ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม

1.โลโก้สำนักงานทนายความพีศิริ oโลโก้สำนักงานทนายความพีศิริ ทนายความ นนทบุรี ให้คำปรึกษากฎหมายมรดก พินัยกรรม และคดีศาลฎีกา 2.ภาพทนายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ (ภาพบุคคลที่อยู่ด้านขวาในหัวบทความ) oภาพทนายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญคดีมรดกและพินัยกรรม คำพิพากษาศาลฎีกา 4044/2567 3.หัวข้อบทความคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567 (ตัวหนังสือสีเขียว) oคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย" 4.ข้อความสรุปบทความเบื้องต้น (ย่อหน้าแรกสีดำ-เขียว) oสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา 4044/2567 เกี่ยวกับพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657 และการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของพินัยกรรมที่มีทั้งข้อความพิมพ์และข้อความที่ผู้ตายเขียนเอง โดยศาลวินิจฉัยว่าพินัยกรรมดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657 แม้จะมีข้อความบางส่วนเป็นตัวพิมพ์ก็ตาม ขณะเดียวกันยังมีประเด็นการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยศาลฎีกาเห็นสมควรให้แต่งตั้งทายาทร่วมกันจัดการมรดก เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปอย่างชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเท็จจริงของคดี

นายวิชัย (ผู้ตาย) ถึงแก่ความตายเมื่อปี 2564

ผู้ร้อง (บุตร) ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดก โดยอ้างว่าผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้คัดค้าน (บุตรอีกคน) ยื่นคำร้องว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ (เอกสารหมาย ค.4) ซึ่งระบุการแบ่งทรัพย์สินชัดเจน และขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาว่าเอกสารหมาย ค.4 เป็นโมฆะ

ผู้คัดค้านฎีกา

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1. ประเด็นพินัยกรรม

o ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พินัยกรรมเอกสารหมาย ค.4 แม้มีข้อความบางส่วนเป็นตัวพิมพ์ แต่สาระสำคัญทั้งหมด เช่น วัน เดือน ปี การแบ่งทรัพย์สิน และลายมือชื่อ ล้วนเขียนด้วยลายมือผู้ตายเอง

o จึงเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646, 1647 และ 1657

o ความเห็นศาลอุทธรณ์ที่ว่าเป็นโมฆะนั้นไม่ชอบ

2. ประเด็นผู้จัดการมรดก

o แม้ผู้คัดค้านฎีกาในประเด็นถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณา (มาตรา 225, 252)

o แต่เพื่อความเป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรแต่งตั้ง ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง

o ทั้งสองจึงมีสิทธิและหน้าที่จัดการทรัพย์สินร่วมกัน

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

1. ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเอง

หลักกฎหมาย: มาตรา 1657 วรรคหนึ่ง กำหนดให้พินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือผู้ทำทั้งฉบับ พร้อมวัน เดือน ปี และลงชื่อ

ข้อถกเถียง: หากมีข้อความพิมพ์ประกอบ จะทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะหรือไม่

การวินิจฉัย: ศาลฎีกาเห็นว่า หากสาระสำคัญที่แสดงเจตนาทั้งหมดเป็นลายมือผู้ทำ ย่อมถือเป็นพินัยกรรมสมบูรณ์ แม้มีข้อความพิมพ์เป็นเพียงกรอบหรือแบบฟอร์ม

2. สิทธิการจัดการมรดกและการแต่งตั้งผู้จัดการร่วม

หลักกฎหมาย: มาตรา 1718 กำหนดบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก

การตีความ: เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างเป็นทายาทโดยธรรม และไม่ได้เป็นบุคคลต้องห้าม ศาลย่อมมีอำนาจแต่งตั้งทั้งสองร่วมกันเพื่อความโปร่งใส

ผลทางคดี: ศาลฎีกาพิพากษาแก้ โดยตั้งทั้งสองฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

ข้อคิดทางกฎหมาย

1. พินัยกรรมที่มีข้อความพิมพ์ประกอบ ไม่ทำให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะ หากเนื้อหาสำคัญทั้งหมดเขียนด้วยลายมือผู้ทำ

2. ศาลสามารถแต่งตั้ง ผู้จัดการมรดกร่วม ได้ในกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่างทายาท เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่าย

3. การยื่นคำร้องหรืออุทธรณ์ในคดีมรดก ต้องระมัดระวังเรื่อง ข้อห้ามฎีกา มิฉะนั้นศาลฎีกาจะไม่วินิจฉัย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า เอกสารที่มีข้อความพิมพ์บางส่วนแต่มีสาระสำคัญเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรม จะถือเป็น “พินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับ” ตามกฎหมายหรือไม่ และมีผลอย่างไรต่อการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้พินัยกรรมจะมีข้อความพิมพ์ประกอบ แต่หากสาระสำคัญเกี่ยวกับเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สิน วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ เป็นลายมือของผู้ทำพินัยกรรม ก็ยังถือเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตามกฎหมายได้

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 มาตรา 1647 และมาตรา 1657 ซึ่งกำหนดลักษณะของพินัยกรรมและเงื่อนไขของพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับ รวมทั้งมาตรา 1718 เกี่ยวกับบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. พินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับ (ป.พ.พ. มาตรา 1657)

แก่นของคดีอยู่ที่การตีความว่าพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือผู้ทำพินัยกรรมทั้งฉบับหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้เอกสารจะมีข้อความพิมพ์บางส่วน แต่หากสาระสำคัญที่แสดงเจตนาจัดการทรัพย์สินหลังความตายเป็นลายมือผู้ทำพินัยกรรมทั้งหมด ก็ยังถือเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

2. เจตนากำหนดการเผื่อตายในทรัพย์สินของผู้ตาย (ป.พ.พ. มาตรา 1646 และ 1647)

พินัยกรรมต้องเป็นคำสั่งสุดท้ายของผู้ตายเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินเมื่อถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเอกสารพิพาทมีลักษณะเป็นคำสั่งสุดท้ายของผู้ตายที่กำหนดการแบ่งทรัพย์มรดกอย่างชัดเจน จึงมีผลบังคับตามกฎหมาย และสามารถใช้เป็นหลักในการจัดการมรดกได้

IRAC Analysis

Issue (ประเด็นปัญหา)

พินัยกรรมที่มีทั้งข้อความพิมพ์และเขียนด้วยลายมือ ถือเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองที่สมบูรณ์หรือไม่

ผู้คัดค้านมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องหรือไม่

Rule (กฎเกณฑ์กฎหมาย)

ป.พ.พ. มาตรา 1646, 1647: พินัยกรรมคือคำสั่งสุดท้ายของผู้ตาย มีผลเมื่อถึงแก่ความตาย

ป.พ.พ. มาตรา 1657: พินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเอง ต้องเขียนทั้งฉบับด้วยลายมือ พร้อมวัน เดือน ปี และลายมือชื่อ

ป.พ.พ. มาตรา 1718: บุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก

ป.วิ.พ. มาตรา 225, 252: กำหนดข้อห้ามฎีกา หากไม่อุทธรณ์ไว้ก่อน

Application (การประยุกต์ใช้)

พินัยกรรม ค.4 มีสาระสำคัญทั้งหมดเขียนด้วยลายมือผู้ตาย จึงสมบูรณ์ตามมาตรา 1657 แม้มีข้อความพิมพ์บางส่วน

ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นทายาทโดยธรรม และไม่เป็นบุคคลต้องห้าม จึงควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

Conclusion (ข้อสรุป)

พินัยกรรมเอกสารหมาย ค.4 เป็นพินัยกรรมสมบูรณ์

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1.คำถาม: พินัยกรรมที่มีข้อความพิมพ์เป็นแบบฟอร์ม แต่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดทรัพย์สินและลงลายมือชื่อด้วยตนเอง ยังถือว่าเป็นพินัยกรรมที่ใช้บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่

คำตอบ: หากสาระสำคัญ เช่น วัน เดือน ปี และการกำหนดทรัพย์สินเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมทั้งหมด ย่อมถือเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับและมีผลบังคับตามกฎหมาย

2.คำถาม: หากพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือผู้ตายเกือบทั้งหมด แต่มีข้อความพิมพ์บางส่วนในเอกสาร จะทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะตามกฎหมายมรดกหรือไม่

คำตอบ: ไม่จำเป็นต้องเป็นโมฆะ หากข้อความพิมพ์เป็นเพียงแบบฟอร์มหรือส่วนประกอบ แต่สาระสำคัญของพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือผู้ทำพินัยกรรม ก็ยังถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย

3. คำถาม: เมื่อพินัยกรรมไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้จัดการมรดก ทายาทสามารถขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันได้หรือไม่

คำตอบ: หากทายาทมีคุณสมบัติครบและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งตั้งทายาทมากกว่าหนึ่งคนเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันได้เพื่อให้การจัดการทรัพย์มรดกเป็นธรรม

4.คำถาม: หากศาลชั้นต้นตั้งบุคคลหนึ่งเป็นผู้จัดการมรดก แต่ต่อมาพบว่ามีพินัยกรรมจริง ทายาทคนอื่นสามารถขอให้ศาลพิจารณาเรื่องการจัดการมรดกใหม่ได้หรือไม่

คำตอบ: เมื่อปรากฏพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปตามเจตนาของผู้ตาย

English Summary 

The Supreme Court Decision No. 4044/2024 concerns the validity of a handwritten will that also contained printed sections. The Court ruled that as long as the essential content—date, property distribution, and signature—was written entirely by the testator, the will is valid under Sections 1646, 1647, and 1657 of the Civil and Commercial Code. Furthermore, the Court appointed both heirs as co-administrators of the estate, ensuring fairness in the management of the inheritance.

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567

แม้เอกสารหมาย ค.4 จะมีข้อความบางตอนเป็นตัวพิมพ์ โดยตอนบนตรงกลางมีหัวข้อพิมพ์ว่า หนังสือพินัยกรรม จากนั้นมีการพิมพ์ตัวหนังสือแล้วเว้นช่องว่างให้ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือกรอกข้อความเกี่ยวกับสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม และความประสงค์ในการจัดการทรัพย์สิน ซึ่งตามเอกสารปรากฏว่าผู้ตายได้เขียนรายละเอียดดังกล่าวด้วยลายมือ จากนั้นตอนท้ายมีข้อความพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์สรุปได้ว่า ผู้ตายได้พิมพ์ข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ โดยได้อ่านเข้าใจข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ทั้งหมดเห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ โดยไม่มีผู้ใดข่มขู่ จึงได้เขียนข้อความที่เป็นตัวกลางลงในหนังสือพินัยกรรมฉบับนี้ด้วยตนเองขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ผู้ตายสมัครใจทำหนังสือนี้เอง ปราศจากบุคคลอื่นใดข่มขู่ หรือทำโดยสำคัญผิด หรือถูกฉ้อฉลแต่อย่างใด โดยได้ทำหนังสือพินัยกรรมนี้ขึ้นไว้ 4 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันและเก็บรักษาไว้ที่ผู้คัดค้าน และมีลายมือชื่อผู้ตายลงไว้ในช่องที่พิมพ์ว่า ผู้ทำพินัยกรรม และผู้พิมพ์/ผู้เขียน เอกสารหมาย ค.4 จึงมีลักษณะเป็นคำสั่งสุดท้ายที่ผู้ตายแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตาย ในเรื่องทรัพย์สินของตนไว้โดยต้องการยกให้แก่บุคคลต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ อันจะเกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646 และ 1647 จึงเป็นพินัยกรรมและเข้าลักษณะเป็นพินัยกรรม แบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657

ฎีกาย่อ

คดีเริ่มจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายวิชัย โดยผู้ร้องอ้างว่าผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ต่อมาผู้คัดค้านซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายยื่นคำร้องว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้แล้ว และขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกพร้อมตั้งผู้คัดค้านแทน แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้คัดค้านจึงฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารพินัยกรรมหมาย ค.4 แม้มีข้อความบางส่วนเป็นตัวพิมพ์ แต่สาระสำคัญเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และการจัดการทรัพย์สินผู้ตายได้เขียนด้วยลายมือทั้งหมด จึงถือเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646 มาตรา 1647 และมาตรา 1657 ศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าเป็นโมฆะจึงไม่ถูกต้อง

ส่วนคำขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นประเด็นที่ไม่ได้ยกขึ้นอุทธรณ์มาก่อน จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 และ 252 อย่างไรก็ตาม เมื่อพินัยกรรมไม่ได้ระบุผู้จัดการมรดก และผู้ร้องกับผู้คัดค้านต่างเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง และให้มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายร่วมกัน 

ฎีกาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายวิชัย ผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า นายวิชัย ผู้ตาย เป็นบิดาของผู้คัดค้าน ก่อนถึงแก่ความตายผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องจัดการทรัพย์มรดกโดยมิได้ทำตามพินัยกรรม ถือว่าจัดการมรดกฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้ามรดกและเป็นที่เสียหายแก่ผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก รวมทั้งให้ผู้ร้องส่งมอบทรัพย์มรดกเข้ามาในกองมรดกเพื่อผู้คัดค้านจะได้รวบรวมแบ่งทรัพย์มรดกแก่ทายาทตามพินัยกรรม และกำจัดผู้ร้องจากการเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย

ผู้ร้องไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำคัดค้าน (ที่ถูก คำร้อง) ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิชัย ผู้ตาย ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 วันที่ 25 สิงหาคม 2564 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกโดยอ้างว่าผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จากนั้นผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกดำเนินการรวบรวมทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาท ตามคำแถลงรายงานการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 4 เมษายน 2565 ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก โดยให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน กับให้กำจัดมิให้ผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกมีว่า พินัยกรรมเอกสารหมาย ค.4 ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมดังกล่าวยกทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 และ 1647 สาระสำคัญของพินัยกรรมคือคำสั่งครั้งสุดท้ายของผู้ตายเกี่ยวกับกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในเรื่องอื่นที่จะให้เกิดผลบังคับเมื่อตนตาย โดยมาตรา 1657 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า พินัยกรรมนั้น จะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน ซึ่งเมื่อพิจารณาเอกสารหมาย ค.4 แม้จะมีข้อความบางตอนเป็นตัวพิมพ์ โดยตอนบนตรงกลางมีหัวข้อพิมพ์ว่าหนังสือพินัยกรรม จากนั้นมีการพิมพ์ตัวหนังสือแล้วเว้นช่องว่างให้ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือกรอกข้อความเกี่ยวกับสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม และความประสงค์ในการจัดการทรัพย์สิน ซึ่งตามเอกสารปรากฏว่าผู้ตายได้เขียนด้วยลายมือระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมรายละเอียดเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินที่ต้องจัดการเมื่อตนถึงแก่ความตาย ทั้งมีการเขียนด้วยลายมือเดียวกันระบุว่าให้แบ่งปันทรัพย์สินรายการใดหรือสิทธิที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องจากความตายให้แก่ผู้ใด ความยาวประมาณเกือบ 3 หน้ากระดาษ จากนั้นตอนท้ายมีข้อความพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์สรุปได้ว่า ผู้ตายได้พิมพ์ข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ โดยได้อ่านเข้าใจข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ทั้งหมดเห็นว่าถูกต้องตามเจตนาทุกประการ โดยไม่มีผู้ใดข่มขู่ จึงได้เขียนข้อความที่เป็นตัวกลางลงในหนังสือพินัยกรรมฉบับนี้ด้วยตนเองขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ผู้ตายสมัครใจทำหนังสือนี้เอง ปราศจากบุคคลอื่นใดข่มขู่ หรือทำโดยสำคัญผิด หรือถูกฉ้อฉลแต่อย่างใด โดยได้ทำหนังสือพินัยกรรมนี้ขึ้นไว้ 4 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันและเก็บรักษาไว้ที่ผู้คัดค้าน และมีลายมือชื่อผู้ตายลงไว้ในช่องที่พิมพ์ว่า ผู้ทำพินัยกรรม และผู้พิมพ์/ผู้เขียน เอกสารหมาย ค.4 มีลักษณะเป็นคำสั่งสุดท้ายที่ผู้ตายแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนไว้โดยต้องการยกให้แก่บุคคลต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ อันจะเกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายตามมาตรา 1646 และ 1647 จึงเป็นพินัยกรรมและเข้าลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบเอกสารเขียนเองทั้งฉบับตามมาตรา 1657 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่าเอกสารหมาย ค.4 ตกเป็นโมฆะนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น

ส่วนปัญหาที่ผู้คัดค้านฎีกาขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและกำจัดผู้ร้องจากการเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายนั้น เห็นว่า ผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบ มาตรา 252 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า ในพินัยกรรมไม่ได้ระบุให้ผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ย่อมเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม ผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 จึงเห็นสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางมณีพร ผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกของนายวิชัย ผู้ตาย ร่วมกับนายวิวัฒน์ ผู้ร้อง ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย article
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว article
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก