
| มารดาได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยคำสั่งให้บุตรเป็นคนสาบสูญ(ฎีกา 4656/2566)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผลทางกฎหมายของการที่ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ โดยเฉพาะประเด็นการถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายโดยผลของกฎหมาย การตกทอดมรดกแก่ทายาทโดยธรรมโดยอัตโนมัติ ความสมบูรณ์ของการกระทำที่ได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างเวลาที่คำสั่งคนสาบสูญยังมีผลใช้บังคับ ตลอดจนการนับอายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้เมื่อมีการถอนคำสั่งดังกล่าวในภายหลัง ศาลฎีกาได้วางแนววินิจฉัยที่สำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลผู้กลับคืนสู่ฐานะบุคคลตามกฎหมาย และการเริ่มต้นนับอายุความฟ้องคดีอย่างเป็นธรรม คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ 1. เมื่อศาลสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ การตกทอดมรดกเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายหรือไม่ 2. การถอนคำสั่งคนสาบสูญในภายหลังมีผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์และการกระทำโดยสุจริตเพียงใด 3. อายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืนควรเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใดจึงจะเป็นธรรมแก่คู่ความ ข้อเท็จจริงและภูมิหลังของคดี คดีนี้เกิดจากการที่โจทก์หายไปจากภูมิลำเนาเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มารดาของโจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญ และภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนจะดำเนินการจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตน เมื่อโจทก์กลับมาและศาลมีคำสั่งถอนคำสั่งคนสาบสูญ โจทก์จึงฟ้องเรียกให้เพิกถอนการโอนมรดกดังกล่าว ผลของการเป็นคนสาบสูญตาม ป.พ.พ. มาตรา 62 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ผลทางกฎหมายดังกล่าวทำให้ทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีตามมาตรา 1602 โดยไม่ต้องรอการจัดการใดเพิ่มเติม ความสมบูรณ์ของการกระทำโดยสุจริตและมาตรา 66 แม้ต่อมาจะมีการถอนคำสั่งแสดงความเป็นคนสาบสูญ แต่การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนถึงการกระทำที่ได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างเวลาที่คำสั่งยังมีผลใช้บังคับ ศาลฎีกาเน้นย้ำหลักการคุ้มครองความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์ ประเด็นครอบครองปรปักษ์ ศาลฎีกาวางหลักชัดเจนว่า กรณีที่กรรมสิทธิ์ตกทอดแก่ทายาทโดยผลของกฎหมาย มิใช่กรณีครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น จึงไม่อยู่ในบังคับหลักการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 การนับอายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่คำสั่งคนสาบสูญยังไม่ถูกถอน บุคคลนั้นยังถือว่าเป็นผู้ถึงแก่ความตาย ไม่อาจใช้สิทธิทางศาลได้ อายุความจึงยังไม่เริ่มนับ จนกว่าจะมีคำสั่งถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเป็นวันที่สิทธิในการฟ้องคดีกลับคืนมาโดยสมบูรณ์ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คดีนี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์กับการคุ้มครองสิทธิของบุคคล การตีความบทบัญญัติว่าด้วยคนสาบสูญและอายุความต้องพิจารณาถึงสภาพข้อเท็จจริงและผลทางกฎหมายอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2566 ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และโดยผลของมาตรา 1602 ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของโจทก์ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ม. ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ที่ดินพิพาทย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ ม. ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ม. จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยผลของกฎหมายนับแต่นั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ซึ่งต้องเป็นการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่น จำเลยที่ 2 จะอ้างว่า ม. ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หาได้ไม่ ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ การฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ ซึ่งโจทก์ฟ้องพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 ประกอบมาตรา 63 หรือไม่ นั้น โดยผลของมาตรา 62 บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61 แม้โจทก์จะกลับมาเมื่อปี 2557 และทราบว่า ม. ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ ม. ไปแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญก็ต้องถือว่าโจทก์ยังเป็นบุคคลที่ถึงแก่ความตายไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ตามกฎหมายได้ เมื่อปรากฏว่าศาลเพิ่งมีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ซึ่งมีผลทำให้โจทก์กลับเป็นบุคคลผู้มีสิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิในการใช้สิทธิทางศาลได้ดังเดิม จึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกที่ดินพิพาทคืน อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 419 จึงต้องเริ่มนับแต่วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 22 มิถุนายน 2563 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนและส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา 2. ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ 3. ศาลฎีกาพิพากษายืน วางหลักว่าการได้กรรมสิทธิ์เกิดจากผลของกฎหมาย ไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ และอายุความเริ่มนับเมื่อมีคำสั่งถอนคำสั่งคนสาบสูญ
|





