ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การยึดถืออย่างสิทธิครอบครอง กับครอบครองเจตนาเป็นเจ้าของ article

   -ปรึกษากฎหมาย นายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

     โทร.085-9604258

   -ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์   

   (1) @leenont 

   (2) @peesirilaw  

   (3) 0859604258 เพิ่มด้วยหมายเลขโทรศัพท์

  -Line Official Account : เพิ่มเพื่อน QR CODE

peesirilaw@leenont

การยึดถืออย่างสิทธิครอบครองกับครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

การครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์นั้นจะต้องมีการยึดถือครอบครองด้วยเจตนาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น เช่น หวงกันมิให้บุคคลอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือดูแลรักษาที่ดินไว้เพื่อประโยชน์แห่งตนและปฏิเสธต่อการอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของต่อบุคคลอื่น คดีนี้ฟังได้ความว่าโจทก์เคยบอกให้จำเลยย้ายออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยเสนอให้โจทก์รื้อถอนบ้านของจำเลยไปปลูกบนที่ดินของจำเลยแปลงอื่นโดยไม่เรียกร้องค่าขนย้ายจึงเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับสิทธิของโจทก์ การครอบครองที่ดินของจำเลยจึงไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  956/2552

  การครอบครองโดยปรปักษ์นั้น มิใช่เพียงแต่ยึดถือเพื่อตนเองอย่างสิทธิครอบครองเท่านั้น ยังจะต้องมีการยึดถือครอบครองด้วยเจตนาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นด้วย ส่วนจะมีเจตนาเป็นเจ้าของหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องอยู่ภายในจิตใจ ต้องอาศัยพฤติการณ์ต่างๆ แห่งการยึดถือครอบครองมาประกอบว่าพอจะเป็นการยึดถือครอบครองอย่างเป็นเจ้าของได้หรือไม่ สำหรับการครอบครองที่ดินพิพาทของ ม.ย. และจำเลย ก่อนวันที่ 8 สิงหาคม 2509 ไม่ได้ความว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่มีเอกสารสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ กรณีจึงรับฟังได้ว่าการครอบครองที่ดินพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการครอบครองปรปักษ์ ส่วนการครอบครองนับแต่วันที่ดินพิพาทมีโฉนดที่ดินแล้ว ก็ไม่ปรากฏถึงพฤติการณ์แห่งการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยว่ามีเจตนาเป็นเจ้าของแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ปรากฏว่าจำเลยผู้ครอบครองเคยแสดงออก เช่น หวงกันมิให้บุคคลอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือดูแลรักษาที่ดินพิพาทไว้เพื่อประโยชน์แห่งตนและปฏิเสธต่อการอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของต่อบุคคลอื่นเป็นต้น ดังนั้น การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยจึงไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของโจทก์

          โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์และห้ามเกี่ยวข้อง หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจท์ 31,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายออกจากที่ดินโจทก์

           จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและมีคำพิพากษาแสดงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้โจทก์ใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เนื้อที่ 200 ตารางวา พร้อมทั้งแบ่งแยกโฉนดเลขที่ 3369 ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ออก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ออกเป็นโฉนดใหม่หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน

           โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยมิได้มอบอำนาจให้นางฮะ ดำเนินคดีแทน จำเลยอยู่ในที่ดินโจทก์เนื้อที่ประมาณ 30 ตารางวา ในฐานะผู้อาศัยสิทธิการเช่าของนายซันผู้เป็นญาติของจำเลย จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง 

          ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่กรรม นางฮะ บุตรสาวของจำเลยยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต 

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้รื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 3369 ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ออก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 15,500 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 500 บาท นับถัดจากเดือนฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 ตุลาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์กำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกฟ้องแย้ง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 

          จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ และจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 3369 ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ออก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 36 ตารางวา ตามแนวเขตเส้นสีเหลืองในแผนที่วิวาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

          โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้ นายสมศักดิ์ ผู้เป็นบิดาฟ้องและดำเนินคดีแทน จำเลยมอบอำนาจให้นางฮะ ผู้เป็นบุตรสาวดำเนินคดีแทน บ้านเลขที่ 3 หมู่ 12 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 3369 ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ออก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ซึ่งออกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2509 ให้แก่นางสาวอิ่ม หรือนางอิ่ม ผู้เป็นบุตรสาวของนายแก้วกับนางหรุ่ม ต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2511 นางอิ่มขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายสมศักดิ์ แล้วเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2517 นายสมศักดิ์จดทะเบียนให้ที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และจำเลยว่า จำเลยครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างมีนายมาน ผู้เป็นโต๊ะอิหม่าน กับนางเฮาะ ภรรยาของจำเลยเป็นพยานต่างเบิกความได้ความว่านายมัดและนางเยาะผู้เป็นบิดามารดาของนางเฮาะปลูกบ้านเลขที่ 3 ในที่ดินพิพาทจนถึงวันฟ้องเป็นเวลานานประมาณ 60 ปี นางเฮาะเกิดที่บ้านนี้จนนางเฮาะอายุ 15 ปี ได้แต่งงานกับจำเลยที่บ้านนี้แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น 1 ปี และกลับมาอยู่ที่บ้านนี้โดยมิได้ย้ายไปไหนอีก ทั้งนี้เป็นการครอบครองโดยสงบและเปิดเผยมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของหรือไม่เพราะการครอบครองโดยปรปักษ์นั้น มิใช่เพียงแต่ยึดถือเพื่อตนเองอย่างสิทธิครอบครองเท่านั้น ยังจะต้องมีการยึดถือครอบครองด้วยเจตนาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นด้วยส่วนจะมีเจตนาเป็นเจ้าของหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องอยู่ภายในจิตใจ ต้องอาศัยพฤติการณ์ต่างๆ แห่งการยึดถือครอบครองมาประกอบว่าพอจะเป็นการยึดถือครอบครองอย่างเป็นเจ้าของได้หรือไม่ สำหรับการครอบครองที่ดินพิพาทของนายมัด นางเยาะและจำเลยก่อนวันที่ 8 สิงหาคม 2509 ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่มีเอกสารสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ กรณีจึงรับฟังได้ว่าการครอบครองที่ดินพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ถือไม่ได้ว่าเป็นการครอบครองปรปักษ์ ส่วนการครอบครองนับแต่วันที่ดินพิพาทมีโฉนดที่ดินแล้ว กรณีนี้ก็ไม่ปรากฏจากพยานคนใดของจำเลยที่แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์แห่งการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยว่ามีเจตนาเป็นเจ้าของแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ปรากฏจำเลยผู้ครอบครองเคยแสดงออก เช่น หวงกันมิให้บุคคลอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือดูแลรักษาที่ดินพิพาทไว้เพื่อประโยชน์แห่งตนและปฏิเสธต่อการอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของต่อบุคคลอื่นเป็นต้น แต่นางเฮาะกลับเบิกความว่า นายไสวผู้ใหญ่บ้านกับนายลีเคยมาติดต่อขอให้เงินเพื่อให้จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท นางเฮาะเพียงแต่บอกว่าไม่เอาเงินและอยู่มานานแล้วเท่านั้นและนางเฮาะตอบทนายโจทก์ถามค้านอีกว่า ในปี 2539 โจทก์ ทนายโจทก์และนายสมศักดิ์บอกให้ตนกับจำเลยย้ายออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยขอให้โจทก์รื้อถอนบ้านไปปลูกในที่ดินที่นางเฮาะกับจำเลยซื้อไว้โดยไม่เอาค่าขนย้ายอันเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับสิทธิของโจทก์อีกด้วย หาใช่เป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือต่อโจทก์แต่อย่างใดไม่ ส่วนโจทก์นำสืบว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของบุคคลอื่นจากโจทก์จึงไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ ดังนั้นเมื่อจำเลยซึ่งมีภาระการพิสูจน์ในประเด็นเรื่องนี้ แต่สืบได้ไม่สมฟ้องแย้ง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ โจทก์ชอบที่จะฟ้องขับไล่จำเลยกับบริวาร และเรียกค่าเสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ดังกล่าวแล้ว กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ 200 ตารางวา หรือไม่อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์และพิพากษาว่าจำเลยครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์เนื้อที่ 36 ตารางวา นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น”

          พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 4-(ต่อ) article
ทางที่ประชาชนเดินเข้าออกสู่ถนนสาธารณะมานานโดยเจ้าของที่ดินไม่หวงห้าม article
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
แม้ภาระจำยอมโดยนิติกรรมไม่บริบูรณ์แต่มีสิทธิได้โดยอายุความ
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ยกเลิกภาระจำยอมได้ไหม?
ที่ดินตาบอดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็น
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ-การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์-การครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ
ที่ดินแบ่งแยกเป็นเหตุให้ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกให้เปิดทางจำเป็น
สัญญาประนีประนอมยอมความเกิดจากคู่ความฉ้อฉล
ปรปักษ์ใช้ยันผู้ได้สิทธิมาโดยจ่ายค่าซื้อที่ดินและจดทะเบียนโอนแล้วไม่ได้
รับโอนที่ดินมาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต
ตกลงยินยอมให้ใช้ทางเป็นการทำนิติกรรมก่อตั้งสิทธิภาระจำยอมระหว่างกัน
การครอบครองปรปักษ์กับการนับเวลาการครอบครองต่อเนื่องต่อจากเจ้าของเดิม
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
เจ้าของที่ดินจำต้องยอมให้ที่ดินมีแนวเขตติดต่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้าได้
ฟ้องขอเปิดทางจำเป็นแต่ระหว่างพิจารณาคดีได้สิทธิภาระจำยอมแปลงอื่น
กรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้ครอบครอง
ครอบครองอาศัยสิทธิไม่บอกเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ
ภาระจำยอมคืออะไร การใช้ทางโดยไม่มีใครห้ามและไม่ต้องรับอนุญาต
ได้กรรมสิทธิ์ปรปักษ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
ต่อสู้คดีอ้างครอบครองปรปักษ์แต่ขาดเจตนาเป็นเจ้าของ10 ปี
การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะไม่ได้ภาระจำยอม
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
ครอบครองที่ดินมรดกตกทอดหาใช่การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้อื่นไม่
นับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี -ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
คลองสาธารณะไม่ได้ใช้สัญจรไม่ทำให้สิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะได้
การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์กระทบสิทธิครอบครอง
อุทิศที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างถนนสาธารณะแล้วจะขอเรียกคืน
ทายาททำหนังสือยินยอมให้ใช้ทางไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม
เจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ออกเอกสารสิทธิทับที่ดินมีโฉนดอ้างครอบครองปรปักษ์
ฟ้องขอให้เปิดทางจำแต่เจ้าของที่ดินแปลงอื่นตกลงจดภาระจำยอมให้
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ทางออกมีที่ดินสูงชันขวางอยู่ขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ค่าทดแทนการใช้ทางเดือนละเท่าไหร่เหมาะสม
ใช้ทางโดยสำคัญผิดว่าทางนั้นอยู่ในที่ดินของตนกว่า10 ปีได้ภาระจำยอม
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เป็นทางจำเป็น ศาลอุทธรณ์ให้จดภาระจำยอม
มีทางออกสู่ทางสาธารณะอื่นทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว