ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลเพียงใด ผู้รับพินัยกรรมขายทรัพย์ได้หรือไม่ตามหลักกฎหมายมรดกและสิทธิในทรัพย์สิน

พินัยกรรมกำหนดห้ามโอนทรัพย์มีผลหรือไม่ กฎหมายมรดกสิทธิผู้รับพินัยกรรม การจำหน่ายทรัพย์มรดกตามกฎหมายแพ่ง ข้อกำหนดห้ามขายในพินัยกรรมบังคับได้หรือไม่ มาตรา1700วรรคสามตีความอย่างไร สิทธิของผู้รับมรดกในการโอนทรัพย์ การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายทรัพย์มรดก หลักกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดก ข้อจำกัดสิทธิในทรัพย์สินตามพินัยกรรม แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องพินัยกรรมห้ามโอน สิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์มรดก ผลของข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ไม่ชัดเจน 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ห้ามมิให้ผู้รับประโยชน์โอนทรัพย์มรดก โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ข้อกำหนดห้ามโอนดังกล่าวมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ และผู้รับพินัยกรรมยังคงมีสิทธิจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้เพียงใด ภายใต้หลักกรรมสิทธิ์และข้อจำกัดแห่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพินัยกรรมมิได้กำหนดบุคคลที่จะได้รับทรัพย์ต่อไปในกรณีมีการฝ่าฝืนข้อห้าม ศาลจึงต้องวินิจฉัยถึงผลทางกฎหมายของข้อกำหนดดังกล่าว รวมถึงสิทธิของผู้รับมรดกในการโอนทรัพย์สิน และสิทธิของบุคคลอื่นในการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่เกิดขึ้น

ข้อเท็จจริง

   เจ้ามรดกมีบุตรกับภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และต่อมาอยู่กินกับโจทก์และมีบุตรร่วมกันอีก ต่อมาทรัพย์สินที่ดินบางแปลงได้โอนให้จำเลยที่ 2 ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมกำหนดให้ทรัพย์สินบางส่วนตกแก่จำเลยที่ 2 โดยมีข้อกำหนดห้ามขาย และให้บุคคลอื่นมีสิทธิอยู่อาศัย ต่อมาผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์ตามพินัยกรรมให้จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้ขายทรัพย์ดังกล่าวให้บุคคลภายนอก

ประเด็นข้อกฎหมายและคำวินิจฉัย

   ประเด็นสำคัญคือ ข้อกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลผูกพันหรือไม่ และการขายทรัพย์โดยผู้รับพินัยกรรมเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดจนต้องเพิกถอนหรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่า แม้พินัยกรรมจะกำหนดห้ามโอน แต่เมื่อไม่ได้กำหนดบุคคลที่จะได้รับทรัพย์ต่อไปในกรณีฝ่าฝืน ข้อกำหนดดังกล่าวตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย ส่งผลให้ผู้รับพินัยกรรมมีสิทธิจำหน่ายทรัพย์ได้โดยชอบ

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

   หลักสำคัญอยู่ที่การคุ้มครองสิทธิกรรมสิทธิ์ของผู้รับมรดก ซึ่งกฎหมายยอมรับให้เจ้าของทรัพย์มีอำนาจใช้สอย จำหน่าย และโอนทรัพย์ได้อย่างเสรี เว้นแต่จะมีข้อจำกัดตามกฎหมายที่ชัดเจน การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมจึงต้องมีเงื่อนไขครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นจะเป็นเพียงความประสงค์เชิงศีลธรรมของผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น

เจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวคำพิพากษา

   กฎหมายมีเจตนารมณ์ไม่ให้มีการจำกัดสิทธิในทรัพย์สินเกินสมควร และต้องป้องกันความไม่แน่นอนในสิทธิของบุคคล การกำหนดห้ามโอนโดยไม่มีผู้รับสิทธิแทนจึงไม่อาจใช้บังคับได้ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสอดคล้องกันว่า ข้อกำหนดเช่นนี้ต้องตีความอย่างเคร่งครัด และหากไม่ครบองค์ประกอบให้ถือว่าไม่มีผล

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิในทรัพย์และการขายให้บุคคลภายนอกไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

2 ศาลอุทธรณ์

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่าข้อกำหนดห้ามโอนไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย เนื่องจากไม่กำหนดผู้รับสิทธิแทน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

3 ศาลฎีกา

พิพากษายืน โดยยืนยันว่าข้อกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายเป็นอันไม่มีผล ผู้รับพินัยกรรมจึงมีสิทธิโอนทรัพย์ได้ และโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่จำกัดสิทธิของผู้รับมรดกต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะไม่มีผลบังคับ การตีความต้องคำนึงถึงหลักกรรมสิทธิ์และความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์ การกำหนดห้ามโอนโดยไม่มีผู้รับสิทธิแทนถือเป็นการจำกัดสิทธิเกินสมควรและขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความข้อกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าจะมีผลผูกพันหรือไม่เมื่อไม่ได้กำหนดบุคคลผู้รับสิทธิแทน

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1 ข้อกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรม

เป็นเงื่อนไขที่ผู้ทำพินัยกรรมกำหนดเพื่อจำกัดสิทธิผู้รับมรดก แต่ต้องมีองค์ประกอบครบตามกฎหมาย มิฉะนั้นไม่มีผลบังคับ

2 การกำหนดผู้รับสิทธิแทน

เป็นเงื่อนไขสำคัญตามกฎหมาย หากไม่มีการระบุผู้รับสิทธิในกรณีฝ่าฝืน ข้อกำหนดห้ามโอนจะตกเป็นโมฆะทันที

คำถามที่พบบ่อย FAQ

1 คำถาม ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ห้ามผู้รับมรดกโอนหรือขายทรัพย์สินมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่

คำตอบ ข้อกำหนดห้ามโอนทรัพย์สินในพินัยกรรมจะมีผลผูกพันตามกฎหมายได้ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด กล่าวคือ ต้องมีการกำหนดบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมให้เป็นผู้รับทรัพย์สินนั้นต่อไปอย่างเด็ดขาดในกรณีที่มีการฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามโอน หากพินัยกรรมกำหนดเพียงห้ามโอนแต่ไม่ได้ระบุบุคคลดังกล่าว ข้อกำหนดนั้นย่อมไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการจำกัดสิทธิในกรรมสิทธิ์ของผู้รับมรดกโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ศาลฎีกาวางหลักไว้ชัดเจนว่าการจำกัดสิทธิของเจ้าของทรัพย์ต้องตีความโดยเคร่งครัด และหากไม่ครบองค์ประกอบก็ไม่อาจใช้บังคับได้ ผู้รับพินัยกรรมจึงยังคงมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ได้ตามปกติ 

2 คำถาม หากผู้รับพินัยกรรมฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามโอนแล้วทำการขายทรัพย์ให้บุคคลภายนอก การซื้อขายนั้นเป็นโมฆะหรือไม่

คำตอบ การซื้อขายทรัพย์สินโดยผู้รับพินัยกรรมที่มีข้อกำหนดห้ามโอนจะเป็นโมฆะหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าข้อกำหนดห้ามโอนนั้นมีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่ หากข้อกำหนดดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่ได้ระบุผู้รับสิทธิแทนในกรณีฝ่าฝืน ข้อกำหนดนั้นย่อมตกเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น และไม่มีผลจำกัดสิทธิของผู้รับพินัยกรรม ดังนั้นการซื้อขายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจึงเป็นนิติกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายและมีผลสมบูรณ์ ไม่อาจเพิกถอนเพียงเพราะฝ่าฝืนเจตนาของผู้ทำพินัยกรรม อย่างไรก็ตาม หากข้อกำหนดห้ามโอนมีผลสมบูรณ์ การโอนทรัพย์อาจก่อให้เกิดผลตามที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม เช่น ทรัพย์ตกแก่บุคคลที่กำหนดไว้แทน แต่ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดดังกล่าว ศาลจะถือว่าข้อกำหนดห้ามโอนนั้นไม่มีผลบังคับ

3 คำถาม ผู้จัดการมรดกมีอำนาจโอนทรัพย์สินตามพินัยกรรมให้ผู้รับประโยชน์ได้หรือไม่

คำตอบ ผู้จัดการมรดกมีอำนาจหน้าที่ในการจัดการทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามพินัยกรรมและกฎหมาย โดยรวมถึงการโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม ทั้งนี้อำนาจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายและคำสั่งศาลที่แต่งตั้ง หากพินัยกรรมมีข้อกำหนดห้ามโอน ผู้จัดการมรดกต้องพิจารณาว่าข้อกำหนดดังกล่าวมีผลตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่มีผลบังคับ ผู้จัดการมรดกย่อมสามารถดำเนินการโอนทรัพย์ให้ผู้รับมรดกได้โดยชอบ และเมื่อโอนแล้ว ผู้รับมรดกย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์และสามารถใช้สิทธิในทรัพย์ได้อย่างเต็มที่ การโอนทรัพย์โดยผู้จัดการมรดกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้สิทธิในทรัพย์ตกแก่ผู้รับประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย 

4 คำถาม ผู้ที่ไม่ได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมสามารถฟ้องเพิกถอนการขายทรัพย์ของผู้รับพินัยกรรมได้หรือไม่

คำตอบ บุคคลที่ไม่ได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมจะมีสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการขายทรัพย์ของผู้รับพินัยกรรมได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวมีสิทธิหรือส่วนได้เสียในทรัพย์นั้นหรือไม่ หากไม่มีสิทธิในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้รับพินัยกรรมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โดยสมบูรณ์แล้ว การจำหน่ายทรัพย์ย่อมเป็นสิทธิของเจ้าของ และบุคคลภายนอกไม่อาจเข้ามาแทรกแซงได้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการโอนทรัพย์เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น เป็นโมฆะหรือเกิดจากการฉ้อฉล ดังนั้นการฟ้องเพิกถอนต้องตั้งอยู่บนฐานสิทธิที่ชัดเจน มิใช่เพียงความไม่พอใจในผลของพินัยกรรม 

5 คำถาม การตีความพินัยกรรมควรยึดตามตัวอักษรหรือเจตนาของผู้ทำพินัยกรรมเป็นหลัก

คำตอบ การตีความพินัยกรรมตามกฎหมายไทยต้องคำนึงถึงเจตนาที่แท้จริงของผู้ทำพินัยกรรมเป็นสำคัญ แต่ต้องไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายที่เป็นข้อบังคับ การใช้ถ้อยคำในพินัยกรรมเป็นเพียงเครื่องมือแสดงเจตนา ศาลจึงต้องพิจารณาทั้งข้อความในพินัยกรรมและพฤติการณ์แวดล้อมประกอบกัน อย่างไรก็ตาม หากเจตนาดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย เช่น การกำหนดห้ามโอนโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ศาลไม่อาจบังคับตามเจตนานั้นได้ เนื่องจากกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความมั่นคงแห่งสิทธิในทรัพย์สินและป้องกันการจำกัดสิทธิของบุคคลโดยไม่ชอบ ดังนั้นการตีความต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายควบคู่กับการพิจารณาเจตนา 

6 คำถาม ผู้รับพินัยกรรมได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเมื่อใด

คำตอบ ผู้รับพินัยกรรมจะได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายและมีการโอนทรัพย์ตามกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การดำเนินการโดยผู้จัดการมรดกหรือการจดทะเบียนโอนในกรณีอสังหาริมทรัพย์ เมื่อการโอนเสร็จสมบูรณ์ ผู้รับพินัยกรรมย่อมมีสถานะเป็นเจ้าของทรัพย์โดยสมบูรณ์ และมีสิทธิใช้สอย จำหน่าย และจัดการทรัพย์ได้ตามกฎหมาย เว้นแต่จะมีข้อจำกัดที่ชอบด้วยกฎหมายกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง การได้รับกรรมสิทธิ์จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สิทธิในทรัพย์ย้ายจากกองมรดกไปสู่ผู้รับพินัยกรรม และมีผลผูกพันต่อบุคคลภายนอกอย่างสมบูรณ์ 

7 คำถาม การกำหนดให้ผู้อื่นมีสิทธิอยู่อาศัยในทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร

คำตอบ การกำหนดให้บุคคลอื่นมีสิทธิอยู่อาศัยในทรัพย์มรดกเป็นการสร้างสิทธิส่วนบุคคลหรือภาระจำกัดการใช้ทรัพย์ ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีลักษณะเป็นสิทธิทางทรัพย์สินตามกฎหมายหรือเป็นเพียงการแสดงเจตนาเชิงคุณธรรม หากมิได้จัดตั้งสิทธิอย่างชัดเจนตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด เช่น สิทธิอาศัยหรือภาระจำยอม ข้อกำหนดดังกล่าวอาจไม่มีผลผูกพันต่อผู้รับพินัยกรรมในทางกฎหมาย และผู้รับมรดกยังคงมีสิทธิใช้ทรัพย์ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ศาลอาจพิจารณาเจตนาเพื่อประกอบการตีความ แต่จะไม่ถึงขั้นจำกัดสิทธิกรรมสิทธิ์ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน 

8 คำถาม หลักกฎหมายเกี่ยวกับข้อกำหนดห้ามโอนมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

คำตอบ หลักกฎหมายเกี่ยวกับข้อกำหนดห้ามโอนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าของทรัพย์กับความประสงค์ของผู้โอนหรือผู้ทำพินัยกรรม โดยกฎหมายอนุญาตให้กำหนดเงื่อนไขห้ามโอนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ป้องกันไม่ให้เกิดการจำกัดสิทธิในทรัพย์สินเกินสมควร การกำหนดให้ต้องมีผู้รับสิทธิแทนในกรณีฝ่าฝืน เป็นกลไกที่ทำให้ข้อกำหนดมีความแน่นอนและสามารถบังคับใช้ได้จริง หากไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว ข้อกำหนดจะถูกตัดทิ้งเพื่อคุ้มครองความมั่นคงแห่งนิติสัมพันธ์และสิทธิของบุคคลในระบบกฎหมาย การบัญญัติดังกล่าวสะท้อนถึงหลักเสรีภาพในกรรมสิทธิ์และความจำเป็นในการกำหนดข้อจำกัดอย่างเหมาะสม 

อธิบายหลักกฎหมาย

ปพพ มาตรา 1696

บทบัญญัตินี้กำหนดหลักทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการมรดกและสิทธิของทายาท โดยวางหลักว่าเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นกองมรดก และทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมมีสิทธิร่วมกันในทรัพย์นั้นจนกว่าจะมีการแบ่งปันหรือโอนสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลักการสำคัญคือการคุ้มครองสิทธิของทายาททุกฝ่ายให้ได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม และป้องกันมิให้บุคคลใดใช้อำนาจจัดการทรัพย์เกินขอบเขต นอกจากนี้ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องความเป็นเจ้าของร่วมในระหว่างที่ยังไม่มีการแบ่งทรัพย์ ซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ต้องจัดการทรัพย์อย่างระมัดระวังและสุจริต การตีความมาตรานี้จึงมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าใครมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดก และเมื่อใดสิทธิในทรัพย์จะตกแก่บุคคลใดโดยสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นฐานในการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการโอนทรัพย์หรือการใช้สิทธิของทายาท

ปพพ มาตรา 1700

มาตรานี้เป็นบทบัญญัติสำคัญเกี่ยวกับข้อกำหนดห้ามโอนทรัพย์ในนิติกรรมหรือพินัยกรรม โดยกำหนดว่าการห้ามโอนสามารถทำได้ แต่ต้องมีการกำหนดบุคคลซึ่งจะได้รับทรัพย์ต่อไปในกรณีมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดนั้น หากไม่มีการกำหนดบุคคลดังกล่าว ข้อกำหนดห้ามโอนจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการจำกัดสิทธิในกรรมสิทธิ์โดยไม่มีกำหนดและไม่มีความแน่นอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในระบบทรัพย์สิน กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมีโครงสร้างสิทธิที่ชัดเจนและสามารถบังคับได้จริง การตีความมาตรานี้จึงต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างครบถ้วน และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเสรีภาพในการใช้สิทธิของเจ้าของทรัพย์เป็นหลัก

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2559  

จำเลยที่ 2 เป็นบุตร ส. เจ้ามรดก กับ ย. ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ต่อมาเจ้ามรดกอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์มีบุตรด้วยกันอีก 3 คน เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 468 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นของเจ้ามรดกส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ซึ่งอยู่ติดต่อกันเป็นของ น. ต่อมาวันที่ 13 สิงหาคม 2524 น. จดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่ ย. ภายหลังจาก ย. ถึงแก่ความตาย เจ้ามรดกจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินดังกล่าว สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 468 และบ้านเลขที่ 113 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว เจ้ามรดกจดทะเบียนยกให้จำเลยที่ 2 ต่อมาวันที่ 20 กันยายน 2545 เจ้ามรดกทำพินัยกรรมโดยมีเจตนาระบุเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้ในพินัยกรรมว่า ที่ดินและบ้านเลขที่ 113 มอบให้จำเลยที่ 2 ครอบครองเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน เหลน น้อง ๆ มีสิทธิมาพักเสมือนมีพ่ออยู่ (ห้ามขายมรดกชิ้นนี้) ส่วนทรัพย์อื่น ๆ ยกให้โจทก์ จำเลยที่ 2 และบุตรของเจ้ามรดกซึ่งเกิดกับโจทก์อีก 3 คน และให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นน้องชายเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2546 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ให้จำเลยที่ 2 ตามข้อกำหนดในพินัยกรรม เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 จำเลยที่ 2 จดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 468 พร้อมบ้านเลขที่ 113 และที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ให้แก่จำเลยที่ 3 การที่เจ้ามรดกทำหนังสือสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 468 และสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 113 แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2529 ก่อนที่เจ้ามรดกจะถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 468 พร้อมบ้านเลขที่ 113 นับแต่ได้รับการยกให้ เจ้ามรดกจึงไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าวนับแต่ยกให้จำเลยที่ 2 เจ้ามรดกจึงไม่มีสิทธินำที่ดินโฉนดเลขที่ 468 พร้อมบ้านเลขที่ 113 ซึ่งเป็นของผู้อื่นไปทำพินัยกรรมยกให้แก่ผู้ใดได้อีก ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ระบุว่า ยกบ้านเลขที่ 113 ให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่แล้วจึงไม่อาจบังคับได้ ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 แม้ตามพินัยกรรมจะมีข้อกำหนดห้ามจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมโอนทรัพย์สินนั้น แต่ก็ไม่ได้กำหนดให้มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดนอกจากผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมที่จะให้เป็นผู้รับทรัพย์สินนั้นต่อไปอย่างเด็ดขาด กรณีจึงต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1700 วรรคสาม ที่ให้ถือว่าข้อกำหนดห้ามโอนนั้นเป็นอันไม่มีเลย ดังนั้น เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ จำเลยที่ 2 จึงมีสิทธิโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 และบ้านเลขที่ 113 ตามฟ้อง

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 113 ถนนรัฐคำนึง ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา คืนให้แก่จำเลยที่ 2 หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติโดยที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุตรนายสุรเทพ เจ้ามรดก กับนางสุนีย์ ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่ความตายไปก่อนเจ้ามรดกแล้ว ต่อมาตั้งแต่ปี 2522 นายสุรเทพอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์และมีบุตรด้วยกันอีก 3 คน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 นายสุรเทพถึงแก่ความตาย ก่อนถึงแก่ความตายนายสุรเทพทำพินัยกรรม ซึ่งระบุให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 468 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เจ้ามรดกและนายนิตย์ ร่วมกันซื้อจากนายอุดร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2513 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2514 เจ้ามรดกและนายนิตย์ตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าว โดยเจ้ามรดกยังคงมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนที่เหลือตามโฉนดเลขที่ 468 ส่วนนายนิตย์ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ได้รับส่วนแบ่งไปตามที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ต่อมาวันที่ 13 สิงหาคม 2524 นายนิตย์จดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นางสุนีย์ ภายหลังจากนางสุนีย์ถึงแก่ความตาย เจ้ามรดกจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2537 สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 468 และบ้านเลขที่ 113 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าวเจ้ามรดกจดทะเบียนยกให้จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2529 ต่อมาวันที่ 20 กันยายน 2545 เจ้ามรดกทำพินัยกรรมตามสำเนาพินัยกรรมโดยมีเจตนาระบุทรัพย์สินไว้ในพินัยกรรมว่า บ้านและที่ดินเลขที่ 113 ถนนรัฐคำนึง ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา มอบให้จำเลยที่ 2 ครอบครองเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน เหลน น้อง ๆ มีสิทธิมาพักเสมือนมีพ่ออยู่ (ห้ามขายมรดกชิ้นนี้) ส่วนทรัพย์อื่น ๆ ของเจ้ามรดกยกให้โจทก์ จำเลยที่ 2 และบุตรของนายสุรเทพซึ่งเกิดกับโจทก์อีก 3 คน และระบุให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นน้องชายเจ้ามรดกเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ภายหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2546 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ตามสำเนาโฉนดที่ดิน ให้แก่จำเลยที่ 2 ตามข้อกำหนดในพินัยกรรม และเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 จำเลยที่ 2 จดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 468 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคือบ้านเลขที่ 113 ถนนรัฐคำนึง ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา และที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ให้แก่จำเลยที่ 3 ตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามจะต้องร่วมกันโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา และบ้านเลขที่ 113 ถนนรัฐคำนึง ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ให้กลับเป็นของจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1700 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในหมวดนี้ บุคคลจะจำหน่ายทรัพย์สินใด ๆ โดยนิติกรรมที่มีผลในระหว่างมีชีวิต หรือเมื่อตายแล้ว โดยมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้รับประโยชน์โอนทรัพย์สินนั้นก็ได้ แต่ต้องมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งนอกจากผู้รับประโยชน์กำหนดไว้ สำหรับเป็นผู้จะได้รับทรัพย์สินนั้นเป็นสิทธิเด็ดขาด ในเมื่อมีการละเมิดข้อกำหนดห้ามโอน และบัญญัติไว้ในวรรคสามอีกว่า ถ้ามิได้กำหนดบุคคลที่จะเป็นผู้รับทรัพย์สินในเมื่อมีการละเมิดข้อกำหนดห้ามโอนไว้ ให้ถือว่าข้อกำหนดห้ามโอนนั้นเป็นอันไม่มีเลย ตามพินัยกรรมแม้จะมีข้อกำหนดห้ามจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมขายทรัพย์มรดก โดยระบุให้เป็นมรดกตกทอดถึงลูก หลาน และให้พี่น้องซึ่งเป็นทายาทอื่นมีสิทธิอาศัยได้เสมือนตอนที่เจ้ามรดกยังมีชีวิต ซึ่งเป็นการที่เจ้ามรดกเขียนพินัยกรรมแสดงความห่วงใยและต้องการให้บุตรหลานมีความรักใคร่กลมเกลียวพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันภายหลังจากที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย โดยขณะทำพินัยกรรมข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยังเป็นโสดหรือสมรสแล้วและมีบุตรหรือไม่ ส่วนคำว่าพี่น้องให้มีสิทธิอาศัยได้นั้นตามเจตนาของเจ้ามรดกน่าเชื่อว่าหมายถึงบุตรของเจ้ามรดกอีก 3 คน ที่เกิดกับโจทก์ ซึ่งเจ้ามรดกก็ไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าหากจำเลยที่ 2 ฝ่าฝืนข้อกำหนดในพินัยกรรมโดยการโอนขายที่ดินพิพาทเจ้ามรดกก็ไม่ได้กำหนดทายาทที่เจตนามอบหมายให้ทรัพย์ส่วนดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่บุตรอีก 3 คน ที่เกิดกับโจทก์แต่อย่างใด คงระบุให้เพียงมีสิทธิอาศัยเท่านั้น ดังนั้น ตามพินัยกรรมที่เจ้ามรดกมีข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้รับประโยชน์โอนทรัพย์สินแต่ก็ไม่ได้กำหนดให้มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดนอกจากผู้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมที่จะให้เป็นผู้รับทรัพย์สินนั้นต่อไปอย่างเด็ดขาด กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1700 วรรคสาม ที่ให้ถือว่าข้อกำหนดห้ามโอนนั้นเป็นอันไม่มีเลย เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 ให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ จำเลยที่ 2 จึงมีสิทธิโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7890 และบ้านเลขที่ 113 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

พินัยกรรมห้ามขายมรดก ผู้รับมรดกยังขายได้จริงหรือไม่ คดีนี้ศาลวินิจฉัยว่า แม้พินัยกรรมจะกำหนดห้ามผู้รับมรดกโอนทรัพย์ แต่หากไม่ได้กำหนดบุคคลที่จะรับทรัพย์ต่อไปในกรณีฝ่าฝืน ข้อกำหนดดังกล่าวย่อมไม่มีผลตามกฎหมาย ผู้รับพินัยกรรมจึงยังคงมีสิทธิจำหน่ายทรัพย์ได้ตามหลักกรรมสิทธิ์ รวมทั้งในกรณีที่ทรัพย์บางส่วนถูกยกให้ก่อนเสียชีวิตแล้ว เจ้าของเดิมย่อมไม่มีสิทธินำไปกำหนดในพินัยกรรมอีก ดังนั้นการขายทรัพย์ให้บุคคลภายนอกจึงเป็นการกระทำโดยชอบ และไม่อาจเพิกถอนได้




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิรับเงินฝากและหุ้นในสหกรณ์เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมภายหลัง หนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ยังมีผลอยู่หรือไม่ และฟ้องได้หรือไม่
พินัยกรรมไม่กำหนดผู้รับมรดกเป็นโมฆะหรือไม่ และผู้จัดการมรดกยังมีอำนาจหรือไม่
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
การถอนผู้จัดการมรดกทำได้หรือไม่เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว และทรัพย์ของกุศลสถานถือเป็นมรดกได้หรือไม่
พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมมีลายมือชื่อและลายนิ้วมือถูกต้องหรือไม่ ทายาทโต้แย้งได้แค่ไหน และความรับผิดผู้จัดการมรดกตกทอดหรือไม่ article
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร? ฟ้องแบ่งมรดก ศาลตัดสินเกินคำขอได้หรือไม่ และสิทธิทายาทโดยธรรมยังคงอยู่หรือไม่เมื่อมีคำสั่งเดิมผูกพันคดี
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ