ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ภารจำยอมโดยอายุความ การใช้ทางเกินสิบปีจนได้สิทธิภารจำยอม

สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ, การใช้ประโยชน์ที่ดินผู้อื่นโดยสงบเปิดเผย, การได้มาซึ่งภารจำยอมตามมาตรา1401, การตีความเจตนาใช้ทางโดยสุจริต, แนวคำพิพากษาฎีกาภารจำยอม, การใช้ทางเกินสิบปีถือว่าได้สิทธิ, การขัดขวางทางภารจำยอม, คดีพิพาทสิทธิผ่านที่ดิน, การใช้ที่ดินร่วมทางสาธารณะ, ภารยทรัพย์สามยทรัพย์, สิทธิผ่านทางในที่ดินเอกชน, ภารจำยอมที่เกิดจากการใช้ทาง, ความสงบและเปิดเผยเป็นเงื่อนไขภารจำยอม, ผลทางกฎหมายของการปิดกั้นทาง, การบังคับจดทะเบียนภารจำยอม

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องภารจำยอมโดยอายุความ ซึ่งเกิดจากการที่เจ้าของสามยทรัพย์ใช้ทางผ่านบนที่ดินผู้อื่นติดต่อกันเป็นเวลานานเกินสิบปี โดยมีการใช้ทางอย่างสงบ เปิดเผย และเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นทางสาธารณะ จนก่อให้เกิดปัญหาว่าการใช้ทางดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้เกิดสิทธิภารจำยอมโดยอายุความหรือไม่ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 คดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญว่าการได้มาซึ่งภารจำยอมมิได้ขึ้นอยู่กับความรู้ต่อเจ้าของภารยทรัพย์ แต่ขึ้นกับพฤติการณ์การใช้ทางอย่างต่อเนื่องและเปิดเผยเป็นหลัก ศาลฎีกาได้วางหลักการตีความเจตนาของผู้ใช้ทางและเงื่อนไขในการเกิดสิทธิตามอายุความไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อคดีสิทธิผ่านทางที่ดินเอกชนในทางปฏิบัติ

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ทั้งห้าเป็นเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ ซึ่งใช้ทางพิพาทกว้างประมาณ 2 เมตร เพื่อออกสู่ทางสาธารณะโดยติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเข้าใจว่าทางพิพาทดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทางสาธารณะ ไม่ใช่ที่ดินของจำเลย ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 ซึ่งเป็นภารยทรัพย์ ได้ปักเสาคอนกรีตและปิดกั้นทางพิพาทดังกล่าว ทำให้โจทก์ไม่สามารถผ่านเข้าออกได้อีก จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมตามกฎหมาย ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวาง และให้จดทะเบียนภารจำยอม

จำเลยให้การคัดค้านว่า โจทก์มิได้ใช้ทางเกินสิบปี โจทก์บางรายไม่เคยใช้ทางดังกล่าว อีกทั้งที่ดินโจทก์มีทางออกอื่นได้ ไม่ใช่ทางจำเป็น และการใช้ทางที่ผ่านมาเป็นเพียงการอนุญาตโดยอาศัยไมตรีหรือโดยอาศัยสิทธิของจำเลย จึงไม่เป็นการใช้ที่สามารถก่อให้เกิดภารจำยอมโดยอายุความ

ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้ไขให้รับฟ้องสำหรับโจทก์ที่ 1 และวินิจฉัยว่าทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมโดยอายุความ จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาจึงต้องพิจารณาว่า การใช้ทางโดยโจทก์ที่ 1 ลักษณะดังกล่าวจะก่อให้เกิดสิทธิภารจำยอมโดยอายุความได้หรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา 

ประเด็นที่ 1 การใช้ทางพิพาทเกินสิบปีโดยสงบและเปิดเผยเพียงพอให้เกิดภารจำยอมหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การได้มาซึ่งภารจำยอมโดยอายุความต้องเป็นการใช้ทางโดยสงบ เปิดเผย และติดต่อกันเป็นเวลาเกินสิบปี ตามมาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการครอบครองสิทธิทางกฎหมายในบรรพ 4 ลักษณะ 3 โดยโจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทร่วมกับทางสาธารณะอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการโต้แย้งหรือขัดขวางใด ๆ เป็นเวลายาวนานเกินสิบปี จึงเป็นการครอบครองการใช้ประโยชน์ของผู้หวังสิทธิที่ชัดเจน

ประเด็นที่ 2 การเข้าใจผิดว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ มีผลตัดเจตนาจะได้สิทธิหรือไม่

ศาลฎีกายืนยันว่า “เจตนาครอบครองสิทธิภารจำยอม” มิได้ขึ้นอยู่กับความรู้ว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ หากแต่ขึ้นอยู่กับ พฤติการณ์การใช้ประโยชน์ในทางที่ดินนั้นในลักษณะของผู้มีสิทธิ ดังนั้นแม้โจทก์จะเข้าใจผิดว่าเป็น “ทางสาธารณะทั้งหมด” ก็ไม่ทำให้เจตนาครอบครองสิทธิภารจำยอมหายไป เพราะกฎหมายถือเอาการกระทำเป็นสำคัญ ไม่ใช่ความเข้าใจในตำแหน่งที่ดิน

ประเด็นที่ 3 การมีทางออกอื่นอยู่แล้ว ทำให้ไม่อาจได้สิทธิภารจำยอมหรือไม่

ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า การมีหรือไม่มีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะ ไม่ใช่องค์ประกอบของ “ภารจำยอมโดยอายุความ” ต่างจาก “ทางจำเป็น” ตามมาตรา 1349 ดังนั้นเหตุผลของจำเลยใช้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะภารจำยอมโดยอายุความเกิดจากพฤติการณ์การใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ความจำเป็นในทางภารยทรัพย์

ประเด็นที่ 4 จำเลยอ้างว่าการใช้ทางเป็นเพียงการอนุญาตจะฟังขึ้นหรือไม่

ศาลฎีกาไม่รับฟัง เนื่องจากพฤติการณ์ไม่แสดงว่าจำเลยเคยให้ความยินยอม หรือเคยแสดงการควบคุมสิทธิในทางพิพาทแต่อย่างใด การใช้ทางต่อเนื่องโดยไม่มีการทักท้วงจึงเป็นเหตุแสดงเจตนาของโจทก์ในการใช้ประโยชน์เสมือนผู้มีสิทธิ

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

(1) หลักการสำคัญจากมาตรา 1401 และ 1382

มาตรา 1401 เปิดช่องให้ใช้กฎเรื่อง “อายุความได้สิทธิ” ในการได้มาซึ่งภารจำยอม โดยให้นำมาตรา 1382 มาใช้ตามสภาพ หมายความว่า หากผู้ใช้ทางใช้ประโยชน์ในลักษณะของผู้มีสิทธิ เป็นเวลาเกิน 10 ปี โดยสงบและเปิดเผย ก็ได้สิทธิตามอายุความโดยชอบ ไม่ต้องมีสัญญา ไม่ต้องมีการจดทะเบียนมาก่อน

(2) การตีความเรื่องเจตนาครอบครองสิทธิ

คำพิพากษานี้ยืนยันหลักว่า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเจ้าของภารยทรัพย์ ไม่กระทบเจตนาจะได้สิทธิภารจำยอม

เนื่องจากกฎหมายต้องการคุ้มครองพฤติการณ์การใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แสดงเจตนาชัดเจนว่าผู้ใช้เห็นตนเป็นผู้มีสิทธิผ่านทาง ไม่ใช่เพียงผู้รับอนุญาตชั่วคราว

(3) ความสงบและการเปิดเผยเป็นหัวใจสำคัญ

หากมีการใช้ทางโดยไม่ถูกห้ามปราม ไม่มีข้อพิพาท ไม่มีการรบกวน แสดงว่าเจ้าของภารยทรัพย์ยินยอมโดยปริยาย ไม่แสดงการคัดค้าน ศาลตีความว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิทธิภารจำยอมตามกฎหมาย

(4) การมีทางออกอื่นไม่ใช่เหตุปฏิเสธสิทธิ

นี่เป็นประเด็นที่หลายคดีเข้าใจผิด ศาลฎีกาย้ำชัดว่า

ภารจำยอมโดยอายุความไม่ใช่ “ทางจำเป็น”

ไม่เกี่ยวกับความจำเป็นหรือความคับขันของที่ดินสามยทรัพย์ แต่เป็นเรื่อง “การใช้ทางตามพฤติการณ์” เท่านั้น

วิเคราะห์เจตนารมณ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ของมาตรา 1401 และ 1382 ต้องการให้บุคคลที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินผู้อื่นโดยสงบ เปิดเผย ต่อเนื่อง และเห็นกันทั่วไปว่าเป็นผู้มีสิทธิผ่านทาง ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความมั่นคงแห่งสิทธิ และป้องกันมิให้เจ้าของที่ดินมาฉวยโอกาสปิดกั้นทางหลังจากปล่อยให้ใช้ทางมาเป็นเวลานาน

เจตนารมณ์มุ่งคุ้มครองพฤติการณ์ของผู้ใช้ในฐานะผู้มีสิทธิ ไม่ใช่ผู้บุกรุกหรือผู้รับอนุญาตโดยความสัมพันธ์ส่วนตัว

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษานี้สอดคล้องกับแนวฎีกาต่อไปนี้:

ฎีกาเรื่องภารจำยอมโดยอายุความหลายคดีตีความว่า “ความสงบและเปิดเผย” ไม่ต้องหมายถึงการประกาศสิทธิ แต่หมายถึงการใช้ประโยชน์โดยทั่วไปปราศจากการคัดค้าน

ฎีกาที่วางหลักว่าไม่ต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ เพราะกฎหมายมุ่งที่ลักษณะ “การใช้ทาง” ไม่ใช่ “ความรู้เกี่ยวกับผู้เป็นเจ้าของ”

ฎีกาที่ตีความว่าภารจำยอมโดยอายุความต่างจากทางจำเป็น เนื่องจากไม่ต้องแสดงว่าที่ดินถูกปิดล้อมหรือไร้ทางออก

แนวฎีกาที่ถือว่าการปล่อยให้ใช้ทางเป็นเวลานานโดยไม่คัดค้าน ทำให้เกิดสิทธิภารจำยอมโดยผลแห่งพฤติการณ์

คำพิพากษา 3059/2545 จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ยืนยันว่าการใช้ทางอย่างต่อเนื่องและเปิดเผยเป็นหัวใจของการได้สิทธิภารจำยอมตามอายุความ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น เห็นว่าโจทก์ทั้งห้าไม่อาจได้ภารจำยอมโดยอายุความ เนื่องจากไม่ได้พิสูจน์การใช้ทางเกินสิบปีอย่างสงบและเปิดเผย อีกทั้งจำเลยอ้างว่าโจทก์มีทางออกอื่น จึงพิพากษายกฟ้องทั้งหมด

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้ โดยถือว่าโจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทเป็นเวลานานเกินสิบปีโดยสงบและเปิดเผย แม้เข้าใจผิดว่าเป็นทางสาธารณะ ก็ยังถือว่ามีเจตนาใช้ทางในฐานะผู้มีสิทธิ จึงให้ที่ดินจำเลยตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ที่ 1

3. ศาลฎีกา วินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยถือหลักตามมาตรา 1401 ประกอบ 1382 ว่าการใช้ทางเกินสิบปีโดยสงบและเปิดเผยก่อให้เกิดภารจำยอมโดยอายุความ แม้ผู้ใช้จะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ย้ำหลักกฎหมายว่าการได้มาซึ่งภารจำยอมโดยอายุความเป็นระบบที่มุ่งคุ้มครองพฤติการณ์การใช้ประโยชน์ตามสภาพความเป็นจริงของเจ้าของสามยทรัพย์ เมื่อมีการใช้ทางโดยสงบ เปิดเผย และติดต่อกันเป็นเวลาเกินสิบปี ย่อมเกิดสิทธิตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องแสดงถึงความจำเป็นของที่ดินหรือแหล่งทางออกอื่น ทั้งนี้เจตนาครอบครองสิทธิไม่จำเป็นต้องรู้ตัวว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ เพียงแต่การใช้ทางต้องมีลักษณะของผู้มีสิทธิ มิใช่ผู้รับอนุญาตชั่วคราว หลักการดังกล่าวช่วยสร้างความมั่นคงแห่งสิทธิและความแน่นอนในการใช้ที่ดินของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับทางสาธารณะหรือทางที่มีลักษณะกำกวมในทางปฏิบัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. การใช้ทางโดยเข้าใจผิดว่าเป็นทางสาธารณะ สามารถทำให้เกิดภารจำยอมได้หรือไม่?

ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการใช้ทางโดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะไม่ตัดเจตนาครอบครองสิทธิ เพราะกฎหมายดูพฤติการณ์การใช้ประโยชน์ของผู้ใช้ทางเป็นสำคัญ มิใช่ความรู้เกี่ยวกับเจ้าของที่ดิน

2. ภารจำยอมโดยอายุความต้องพิสูจน์อะไรบ้าง?

ต้องพิสูจน์ว่ามีการใช้ทางโดยสงบ เปิดเผย และต่อเนื่องเกินสิบปี โดยลักษณะการใช้ต้องเหมือนผู้มีสิทธิผ่านทาง มิใช่ผู้รับอนุญาตหรือผู้บุกรุก

3. การมีทางออกอื่นอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถได้สิทธิภารจำยอมหรือไม่?

ไม่เกี่ยวข้อง ภารจำยอมโดยอายุความต่างจาก “ทางจำเป็น” การมีทางออกอื่นไม่ใช่เหตุปฏิเสธสิทธิ หากมีการใช้ทางพิพาทครบองค์ประกอบตามกฎหมาย ย่อมได้สิทธิตามอายุความ

4. เจ้าของที่ดินสามารถปิดกั้นทางได้หรือไม่ หากปล่อยให้เพื่อนบ้านใช้ทางมานานหลายปี?

หากการใช้ทางนั้นสงบ เปิดเผย และต่อเนื่องเกินสิบปี เจ้าของที่ดินไม่สามารถปิดกั้นได้ เพราะเกิดสิทธิภารจำยอมตามอายุความแล้ว การปิดกั้นถือเป็นการฝ่าฝืนสิทธิของสามยทรัพย์

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3059/2545 

การได้ภารจำยอมโดยอายุความนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิดังกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลมกล่าวคือ จะต้องเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินภารยทรัพย์นั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผย และด้วยเจตนาจะได้สิทธิภารจำยอมในที่ดินดังกล่าวตามมาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382ซึ่งกฎหมายมุ่งประสงค์ให้ถือเอาการใช้ประโยชน์ของเจ้าของสามยทรัพย์เป็นสำคัญโดยไม่ได้คำนึงว่าภารยทรัพย์นั้นจะเป็นของผู้ใดหรือเจ้าของสามยทรัพย์จะต้องรู้ตัวว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์นั้น

โจทก์ใช้ทางพิพาทกว้าง 2 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลยรวมกับทางสาธารณะ โดยเข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะทั้งหมด และใช้ติดต่อกันเกินสิบปีโดยสงบและเปิดเผย จึงอ้างว่าได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ

โจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า จำเลยปักเสาคอนกรีตปิดกั้นทางกว้าง 2 เมตรบนที่ดินโฉนดเลขที่ 10574 และ 10575 ทำให้ไม่สามารถใช้ทางได้ ขอให้ศาลรับรองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นทางภารจำยอม บังคับให้จำเลยจดทะเบียน และรื้อถอนสิ่งกีดขวาง

จำเลยให้การว่า ทางพิพาทไม่ใช่ภารจำยอม โจทก์บางรายไม่เคยใช้ทาง ใช้ไม่ถึงสิบปี และมีทางออกอื่นอยู่แล้ว อีกทั้งการใช้ที่ผ่านมาทำโดยอาศัยสิทธิของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 ถึง 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้ ให้ที่ดินด้านตะวันตกกว้าง 2 เมตรตกเป็นภารจำยอมแก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยจดทะเบียนและรื้อถอนเสาคอนกรีต พร้อมห้ามขัดขวางการใช้ทาง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การใช้ทางดังกล่าวแม้เข้าใจว่าเป็นทางสาธารณะ ก็ถือเป็นการใช้ในลักษณะผู้มีสิทธิ หากใช้ต่อเนื่องเกินสิบปีโดยสงบ เปิดเผย ตามมาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของภารยทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงยืนยันว่าโจทก์ที่ 1 ใช้ทางพิพาทติดต่อกันเกินกำหนดเวลา จึงได้สิทธิภารจำยอม การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ทางภาระจำยอมกับทางจำเป็น ศาลมีอำนาจวินิจฉัยต่างจากศาลชั้นต้นได้หรือไม่
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิทธิภารจำยอมตามข้อตกลงการใช้ถนนเข้าออกระหว่างคู่สัญญา
ข้อพิพาทภารจำยอมทางเดินและสิทธิใช้สาธารณูปโภคบนที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดิน
มารดาได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยคำสั่งให้บุตรเป็นคนสาบสูญ(ฎีกา 4656/2566)
มีทางออกสู่ทางสาธารณะอื่นทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว(ฎีกาที่ 5672/2546)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566 ร้องซ้ำจากการครอบครองปรปักษ์ในทรัพย์สินระหว่างสมรส(ฎีกาที่ 4838/2566)
การใช้ทางภาระจำยอมเกินสิทธิและภาระเพิ่มตามกฎหมายผ,ป.พ.พ. มาตรา 1388,(ฎีกาที่ 4890/2566)
การขอเปิดทางจำเป็นต้องเลือกทางที่กระทบผู้อื่นน้อยที่สุด,ที่ดินตาบอด, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกาที่ 4907/2566)
ทางจำเป็นกับสิทธิทางน้ำและที่ดิน,ที่ดินไม่มีทางออก, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกา 220/2567)
รื้อรั้วสาธารณูปโภคโครงการจัดสรรที่ดิน & ความรับผิดละเมิด(ฎีกา 907/2567)
สิทธิ “ทางจำเป็น” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350 (ฎีกา 1706/2567)
ครอบครองปรปักษ์, ขับไล่, ที่ดินพิพาท, มาตรา 1382
คดีครอบครองปรปักษ์ & ขับไล่,เจตนาเป็นเจ้าของ, การฟ้องแย้งสิทธิครอบครอง, (ฎีกา 956/2552)
(ฎีกา 891/2568)ภาระจำยอมที่ดินจัดสรร & สิทธิฟ้อง
(ฎีกา 1282/2568) คดีครอบครองปรปักษ์ & สิทธิฟ้องที่ดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2567 : สิทธิเปิดทางจำเป็นกรณีไม่มีทางออกสู่สาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350
ทางพิพาทในที่ดินตกเป็นทางสาธารณะโดยปริยาย: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2536
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2568: ภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ 286 ไม่สิ้นสุด แม้ไม่ได้ใช้งานนานกว่า 10 ปี
ทำให้สิทธิภาระจำยอมเสื่อมความสะดวก, บังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง, การเพิกถอนภาระจำยอม,
สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนทางจำเป็น, อายุความฟ้องร้องค่าทดแทน 10 ปี, หลักเกณฑ์การเปิดทางจำเป็น,
การคัดค้านการรังวัดแนวเขตที่ดิน, ครอบครองปรปักษ์, ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
แม้ภาระจำยอมโดยนิติกรรมไม่บริบูรณ์แต่มีสิทธิได้โดยอายุความ
ภาระจำยอมไม่มีการใช้ประโยชน์เกินกว่า 10 ปีย่อมระงับสิ้นไป
โจทก์ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าทดแทนที่ดินเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่ถูกฟ้องเปิดทางจำเป็น
การนับเวลาการครอบครองเป็นปรปักษ์ที่งอกริมตลิ่ง
ภาระจำยอมจากข้อตกลงทายาทและการรื้อถอนสิ่งรุกล้ำทางพิพาท(ฎีกา 5163/2566)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ยกเลิกภาระจำยอมได้ไหม?
ที่ดินตาบอดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็น
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ-การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์-การครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ
ที่ดินแบ่งแยกเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกให้เปิดทางจำเป็น
สัญญาประนีประนอมยอมความเกิดจากคู่ความฉ้อฉล
ปรปักษ์ใช้ยันผู้ได้สิทธิมาโดยจ่ายค่าซื้อที่ดินและจดทะเบียนโอนแล้วไม่ได้
รับโอนที่ดินมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
ตกลงยินยอมให้ใช้ทางเป็นการทำนิติกรรมก่อตั้งสิทธิภาระจำยอมระหว่างกัน
การครอบครองปรปักษ์กับการนับเวลาการครอบครองต่อเนื่องต่อจากเจ้าของเดิม
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้ที่ดินมีแนวเขตติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าได้
ฟ้องขอเปิดทางจำเป็นแต่ระหว่างพิจารณาคดีได้สิทธิภาระจำยอมแปลงอื่น
กรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้ครอบครอง
ครอบครองอาศัยสิทธิไม่บอกเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ
ภาระจำยอมคืออะไร การใช้ทางโดยไม่มีใครห้ามและไม่ต้องรับอนุญาต
ได้กรรมสิทธิ์ปรปักษ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
ต่อสู้คดีอ้างครอบครองปรปักษ์แต่ขาดเจตนาเป็นเจ้าของ10 ปี
การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะไม่ได้ภาระจำยอม
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
ครอบครองที่ดินมรดกตกทอดหาใช่การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้อื่นไม่
นับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี -ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
คลองสาธารณะไม่ได้ใช้สัญจรไม่ทำให้สิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะได้
การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์กระทบสิทธิครอบครอง
อุทิศที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างถนนสาธารณะแล้วจะขอเรียกคืน
ทายาททำหนังสือยินยอมให้ใช้ทางไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม
ทางออกมีที่ดินสูงชันขวางอยู่ขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ค่าทดแทนการใช้ทางเดือนละเท่าไหร่เหมาะสม
ฟ้องขอให้เปิดทางจำแต่เจ้าของที่ดินแปลงอื่นตกลงจดภาระจำยอมให้
เจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ออกเอกสารสิทธิทับที่ดินมีโฉนดอ้างครอบครองปรปักษ์
ใช้ทางโดยสำคัญผิดว่าทางนั้นอยู่ในที่ดินของตนกว่า10 ปีได้ภาระจำยอม
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
เพิกถอนโฉนดที่ดินออกทับที่ดินของผู้มีสิทธิครอบครอง
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป