าให้ใช้ทางรถและสาธารณูปโภคอยู่แล้ว ศาลจะตีความตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมในยุคสมัยที่ทำข้อตกลง การใช้รถหรือวางท่อจึงไม่ถือเป็นการเพิ่มภาระแต่อย่างใด

5. คำถาม

การตีความภารจำยอมต้องยึดถ้อยคำในเอกสารเท่านั้นหรือไม่?

คำตอบ

ไม่จำเป็นต้องยึดเฉพาะถ้อยคำ ศาลต้องตีความให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์โดยรวมของคู่กรณี ประกอบกับสภาพการใช้ที่ดิน วิถีชีวิต และความจำเป็นทางสังคมในยุคสมัย หากตีความเคร่งครัดตามถ้อยคำเพียงอย่างเดียว อาจทำให้สิทธิภารจำยอมไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4903/2545

ในบันทึกถ้อยคำอันเป็นข้อตกลงภารจำยอมบางส่วนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งกำหนดให้ทางเดินในที่ดินของจำเลยทั้งสองและที่ดินที่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรวม กับที่ดินของโจทก์และที่ดินของ อ. ต่างตกเป็นภารจำยอมแก่กันและกันได้มีข้อความระบุว่า "โดยตกเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน" แต่บันทึกทำกันที่สำนักงานที่ดินมีข้อความชัดเจนว่า "ผู้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งจดทะเบียนภารจำยอมไว้ระบุให้มีและใช้ถนนทางเท้าและทางรถยนต์ต่างฝ่ายต่างยังให้สิทธิซึ่งกันและกัน ในการปักเสาไฟฟ้าวางท่อประปา และเกี่ยวกับกิจการสาธารณูปโภคอื่น" แม้ตามบันทึกถ้อยคำจะระบุว่าเป็นภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วนก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นภารจำยอมเฉพาะทางเดินเท้าแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเจตนารมณ์ของการใช้ทางภารจำยอมที่ปรากฏอยู่ในบันทึกทำกันที่สำนักงานที่ดินว่าเป็นการมีและใช้ถนน ทางเท้า และทางรถยนต์ รวมทั้งการปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปา และกิจการสาธารณูปโภคอื่นด้วย แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวก็ไม่ทำให้มีน้ำหนักลดลง เพราะเป็นเพียงเอกสารประกอบที่อธิบายขยายคำว่า ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าไม่ได้หมายความเฉพาะทางเดินเท้าเท่านั้น โจทก์จึงมีสิทธิใช้ทางภารจำยอมเป็นทางรถ ปักเสาไฟฟ้า ฯลฯโดยไม่จำกัดการใช้เฉพาะทางเดินเท้าอย่างเดียวได้

เมื่อโจทก์มีสิทธิใช้ทางภารจำยอม จำเลยทั้งสองนำเสาคอนกรีตไปปักไว้และทำคานบนเสาเพื่อขัดขวางไม่ให้โจทก์ใช้ทางภารจำยอม จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3314 และ 18616 ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินติดกันหลายแปลง ซึ่งทั้งหมดเคยจดทะเบียนภารจำยอมกว้าง 1.44 เมตร ใช้เป็นทางเดิน ทางรถ และสำหรับสาธารณูปโภคต่าง ๆ ร่วมกัน แต่เมื่อปี 2538 จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีต ทำคานกีดขวาง ติดป้ายห้ามรถและห้ามปักเสาหรือวางท่อ รวมทั้งปักเสารั้วรุกล้ำในที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถนำรถและวัสดุก่อสร้างเข้าออก จึงขอให้รื้อถอนสิ่งกีดขวาง ห้ามขัดขวางการใช้ทาง และเรียกค่าเสียหายวันละ 10,000 บาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า การใช้รถและการวางสาธารณูปโภคเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารจำยอม จึงทำไม้กั้นและรั้วเพื่อปกป้องสิทธิ มิได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ พร้อมขอให้สั่งให้โจทก์ไปจดทะเบียนยกเลิกภารจำยอม และเรียกค่าเสียหายรายเดือน

โจทก์แย้งว่า การใช้ภารจำยอมเป็นไปตามสิทธิ ไม่ได้ละเมิดต่อจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยรื้อถอนรั้วส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ ส่วนคำขออื่นและฟ้องแย้งให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพิ่มเติมให้จำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตและสิ่งกีดขวางออกจากทางภารจำยอม พร้อมห้ามขัดขวางสิทธิการใช้ทาง

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้บันทึกถ้อยคำจะระบุว่าเป็น “ภารจำยอมเรื่องทางเดินบางส่วน” แต่เอกสารประกอบการจดทะเบียนภารจำยอมชี้ชัดว่าคู่กรณีให้สิทธิใช้ทางเท้า ทางรถ ปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปาและสาธารณูปโภค ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคมขณะนั้นที่ใช้รถยนต์และระบบสาธารณูปโภคอย่างแพร่หลาย การตีความจึงต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ ไม่จำกัดเฉพาะการเดินเท้า การที่จำเลยปักเสาและทำคานขวางไม่ให้โจทก์ใช้สิทธิ จึงเป็นการละเมิด ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ 




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ทางภาระจำยอมกับทางจำเป็น ศาลมีอำนาจวินิจฉัยต่างจากศาลชั้นต้นได้หรือไม่
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิทธิภารจำยอมตามข้อตกลงการใช้ถนนเข้าออกระหว่างคู่สัญญา
ภารจำยอมโดยอายุความ การใช้ทางเกินสิบปีจนได้สิทธิภารจำยอม
มารดาได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยคำสั่งให้บุตรเป็นคนสาบสูญ(ฎีกา 4656/2566)
มีทางออกสู่ทางสาธารณะอื่นทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว(ฎีกาที่ 5672/2546)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566 ร้องซ้ำจากการครอบครองปรปักษ์ในทรัพย์สินระหว่างสมรส(ฎีกาที่ 4838/2566)
การใช้ทางภาระจำยอมเกินสิทธิและภาระเพิ่มตามกฎหมายผ,ป.พ.พ. มาตรา 1388,(ฎีกาที่ 4890/2566)
การขอเปิดทางจำเป็นต้องเลือกทางที่กระทบผู้อื่นน้อยที่สุด,ที่ดินตาบอด, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกาที่ 4907/2566)
ทางจำเป็นกับสิทธิทางน้ำและที่ดิน,ที่ดินไม่มีทางออก, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกา 220/2567)
รื้อรั้วสาธารณูปโภคโครงการจัดสรรที่ดิน & ความรับผิดละเมิด(ฎีกา 907/2567)
สิทธิ “ทางจำเป็น” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350 (ฎีกา 1706/2567)
ครอบครองปรปักษ์, ขับไล่, ที่ดินพิพาท, มาตรา 1382
คดีครอบครองปรปักษ์ & ขับไล่,เจตนาเป็นเจ้าของ, การฟ้องแย้งสิทธิครอบครอง, (ฎีกา 956/2552)
(ฎีกา 891/2568)ภาระจำยอมที่ดินจัดสรร & สิทธิฟ้อง
(ฎีกา 1282/2568) คดีครอบครองปรปักษ์ & สิทธิฟ้องที่ดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2567 : สิทธิเปิดทางจำเป็นกรณีไม่มีทางออกสู่สาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350
ทางพิพาทในที่ดินตกเป็นทางสาธารณะโดยปริยาย: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2536
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2568: ภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ 286 ไม่สิ้นสุด แม้ไม่ได้ใช้งานนานกว่า 10 ปี
ทำให้สิทธิภาระจำยอมเสื่อมความสะดวก, บังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง, การเพิกถอนภาระจำยอม,
สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนทางจำเป็น, อายุความฟ้องร้องค่าทดแทน 10 ปี, หลักเกณฑ์การเปิดทางจำเป็น,
การคัดค้านการรังวัดแนวเขตที่ดิน, ครอบครองปรปักษ์, ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
แม้ภาระจำยอมโดยนิติกรรมไม่บริบูรณ์แต่มีสิทธิได้โดยอายุความ
ภาระจำยอมไม่มีการใช้ประโยชน์เกินกว่า 10 ปีย่อมระงับสิ้นไป
โจทก์ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าทดแทนที่ดินเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่ถูกฟ้องเปิดทางจำเป็น
การนับเวลาการครอบครองเป็นปรปักษ์ที่งอกริมตลิ่ง
ภาระจำยอมจากข้อตกลงทายาทและการรื้อถอนสิ่งรุกล้ำทางพิพาท(ฎีกา 5163/2566)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ยกเลิกภาระจำยอมได้ไหม?
ที่ดินตาบอดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็น
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ-การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์-การครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ
ที่ดินแบ่งแยกเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกให้เปิดทางจำเป็น
สัญญาประนีประนอมยอมความเกิดจากคู่ความฉ้อฉล
ปรปักษ์ใช้ยันผู้ได้สิทธิมาโดยจ่ายค่าซื้อที่ดินและจดทะเบียนโอนแล้วไม่ได้
รับโอนที่ดินมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
ตกลงยินยอมให้ใช้ทางเป็นการทำนิติกรรมก่อตั้งสิทธิภาระจำยอมระหว่างกัน
การครอบครองปรปักษ์กับการนับเวลาการครอบครองต่อเนื่องต่อจากเจ้าของเดิม
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้ที่ดินมีแนวเขตติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าได้
ฟ้องขอเปิดทางจำเป็นแต่ระหว่างพิจารณาคดีได้สิทธิภาระจำยอมแปลงอื่น
กรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้ครอบครอง
ครอบครองอาศัยสิทธิไม่บอกเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ
ภาระจำยอมคืออะไร การใช้ทางโดยไม่มีใครห้ามและไม่ต้องรับอนุญาต
ได้กรรมสิทธิ์ปรปักษ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
ต่อสู้คดีอ้างครอบครองปรปักษ์แต่ขาดเจตนาเป็นเจ้าของ10 ปี
การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะไม่ได้ภาระจำยอม
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
ครอบครองที่ดินมรดกตกทอดหาใช่การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้อื่นไม่
นับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี -ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
คลองสาธารณะไม่ได้ใช้สัญจรไม่ทำให้สิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะได้
การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์กระทบสิทธิครอบครอง
อุทิศที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างถนนสาธารณะแล้วจะขอเรียกคืน
ทายาททำหนังสือยินยอมให้ใช้ทางไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม
ทางออกมีที่ดินสูงชันขวางอยู่ขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ค่าทดแทนการใช้ทางเดือนละเท่าไหร่เหมาะสม
ฟ้องขอให้เปิดทางจำแต่เจ้าของที่ดินแปลงอื่นตกลงจดภาระจำยอมให้
เจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ออกเอกสารสิทธิทับที่ดินมีโฉนดอ้างครอบครองปรปักษ์
ใช้ทางโดยสำคัญผิดว่าทางนั้นอยู่ในที่ดินของตนกว่า10 ปีได้ภาระจำยอม
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
เพิกถอนโฉนดที่ดินออกทับที่ดินของผู้มีสิทธิครอบครอง
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป