ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2566 เรื่องการตั้งผู้จัดการมรดกร่วม, อำนาจผู้จัดการมรดกเมื่อถึงแก่ความตายตามกฎหมาย, การจัดการมรดกเมื่อผู้จัดการมรดกหลายคนมีความเห็นแตกต่าง, การตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713, ปัญหาการใช้เสียงข้างมากของผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1726, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ติดขัด, หลักเกณฑ์ศาลในการคุ้มครองประโยชน์กองมรดก, การสิ้นสุดอำนาจผู้จัดการมรดกโดยผลของกฎหมาย, คดีศึกษากฎหมายมรดกเชิงลึก,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาการจัดการมรดกในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกร่วมหลายคน และผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ส่งผลให้การจัดการมรดกไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงการสิ้นสุดอำนาจผู้จัดการมรดกโดยผลของกฎหมาย เงื่อนไขการนำบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่มาใช้บังคับ และอำนาจศาลในการตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก โดยมุ่งคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของกองมรดกเป็นสำคัญ

คดีนี้มีคำถามที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. เมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย อำนาจในการจัดการมรดกสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติหรือไม่

2. ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่สามารถจัดการมรดกต่อไปได้ทันทีหรือจำต้องได้รับคำสั่งศาล

3. ศาลมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมได้เพียงใดเมื่อการจัดการมรดกเกิดเหตุขัดข้อง

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกเมื่อมีผู้จัดการมรดกร่วมหลายคน และผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย จนทำให้การจัดการมรดกเกิด “เหตุขัดข้อง” ศาลฎีกาจึงต้องวินิจฉัยว่า ผู้จัดการมรดกที่เหลือจะมีอำนาจจัดการต่อไปอย่างไร และศาลมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดเสียงข้างมากและคุ้มครองประโยชน์กองมรดกได้หรือไม่

มาตรากฎหมายสำคัญที่สุดที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่

ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสอง, ป.พ.พ. มาตรา 1718, ป.พ.พ. มาตรา 1715 วรรคสอง (ประเด็นว่า “ใช้ไม่ได้” ในคดีนี้), ป.พ.พ. มาตรา 1726, และหลักเรื่องอำนาจผู้จัดการมรดกสิ้นสุดเมื่อถึงแก่ความตาย 

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. ป.พ.พ. มาตรา 1713 เหตุขัดข้องในการจัดการมรดก

แก่นของคดีคือ “มีเหตุขัดข้อง” จริงหรือไม่ เพราะถ้ามีเหตุขัดข้อง ศาลย่อมมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดการมรดกเดินหน้าต่อไปและเป็นประโยชน์ต่อกองมรดก

2. ผู้จัดการมรดกร่วมหลายคน ต้องอาศัยเสียงข้างมาก

เมื่อมีผู้จัดการมรดกหลายคน การตัดสินใจต้องเดินด้วยกลไกเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นการจัดการมรดกจะหยุดชะงัก และศาลต้องแก้โครงสร้างให้ “ตัดสินได้จริง”

3. ป.พ.พ. มาตรา 1726 ปัญหาเสียงเท่ากัน และศาลเป็นผู้ชี้ขาด

เมื่อเหลือผู้จัดการมรดก 6 คน มีความเสี่ยงเกิดคะแนนเท่ากันทำให้ไม่มีเสียงชี้ขาด หากเกิดกรณีนี้ต้องใช้มาตรา 1726 ให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องให้ศาลชี้ขาด จึงสะท้อนว่าเป็น “เหตุขัดข้อง” ทางกฎหมายที่สำคัญ

4. ป.พ.พ. มาตรา 1715 วรรคสอง ใช้ไม่ได้เพราะไม่ใช่ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม

ศาลฎีกาชี้ว่า มาตรา 1715 วรรคสองที่ให้ผู้จัดการมรดกที่เหลือจัดการต่อไปนั้น ไม่อาจนำมาใช้กับคดีนี้ เพราะการตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการตั้งโดยศาลในกรณีไม่มีพินัยกรรม และมีคำสั่งศาลกำหนดให้ร่วมกันจัดการตามโครงเดิม

5. ป.พ.พ. มาตรา 1718 คุณสมบัติผู้จัดการมรดก และสิทธิทายาทยื่นคำร้อง

ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมต้องเป็นผู้มีสิทธิยื่นคำร้องตามกฎหมายและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม ศาลฎีกาตรวจคุณสมบัติแล้วเห็นว่าผู้คัดค้านเป็นทายาทโดยธรรมและไม่ต้องห้าม จึงตั้งเป็นผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดเสียงข้างมากและเป็นประโยชน์แก่กองมรดก

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านรวมเจ็ดคนเป็นผู้จัดการมรดกร่วมของเจ้ามรดกซึ่งถึงแก่ความตายโดยไม่มีพินัยกรรม ต่อมาผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้จัดการมรดกที่ถึงแก่ความตายออก และให้ผู้จัดการมรดกที่เหลือจัดการมรดกต่อไป ขณะที่บุตรของผู้จัดการมรดกที่ถึงแก่ความตายยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วมแทน

ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การสิ้นสุดอำนาจผู้จัดการมรดกเมื่อถึงแก่ความตาย การใช้บทบัญญัติมาตรา 1715 วรรคสอง ในกรณีมิใช่การตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม และอำนาจศาลในการตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมตามมาตรา 1713 เมื่อเกิดเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก

หลักกฎหมายเรื่องการสิ้นสุดอำนาจผู้จัดการมรดก

ศาลฎีกาวางหลักชัดเจนว่า เมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย อำนาจในการจัดการมรดกของผู้นั้นย่อมสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ไม่จำต้องมีคำสั่งถอนจากศาล แต่ศาลต้องมีคำสั่งกำหนดอำนาจของผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ให้ชัดแจ้ง

การไม่อาจนำมาตรา 1715 วรรคสอง มาใช้

คดีนี้มิใช่การตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม บทบัญญัติที่ให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่จัดการมรดกต่อไปโดยลำพังจึงไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ การปล่อยให้ผู้จัดการมรดกที่เหลือดำเนินการโดยไม่มีคำสั่งศาลจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งเดิมของศาล

ปัญหาเสียงข้างมากและเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก

เมื่อเหลือผู้จัดการมรดกเพียงหกคน ย่อมเกิดปัญหาการแบ่งเสียงเป็นสองฝ่ายโดยไม่มีเสียงชี้ขาด ศาลฎีกาเห็นว่านี่เป็นเหตุขัดข้องตามมาตรา 1713 และ 1726 ซึ่งทำให้ศาลมีอำนาจเข้ามาแก้ไขเพื่อให้การจัดการมรดกเดินหน้าต่อไปได้

อำนาจศาลในการตั้งผู้จัดการมรดกเพิ่มเติม

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 1718 มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ และการตั้งเพิ่มเติมจะทำให้เกิดเสียงข้างมาก อันเป็นประโยชน์ต่อกองมรดกมากที่สุด

แนวคำพิพากษาที่เป็นบรรทัดฐาน

คำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญว่า ศาลต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการจัดการมรดกเป็นหลัก ไม่ยึดติดกับจำนวนผู้จัดการมรดกเดิม หากพฤติการณ์เปลี่ยนไปจนก่อให้เกิดอุปสรรค ศาลสามารถใช้อำนาจแก้ไขได้เพื่อคุ้มครองกองมรดก

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การจัดการมรดกต้องไม่หยุดชะงักเพราะเหตุทางเทคนิค ผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตายย่อมสิ้นอำนาจทันที และศาลมีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างการจัดการมรดกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของกองมรดกและทายาททุกฝ่าย

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2566

เมื่อผู้คัดค้านที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกคนหนึ่งของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทำให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ 6 คน ไม่อาจจัดการมรดกต่อไปได้ โดยที่ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ทั้ง 6 คน เป็นผู้จัดการมรดก เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลที่ให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งหกร่วมกันจัดการมรดกของผู้ตาย ทั้งกรณีไม่อาจนำ ป.พ.พ. มาตรา 1715 วรรคสอง ที่กำหนดให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่จัดการมรดกต่อไปได้ แต่ไม่อาจจัดการมรดกโดยลำพังมาใช้บังคับกับกรณีการตั้งผู้จัดการมรดกในคดีนี้ได้ เพราะคดีนี้ไม่ใช่การตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม การที่ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตายย่อมทำให้อำนาจในการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกที่ถึงแก่ความตายสิ้นสุดลง โดยไม่จำต้องมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดกที่ถึงแก่ความตายออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก แต่จะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับอำนาจในการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ต่อไป

การที่ผู้คัดค้านที่ 5 ถึงแก่ความตาย ทำให้คงเหลือผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจในการจัดการมรดกเพียง 6 คน ซึ่งมิอาจหาเสียงชี้ขาดได้หากเกิดกรณีที่มีความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่าย และแต่ละฝ่ายมีคะแนนเสียงเท่ากันดังนั้น จึงต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1726 โดยจะต้องให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้เป็นผู้ชี้ขาดต่อไป ทั้งเมื่อบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคสอง กำหนดให้การตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรม ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์ และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดก แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ซึ่งกรณีที่มีผู้จัดการมรดกหลายคน การทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกต้องถือตามเสียงข้างมากตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1726 เมื่อคำนึงถึงเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก การตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายด้วยย่อมทำให้การจัดการมรดกมีเสียงข้างมากซึ่งน่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อกองมรดกของผู้ตาย

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งหกร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายชัย ผู้ตาย ต่อมาผู้คัดค้านที่ 5 ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ถอนออกและให้ผู้จัดการมรดกที่เหลือจัดการมรดกต่อไป ขณะที่นายบัญชาชนะ บุตรของผู้คัดค้านที่ 5 ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้คัดค้านที่ 5 และยกคำร้องของนายบัญชาชนะ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 (1) และไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 1718 จึงมีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 1713 ปัญหาคือมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกหรือไม่ โดยเห็นว่าตลอดเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน ยังไม่สามารถจัดการมรดกได้เนื่องจากความเห็นไม่ตรงกัน อีกทั้งเมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ทำให้เหลือเพียง 6 คน ซึ่งอาจเกิดคะแนนเสียงเท่ากันตามมาตรา 1726 ส่งผลให้ไม่สามารถตัดสินใจได้

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเหตุขัดข้องตามมาตรา 1713 วรรคหนึ่ง (2) และกรณีนี้ไม่อาจนำมาตรา 1715 วรรคสองมาใช้ เนื่องจากมิใช่การตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม จึงสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดเสียงข้างมากและเอื้อต่อการจัดการมรดก

พิพากษาแก้ ให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้จัดการมรดกเดิม และให้มีอำนาจจัดการมรดกต่อไป 

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนผู้จัดการมรดกที่ถึงแก่ความตายออก และยกคำร้องขอแต่งตั้งบุตรของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าไม่มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก

3. ศาลฎีกาพิพากษาแก้ เห็นว่าการจัดการมรดกเกิดเหตุขัดข้องจริง จึงตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมเพิ่มเติม เพื่อให้มีเสียงข้างมากและเป็นประโยชน์ต่อกองมรดก

เรื่อง

เหตุขัดข้องในการจัดการมรดกและอำนาจศาลในการปรับโครงสร้างผู้จัดการมรดกเพื่อคุ้มครองประโยชน์กองมรดก

บทความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักเกี่ยวกับการจัดการมรดกในกรณีมีผู้จัดการมรดกร่วมหลายคนและเกิดเหตุขัดข้องในการจัดการ เป็นแนวคำวินิจฉัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตีความบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีพินัยกรรมและศาลเป็นผู้ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นตามพฤติการณ์แห่งคดี บทความนี้มุ่งวิเคราะห์หลักกฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาอื่นมาอธิบายประกอบ

ประการแรก ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติให้ศาลมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกเมื่อ “ผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการหรือในการแบ่งปันมรดก” แก่นของปัญหาทางกฎหมายจึงอยู่ที่การตีความคำว่า “เหตุขัดข้อง” ว่าครอบคลุมเพียงกรณีที่ไม่สามารถจัดการได้โดยทางกายภาพ หรือรวมถึงกรณีที่โครงสร้างการจัดการมรดกไม่อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่มีผลในทางปฏิบัติด้วย ศาลฎีกาได้ขยายความหมายของเหตุขัดข้องให้ครอบคลุมถึงกรณีที่ผู้จัดการมรดกร่วมมีความเห็นแตกต่างกันอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเริ่มต้นจัดการหรือแบ่งปันทรัพย์มรดกได้จริง แม้ในทางนิตินัยจะยังคงมีผู้จัดการมรดกครบถ้วนก็ตาม แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีที่ถือว่าการคุ้มครองประโยชน์กองมรดกต้องพิจารณาจากสภาพความเป็นจริง มิใช่เพียงรูปแบบทางกฎหมายเท่านั้น

ประการที่สอง เมื่อมีผู้จัดการมรดกร่วมหลายคน หลักทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1726 กำหนดให้การทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องถือตามเสียงข้างมาก หลักเสียงข้างมากจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการมรดก หากโครงสร้างผู้จัดการมรดกไม่เอื้อให้เกิดเสียงข้างมากได้จริง การจัดการมรดกย่อมตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ศาลฎีกาเคยวางแนวไว้ในหลายคดีว่า การจัดการมรดกที่ปล่อยให้ยืดเยื้อโดยไม่มีความคืบหน้า ย่อมกระทบต่อประโยชน์ของกองมรดกและทายาททุกฝ่าย ซึ่งศาลไม่อาจเพิกเฉยได้

ประการที่สาม ปัญหาเสียงเท่ากันตามมาตรา 1726 เป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญในทางปฏิบัติ เมื่อจำนวนผู้จัดการมรดกเหลือเป็นเลขคู่ เช่น 6 คน ย่อมมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดกรณีแบ่งเสียงออกเป็นสองฝ่ายโดยไม่มีเสียงข้างมากชี้ขาด แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดได้ แต่การต้องพึ่งพาศาลในทุกการตัดสินใจสะท้อนถึงความผิดปกติของโครงสร้างการจัดการมรดก และถือเป็นเหตุขัดข้องตามความหมายของมาตรา 1713 ศาลฎีกาจึงมองปัญหานี้ในเชิงโครงสร้าง มิใช่ปัญหาชั่วคราวเฉพาะกรณี

ประการที่สี่ ป.พ.พ. มาตรา 1715 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่จัดการมรดกต่อไปได้ แต่ไม่อาจจัดการโดยลำพัง เป็นบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยชัดเจนว่าไม่อาจนำมาใช้กับกรณีที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรม เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลเดิมที่กำหนดให้จัดการมรดกร่วมกันตามโครงสร้างเฉพาะ แนววินิจฉัยนี้สอดคล้องกับหลักการตีความกฎหมายที่ต้องแยกบทบัญญัติที่มีที่มาและวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกจากกันอย่างเคร่งครัด

ประการที่ห้า ป.พ.พ. มาตรา 1718 ว่าด้วยบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก เป็นบทบัญญัติที่ศาลต้องตรวจสอบควบคู่กับสิทธิในการยื่นคำร้องตามมาตรา 1713 ศาลฎีกาได้วางหลักว่า เมื่อผู้ร้องขอเป็นทายาทโดยธรรมและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายแล้ว ศาลต้องพิจารณาต่อไปว่าการตั้งผู้นั้นเป็นผู้จัดการมรดกจะเป็นประโยชน์ต่อกองมรดกหรือไม่ มิใช่ปฏิเสธเพียงเพราะมีผู้จัดการมรดกอยู่ก่อนแล้ว หากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าการตั้งเพิ่มเติมจะทำให้เกิดเสียงข้างมากและแก้ไขเหตุขัดข้องได้ ศาลย่อมมีอำนาจและหน้าที่ที่จะกระทำเพื่อคุ้มครองประโยชน์กองมรดก

โดยสรุป แนวคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญว่า อำนาจศาลในการจัดการมรดกมิใช่อำนาจเชิงพิธีการ หากแต่เป็นอำนาจเชิงเนื้อหาที่ต้องใช้อย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง การตีความบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้จัดการมรดกต้องมุ่งให้การจัดการกองมรดกสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของกองมรดกและทายาทโดยรวมเป็นสำคัญ

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1.

ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วมหลายคนในคดีที่ไม่มีพินัยกรรม ต่อมาผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย การถึงแก่ความตายดังกล่าวส่งผลต่ออำนาจในการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่เพียงใด ผู้จัดการมรดกที่เหลือสามารถอาศัยบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1715 วรรคสอง จัดการมรดกต่อไปได้โดยลำพังหรือไม่ และศาลจำต้องมีคำสั่งใดเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดการมรดกเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย

ธงคำตอบ

การที่ผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ย่อมทำให้อำนาจในการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกผู้นั้นสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ไม่จำต้องมีคำสั่งถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกก่อน ทั้งนี้เป็นหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยการสิ้นสุดอำนาจหน้าที่ของบุคคลเมื่อถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ดี การสิ้นสุดอำนาจของผู้จัดการมรดกคนหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่มีอำนาจจัดการมรดกต่อไปโดยอัตโนมัติ หากการตั้งผู้จัดการมรดกเดิมเป็นการตั้งโดยศาลในกรณีไม่มีพินัยกรรม และศาลมีคำสั่งกำหนดให้ผู้จัดการมรดกร่วมกันจัดการมรดกตามโครงสร้างเดิม

ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่อาจนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1715 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่จัดการมรดกต่อไปได้แต่ไม่อาจจัดการโดยลำพัง มาใช้บังคับได้ เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งใช้กับกรณีการตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม มิใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรม และมีคำสั่งศาลกำหนดให้จัดการมรดกร่วมกันโดยเฉพาะ

ดังนั้น เมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ศาลจำต้องมีคำสั่งกำหนดอำนาจของผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ให้ชัดแจ้ง มิฉะนั้น การปล่อยให้ผู้จัดการมรดกที่เหลือดำเนินการต่อไปโดยไม่มีคำสั่งศาล ย่อมเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลเดิมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจึงใช้อำนาจพิจารณาและมีคำสั่งกำหนดอำนาจของผู้จัดการมรดกที่เหลือโดยตรงเพื่อให้การจัดการมรดกเป็นไปโดยถูกต้อง

ข้อ 2.

เมื่อการจัดการมรดกมีผู้จัดการมรดกร่วมหลายคน และปรากฏว่าการจัดการมรดกไม่อาจดำเนินไปได้เนื่องจากความเห็นแตกต่างกัน อีกทั้งเมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตายทำให้จำนวนผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ไม่อาจหาเสียงข้างมากชี้ขาดได้ กรณีดังกล่าวถือเป็น “เหตุขัดข้องในการจัดการมรดก” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 หรือไม่ และศาลมีอำนาจตั้งทายาทรายอื่นเป็นผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพียงใด

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวางหลักว่า “เหตุขัดข้องในการจัดการมรดก” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง (2) มิได้จำกัดเฉพาะกรณีที่ผู้จัดการมรดกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางกายภาพเท่านั้น แต่รวมถึงกรณีที่โครงสร้างการจัดการมรดกไม่เอื้อให้การจัดการดำเนินไปได้จริง เช่น ความเห็นแตกแยกของผู้จัดการมรดกหลายฝ่ายจนไม่สามารถเริ่มจัดการหรือแบ่งปันทรัพย์มรดกได้

ในคดีนี้ แม้เดิมจะมีผู้จัดการมรดกร่วมกันถึง 7 คน และโดยหลักสามารถใช้เสียงข้างมากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 เพื่อชี้ขาดได้ แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน นับแต่มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ยังไม่อาจเริ่มจัดการหรือแบ่งปันทรัพย์มรดกได้ เนื่องจากความไม่ร่วมมือและความเห็นแตกต่างกัน เมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ทำให้เหลือผู้จัดการมรดกเพียง 6 คน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดคะแนนเสียงเท่ากันโดยไม่มีเสียงชี้ขาด จนต้องพึ่งพาการร้องต่อศาลทุกครั้งตามมาตรา 1726

ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกอย่างแท้จริง และเมื่อเป็นการตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีไม่มีพินัยกรรม ศาลต้องใช้อำนาจตามมาตรา 1713 วรรคสอง ตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดกเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเพิ่มเติมต้องเป็นบุคคลมีสิทธิยื่นคำร้องและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 1718

เมื่อผู้คัดค้านเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ไม่เป็นบุคคลต้องห้าม และการตั้งเพิ่มเติมจะทำให้การจัดการมรดกมีเสียงข้างมากซึ่งสามารถตัดสินใจได้จริง ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขเหตุขัดข้องและคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของกองมรดกเป็นสำคัญ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย article
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว article
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก