ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกา 2150/2561, สิทธิร้องขอถอนผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727, เงื่อนไขการร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดก, เมื่อใดการปันมรดกถือว่า “เสร็จสิ้น”, กรณีผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกหมด, สถานะผู้คัดค้านผู้จัดการมรดก, แนวคำพิพากษาศาลฎีกา เกี่ยวกับผู้จัดการมรดก, กฎหมายมรดกไทย วิเคราะห์บทบัญญัติ มาตรา 1727, กรณีศึกษาคดีมรดกที่ดิน นครราชสีมา, สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก, ผลของการร้องคำขอเพิกถอนล่าช้า, การแบ่งทรัพย์มรดกแล้วไม่มีทรัพย์เหลือ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการ ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดก ตามบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลได้วินิจฉัยชัดเจนว่า เมื่อข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าผู้จัดการมรดกได้ทำการปันทรัพย์มรดกไปให้แล้วจนไม่มีทรัพย์มรดกหลงเหลือให้จัดการ ถือได้ว่าการจัดการมรดกได้ “เสร็จสิ้น” แล้ว ผู้มีส่วนได้เสียใดจะมายื่นร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดกภายหลังนั้น ย่อมถูกห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว

ข้อเท็จจริง

ผู้ตาย (นายเล็ก) มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินทั้งสิ้น 8 แปลง ได้แก่ เลขโฉนด 74621, 74622, 74623, 74624, 74625, 51895, 6808 และ 13180 อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา. 

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้อง (ซึ่งเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย) เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย. 

ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินทรัพย์มรดกดังกล่าวให้แก่ตนเองและบุตรของตนและบุตรของผู้คัดค้าน ตามลำดับเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555, 9 กรกฎาคม 2555, 23 กรกฎาคม 2555 และ 30 มีนาคม 2558. 

ผู้คัดค้าน (ภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย) ยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก และขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแทน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558. 

จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่มีทรัพย์มรดกหลงเหลือให้จัดการอีกต่อไปหลังการโอนดังกล่าว (ผู้ร้องโอนที่ดินทั้ง 8 แปลง และผู้คัดค้านโอนขายที่ดินที่เป็นสินสมรสอีกแปลง) 

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้อยู่ที่การตีความและการบังคับใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง” โดยศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว แม้จะมีเหตุอ้างว่าผู้จัดการมรดกมีพฤติการณ์ทุจริตก็ตาม

key words ที่สำคัญที่สุดของคดีนี้พร้อมขยายความประเด็นสั้น ๆ ดังนี้

1. มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง

เป็นบทกฎหมายหลักที่ใช้ตัดสินคดีนี้ กำหนดชัดว่าการร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องกระทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น หากปันเสร็จแล้วจะไม่สามารถร้องได้อีก

2. การปันมรดกเสร็จสิ้น

เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ศาลใช้พิจารณา โดยตีความว่าการโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดจนไม่มีทรัพย์เหลือให้จัดการ ถือว่าการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว

3. การถอนผู้จัดการมรดก

เป็นประเด็นข้อพิพาทหลักของคดี ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังการแบ่งทรัพย์มรดกเสร็จสิ้น ซึ่งศาลเห็นว่าถูกห้ามตามมาตรา 1727

4. ผู้มีส่วนได้เสีย

เป็นผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลได้ แต่ต้องดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสิทธิร้องขอจะสิ้นสุดลง

5. การโอนทรัพย์มรดก

เป็นข้อเท็จจริงสำคัญ ศาลวินิจฉัยว่าผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินทุกแปลงของผู้ตายแล้ว จึงไม่มีทรัพย์มรดกเหลือ การปันมรดกถือว่าเสร็จสิ้น และไม่อาจยื่นคำร้องถอนผู้จัดการมรดกภายหลังได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า ตามบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง “ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก … ได้ แต่ต้องร้องขอก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้นลง” (Legardy)

ในคดีนี้ แม้ผู้คัดค้านจะอ้างเหตุว่า ผู้ร้องมีเจตนาทุจริตในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก, ปกปิดผู้คัดค้านและบุตรซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม, โอนทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิ, และไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลภายในกำหนดตามกฎหมาย — แต่ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงแสดงชัดว่า ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการโอนทรัพย์มรดกจนไม่มีทรัพย์เหลือให้จัดการอีกต่อไป การปันมรดกถือว่า “เสร็จสิ้น” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558. (Legardy)

ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอเพิกถอนผู้ร้องในวันที่ 17 เมษายน 2558 ซึ่งอยู่ภายหลังการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ย่อมถูกห้ามตามบทบัญญัติ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง. 

ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับ. 

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

(1) เงื่อนไขการร้องขอถอนผู้จัดการมรดก

ตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดสามารถร้องขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ กรณีที่ผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือมีเหตุอื่นที่สมควร แต่ “ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง” (นพนภัส ทนายความเชียงใหม่)

ดังนั้น จุดเน้นอยู่ที่ เวลา - คือ ต้องยื่นคำร้อง ก่อน ที่การแบ่ง (หรือปัน) ทรัพย์มรดกจะได้สิ้นสุดลง มิฉะนั้นจะถูกห้ามตามบทบัญญัติ

(2) เมื่อใดถือว่าการปันมรดก “เสร็จสิ้น”

ในทางปฏิบัติ ศาลในคดีนี้เห็นว่า เมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกทั้งหมดออกไปและไม่มีทรัพย์เหลือให้จัดการอีกต่อไปแล้ว ถือว่า “การปันมรดกเสร็จสิ้น” แล้ว แม้ยังมีประเด็นโต้แย้งว่าอาจมีเจตนาทุจริต หรือไม่จัดบัญชีทรัพย์ถูกต้องก็ตาม ก็ไม่อาจนำมาใช้แปรว่า การปันมรดกยังไม่เสร็จสิ้นได้ในแง่ของห้ามยื่นคำร้องถอนผู้จัดการมรดก. 

การตีความนี้มีความสำคัญเพราะทำให้ผู้มีส่วนได้เสียต้อง รีบดำเนินการภายในเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นจะเสียโอกาสที่จะร้องขอถอนผู้จัดการมรดก

(3) ผลของการห้ามยื่นคำร้องภายหลังการปันมรดก

เมื่อถูกห้ามตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่งแล้ว ผู้คัดค้านไม่อาจใช้วิธีการร้องขอถอนผู้จัดการมรดกได้อีก แต่ ไม่ได้หมายความว่า ผู้จัดการมรดกจะไม่มีความรับผิดชอบ หรือข้อโต้แย้งอื่นเกี่ยวกับการจัดการมรดกจะหมดไป ตัวอย่างเช่น หากพบการโอนที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแบ่งทรัพย์มรดก หรือเพิกถอนนิติกรรมได้ในฐานอื่น 

ดังนั้น สิทธิกรณีร้องขอถอนผู้จัดการมรดกเป็นเพียงวิธีการหนึ่ง ไม่ใช่วิธีเดียว และมีข้อจำกัดเรื่องเวลา

(4) ประโยชน์ทางกฎหมายและการปฏิบัติ

ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียควร ตรวจสอบสถานะของทรัพย์มรดกว่า มีการโอนหรือแบ่งสมบูรณ์หรือไม่ หากยังไม่เสร็จสิ้นควรพิจารณายื่นคำร้องถอนผู้จัดการมรดกได้ทันเวลา

ผู้จัดการมรดกควร จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก, ดำเนินการแบ่งและโอนทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จ โดยคำนึงถึงสิทธิทายาททุกคน เพื่อป้องกันข้อพิพาท

กรณีพบว่าหลังการแบ่งมรดกครบถ้วนแล้ว มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เช่น โอนให้ผู้ไม่มีสิทธิ หรือมีเหตุทุจริต ผู้มีส่วนได้เสียควรพิจารณาฟ้องคดีแบ่งทรัพย์มรดกหรือเพิกถอนนิติกรรม ไม่ใช้ช่องทางร้องถอนผู้จัดการมรดก

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

บทบัญญัติ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ของ ป.พ.พ. ให้ เงื่อนไขเวลา สำคัญต่อการร้องขอถอนผู้จัดการมรดก คือ “ก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้น”

หากผู้จัดการมรดกได้ปันทรัพย์มรดกจนไม่มีเหลือแล้ว ถือว่า “การปันมรดกเสร็จสิ้น” และการร้องขอภายหลังถูกห้าม

การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมาย ไม่อาจใช้แทนการฟ้องร้องแบ่งทรัพย์มรดกหรือเพิกถอนนิติกรรมในกรณีอื่นได้

ทายาทและผู้มีส่วนได้เสียควรตรวจสอบสถานะการจัดการมรดกอย่างรอบด้าน และควรดำเนินการให้ทันเวลา เพื่อรักษาสิทธิของตน

IRAC 

Issue (ประเด็น):

ผู้คัดค้านจะมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแทนได้หรือไม่ ภายหลังจากที่ผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทจนไม่มีทรัพย์มรดกหลงเหลือให้จัดการแล้ว

Rule (บทกฎหมาย):

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง “ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก เพราะเหตุผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่สมควรก็ได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง.” 

การตีความของศาลในคดีนี้ถือว่าการโอนทรัพย์มรดกจนไม่มีเหลือให้จัดการแล้ว ถือว่า “การปันมรดกเสร็จสิ้น” แล้ว และผู้ร้องถอนภายหลังย่อมถูกห้าม

Application (การประยุกต์):

ในคดีนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกของผู้ตายทั้ง 8 แปลงให้แก่บุตรและทายาทต่าง ๆ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555, 9 กรกฎาคม 2555, 23 กรกฎาคม 2555 และ 30 มีนาคม 2558 และปรากฏว่าไม่มีทรัพย์มรดกหลงเหลือให้จัดการอีกต่อไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558. 

ผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558 ซึ่งอยู่ภายหลังการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว

ดังนั้นเงื่อนไขของมาตรา 1727 คือ “ร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น” มิได้เป็นไป ผู้คัดค้านจึงไม่สามารถอ้างบทยกเว้นนี้ได้

Conclusion (ข้อสรุป):

ดังนั้นศาลฎีกาจึงเห็นว่า การร้องขอของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยืน พร้อมให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาเป็นพับ

สรุปว่า ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้เฉพาะกรณีที่ยังไม่ถึง “ขั้นตอนการปันมรดกเสร็จสิ้น” เท่านั้น

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2561 

การร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องได้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแล้วโดยไม่มีทรัพย์มรดกของผู้ตายหลงเหลือให้จัดการอีกต่อไป จึงถือได้ว่าผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นแล้ว แม้ผู้คัดค้านจะอ้างเหตุว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยมีเจตนาทุจริตปกปิดผู้คัดค้านและบุตรซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย ทั้งได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิ หรือมีเหตุอื่นตามกฎหมายอันอาจเป็นเหตุในการร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าการปันมรดกรายดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น การที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกภายหลังการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วย่อมต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว

(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2561)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเล็ก ผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า ผู้ร้องเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของนายเล็ก ผู้ตาย ผู้คัดค้านเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน 8 แปลง คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 74621, 74622, 74623, 74624, 74625, 51895, 6808 และ 13180 อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินทรัพย์มรดกดังกล่าวให้แก่ตนเองในฐานะส่วนตัว ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 และวันที่ 30 มีนาคม 2558 ผู้ร้องโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 74621, 74623, 74624 และ 51895 ให้แก่นางณิชารีย์ บุตรของผู้ร้องซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของผู้ตาย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 ผู้ร้องโอนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 74625 และ 13180 ให้แก่นางสาวปภาวรินท์ บุตรของผู้คัดค้านกับผู้ตายตามสำเนาโฉนดที่ดิน และเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ผู้ร้องโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 74622 และ 6806 ให้แก่นางอุไร บุตรของผู้ร้องซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของผู้ตาย นอกจากนี้ผู้ตายมีที่ดินโฉนดเลขที่ 50477 อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสินสมรสของผู้ตายกับผู้คัดค้านและมีชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ผู้คัดค้านโอนขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อตามสำเนาโฉนดที่ดิน นอกจากนี้ผู้ตายไม่มีทรัพย์มรดกอื่นใดอีก ต่อมาวันที่ 17 เมษายน 2558 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า มีเหตุที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงอันยุติได้ความว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 และวันที่ 30 มีนาคม 2558 ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาลได้โอนที่ดินรวม 8 แปลง ให้แก่นางณิชารีย์กับนางอุไร ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันของผู้ตาย และนางสาวปภาวรินท์ ซึ่งเป็นบุตรของผู้ตาย นอกจากนี้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ผู้คัดค้านโอนขายที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 50477 ซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับผู้คัดค้านให้แก่ผู้มีชื่อ นอกจากนี้ไม่มีทรัพย์มรดกของผู้ตายหลงเหลือให้จัดการอีกต่อไป จึงถือได้ว่าผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2558 แม้ผู้คัดค้านจะอ้างเหตุว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลโดยมีเจตนาทุจริตปกปิดผู้คัดค้านและบุตรซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายทั้งได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิและไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันตามกฎหมายอันอาจเป็นเหตุให้ร้องขอถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ก็ตาม แต่หากผู้ร้องจัดการมรดกไม่ถูกต้องตามที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างก็เป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านและทายาทผู้มีสิทธิแต่ได้รับการแบ่งปันไม่ชอบจะต้องไปฟ้องร้องเป็นคดีมีข้อพิพาทโดยตรงต่อไปเป็นคดีต่างหากจากการร้องขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก ไม่อาจถือได้ว่าการปันมรดกรายดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น ไม่มีเหตุที่จะมาร้องขอถอนผู้จัดการมรดกและตั้งผู้จัดการมรดก การที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558 อันเป็นเวลาภายหลังการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ย่อมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

แนวคำถาม–ธงคำตอบ

ข้อ 1

นายเล็กถึงแก่ความตาย มีบิดาคือผู้ร้อง และภริยาคือผู้คัดค้าน ผู้ตายมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน 8 แปลง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ตนเองและบุตรของตนกับบุตรของผู้ตาย จนไม่เหลือทรัพย์มรดกให้จัดการอีก จากนั้นผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการมรดกและขอตั้งตนเองแทน คำถามคือ ผู้คัดค้านยังมีสิทธิยื่นคำร้องได้หรือไม่ และเหตุใดศาลจึงเห็นว่าคำร้องนั้นต้องห้าม

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ แต่ต้องร้องก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้น เมื่อผู้ร้องได้โอนที่ดินมรดกทั้งหมดไปแล้ว ถือว่าการปันมรดกเสร็จสิ้น การยื่นคำร้องของผู้คัดค้านภายหลังจึงต้องห้ามตามกฎหมาย แม้จะอ้างว่าผู้จัดการมรดกกระทำทุจริตก็ตาม

ข้อ 2

ในคดีนี้ ผู้คัดค้านอ้างว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกโดยปกปิดข้อเท็จจริงบางประการ เช่น การไม่แจ้งต่อศาลว่ามีภริยาและบุตรของผู้ตายเป็นทายาทโดยธรรม และยังโอนทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิ การกระทำเช่นนี้เป็นเหตุเพียงพอให้ถอนผู้จัดการมรดกภายหลังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้คัดค้านจะกล่าวอ้างถึงการปกปิดหรือการโอนทรัพย์โดยไม่ถูกต้อง แต่เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องได้จัดการและโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดไปแล้วจนไม่เหลือทรัพย์ให้จัดการ การปันมรดกถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังจึงต้องห้ามตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่ง หากเห็นว่าการโอนทรัพย์มรดกไม่ชอบ ผู้คัดค้านต้องใช้สิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมหรือเรียกร้องส่วนแบ่งในคดีใหม่ต่างหาก

ข้อ 3

หากผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกและไม่ยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันตามที่กฎหมายกำหนด จะถือว่าการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้นและสามารถร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังได้หรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาเห็นว่าการไม่ยื่นบัญชีทรัพย์มรดกเป็นความบกพร่องในหน้าที่ แต่ไม่ทำให้การปันมรดกถือว่ายังไม่เสร็จสิ้น หากผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกทั้งหมดจนไม่เหลือให้จัดการ การจัดการมรดกถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว การยื่นคำร้องขอถอนภายหลังจึงต้องห้ามตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่ง ความบกพร่องดังกล่าวเป็นเพียงเหตุให้ฟ้องร้องในคดีแพ่งแยกต่างหากเพื่อเพิกถอนการกระทำหรือเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่ไม่ใช่เหตุให้ถอนผู้จัดการมรดกภายหลัง

ข้อ 4

ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ เช่น โอนให้บุตรของตนเองแทนที่จะโอนให้ทายาทโดยธรรมของผู้ตาย การกระทำดังกล่าวถือว่าการปันมรดกยังไม่เสร็จสิ้นหรือไม่

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะมีข้อกล่าวหาว่าผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิ แต่เมื่อมีการโอนออกไปทั้งหมดและไม่มีทรัพย์มรดกเหลือ การจัดการมรดกถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังย่อมต้องห้าม ผู้เสียหายต้องใช้สิทธิทางศาลโดยการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมหรือฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกแทน ไม่อาจใช้ช่องทางการร้องถอนผู้จัดการมรดกได้อีก

ข้อ 5

มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียต้องร้องก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้น ศาลฎีกาในคดีนี้ได้ตีความคำว่า “การปันมรดกเสร็จสิ้น” อย่างไร และมีหลักเกณฑ์ใดใช้วัดว่าการปันมรดกสิ้นสุดแล้ว

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาตีความคำว่า “การปันมรดกเสร็จสิ้น” ว่าหมายถึงกรณีที่ผู้จัดการมรดกได้จัดการโอนหรือแบ่งทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ผู้มีสิทธิตามส่วนที่พึงได้จนไม่เหลือทรัพย์มรดกให้จัดการอีกต่อไป เมื่อถึงจุดนี้ถือว่าหน้าที่ผู้จัดการมรดกสิ้นสุดแล้ว แม้จะมีการกระทำผิดพลาดหรือทุจริตระหว่างทาง ก็ไม่อาจใช้เป็นเหตุร้องขอถอนผู้จัดการมรดกภายหลังได้ แต่ต้องดำเนินการในทางคดีอื่นแทน




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย article
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว article
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก