ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย

บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก, สิทธิรับบำเหน็จตกทอดของคู่สมรส, การหย่าตามคำพิพากษาถึงที่สุด, สมรสซ้อนตามกฎหมายแพ่ง, ดอกเบี้ยผิดนัดของหน่วยงานรัฐ, หนี้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่ง, สิทธิผู้มีส่วนได้เสียบำเหน็จตกทอด, การจดทะเบียนหย่าไม่สมบูรณ์, บำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กรมบัญชีกลางปฏิเสธการจ่าย, ฟ้องเรียกบำเหน็จตกทอด, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาบำเหน็จ, สิทธิภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย, ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่ง, การผิดนัดชำระหนี้เงิน,

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถานะทางกฎหมายของ “บำเหน็จตกทอด” ว่าเป็นทรัพย์ประเภทใด มีลักษณะเป็นมรดกหรือไม่ ตลอดจนการกำหนดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะของคู่สมรสซึ่งต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย

คดีนี้ยังมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐในการวินิจฉัยสิทธิให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันสมควร เมื่อมีการทวงถามสิทธิในการรับบำเหน็จตกทอด รวมถึงผลทางกฎหมายของการปฏิเสธการจ่ายเงิน ซึ่งนำไปสู่ความรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายแพ่ง

คำพิพากษานี้จึงเป็นแนววินิจฉัยสำคัญที่วางหลักไว้ชัดเจนทั้งในมิติของกฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายบำเหน็จบำนาญ และหลักหนี้เงินของหน่วยงานรัฐ อันมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติอย่างกว้างขวาง

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์อ้างตนเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประกาย โดยได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2517 ต่อมานายประกายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์ร่วมกับบุตรของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดก

ก่อนหน้าการสมรสดังกล่าว นายประกายเคยจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 และได้ฟ้องหย่าต่อศาลจังหวัดกระบี่ ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้หย่ากันเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2517 อย่างไรก็ดี คู่กรณีมิได้ไปจดทะเบียนหย่าต่อนายทะเบียนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

ภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 1 เพื่อขอรับบำเหน็จตกทอด แต่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายโดยอ้างว่ามีบุคคลอ้างสิทธิเป็นภริยาของผู้ตายสองราย คือ โจทก์และจำเลยที่ 2 และยังไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าผู้ใดมีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดตามกฎหมาย

โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องเรียกเงินบำเหน็จตกทอดพร้อมดอกเบี้ย โดยกล่าวอ้างว่าการปฏิเสธการจ่ายของจำเลยที่ 1 ทำให้ตนได้รับความเสียหาย และขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิด

ประเด็นคำวินิจฉัยของศาล

คดีนี้มีประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยหลายประการ ได้แก่

ประการแรก บำเหน็จตกทอดมีสถานะเป็น “ทรัพย์มรดก” หรือไม่ และอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายมรดกหรือกฎหมายเฉพาะ

ประการที่สอง ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะของคู่สมรส โดยเฉพาะกรณีที่มีคำพิพากษาหย่าตามยอม แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า

ประการที่สาม หน่วยงานของรัฐผู้มีหน้าที่จ่ายบำเหน็จตกทอดมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยสิทธิและจ่ายเงินภายในระยะเวลาใด และการปฏิเสธการจ่ายก่อให้เกิดภาวะผิดนัดหรือไม่

ประการสุดท้าย หากถือว่าหน่วยงานของรัฐตกเป็นผู้ผิดนัด ต้องรับผิดในเรื่องดอกเบี้ยตั้งแต่เวลาใด และใช้อัตราดอกเบี้ยเท่าใดตามกฎหมาย

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่ศาลนำมาปรับใช้

ศาลฎีกาวางหลักชัดเจนว่า “บำเหน็จตกทอด” มิใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตาย แต่เป็นสิทธิที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้จ่ายแก่ผู้มีส่วนได้เสียตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ดังนั้น การพิจารณาสิทธิในบำเหน็จตกทอดจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติว่าด้วยการแบ่งมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ในประเด็นสถานะของคู่สมรส ศาลฎีกาได้อธิบายผลของการหย่าตามคำพิพากษาตามยอมว่า การหย่ามีผลตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1531 วรรคสอง และไม่จำเป็นต้องให้คู่สมรสไปจดทะเบียนหย่าต่อหน้านายทะเบียนอีก หากผู้มีส่วนได้เสียยื่นสำเนาคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วให้นายทะเบียนบันทึกการหย่า

เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้หย่ากับผู้ตายตามคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนการสมรสกับโจทก์ การสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายจึงไม่เป็นสมรสซ้อน และโจทก์ย่อมมีสถานะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

ในส่วนหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องทวงถามสิทธิในการรับบำเหน็จตกทอด หน่วยงานของรัฐย่อมมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันสมควร การอ้างเหตุว่ามีข้อพิพาทระหว่างผู้ยื่นคำร้องไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อเพิกเฉยหรือชะลอการใช้ดุลพินิจโดยไม่มีกำหนด

เมื่อจำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายบำเหน็จตกทอด ย่อมถือว่าตกเป็นลูกหนี้เงินตามกฎหมายแพ่ง และหากไม่ชำระภายในกำหนด ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด

การวินิจฉัยเรื่องดอกเบี้ยและผลทางกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นหน่วยงานของรัฐ และมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์โดยตรงในทางสัญญา แต่เมื่อกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ต้องจ่ายเงินแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ความรับผิดดังกล่าวมีลักษณะเป็น “หนี้เงิน”

เมื่อเกิดการผิดนัด ย่อมต้องรับผิดในดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

ในคดีนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายเมื่อใด ศาลจึงถือเอาวันฟ้องเป็นวันที่เริ่มนับดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียและเป็นไปตามหลักความเป็นธรรมในทางกฎหมาย

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บำเหน็จตกทอดมิใช่มรดก แต่เป็นสิทธิที่กฎหมายเฉพาะกำหนดให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อปรากฏว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายบำเหน็จตกทอดแก่โจทก์ การปฏิเสธการจ่ายเป็นการผิดนัด ต้องรับผิดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นพ้องว่าการหย่าตามคำพิพากษาถึงที่สุดมีผลตามกฎหมายแล้ว และการไม่จดทะเบียนหย่าไม่ทำให้การหย่านั้นเป็นโมฆะ จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจอ้างเหตุพิพาทเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดได้

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยสิทธิให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร เมื่อปฏิเสธการจ่ายย่อมตกเป็นผู้ผิดนัด และต้องรับผิดในดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย 

คดีนี้เป็นคำพิพากษาที่วางหลักกฎหมายสำคัญอย่างชัดเจนว่า “บำเหน็จตกทอด” เป็นสิทธิที่เกิดจากกฎหมายเฉพาะ มิใช่ทรัพย์มรดก และไม่อยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยการจัดการมรดกหรือการแบ่งทรัพย์มรดก

ศาลฎีกาได้ตอกย้ำหลักว่าการหย่าตามคำพิพากษาถึงที่สุดมีผลผูกพันทางกฎหมายทันที แม้จะยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนหย่าต่อนายทะเบียน การไม่จดทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนทางปกครอง มิใช่องค์ประกอบแห่งผลของการหย่า

ในด้านหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ คำพิพากษานี้วางแนวว่าหน่วยงานของรัฐไม่อาจใช้ข้อพิพาทระหว่างเอกชนเป็นเหตุชะลอการใช้ดุลพินิจหรือปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีกำหนด การเพิกเฉยหรือปฏิเสธการจ่ายเมื่อมีการทวงถาม ถือเป็นการผิดนัดในหนี้เงิน และก่อให้เกิดความรับผิดในดอกเบี้ยเช่นเดียวกับลูกหนี้ทั่วไป

คำพิพากษานี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกฎหมายครอบครัว กฎหมายบำเหน็จบำนาญ และกฎหมายหนี้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

บำเหน็จตกทอดถือเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

คำตอบ

ไม่ถือเป็นทรัพย์มรดก บำเหน็จตกทอดเป็นสิทธิที่เกิดจากกฎหมายเฉพาะ และจ่ายให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตามที่กฎหมายกำหนด ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายมรดก

2. คำถาม

การหย่าตามคำพิพากษาแต่ยังไม่จดทะเบียนหย่ามีผลหรือไม่

คำตอบ

มีผลตามกฎหมายตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด การจดทะเบียนหย่าเป็นเพียงขั้นตอนทางทะเบียน มิใช่องค์ประกอบของการหย่า

3. คำถาม

หน่วยงานของรัฐสามารถระงับการจ่ายบำเหน็จตกทอดเพราะมีข้อพิพาทได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องวินิจฉัยสิทธิและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร การเพิกเฉยถือเป็นการผิดหน้าที่

4. คำถาม

หากหน่วยงานรัฐปฏิเสธการจ่ายบำเหน็จตกทอด ต้องรับผิดดอกเบี้ยหรือไม่

คำตอบ

ต้องรับผิด เนื่องจากเป็นหนี้เงินตามกฎหมายแพ่ง และต้องชำระดอกเบี้ยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันผิดนัด

      ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1125/2544 

บำเหน็จตกทอดของ ป. ผู้ตายมิใช่มรดก และกฎหมายมิได้บังคับให้กรมบัญชีกลางจำเลยต้องจ่ายแก่ผู้มีส่วนได้เสียในทันทีที่ ป. ตาย แต่จะต้องจ่ายเมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียทวงถาม โจทก์และจำเลยที่ 2 ยื่นเรื่องราวขอรับบำเหน็จตกทอดของ ป. ต่อจำเลยที่ 1 ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นภริยาของ ป.โดยโจทก์อ้างว่าจดทะเบียนสมรสกับ ป. เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2517ส่วนจำเลยที่ 2 อ้างว่า หย่ากับ ป. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมในปี 2516 แต่ยังมิได้ไปจดทะเบียนหย่า เช่นนี้ จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยให้เสร็จไปภายในเวลาอันสมควรว่าจะจ่ายบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์หรือจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่าย แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าปฏิเสธการจ่ายเมื่อใด จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดตั้งแต่วันฟ้องต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาของนายประกาย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2517 นายประกายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์และบุตรของนายประกายเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนหน้านั้นนายประกายเคยจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 2 และได้ฟ้องหย่าต่อศาลจังหวัดกระบี่ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้หย่ากันเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2517 แต่ยังมิได้ไปจดทะเบียนหย่า

ภายหลังโจทก์ยื่นคำร้องขอรับบำเหน็จตกทอดจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายโดยอ้างว่านายประกายมีภริยา 2 คน เนื่องจากการหย่ายังไม่ได้จดทะเบียน และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคัดค้าน ทำให้โจทก์ไม่ได้รับบำเหน็จตกทอดจำนวน 284,452 บาท จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยที่ 1 ให้การว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับนายประกายเป็นสมรสซ้อน เนื่องจากยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับจำเลยที่ 2 และโจทก์ไม่มีคำพิพากษายืนยันสิทธิในการรับบำเหน็จตกทอด จึงยังไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย ส่วนดอกเบี้ยหากต้องรับผิดก็เพียงร้อยละ 7.4 ต่อปี

จำเลยที่ 2 ให้การว่าการหย่าตามคำพิพากษาตามยอมยังไม่สมบูรณ์เพราะไม่ได้จดทะเบียนหย่า การสมรสภายหลังจึงเป็นโมฆะ และบำเหน็จตกทอดไม่ใช่ทรัพย์มรดก ต้องพิจารณาสิทธิตามกฎหมายเฉพาะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 223,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บำเหน็จตกทอดมิใช่มรดก และกฎหมายมิได้บังคับให้จ่ายทันทีเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย แต่ต้องจ่ายเมื่อมีผู้มีส่วนได้เสียทวงถาม เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างยื่นขอรับบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยสิทธิให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร การหย่าตามคำพิพากษาตามยอมมีผลตั้งแต่คำพิพากษาถึงที่สุด แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า การที่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธการจ่ายจึงเป็นการผิดนัด และต้องชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

พิพากษายืน




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง