ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




มารดาได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยคำสั่งให้บุตรเป็นคนสาบสูญ(ฎีกา 4656/2566)

คำพิพากษาศาลฎีกา 4656/2566, ผลทางกฎหมายของการเป็นคนสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, การตกทอดมรดกตามมาตรา 1602 เมื่อศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ, การถอนคำสั่งแสดงความเป็นคนสาบสูญและผลย้อนหลัง, อายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ มาตรา 419, สิทธิฟ้องคดีภายหลังถอนคำสั่งคนสาบสูญ, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับคนสาบสูญ, การคุ้มครองการกระทำโดยสุจริตตามมาตรา 66, ปัญหาครอบครองปรปักษ์ในคดีมรดก, อำนาจผู้จัดการมรดก

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผลทางกฎหมายของการที่ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ โดยเฉพาะประเด็นการถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายโดยผลของกฎหมาย การตกทอดมรดกแก่ทายาทโดยธรรมโดยอัตโนมัติ ความสมบูรณ์ของการกระทำที่ได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างเวลาที่คำสั่งคนสาบสูญยังมีผลใช้บังคับ ตลอดจนการนับอายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้เมื่อมีการถอนคำสั่งดังกล่าวในภายหลัง ศาลฎีกาได้วางแนววินิจฉัยที่สำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลผู้กลับคืนสู่ฐานะบุคคลตามกฎหมาย และการเริ่มต้นนับอายุความฟ้องคดีอย่างเป็นธรรม

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. เมื่อศาลสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ การตกทอดมรดกเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายหรือไม่

2. การถอนคำสั่งคนสาบสูญในภายหลังมีผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์และการกระทำโดยสุจริตเพียงใด

3. อายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืนควรเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใดจึงจะเป็นธรรมแก่คู่ความ

ข้อเท็จจริงและภูมิหลังของคดี

คดีนี้เกิดจากการที่โจทก์หายไปจากภูมิลำเนาเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มารดาของโจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญ และภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนจะดำเนินการจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตน เมื่อโจทก์กลับมาและศาลมีคำสั่งถอนคำสั่งคนสาบสูญ โจทก์จึงฟ้องเรียกให้เพิกถอนการโอนมรดกดังกล่าว

ผลของการเป็นคนสาบสูญตาม ป.พ.พ. มาตรา 62

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าบุคคลนั้นถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย ผลทางกฎหมายดังกล่าวทำให้ทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีตามมาตรา 1602 โดยไม่ต้องรอการจัดการใดเพิ่มเติม

ความสมบูรณ์ของการกระทำโดยสุจริตและมาตรา 66

แม้ต่อมาจะมีการถอนคำสั่งแสดงความเป็นคนสาบสูญ แต่การถอนคำสั่งดังกล่าวไม่กระทบกระเทือนถึงการกระทำที่ได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างเวลาที่คำสั่งยังมีผลใช้บังคับ ศาลฎีกาเน้นย้ำหลักการคุ้มครองความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์

ประเด็นครอบครองปรปักษ์

ศาลฎีกาวางหลักชัดเจนว่า กรณีที่กรรมสิทธิ์ตกทอดแก่ทายาทโดยผลของกฎหมาย มิใช่กรณีครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น จึงไม่อยู่ในบังคับหลักการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382

การนับอายุความฟ้องเรียกทรัพย์คืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่คำสั่งคนสาบสูญยังไม่ถูกถอน บุคคลนั้นยังถือว่าเป็นผู้ถึงแก่ความตาย ไม่อาจใช้สิทธิทางศาลได้ อายุความจึงยังไม่เริ่มนับ จนกว่าจะมีคำสั่งถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเป็นวันที่สิทธิในการฟ้องคดีกลับคืนมาโดยสมบูรณ์

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์กับการคุ้มครองสิทธิของบุคคล การตีความบทบัญญัติว่าด้วยคนสาบสูญและอายุความต้องพิจารณาถึงสภาพข้อเท็จจริงและผลทางกฎหมายอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2566

ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และโดยผลของมาตรา 1602 ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของโจทก์ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ม. ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ที่ดินพิพาทย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ ม. ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ม. จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยผลของกฎหมายนับแต่นั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ซึ่งต้องเป็นการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่น จำเลยที่ 2 จะอ้างว่า ม. ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หาได้ไม่

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ การฟ้องเรียกทรัพย์คืนฐานลาภมิควรได้ ซึ่งโจทก์ฟ้องพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 ประกอบมาตรา 63 หรือไม่ นั้น โดยผลของมาตรา 62 บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 61 แม้โจทก์จะกลับมาเมื่อปี 2557 และทราบว่า ม. ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ ม. ไปแล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญก็ต้องถือว่าโจทก์ยังเป็นบุคคลที่ถึงแก่ความตายไม่อาจใช้สิทธิใด ๆ ตามกฎหมายได้ เมื่อปรากฏว่าศาลเพิ่งมีคำสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ซึ่งมีผลทำให้โจทก์กลับเป็นบุคคลผู้มีสิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิในการใช้สิทธิทางศาลได้ดังเดิม จึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกที่ดินพิพาทคืน อายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 419 จึงต้องเริ่มนับแต่วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 22 มิถุนายน 2563 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนและส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ

3. ศาลฎีกาพิพากษายืน วางหลักว่าการได้กรรมสิทธิ์เกิดจากผลของกฎหมาย ไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ และอายุความเริ่มนับเมื่อมีคำสั่งถอนคำสั่งคนสาบสูญ

นาง ม. มีบุตร 3 คนคือโจทก์และจำเลยทั้งสอง นาง ม.  ยื่นคำร้องขอให้โจทก์เป็นคนสาบสูญและยื่นคำร้องเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์แล้วจดทะเบียนโอนที่ดินของโจทก์เป็นของนาง ม. ต่อมาโจทก์กลับมาหานาง ม. และนาง ม. ถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาและจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนาง ม. เมื่อโจทก์ทราบเรื่องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนคำสั่งให้โจทก์เป็นคนสาบสูญแล้วแจ้งให้จำเลยทั้งสองโอนคืนที่ดินของโจทก์คืนแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอ้างว่าคดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องเอาคืนฐานลาภมิควรได้ เพราะนาง ม. ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ทางภาระจำยอมกับทางจำเป็น ศาลมีอำนาจวินิจฉัยต่างจากศาลชั้นต้นได้หรือไม่
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิทธิภารจำยอมตามข้อตกลงการใช้ถนนเข้าออกระหว่างคู่สัญญา
ข้อพิพาทภารจำยอมทางเดินและสิทธิใช้สาธารณูปโภคบนที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดิน
ภารจำยอมโดยอายุความ การใช้ทางเกินสิบปีจนได้สิทธิภารจำยอม
มีทางออกสู่ทางสาธารณะอื่นทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว(ฎีกาที่ 5672/2546)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566 ร้องซ้ำจากการครอบครองปรปักษ์ในทรัพย์สินระหว่างสมรส(ฎีกาที่ 4838/2566)
การใช้ทางภาระจำยอมเกินสิทธิและภาระเพิ่มตามกฎหมายผ,ป.พ.พ. มาตรา 1388,(ฎีกาที่ 4890/2566)
การขอเปิดทางจำเป็นต้องเลือกทางที่กระทบผู้อื่นน้อยที่สุด,ที่ดินตาบอด, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกาที่ 4907/2566)
ทางจำเป็นกับสิทธิทางน้ำและที่ดิน,ที่ดินไม่มีทางออก, ป.พ.พ. มาตรา 1349,(ฎีกา 220/2567)
รื้อรั้วสาธารณูปโภคโครงการจัดสรรที่ดิน & ความรับผิดละเมิด(ฎีกา 907/2567)
สิทธิ “ทางจำเป็น” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350 (ฎีกา 1706/2567)
ครอบครองปรปักษ์, ขับไล่, ที่ดินพิพาท, มาตรา 1382
คดีครอบครองปรปักษ์ & ขับไล่,เจตนาเป็นเจ้าของ, การฟ้องแย้งสิทธิครอบครอง, (ฎีกา 956/2552)
(ฎีกา 891/2568)ภาระจำยอมที่ดินจัดสรร & สิทธิฟ้อง
(ฎีกา 1282/2568) คดีครอบครองปรปักษ์ & สิทธิฟ้องที่ดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8003/2567 : สิทธิเปิดทางจำเป็นกรณีไม่มีทางออกสู่สาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ 1350
ทางพิพาทในที่ดินตกเป็นทางสาธารณะโดยปริยาย: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2536
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2568: ภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ 286 ไม่สิ้นสุด แม้ไม่ได้ใช้งานนานกว่า 10 ปี
ทำให้สิทธิภาระจำยอมเสื่อมความสะดวก, บังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง, การเพิกถอนภาระจำยอม,
สิทธิเรียกร้องค่าทดแทนทางจำเป็น, อายุความฟ้องร้องค่าทดแทน 10 ปี, หลักเกณฑ์การเปิดทางจำเป็น,
การคัดค้านการรังวัดแนวเขตที่ดิน, ครอบครองปรปักษ์, ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
แม้ภาระจำยอมโดยนิติกรรมไม่บริบูรณ์แต่มีสิทธิได้โดยอายุความ
ภาระจำยอมไม่มีการใช้ประโยชน์เกินกว่า 10 ปีย่อมระงับสิ้นไป
โจทก์ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าทดแทนที่ดินเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่ถูกฟ้องเปิดทางจำเป็น
การนับเวลาการครอบครองเป็นปรปักษ์ที่งอกริมตลิ่ง
ภาระจำยอมจากข้อตกลงทายาทและการรื้อถอนสิ่งรุกล้ำทางพิพาท(ฎีกา 5163/2566)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ยกเลิกภาระจำยอมได้ไหม?
ที่ดินตาบอดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็น
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ-การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์-การครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ
ที่ดินแบ่งแยกเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกให้เปิดทางจำเป็น
สัญญาประนีประนอมยอมความเกิดจากคู่ความฉ้อฉล
ปรปักษ์ใช้ยันผู้ได้สิทธิมาโดยจ่ายค่าซื้อที่ดินและจดทะเบียนโอนแล้วไม่ได้
รับโอนที่ดินมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
ตกลงยินยอมให้ใช้ทางเป็นการทำนิติกรรมก่อตั้งสิทธิภาระจำยอมระหว่างกัน
การครอบครองปรปักษ์กับการนับเวลาการครอบครองต่อเนื่องต่อจากเจ้าของเดิม
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้ที่ดินมีแนวเขตติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าได้
ฟ้องขอเปิดทางจำเป็นแต่ระหว่างพิจารณาคดีได้สิทธิภาระจำยอมแปลงอื่น
กรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้ครอบครอง
ครอบครองอาศัยสิทธิไม่บอกเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ
ภาระจำยอมคืออะไร การใช้ทางโดยไม่มีใครห้ามและไม่ต้องรับอนุญาต
ได้กรรมสิทธิ์ปรปักษ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
ต่อสู้คดีอ้างครอบครองปรปักษ์แต่ขาดเจตนาเป็นเจ้าของ10 ปี
การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะไม่ได้ภาระจำยอม
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
ครอบครองที่ดินมรดกตกทอดหาใช่การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้อื่นไม่
นับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี -ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
คลองสาธารณะไม่ได้ใช้สัญจรไม่ทำให้สิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะได้
การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์กระทบสิทธิครอบครอง
อุทิศที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างถนนสาธารณะแล้วจะขอเรียกคืน
ทายาททำหนังสือยินยอมให้ใช้ทางไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม
ทางออกมีที่ดินสูงชันขวางอยู่ขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ค่าทดแทนการใช้ทางเดือนละเท่าไหร่เหมาะสม
ฟ้องขอให้เปิดทางจำแต่เจ้าของที่ดินแปลงอื่นตกลงจดภาระจำยอมให้
เจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ออกเอกสารสิทธิทับที่ดินมีโฉนดอ้างครอบครองปรปักษ์
ใช้ทางโดยสำคัญผิดว่าทางนั้นอยู่ในที่ดินของตนกว่า10 ปีได้ภาระจำยอม
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
เพิกถอนโฉนดที่ดินออกทับที่ดินของผู้มีสิทธิครอบครอง
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป