ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก

อายุความการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก, ผู้จัดการมรดกละเลยหน้าที่ตามกฎหมาย, การฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์มรดก, สิทธิของทายาทในการฟ้องคดีมรดก, การสิ้นสุดการจัดการมรดกตามกฎหมาย, คดีพิพาททรัพย์มรดกที่ดิน, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีมรดก, การสืบสิทธิทายาทในคดีแพ่ง, การนับอายุความคดีมรดก, ผลของอายุความต่อการเพิกถอนการโอน, กฎหมายเรื่องมรดก, การจัดการมรดกโดยมิชอบ, คดีเพิกถอนนิติกรรมในกองมรดก, อายุความห้าปีคดีมรดก,

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก การกล่าวอ้างว่าผู้จัดการมรดกละเลยและไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และการใช้สิทธิของทายาทในการขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์มรดก โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การนับอายุความการฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะสำหรับคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ทายาทพึงตระหนักเมื่อปล่อยให้การจัดการมรดกดำเนินไปเป็นระยะเวลายาวนานโดยไม่ใช้สิทธิทางศาล แม้จะมีข้อกล่าวหาว่าผู้จัดการมรดกได้จัดการทรัพย์มรดกโดยไม่แบ่งปันให้แก่ทายาทอย่างถูกต้องก็ตาม ศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงขอบเขตสิทธิของทายาทในการสืบสิทธิฟ้องคดีแทนผู้ตาย ความหมายของการสิ้นสุดการจัดการมรดก และผลของการขาดอายุความต่อการฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์มรดกในภายหลัง

บทความนี้จะอธิบายข้อเท็จจริงของคดีอย่างละเอียด วิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลทุกชั้น พร้อมทั้งถอดหลักกฎหมาย เจตนารมณ์ของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงผลทางกฎหมายของการฟ้องคดีมรดกที่เกินกำหนดอายุความ และใช้เป็นแนวทางในการวางแผนหรือป้องกันข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกในทางปฏิบัติ

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์ทั้งห้า ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานของนายบุญรัตน์ ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทจำนวนสี่แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างบางส่วน เป็นทรัพย์สินในกองมรดกของนายณรงค์ ผู้ตาย และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการตายของเจ้ามรดก โดยอ้างว่าผู้จัดการมรดกคือ นางทองม้วน ได้ละเลยและไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดสรรทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทอย่างถูกต้อง

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายณรงค์ถึงแก่ความตายเมื่อปี พ.ศ. 2524 ศาลมีคำสั่งตั้งนางทองม้วนเป็นผู้จัดการมรดก และภายหลังได้มีการออกเอกสารสิทธิในที่ดินหลายแปลงจากที่ดินซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นทรัพย์มรดก ต่อมานางทองม้วนได้แบ่งโอน จำหน่าย และจัดการที่ดินดังกล่าวในลักษณะต่าง ๆ รวมถึงโอนให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรของนายบุญรัตน์

นายบุญรัตน์ซึ่งเป็นทายาทโดยตรงของนายณรงค์ถึงแก่ความตายภายหลัง โดยในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ มิได้มีการฟ้องร้องหรือคัดค้านการจัดการมรดกของนางทองม้วนแต่อย่างใด จนกระทั่งโจทก์ทั้งห้า ซึ่งเป็นบุตรของนายบุญรัตน์ นำคดีมาฟ้องต่อศาลในปี พ.ศ. 2562 เพื่อขอให้ศาลรับรองสิทธิในทรัพย์มรดกและเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินทั้งหมด

คำวินิจฉัยของศาลโดยแยกประเด็น

ประเด็นแรก ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในการพิจารณาที่ดินพิพาทบางแปลง โดยเห็นว่าคดีนี้เป็นการฟ้องรวมของโจทก์ทั้งห้าในฐานะทายาท ซึ่งต่างใช้สิทธิของตนเฉพาะส่วน แม้จะมีการโต้แย้งเรื่องการคำนวณทุนทรัพย์ แต่เมื่อจำเลยอุทธรณ์เพื่อขอให้ยกฟ้องทั้งหมด ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยครอบคลุมทรัพย์พิพาททุกแปลงตามฟ้อง

ประเด็นที่สอง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคดี คือเรื่องอายุความการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลเหตุแห่งคดีเกิดจากการกล่าวอ้างว่าผู้จัดการมรดกละเลยและไม่ปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 คดีจึงเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกโดยแท้

เมื่อเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ย่อมต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติเฉพาะเรื่องอายุความตามมาตรา 1733 วรรคสอง ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ศาลฎีกาพิจารณาพฤติการณ์โดยรวม เห็นว่าการจัดการมรดกได้สิ้นสุดลงแล้วเป็นเวลานาน เนื่องจากทรัพย์มรดกทั้งหมดได้ถูกจัดการ โอน และจำหน่ายไปครบถ้วน โดยไม่มีทรัพย์เหลืออยู่ในกองมรดกให้จัดการอีก

ศาลยังให้ความสำคัญกับพฤติการณ์ของนายบุญรัตน์ ซึ่งในขณะมีชีวิตอยู่ทราบดีถึงการจัดการมรดกของนางทองม้วน แต่กลับไม่ใช้สิทธิฟ้องร้องหรือคัดค้านใด ๆ เป็นระยะเวลายาวนาน จนถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นข้อบ่งชี้สำคัญว่ามีการยินยอม หรืออย่างน้อยเป็นการปล่อยปละละเลยโดยรู้เห็น ซึ่งย่อมมีผลต่อการนับอายุความ

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่ศาลนำมาปรับใช้

ศาลฎีกานำหลักกฎหมายเรื่องหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1719 มาเป็นฐานในการจำแนกประเภทของคดี โดยชี้ชัดว่าหากการฟ้องตั้งอยู่บนข้อกล่าวหาว่าผู้จัดการมรดกละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีดังกล่าวย่อมเป็น “คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก” ไม่ว่าคำขอท้ายฟ้องจะเรียกร้องให้เพิกถอนนิติกรรมหรือขอรับรองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกก็ตาม

เมื่อคดีเข้าลักษณะดังกล่าว บทบัญญัติเรื่องอายุความตามมาตรา 1733 วรรคสอง ย่อมเป็นกฎหมายพิเศษที่ต้องนำมาบังคับใช้แทนบททั่วไปเกี่ยวกับอายุความคดีแพ่ง หลักนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการจำกัดสิทธิของทายาทในการฟ้องคดี โดยคำนึงถึงความมั่นคงแน่นอนของการจัดการทรัพย์มรดกในระยะยาว

นอกจากนี้ ศาลยังใช้หลักการพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อม เช่น ความรู้และการยอมรับโดยปริยายของทายาท การปล่อยให้เวลาล่วงเลยเป็นเวลานาน และการที่ผู้มีสิทธิไม่แสดงการคัดค้านใด ๆ เพื่อประกอบการวินิจฉัยว่า การจัดการมรดกได้สิ้นสุดลงแล้ว และสิทธิฟ้องได้ขาดอายุความไปแล้ว

เจตนารมณ์ของบทบัญญัติและแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

บทบัญญัติมาตรา 1733 วรรคสอง มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันมิให้ข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกยืดเยื้อไม่สิ้นสุด และเพื่อคุ้มครองความมั่นคงในการถือครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกภายหลังการจัดการเสร็จสิ้นแล้ว หากเปิดโอกาสให้ทายาทฟ้องคดีได้โดยไม่จำกัดเวลา ย่อมกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความแน่นอนทางกฎหมาย

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้สอดคล้องกับแนววินิจฉัยเดิมที่ถือว่า การฟ้องคดีอันมีมูลเหตุมาจากการกระทำหรือการละเลยของผู้จัดการมรดก ต้องถูกจำกัดด้วยอายุความพิเศษตามกฎหมาย และเมื่ออายุความขาดแล้ว ไม่อาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่เกิดจากการจัดการมรดกนั้นได้อีก แม้จะอ้างว่าเป็นการโอนโดยไม่ชอบก็ตาม

หลักการดังกล่าวตอกย้ำแนวคิดสำคัญว่า สิทธิของทายาทไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ตลอดไป หากไม่ใช้สิทธิภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ย่อมต้องรับผลแห่งการขาดอายุความโดยเด็ดขาด

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นทรัพย์สินในกองมรดกของเจ้ามรดก และเห็นว่าการโอนทรัพย์ที่เกิดขึ้นภายหลังเป็นการจัดการมรดกโดยมิชอบ จึงให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนและให้โจทก์ทั้งห้ามีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์พิพาทตามส่วน

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ โดยวินิจฉัยว่าคดีเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งขาดอายุความตามกฎหมาย จึงให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด

3. ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการฟ้องคดีของโจทก์ทั้งห้าเป็นการฟ้องเกี่ยวกับการจัดการมรดก และได้ฟ้องเกินกำหนดอายุความห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมหรือเรียกร้องทรัพย์มรดกอีกต่อไป

สรุปข้อคิดทางกฎหมายจากคำพิพากษา

คำพิพากษานี้วางหลักกฎหมายสำคัญว่า การพิจารณาว่าคดีใดเป็น “คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก” ต้องพิจารณาจากมูลเหตุแห่งการฟ้องเป็นสำคัญ มิใช่เพียงถ้อยคำในคำขอท้ายฟ้อง หากการฟ้องตั้งอยู่บนข้อกล่าวหาว่าผู้จัดการมรดกละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีดังกล่าวย่อมอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติว่าด้วยอายุความเฉพาะตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ศาลย้ำว่าบทบัญญัติอายุความตามกฎหมายมรดกมีลักษณะเป็นกฎหมายพิเศษ มีเจตนารมณ์เพื่อสร้างความมั่นคงแน่นอนให้แก่การจัดการทรัพย์มรดกและความสงบเรียบร้อยในการถือครองทรัพย์สินในระยะยาว ทายาทจึงต้องใช้สิทธิภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นย่อมต้องรับผลแห่งการขาดอายุความโดยเด็ดขาด แม้จะอ้างว่าการโอนทรัพย์เป็นการกระทำโดยไม่ชอบก็ตาม

คดีนี้ยังสะท้อนหลักสำคัญว่าการนิ่งเฉย ปล่อยปละละเลย หรือการรู้เห็นยินยอมโดยปริยายของทายาทในช่วงเวลาที่ยาวนาน อาจถูกนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยถึงการสิ้นสุดการจัดการมรดก และส่งผลโดยตรงต่อสิทธิในการฟ้องคดีในภายหลัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

การฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีอายุความกี่ปี

คำตอบ

กฎหมายกำหนดให้อายุความการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีระยะเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง หากฟ้องเกินกำหนดดังกล่าว ศาลต้องยกฟ้อง

2. คำถาม

ฟ้องขอเพิกถอนการโอนที่ดินมรดก ยังถือเป็นคดีจัดการมรดกหรือไม่

คำตอบ

หากมูลเหตุแห่งการฟ้องเกิดจากการกล่าวอ้างว่าผู้จัดการมรดกละเลยหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การฟ้องเพิกถอนการโอนย่อมถือเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก และอยู่ภายใต้อายุความพิเศษตามกฎหมาย

3. คำถาม

การที่ทายาทไม่คัดค้านการจัดการมรดกเป็นเวลานาน มีผลทางกฎหมายอย่างไร

คำตอบ

การปล่อยปละละเลยหรือไม่ใช้สิทธิของทายาทเป็นเวลานาน อาจถูกศาลพิจารณาว่าเป็นการรู้เห็นยินยอมหรือเป็นพฤติการณ์สนับสนุนว่าการจัดการมรดกได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งมีผลต่อการนับอายุความ

4. คำถาม

เมื่อคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกขาดอายุความแล้ว ยังฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้หรือไม่

คำตอบ

เมื่ออายุความขาดแล้ว ทายาทไม่อาจฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมที่เกิดจากการจัดการมรดกนั้นได้อีก แม้จะอ้างว่าการโอนทรัพย์เป็นการกระทำโดยไม่ชอบก็ตาม

      ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2566

โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้ที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงรวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินพิพาท 2 แปลง เป็นทรัพย์สินในกองมรดกของ ณ. เจ้ามรดก และเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาททั้งหมดรวมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งห้า โดยบรรยายฟ้องว่าโจทก์แต่ละคนรวมทั้งจำเลยที่ 1 ต่างได้รับมรดกดังกล่าวคนละส่วนเท่า ๆ กัน รวม 6 ส่วน คิดเป็นเงินรวม 398,200 บาท จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินพิพาททั้งหมดรวมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดก แม้โจทก์ทั้งห้าฟ้องรวมกันมา ก็ต้องถือทุนทรัพย์ที่ดินทั้งสี่ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะของตน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ต้องคิดแยกทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนมีสิทธิได้รับ มิใช่กรณีนำเฉพาะราคาที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 27623 มาคิดแยกรายแปลงเป็นทุนทรัพย์ของโจทก์ทั้งห้า

มูลเหตุที่โจทก์ทั้งห้าอ้างนำคดีนี้มาฟ้องเกิดจากการที่ ท. ผู้จัดการมรดกละเลยและไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดก โดยไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ บ. ทายาทอย่างถูกต้อง อันเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ของผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 เมื่อ ท. และ บ. ถึงแก่ความตายก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์ทั้งห้าในฐานะผู้สืบสันดานของ บ. จึงสืบสิทธิของ บ. มาฟ้องคดีนี้ ซึ่งเป็นการฟ้องเกี่ยวกับการจัดการมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง ได้บัญญัติเรื่องอายุความในการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกไว้โดยเฉพาะว่า ห้ามมิให้ทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง จำเลยที่ 1 เป็นผู้สืบสิทธิของ บ. เช่นเดียวกับโจทก์ทั้งห้า ถือว่าเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาท ดังนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมใช้สิทธิของ บ. ยกอายุความห้าปีตามบทบัญญัติดังกล่าวขึ้นต่อสู้โจทก์ทั้งห้าได้ โจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีนี้เกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง คดีโจทก์ทั้งห้าจึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง

โจทก์ทั้งห้าฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 27567, 27623, 3591 และ 3592 พร้อมห้องแถวไม้ 2 ชั้น 2 คูหา เลขที่ 218 และ 219 เป็นทรัพย์สินในกองมรดกของนายณรงค์ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งห้าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมคนละ 1 ใน 6 ส่วน หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นทรัพย์มรดกของนายณรงค์ ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน และให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งห้าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยที่ 1 ในทรัพย์พิพาทตามส่วน พร้อมกำหนดให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณาในศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์ที่ 5 ถึงแก่ความตาย บุตรยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนและศาลอนุญาต ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งห้า โจทก์ทั้งห้าฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า นายณรงค์กับนางทองม้วนเป็นสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรคือ นายบุญรัตน์ ซึ่งนายณรงค์อุปการะเลี้ยงดูและแสดงออกว่าเป็นบุตร โจทก์ทั้งห้าและจำเลยที่ 1 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายบุญรัตน์ นายณรงค์ถึงแก่ความตายเมื่อปี 2524 ศาลมีคำสั่งตั้งนางทองม้วนเป็นผู้จัดการมรดก และต่อมาได้มีการออกเอกสารสิทธิ แบ่งแยก และโอนที่ดินหลายแปลง รวมถึงที่ดินซึ่งมีห้องแถวปลูกสร้างอยู่ นางทองม้วนและนายบุญรัตน์ถึงแก่ความตายภายหลัง

ประเด็นแรก ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีอำนาจวินิจฉัยคดีในส่วนที่ดินพิพาททั้งหมด เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องทั้งคดี การคิดทุนทรัพย์จึงไม่อาจแยกพิจารณาเฉพาะบางแปลงได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ประเด็นสำคัญคือเรื่องอายุความ ศาลเห็นว่ามูลเหตุแห่งคดีเกิดจากการกล่าวอ้างว่าผู้จัดการมรดกละเลยและไม่ปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 ซึ่งต้องอยู่ภายใต้อายุความเฉพาะตามมาตรา 1733 วรรคสอง กำหนดให้ฟ้องได้ไม่เกินห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง

จากพยานหลักฐานปรากฏว่า นายบุญรัตน์ทราบถึงทรัพย์มรดกและการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นอย่างดี แต่กลับปล่อยปละละเลยไม่ใช้สิทธิฟ้องร้องเป็นเวลานาน ทั้งยังมีพฤติการณ์ที่แสดงถึงการรู้เห็นยินยอมต่อการจัดการทรัพย์ของนางทองม้วน ศาลจึงเชื่อว่ามีการตกลงกันจริงตามที่จำเลยนำสืบ และถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงเมื่อวันที่มีการจัดการทรัพย์ครั้งสุดท้ายในปี 2532

เมื่อโจทก์ทั้งห้าฟ้องคดีในปี 2562 ซึ่งเกินกำหนดห้าปี คดีจึงขาดอายุความ และเมื่อคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกขาดอายุความแล้ว โจทก์ไม่อาจฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทได้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง